You are here
Home > News > สิงคโปร์ปรับหลักสูตรรับ FinTech ดึงนศ.การเงินฝึกงานในสตาร์ทอัป

สิงคโปร์ปรับหลักสูตรรับ FinTech ดึงนศ.การเงินฝึกงานในสตาร์ทอัป

ธนาคารกลางสิงคโปร์ (The Monetary Authority of Singapore หรือ MAS) ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) ร่วมกับสถาบันการศึกษาโพลีเทคนิค 5 แห่ง ได้แก่ Nanyang, Ngee Ann, Republic, Singapore และ Temasek Polytechnics ในการปรับโครงสร้างการเรียนการสอนนักศึกษาในสาขาการเงินการธนาคารเพื่อเพิ่มทักษะที่จำเป็นสำหรับรับมือ “Fintech” ซึ่งเป็นธุรกิจการเงินในอนาคต

 

จากบันทึกข้อตกลงดังกล่าว ธนาคารกลางจะทำงานร่วมกับผู้บริหารของสถานศึกษาในการปรับเปลี่ยนเนื้อหาการเรียนเพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะด้านฟินเทคและสามารถนำไปใช้ในอุตสาหกรรมการเงินในอนาคตได้ต่อไป และในปี ค.ศ. 2017 ทาง MAS จะมอบโอกาสให้นักศึกษาสาขาการเงินปีสุดท้ายได้เข้าฝึกงานในธุรกิจฟินเทค เช่น ในกลุ่มสตาร์ทอัป, ธนาคาร หรือสถาบันการเงินอื่น ๆ  เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักศึกษาเหล่านั้นสามารถรับมือกับการมาถึงของฟินเทคในอีก 2 – 3 ปีข้างหน้าได้

 

นอกจากโอกาสได้ฝึกงานในสถาบันการเงินแล้ว นักศึกษาเหล่านี้จะได้ทำงานร่วมกับผู้บริหารองค์กรในโปรเจ็คต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับฟินเทค เพื่อพัฒนาทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น การพัฒนาซอฟต์แวร์แบบ Agile (agile software development), การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับอุปกรณ์โมบายล์ (mobile app development), การพัฒนาในส่วนการติดต่อกับผู้ใช้ และส่วนการสร้างประสบการณ์ให้ผู้ใช้ (user interface/experience), การพัฒนาแอปพลิเคชันบนคลาวด์ (cloud application development), การวิเคราะห์ข้อมูล (data analytics) และการรักษาความปลอดภัยบนโลกไซเบอร์ (cybersecurity)

it_skills_gap-100530029-primary-idge

ยกตัวอย่างเช่น Ngee Ann Polytechnic มีแผนจะจัดโครงการ 100 FinTech Interships และรวมกลุ่มผู้ให้คำปรึกษาในชื่อ “100 FinTech Mentors” ขึ้นในปีหน้า โดยได้สร้างไมโครไซต์อย่าง www.polyfintech100.sg สำหรับบริษัทในสิงคโปร์ที่สนใจเปิดโอกาสให้นักศึกษาไปฝึกงาน หรือต้องการเป็นที่ปรึกษาร่วมลงชื่อในโครงการดังกล่าวแล้ว

 

ด้าน Sopnendu Mohanty ผู้บริหารระดับสูงด้านการเงินจาก MAS เผยว่า การลงนามในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแสดงถึงความมุ่งมั่นของ MAS และสถานศึกษาในการเตรียมความพร้อมด้านทรัพยากรบุคคลเพื่อตอบสนองต่อการเติบโตของฟินเทคในสิงคโปร์ ซึ่งทักษะดังกล่าวจะมีความจำเป็นต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมการเงินในอนาคต และช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสิงคโปร์ให้ก้าวหน้าต่อไปได้อย่างมั่นคง

Leave a Reply

Top