You are here
Home > News > “Blockchain Technology” เตรียมแลนด์ดิ้งสู่เมียนมาร์

“Blockchain Technology” เตรียมแลนด์ดิ้งสู่เมียนมาร์

เทคโนโลยี บล็อกเชน (Blockchain Technology) เตรียมเปิดตัวในประเทศเมียนมาร์ โดยเล็งไปที่ธุรกิจไมโครไฟแนนซ์ หลังพบว่าประเทศเมียนมาร์ยังมีโครงสร้างด้านการเงินการธนาคารที่ไม่ซับซ้อน และสามารถดึงข้อดีของบล็อกเชนมาเสริมการเติบโตของภาคธุรกิจได้สูง

โดยผู้ริเริ่มโครงการนี้เป็นบริษัท BC Finance บริษัทลูกของ Began Capital จากฮ่องกง ซึ่งทางบริษัทอยู่ระหว่างการพัฒนาซอฟต์แวร์ร่วมกับบริษัทสัญชาติญี่ปุ่น Infoteria สำหรับการใช้งานเทคโนโลยีบล็อกเชนในธุรกิจไมโครไฟแนนซ์อยู่ และในการทดสอบครั้งแรกนั้น (เริ่มเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา) ก็ประสบความสำเร็จด้วยดี ระบบสามารถบันทึกการทำธุรกรรมของไมโครไฟแนนซ์ลงในบล็อกเชนได้ ส่วนการทดสอบระบบครั้งที่สองนั้น คาดว่าจะเสร็จสิ้นราวเดือนกันยนยนนี้

ทั้งนี้ เทคโนโลยีบล็อกเชนถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 2008 เพื่อรองรับสกุลเงินดิจิตอล Bitcoin โดยบล็อกเชนนั้นเป็นโครงสร้างการเก็บข้อมูลประเภทนึ่งที่สามารถบันทึกการทำธุรกรรมแต่ละประเภทลงในเชน (Chain) ซึ่งเชนนี้จะเชื่อมโยงถึงกันหมด และสามารถเข้าดูได้ผ่านเครื่องคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในเครือข่าย อีกทั้งยังมีการอัปเดตโดยอัตโนมัติตลอดเวลาด้วย

ข้อดีของเทคโนโลยีบล็อกเชนคือเรื่องความปลอดภัยและต้นทุนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับระบบการเงินแบบดั้งเดิม ซึ่ง มร. Kloiser-Jones ซีอีโอของ Began Capital บริษัทแม่ของ BC Finance เผยว่า “หากการพัฒนาฟอร์แมตเพื่อให้สามารถใช้งานได้ในภาคธุรกิจเสร็จสิ้นเมื่อไร เราจะทำการปรับไปใช้ในทันที ซึ่งเราเชื่อว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนนี้จะสามารถปฏิวัติวงการได้อย่างแน่นอน” โดยเขายังเผยด้วยว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนจะนำไปสู่บริการการให้ยืมแบบ peer-to-peer ที่ทำการจับคู่ผู้ให้กู้ กับผู้กู้โดยระบบออนไลน์ด้วย

ด้าน มร.ชิเงโตะ มิยาโมโตะ ผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษา KPMG ซึ่งเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชนในกลุ่มธุรกิจธนาคารของเมียนมาร์เผยว่า ได้รับความสนใจอย่างมาก แม้ว่าประเทศเมียนมาร์นั้น จะไม่ได้อยู่ในประเทศผู้นำทางด้านเทคโนโลยีก็ตาม

 
โดยเขามองว่า “สำหรับประเทศกำลังพัฒนานั้น จะได้ประโยชน์ในการใช้บล็อกเชนเช่นกัน เนื่องจากซอฟต์แวร์ดังกล่าวประหยัดค่าธรรมเนียมได้มากกว่าค่าธรรมเนียมที่ธนาคารใหญ่เรียกเก็บ และในบล็อกเชนมีผู้ให้กู้มากมายที่มาพร้อมข้อเสนอดี ๆ ในขณะที่โครงสร้างของสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในปัจจุบันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เร็วเทียบเท่า”

พร้อมกันนั้น เขาได้ยกตัวอย่างประเทศญี่ปุ่น ซึ่งธุรกิจการธนาคารมีความซับซ้อน ทั้งในส่วนของโครงสร้างรวมถึงข้อบังคับต่าง  ๆ มากมาย ในขณะที่ประเทศเมียนมาร์นั้น โครงสร้างเหล่านี้ยังอยู่ระหว่างการเริ่มต้น ซึ่งทำให้การใช้งานบล็อกเชนทำได้สะดวกมากขึ้น ปัญหาที่พบเพียงประการเดียวในเมียนมาร์อาจเป็นเรื่องของการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตที่ยังไม่เสถียร และมีความเร็วไม่สูงมากนัก ทำให้การเพิ่มข้อมูลการทำธุรกรรมลงในเชนเกิดปัญหาอยู่บ้างนั่นเอง

ที่มา MyanMar Times

  • Krungsri KMA

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา