You are here
Home > News > Tech Startup อาเซียนเนื้อหอม

Tech Startup อาเซียนเนื้อหอม

เป็นเรื่องที่น่ายินดีของภูมิภาคอาเซียน เพราะข้อมูลจากหลายด้านที่เราได้รับมาชี้อนาคตสตาร์ทอัปในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สดใสมาก ทั้งนักลงทุนและเหล่า VC (Venture capitalists) พากันให้ความสนใจ โดยหนึ่งในนักลงทุนชื่อดังอย่าง Eduardo Saverin อดีตผู้ร่วมก่อตั้งเฟซบุ๊กเคยกล่าวถึงโอกาสในการลงทุนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่า “จากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปจนถึงอินเดียมีประชากรประมาณ สองพันล้านคน และเป็นตลาดที่มีการเติบโตของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลก”

 

อ้างอิงจากข้อมูลจากการวิจัยจากบริษัท AVCJ Research บริษัทวิจัยที่มีฐานอยู่ในฮ่องกง พบว่าในช่วง 3 เดือนแรกของปี มีการลงทุนเพิ่มขึ้นในบริษัทสิงคโปร์ ซึ่งถือ เป็นฮับของสตาร์ทอัปในภูมิภาคนี้สูงถึง 199 ล้านเหรียญสหรัฐ จากปีก่อนหน้าที่มีแค่เพียง 53.1 ล้านเหรียญสหรัฐ เท่านั้น ขณะที่ปลายปีนี้มาร์เวลสโตน กลุ่มลงทุนภาคเอกชนของเอเชียประกาศเตรียมเปิดฮับฟินเทคที่มีพื้นที่มากกว่า  30,000 ตารางฟุตที่ถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกที่สิงคโปร์อีกด้วย

 

ขณะที่อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรเยอะที่สุดในภูมิภาค ก็มีการลงทุนเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าแตะที่ 18.9 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงไตรมาสแรกของปี ซึ่งหากเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้าแล้วถือว่าเพิ่มขึ้นกว่าสองเท่าเลยที เดียว (ปี 2015 มียอดเงินลงทุนเพียง 8 ล้านเหรียญสหรัฐ)

 

ไม่เฉพาะสิงคโปร์และอินโดนีเซีย แต่ประเทศอย่างมาเลเซีย เวียดนาม ไทย ก็มีนักลงทุนให้ความสนใจเพิ่มขึ้นเช่นกัน จะมีก็แต่ประเทศฟิลิปปินส์ที่ยอดเงินดังกล่าวลดลง

 

มีการวิเคราะห์กันว่า ส่วนหนึ่งของเม็ดเงินลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้นในย่านอาเซียน จากจะเป็นการเริ่มย้ายฐานมาจากจีนและอินเดีย สอดคล้องกับข้อมูลจาก AVCJ ที่ระบุว่าเงินลงทุนในสาธารณรัฐประชาชนจีนนั้นลดลงถึง 28 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 1.8 พันล้านเหรียญสหรัฐ และอินเดียเองก็ลดลง 17 เปอร์เซ็นต์เหลือเม็ดเงินเพียง 736 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้น

 

ด้าน Vinnie Lauria ผู้ก่อตั้งบริษัทร่วมลงทุนชื่อดัง Golden Gate Ventures ในสิงคโปร์และมีการลงทุนในบริษัท ต่าง ๆ ทั่วภูมิภาคเผยว่า เขาเห็นแนวโน้มของนักลงทุนสัญชาติอเมริกันที่เล็งมาทางเอเชียมากขึ้น  ส่วนหนึ่งมาจาก จำนวนประชากรที่รวมกันแล้วมีสูงถึงประมาณ 600 ล้านคน และประชากรส่วนใหญ่ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี ก็เพิ่งได้ เข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตครั้งแรก ผ่านสมาร์ทโฟนราคาประหยัด

shutterstock_370899854-2

ด้านรายงานของกูเกิลและบริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้งของสิงคโปร์ก็ชี้ว่า เอเชียตะวันออกเฉียงใต้นั้นมีอัตราการเติบโต ของผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตสูงที่สุดในโลก หรือเท่ากับมีผู้ใช้งานหน้าใหม่เพิ่มขึ้น 124,000 คนต่อวันเลยทีเดียว ซึ่งหากคำนวณคร่าว ๆ ตัวเลขประชากรอินเทอร์เน็ตในภูมิภาคที่อยู่ประมาณ 260 ล้านคนนี้ มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้น เป็น 480 ล้านคนภายในปี ค.ศ. 2020 และเมื่อยุคนั้นมาถึง การเข้าเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็จะเป็นเรื่องธรรมดาสามัญไป ในที่สุด ซึ่งนั่นทำให้ตัวเลขการค้าผ่านระบบอีคอมเมิร์ซ และอุตสาหกรรมสื่อออนไลน์มีโอกาสเขยิบขึ้นไปแตะที่ มูลค่า 200,000 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2025 เลยทีเดียว (ปัจจุบันมีมูลค่า 30,000 ล้านเหรียญสหรัฐ)

 

อย่างไรก็ดี มีงานวิจัยที่ได้รับการเผยแพร่โดยบริษัทที่ปรึกษา Bain & Co. เผยว่า สตาร์ทอัปในภูมิภาคนี้ต้องเผชิญ หน้ากับสิ่งท้าทายอยู่ไม่น้อยเช่นกัน เช่น ความแตกต่างของภาษา กฎระเบียบข้อบังคับ และไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ที่แตกต่างกันในแต่ละประเทศ นอกจากนั้น เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังเป็นภูมิภาคที่โครงสร้างพื้นฐาน ด้านลอจิสติกส์และการทำธุรกรรมทางการเงินยังไม่ค่อยดีนักด้วย

 

นอกจากนั้น Stefan Jung พาร์ทเนอร์ของ Venturra Capital มองเห็นอีกหนึ่งความท้าทาย นั่นก็คือ จำนวนของ ผู้ประสบความสำเร็จระดับท็อปในภูมิภาคนี้ที่ยังมีน้อยมากเมื่อเทียบกับซิลิคอนวัลเลย์ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว นักลงทุนส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยเกรงปัญหานี้กันมากนัก และมีการทุ่มเงินลงมาอย่างต่อเนื่อง เช่น อาลีบาบากรุ๊ปโฮลดิ้ง ที่จ่ายเงินประมาณ 1 พันล้านเหรียญสหรัฐเพื่อให้ได้สิทธิครอบครองสตาร์ทอัปอีคอมเมิร์ซสัญชาติสิงคโปร์อย่าง ลาซาด้า กรุ๊ป

 

หรือบริษัท B Capital Group ของ มร.Saverin และพาร์ทเนอร์ที่มีการระดมทุนได้ถึง 143.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ในช่วงที่ผ่านมา และนำเงินดังกล่าวไปลงทุนในสตาร์ทอัปของสิงคโปร์ชื่อ Ninja Van (ไม่เปิดเผยจำนวน)

 

ด้าน Garena Interactive Holding ซึ่งเป็นสตาร์ทอัปที่เน้นไปทางธุรกิจบันเทิงออนไลน์ และอีคอมเมิร์ซในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ของสิงคโปร์นั้นก็เพิ่งระดมทุนได้ 170 ล้านเหรียญจากบริษัทนักลงทุนสัญชาติมาเลเซีย Khazanah Nasional Bhd จนทำให้มูลค่าบริษัทตอนนี้อยู่ที่ 3.75 พันล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ GrabTaxi Holdings คู่แข่งตัวเอ้ของอูเบอร์นั้น ก็ได้รับเงินลงทุนมากว่า 350 ล้านเหรียญสหรัฐเช่นกัน

 

เอเชียตะวันออกเฉียงใต้น่าสนใจขนาดไหน ก็ขนาดบริษัท Sequoia Capital ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า จะลงทุนเฉพาะ ในบริษัทใหญ่ ๆ เช่น แอปเปิล กูเกิล และซิสโก้ นั้นก็ได้แบ่งเงินบางส่วนมายังภูมิภาคเอเชียด้วย โดยเลือกลงทุน ที่บริษัท GoJek ผู้ให้บริการรถจักรยานยนต์แต่ไม่ได้เปิดเผยว่าเป็นตัวเลขเท่าใด และยังลงทุนในเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ Tokipedia ของอินโดนีเดียด้วยเช่นกัน ส่วนในสิงคโปร์ก็มีการลงทุนในสตาร์ทอัปด้านการช้อปปิ้งชื่อ Carousell ด้วย

 

ข้อมูลดังกล่าวเห็นได้อย่างชัดเจนว่าอนาคตต้องเหล่า Tech Startup ในย่านอาเซียนถึงว่าสดใส ตอนนี้คงอยู่ที่ฝีมือของสาร์ทอัปแต่ละรายแล้วว่าจะสร้างผลงานให้โดนใจเหล่านักลงทุนมากน้อยแค่ไหน คงต้องเป็นการบ้านให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวของของไทยทำการบ้านกัน

Leave a Reply

Top