You are here
Home > News > วีซ่าทดสอบการชำระเงินระหว่างธนาคารด้วยบล็อกเชน

วีซ่าทดสอบการชำระเงินระหว่างธนาคารด้วยบล็อกเชน

วีซ่าและบีทีแอล พันธมิตรด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนเชิญกลุ่มธนาคารในยุโรปที่ได้รับเลือกให้เข้ามามีส่วนร่วมในโครงการบล็อกเชนทดสอบระบบการชำระเงินระหว่างธนาคารผ่านระบบบัญชีแยกประเภท

เพื่อแข่งกับ  R3 ที่กำลังมาแรง วีซ่าจะทดสอบแพลตฟอร์มการชำระเงินบนบล็อกเชนของตนเองกับกลุ่มธนาคารที่ได้รับการที่คัดเลือกให้โอนเงินบนบล็อกเชน

โครงการทดสอบความเป็นไปได้ของระบบดังกล่างนี้จะใช้ Interbit แพลตฟอร์มด้านระบบการโอนเงิน และการชำระเงินข้ามพรมแดนผ่านบล็อกเชนซึ่งถูกพัฒนาโดยบริษัทสตาร์ทอัพ บีทีแอล โดยแพลตฟอร์ม Interbit ที่เปิดตัวเมื่อต้นปีนี้เป็นโซลูชั่นที่วีซ่าใช้ในการลดค่าใช้จ่าย ย่นระยะเวลาในการชำระเงิน  ลดความเสี่ยงด้านเครดิต และการใช้ประโยชน์จากสัญญาอัจฉริยะเพื่อให้การปฏิบัติตามกฎระเบียบ และข้อกำหนดมากมายในการโอนเงินทั้งในประเทศ และต่างประเทศเป็นไปโดยอัตโนมัติ

บีทีแอลประมาณการว่าการโอนเงินผ่านแพลตฟอร์มของ Interbit จะช่วยให้เสียค่าใช้จ่ายน้อยลงมากกว่าร้อยละ 80  เมื่อเทียบกับวิธีการแบบเดิมอย่าง SWIFT

การทดสอบของธนาคารต่างๆ ที่เข้าร่วมโครงการทดสอบความเป็นไปได้นี้คาดว่าจะเสร็จสิ้นภายใน 100 วัน

วีซ่าได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชนอย่างเต็มที่ผ่านความเคลื่อนไหวต่างๆ  โดยเมื่อเร็วนี้ๆ เครือข่ายการชำระเงินที่ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งนี้ได้เผยแผนที่จะเพิ่มทีมวิศวกรในห้องปฏิบัติการนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในอินเดียเป็น 750 คน ซึ่งศูนย์เทคโนโลยีที่มุ่งเน้นเรื่องบล็อกเชนมีเป้าหมายที่จะจ้างพนักงานเพิ่มเป็นมากกว่า 1,000 คนก่อนสิ้นปี 2560 โดยเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากในช่วงของการเปิดศูนย์เมื่อเดือนสิงหาคม 2558 ที่มีวิศวกรรมเพียง 400 คน

ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปี 2558 วีซ่ายุโรป คอลแล็บได้ร่วมมือกับ Epiphyte ผู้ให้บริการซอฟต์แวร์ที่อยู่ในรูปแบบของโซลูชั่นที่ทำงานบนบล็อกเชนเพื่อพัฒนาการทดสอบความเป็นไปได้

ขณะที่ในช่วงต้นปีนี้ วีซ่าก็ได้ประกาศรับสมัครวิศวกรซอฟต์แวร์อาวุโสเพื่อเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีมวิจัยเพื่อการพัฒนาเครือข่ายบล็อกเชนที่มีความปลอดภัย และสามารถปรับขนาดได้

หนึ่งในกรณีแรกซึ่งเป็นที่รู้จักของการที่ธนาคารต่างๆ มีการนำบล็อกเชนมาใช้ในการแลกเปลี่ยนเงินตราเกิดขึ้นในช่วงต้นปี 2559 เมื่อ R3 เปิดเผยว่าได้ร่วมมือกับธนาคาร 11 แห่งจากทั่วทั้ง 4 ทวีปทดสอบการโอนเงินผ่านบล็อกเชน โดยแต่ละธนาคารจะถูกเชื่อมต่อกับระบบบัญชีแยกประเภทที่ถูกจัดการโดย R3 ซึ่งใช้เทคโนโลยีของ Ethereum โดยระบบดังกล่าวถูกฝากไว้บน VPN บน Azure แพลตฟอร์มคลาวด์สาธารณะของไมโครซอฟท์ ซึ่งประสบความสำเร็จในการทดสอบการทำงานอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมงต่อวันเป็นเวลาทั้งหมด 5 วัน

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีรายงานว่าเจพีมอร์แกนเชสซึ่งเป็นธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกาได้ทำการทดสอบการโอนเงินเหรียญดอลลาร์สหรัฐฯ ระหว่างกรุงลอนดอนและโตเกียวกับลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการ 2,200 ราย  ซึ่งทางเจพีมอร์แกนคาดว่าจะนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในการทำธุรกรรมจริงภายในปลายปีนี้

Leave a Reply

Top