You are here
Home > Top Story > ผู้เชี่ยวชาญเตือน “ภัยคุกคามการเงิน” บุกเอเชียแปซิฟิก

ผู้เชี่ยวชาญเตือน “ภัยคุกคามการเงิน” บุกเอเชียแปซิฟิก

ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยจากหลายชาติมีความเห็นฟ้องต้องกันว่า ภัยคุกคามทางการเงิน ซึ่งเพิ่มจำนวนมากขึ้นทั่วโลก รวมถึงภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของเราด้วย เป็นสิ่งที่ผู้บริหารในสถาบันการเงินต่างๆ ต้องให้ความสำคัญ

 

ภัยคุกคามทางการเงินนั้นมีความหลากหลาย ทั้งภัยฉ้อโกงออนไลน์ โทรจันที่โจมตีเครื่องคอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต สมาร์ทโฟน ไปจนถึงการโจมตีสถาบันการเงิน ตู้เอทีเอ็ม และจุดชำระค่าสินค้าและบริการ เมื่อเราวิเคราะห์สถิติแล้ว พบว่าภาคการเงินของประเทศในเอเชียแปซิฟิกมีการพัฒนาที่รวดเร็ว อาชญากรไซเบอร์ก็ยิ่งเสาะหาหนทางหาผลประโยชน์จากจุดนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่า เมื่อมีการใช้งานเทคโนโลยีใหม่ๆ ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตทั้งรายบุคคลและองค์กรส่วนใหญ่มักจะลืมนึกถึงความปลอดภัย จึงเป็นเรื่องสำคัญที่แคสเปอร์สกี้ แลป จะคอยเตือนภัยไซเบอร์แก่ผู้ใช้เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้นั่นเอง

 

จากรายงานเรื่อง The Consumer Security Risks Survey 2016 ของแคสเปอร์สกี้ แลป และบีทูบี อินเตอร์เนชั่นแนล แสดงให้เห็นว่า ผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจำนวน 67% กังวลเรื่องการฉ้อโกงผ่านธนาคารออนไลน์ 63% ระบุว่ากังวลเรื่องช่องโหว่ขณะทำธุรกรรมการเงินออนไลน์ 62% ระบุว่า จะใช้ธุรกรรมจ่ายเงินออนไลน์บ่อยขึ้นหากมีระบบการป้องกันที่น่าเชื่อถือ นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังกังวลเรื่องความปลอดภัยทางการเงิน โดยผู้บริโภคทั่วโลกจำนวน 5% เคยสูญเงินจากการหลอกล่อฉ้อโกงออนไลน์ ซึ่งมีมูลค่าเฉลี่ยสูงถึง 476 เหรียญสหรัฐเลยทีเดียว

 

สแปม ฟิชชิ่ง และโทรจันแบ้งกิ้ง เป็นภัยคุกคามทางการเงินที่ระบาดมากที่สุด ดังนั้น ผู้ใช้จึงควรมีความระมัดระวังในการสังเกตเว็บปลอม หรืออีเมลลวงถามข้อมูลทางการเงิน และต้องมีระบบความปลอดภัยสำหรับโมบายดีไวซ์ด้วยหากทำธุรกรรมออนไลน์ สำหรับองค์กรควรตรวจสอบระบบพื้นฐานไอทีอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีการทำธุรกรรมออนไลน์

 

โทรจันแบ้งกิ้งยังครองอันดับหนึ่งภัยคุกคามออนไลน์ที่น่ากลัวที่สุด และมักแพร่กระจายผ่านเว็บไซต์หลอกลวงหรือเว็บไซต์ที่ถูกแก้ไขดัดแปลง และผ่านอีเมลสแปม เมื่อผู้ใช้ติดเชื้อแล้วก็จะถูกขโมยข้อมูลส่วนตัว อย่างเช่นรายละเอียดบัญชีธนาคาร รหัสผ่าน รายละเอียดการจ่ายผ่านบัตรต่างๆ จากข้อมูลของ Kaspersky Security Network ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2016 เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่แล้ว พบว่า จำนวนโทรจันแบ้งกิ้งเพิ่มสูงมากขึ้นในประเทศต่อไปนี้ ฟิลิปปินส์ เพิ่มขึ้น 24% อินเดีย เพิ่มขึ้น 31% จีน เพิ่มขึ้น 43% และเวียดนาม เพิ่มขึ้น 104% เวียดนามและอินเดียกลายเป็นประเทศที่มีเหยื่อจำนวนมากที่สุด สำหรับประเทศอื่นนั้น พบว่ามียอดจำนวนเหยื่อลดลง ซึ่งเกิดจากการสร้างความตระหนักรู้แก่ผู้ใช้ แนวคิดริเริ่มการบริหารของรัฐบาล รวมถึงลักษณะการโจมตีเชิงภูมิศาสตร์จากอาชญากรที่สร้างโทรจันแบ้งกิ้ง

 

คำแนะนำสำหรับบุคคลทั่วไป

  • ตรวจสอบมัลแวร์ในเครื่องคอมพิวเตอร์อย่างสม่ำเสมอ แต่จะให้ดีควรติดตั้งโซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยบนดีไวซ์ทุกประเภทที่ใช้ทำธุรกรรมออนไลน์ หรือบัญชีส่วนบุคคล
  • ใช้แต่ซอฟต์แวร์ถูกกฎหมายและอัพเดทอยู่เสมอ
  • ตั้งรหัสผ่านที่ยากและเปลี่ยนใหม่อยู่เสมอ
  • หลีกเลี่ยงการคลิกลิ้งก์จากบุคคลหรือองค์กรที่น่าสงสัย
  • ระมัดระวังตลอดเวลาเมื่อเข้าเว็บไซต์

 

คำแนะนำสำหรับธุรกิจ

  • รายงานการโจมตีที่น่าสงสัยต่อธนาคารหรือแจ้งตำรวจ
  • ใช้โซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยที่มีคุณภาพ
  • อัพเดทซอฟต์แวร์อยู่เสมอ โดยเฉพาะซอฟต์แวร์ด้านแบ้งกิ้งหรือความปลอดภัยไอที
  • ให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยไอทีแก่พนักงาน
  • ปฏิบัติตามนโยบายความปลอดภัยไอทีอย่างเคร่งครัด

 

ธนาคารทั้งหลายต่างได้รับคำแนะนำให้ติดตั้งโซลูชั่นเพื่อความปลอดภัยโดยเฉพาะ เช่นโซลูชั่นทางด้าน Fraud Prevention ที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากกลโกงออนไลน์และธุรกรรมการเงินโมบายของผู้ใช้ นอกจากนี้ หนึ่งในมาตรการความปลอดภัยคือการให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของผู้เชี่ยวชาญไอที ซึ่งบางครั้งอาจต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญนอกองค์กรเมื่อจำเป็น

  • Krungsri KMA

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา