You are here
Home > News > ผลการสำรวจทัศนคติของผู้บริโภคชี้ฟินเทคจะทำให้ธนาคารตกที่นั่งลำบาก

ผลการสำรวจทัศนคติของผู้บริโภคชี้ฟินเทคจะทำให้ธนาคารตกที่นั่งลำบาก

เทคโนโลยีทางการเงิน (หรือ “ฟินเทค”) ได้เริ่มรุกล้ำเข้าไปในส่วนของการให้บริการทางการเงินโดยนำเสนอวิธีใหม่ๆ การชำระเงิน กู้ยืมเงิน ลงทุน และอื่นๆ  ให้แก่ผู้บริโภค แต่มีการสำรวจเกี่ยวทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อการเติบโตในภาคส่วนนี้อยู่ไม่มากนัก

รายงานการสำรวจฉบับใหม่ของบลูมเบิร์ก แคปิตอลบริษัทด้านกรลงทุนในระยะเริ่มแรกที่ตั้งอยู่ในซานฟรานซิสที่มีการลงทุนในบริษัทต่างๆ จำนวนหนึ่ง อาทิ  Lending, Addepar, Lendio, Fundbox, FeeX, EarnUp, CoverHound  และบริษัทอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าสามในห้าของคนอเมริกันกล่าวว่าธนาคารไม่สามารถตอบสนองความต้องการของพวกเขาได้ และร้อยละ 57 เชื่อว่าสถาบันการเงินแบบดั้งเดิมจะล่มหายตายจากไปภายในช่วงชีวิตของพวกเขา

จากการสำรวจยังพบว่าร้อยละ 75ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าฟินเทคช่วยให้พวกเขามีอำนาจทางการเงินเพิ่มมากขึ้น ร้อยละ 65 บอกว่าฟินเทคช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงบริการต่างๆ ที่ก่อนหน้านี้ใช้ได้เฉพาะกับคนที่ร่ำรวย และร้อยละ 69 บอกว่าเทคโนโลยีดังกล่าวจะช่วยให้ทุกคนสามารถบริหารจัดการด้านการเงินได้ดีขึ้น

เดวิด บลูมเบิร์ก ผู้ก่อตั้งและกรรมกาารผู้จัดการของบลูมเบิร์ก แคปิตอล เปิดเผยว่า “คนส่วนใหญ่รู้สึกว่าฟินเทคเป็นสิ่งที่ดีสำหรับผู้บริโภคและธุรกิจขนาดเล็ก โดยจะช่วยทำให้สิ่งต่างๆ มีประสิทธิภาพมากขึ้น ให้พวกเขามีข้อมูลเพิ่มเติม โปร่งใสมากขึ้นและทำให้สิ่งที่ควรจะทำงานโดยอัตโนมัติมีการทำงานโดยอัตโนมัติเพิ่มมากขึ้น”

“ตัวอย่างจะเป็นคุณคงไม่อยาากผิดนัดชำระเงินค่างวดผ่อนบ้าน” บลูมเบิร์กกล่าว “ควรจะมีระบบที่มาให้บริการทางด้านนี้  เป็นระบบอัตโนมัติที่จะจ่ายหนี้ให้คุณได้โดยอัตโนมัติ  และไม่เพียงแต่ทำงานโดยอัตโนมัติ และตรงไปตรงเท่านั้น แต่ต้องมีความชาญฉลาด สามารถรู้ได้ว่าเมื่อไหร่คุณควรจะจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษเพื่อจะช่วยลดดอกเบี้ยโดยที่คุณต้องจ่าย ระบบจะทำหน้าที่เหมือนสุนัขเฝ้าบ้านที่คอยจับตาดูธนาคารเพื่อที่ว่าถ้าคุณจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ สิ่งแรกธนาคารต้องให้เครดิตคุณว่าจะทำให้จ่ายเงินน้อยลงอย่างไร ไม่ใช่แค่แจ้งคุณว่าคุณได้จ่ายดอกเบี้ยล่วงหน้าไปสองงวด”

การสำรวจยังพบว่าสามในสิบไม่แน่ใจในสิ่งที่คิดเกี่ยวกับฟินเทค ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากรายงานของ มินเทล บริษัทวิจัยตลาดที่ออกมาเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมาพบว่าร้อยละของผู้บริโภคยังขาดการรับรู้เกี่ยวกับบางส่วนของฟินเทคที่กำลังได้รับความนิยม ยกตัวอย่าง พบว่าร้อยละ 55 ไม่เคยได้ยินเกี่ยยวกับผู้ให้คำปรึกษาที่เป็นหุ่นยนต์ (Robo-Advisor) บริการอย่างเช่น Bettermen หรือ Wealthfront ที่ใช้อัลกอริทึมในการกำหนดกลยุทธ์การลงทุนที่ดีที่สุดโดยอิงกับไทม์ไลน์และเป้าหมายของนักลงทุน แล้วจะทำการลงทุนเองโดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ร้อยละ 39 ไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับแอพจัดการเงินบนมือถือ  แม้แต่แอพชำระเงินบนมือถือซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ฟินเทคประเภทที่รู้จักกันดีที่สุด ครึ่งหนึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาไม่ชอบใช้ หรือไม่สนใจ ร้อยละ 47 กล่าวแบบเดียวกันกับในส่วนของการให้กู้ยืมเงินแบบตัวต่อตัวที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีแบรนด์ที่รู้จักกันดีอย่างเช่น Lending Club และ Prosper

แต่การสำรวจของบลูมเบิร์กพบว่ามีการให้การสนับสนุนอย่างกว้างขวางสำหรับประเภทของบริการที่บริษัทฟินเทคนำเสนอ โดยจากการสอบถามผู้ใหญ่ 2,000 คนที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปที่ตกลงเข้าร่วมการสำรวจในครั้งนี้  ซึ่งพบว่าร้อยละ 62 ของคนอเมริกันรู้สึกว่าพวกเขาจ่ายดอกเบี้ยมากเกินไป ร้อยละ 72 บอกว่ามันจะมีประโยชน์หากมีวิธีการที่ทำงานดดยอัตโนมัติ และปรับแต่งได้ที่ช่วยให้ไม่ผิดนัดชำระค่างวด  และลดดอกเบี้ยรวมของสินเชื่อของพวกให้ต่ำที่สุด ร้อยละ 76 ของคนอเมริกันเชื่อว่าการด้อยโอกาสทางการเงินเช่นคนที่มีคะแนนเครดิตต่ำ หรือประวัติศาสตร์การจ้างงานที่ไม่ดีจำเป็นต้องหันไปพึ่งพาสินเชื่อ และเครดิตนอกระบบธนาคารแบบดั้งเดิม ในปีที่ผ่านๆ มาจำนวนของบริษัทฟินเทคที่ให้บริการเพื่อช่วยผู้บริโภครีไฟแนนซ์หนี้ดอกเบี้ยสูง และนำเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่กำหนดได้เองกำลังมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ในขณะที่บริษัทอื่นๆ ได้เริ่มใช้อัลกอริธึมที่สามารถจะนำเสนอสินเชื่อที่จะเรียกว่า “ธินไฟล์” สำหรับผู้ที่มีประวัติด้านเครดิตไม่ค่อยดี หรือให้คนมีคะแนนเครดิตต่ำจนไม่สามารถกู้สินเชื่อตามช่องทางเดิมสามารถยืมเงินได้

แม้ว่าสองในสามของผู้ตอบแบบสำรวจบอกว่าฟินเทคทำให้ทุกคนสามารถแก้ปัญหาด้วยวิธีที่ก่อนหน้านี้ใช้ได้เฉพาะคนรวยได้  และสามในสี่บอกว่าฟินเทคจะช่วยให้บริการทางการเงินได้อย่างเท่าเทียมกัน ในการสำรวจผู้ที่มีรายได้สูงตั้งแต่ 7.5 หมื่นดอลลาร์ขึ้นไป ร้อยละ 75 ฟินเทคช่วยให้คนอเมริกันมีฐานะทางการเงินที่ดีขึ้น ขณะที่มีการคาดว่าจะมีกลุ่มคนอายุน้อยมีแนวโน้มที่จะเห็นถึงประโยชน์ของฟินเทค หรือเชื่อว่าการเข้าถึงบริการต่างๆ ของฟินเทคจะทำให้ชีวิตของพวกเขาง่ายขึ้น และเทคโนโลยีดังกล่าวจะทำให้การบริการเป็นไปอย่างเท่าเทียมกัน

  • Krungsri KMA

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา