You are here
Home > News > ฟินเทคสตาร์ทอัพมีเฮ หลังญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงกฎหมายให้ธนาคารญี่ปุ่นลงทุนเพิ่มขึ้นได้

ฟินเทคสตาร์ทอัพมีเฮ หลังญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงกฎหมายให้ธนาคารญี่ปุ่นลงทุนเพิ่มขึ้นได้

ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นกำลังมองหาทางทุ่มเงินหลายร้อยล้านดอลลาร์ให้กับฟินเทคสตาร์ทอัพหลังรัฐบาลยกเลิกกฎหมายที่ป้องกันไม่ให้ธนาคารเข้าไปเป็นเจ้าของบริษัทเทคโนโลยีมากกว่าร้อยละ 5

การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของญี่ปุ่นในการผลักดันเทคโนโลยีทางการเงิน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าญี่ปุ่นกำลังหวันเกรงว่าบริษัทในซิลิกอนวัลเล่ย์อาจจะเข้ามาทำลายภาคธนาคารของญี่ปุ่นเหมือนกับที่เคยทำกับอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือของญี่ปุ่นมาแล้ว

 

นาโอยูกิ ไอวาชิตะ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ศูนย์ฟินเทคของธนาคารชาติญี่ปุ่นกล่าวว่า “สถาบันการเงินของญี่ปุ่นกำลังกลัวว่า  Google Bank หรือ Facebook Bank จะเข้ามายึดครองญี่ปุ่น”

ซึ่งการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้หมายความว่าญี่ปุ่นจะกลายเป็นแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่แห่งใหม่สำหรับสตาร์ทอัพ โดยเฉพาะในเอเชีย ซึ่งกำลังมีการทดลองเทคโนโลยีต่างๆ เช่น บล็อกเชน หรือปัญญาประดิษฐ์

ยาซูฮิโร่  ซาโต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของมิซูโฮกล่าวในการแถลงข่าวในกรุงโตเกียวเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมาว่าธนาคารของญี่ปุ่นเคยถูกจำกัดโดยหน่วยงานกำกับดูแลที่ต้องการที่จะรักษากฏระเบียบเก่าๆ เอาไว้  แต่ระบบไอทีนั้นต้องผ่านการทดลองและทดสอบ

ซาโตกล่าวในการประชุม FinSum ซึ่งจัดโดยหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจการเงินของญี่ปุ่น และนิคเคอิว่า “ผมคิดว่าตอนนี้หน่วยงานกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจการเงินของญี่ปุ่นได้เปลี่ยนความคิดแล้ว”

การเปลี่ยนแปลงกฎหมายหมายความว่าธนาคารสามารถเข้าไปถือหุ้นบริษัทที่ไม่เกี่ยวกับการเงินได้เกินกว่าร้อยละ 5 ซึ่งกฏหมายเดิมจำกัดไว้ ถ้าบริษัทเหล่านั้นมีวัตถุประสงค์ในการนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศมามาใช้ทางด้านการเงิน

หน่วยงานกำกับดูแลธุรกิจการเงินของญี่ปุ่นกำลังพิจารณาการเปลี่ยนแปลงกฎหมายอื่นๆ ที่จะทำให้บริษัทฟินเทคเข้ามามีส่วนร่วมในกิจกรรมทางการเงินที่ถูกควบคุมได้ง่ายขึ้น “เหตุผลที่ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายที่เกี่ยวกับธนาคารก็เพื่อที่จะได้รับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีจากหน่วยงานภายนอกได้มากขึ้น” ซาโตกล่าว

มิซูโฮได้เข้าไปเปิดสำนักงานในซิลิกอนวัลเล่ย์เมื่อสามปีที่แล้ว และในปีนี้มีการตั้งสำนักงานที่มุ่งเน้นด้านนวัตกรรมเพิ่มในนิวยอร์ก ซาโตกล่าวว่าผลจากการเปลี่ยนแปลงกฏหมาย “เราได้สร้างทีมงานเฉพาะเจาะกิจซึ่งเป็นทีมสร้างนวัตกรรมผลิตภัณฑ์โดยจะทำหน้าที่ในการคัดกรองบริษัทที่เราจะเข้าไปร่วมทุน เราจะส่งคนไปสหรัฐเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ”

ราคูเทน กลุ่มอีคอมเมิร์ซญี่ปุ่นได้เปิดตัวกองทุน 100 ล้านดอลลาร์เพื่อลงทุนในบริษัทฟินเทค และเมื่อต้นปีนี้ เอสบีไอโฮลดิ้ง ซึ่งเป็นกลุ่มธุรกิจทางการเงินได้เพิ่มเงิน 30 พันล้านเยน ( 299 ล้านดอลลาร์) ในกองทุนร่วมลงทุนด้านฟินเทค

ไม่เพียงแต่เข้าไปลงธุรในกิจการฟินเทคภายในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ธนาคารของญี่ปุ่นยังเดินทางออกไปต่างประเทศเพื่อค้นหาเทคโนโลยีที่จะเข้าซื้อเ หรือลงทุน ตัวอย่างเช่น ซอฟต์แบงค์ของฐี่ปุ่นได้เข้าไปลงทุนในบริษัทเอกชนระดับ “ยูนิคอร์น” อย่าง Stripe บริษัทรับชำระเงินที่มีมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์ รวมถึง SoF  ผู้ให้กู้เงินทางเลือกที่มีมูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์

ทาโร่ อาโซ๊ รองนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “เรามีการปรับพระราชบัญญัติการธนาคาร โดยผ่านการทำงานร่วมกันระหว่างคนในธนาคาร นักธุรกิจในชุดสูท และคนหนุ่มสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์เพื่อผสมผสานสิ่งนี้เข้าด้วยกันเพื่อทำให้เกิดสิ่งใหม่ๆ”

อาโซ๊กล่าวเสริมว่า “กระทรวงการคลังที่เคยควบคุมอุตสาหกรรมขณะนี้จะต้องส่งเสริมอุตสาหกรรม เรากำลังพยายามทำสิ่งเหล่านี้อยู่ แต่ยังไม่พอ ด้วยนโยบายใหม่นี้เรามีการเปลี่ยนแปลงความคิดอย่างมากเกี่ยวกับการรับมือกับปัญหาต่างๆ”

  • Krungsri KMA

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา