You are here
Home > Top Story > “การสแกนม่านตา” อาจมาแทนที่ “ลายนิ้วมือ” ในอนาคต

“การสแกนม่านตา” อาจมาแทนที่ “ลายนิ้วมือ” ในอนาคต

การยืนยันตัวบุคคลด้วยลายนิ้วมือจะกลายเป็นวิธียืนยันตัวบุคคลที่มีการใช้งานแพร่หลายสูงสุด 95 เปอร์เซ็นต์ของการยืนยันตัวบุคคลบนสมาร์ทโฟนยี่ห้อต่าง ๆ ภายในปี 2022

shutterstock_10690522-2

ผู้ที่ออกมาเปิดเผยก็คือบริษัท ABI Research ที่พบว่า เทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์นั้นจะกลายเป็นฟังก์ชั่นที่มีบทบาทสำคัญในตลาดสมาร์ทโฟนยุคต่อไป นอกจากนั้น การยืนยันตัวบุคคลด้วยวิธีใหม่ๆ เช่น การสแกนม่านตา ก็อาจถูกนำมาใช้งานมากขึ้นเพื่อตอบรับการทำธุรกรรมต่าง ๆ ของภาคเอกชน และหน่วยงานภาครัฐด้วย

 

ดิมิทริออส พาวลากิส นักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจาก ABI Research กล่าวว่า “การจดจำม่านตาจะเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับการยืนยันตัวบุคคลและการทำธุรกรรมผ่านอุปกรณ์โมบายล์ที่สำคัญตัวหนึ่งในอนาคต”

 

ทั้งนี้ ในแง่ของตลาดพบว่า เทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์ได้ขยายเข้าสู่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สำหรับผู้บริโภค ในขณะที่การผลิตสินค้า OEM ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็มีการนำเทคโนโลยีนี้มาใช้อย่างแพร่หลาย ซึ่งจะนำไปสู่การเติบโตของแอปพลิเคชันด้านการจ่ายเงิน และ Mobile Banking อย่างมาก

 

พร้อมกันนี้ ทาง ABI Research พบว่า ผู้ผลิตสินค้าและบริการ OEM มีการปรับตัวรับการมาถึงของเทคโนโลยี IoT, บ้านอัจฉริยะ และยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติว่าจะเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่เทคโนโลยีไบโอเมทริกซ์เติบโตอย่างสูงด้วย

 

พาวลากิสเผยว่า การเติบโตด้านเทคโนโลยี Recognition เหล่านี้อาจทำให้ผู้พัฒนาวอฟต์แวร์ด้านการบริหารจัดการในที่ทำงานมีอัตราการเติบโตถึง 18% ต่อปี ซึ่งผู้นำในตลาดนี้ได้แก่ฟูจิตสึ และฮิตาชินั่นเอง

 

ส่วนในมุมของสตาร์ทอัป พาวลากิสให้ชื่อบริษัทที่มีโอกาสเติบโตว่าอาจเป็น HYPR ผู้พัฒนาไบโอเมทริกส์สำหรับ Blockchain และ Nymi ผู้พัฒนาอุปกรณ์ Wearable สำหรับวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

ที่มา https://www.enterpriseinnovation.net

  • Krungsri KMA

Leave a Reply

Top
ปิดโหมดสีเทา