You are here
Home > Top Story > พรบ. ฟินเทค ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของตลาดเงินไทย

พรบ. ฟินเทค ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญของตลาดเงินไทย

  • Krungsri KMA

ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการเงินหรือ FinTech (Financial Technology) มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว และมีศักยภาพที่จะยกระดับความสามารถในการพัฒนาระบบการเงิน/เศรษฐกิจ และความสามารถในการแข่งขันของประเทศได้อย่างก้าวกระโดด นอกจากนี้ เทคโนโลยีทางการเงินสามารถพลิกโฉมกระบวนการทำธุรกรรมต่างๆ ไปได้โดยสิ้นเชิง และอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะช่วยผลักดันประเทศไทยให้เข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบได้

fintechact

ประเทศไทยจึงควรเปิดรับและฉกฉวยโอกาสในการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีทางการเงิน อย่างเต็มที่ ซึ่งรวมถึงการดำเนินการให้กฎหมายและกฎเกณฑ์ต่างๆ มีความยืดหยุ่นเพียงพอที่จะรองรับนวัตกรรมและโมเดลธุรกิจใหม่ๆ เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถเปลี่ยนแปลง ปรับตัว และก้าวข้ามข้อจำกัดต่างๆ ทั้งในระดับธุรกิจและระดับประเทศไปได้ร่วมกัน รวมทั้งเพื่อให้นวัตกรรมทางการเงินที่เป็นประโยชน์สามารถเกิดขึ้นได้จริงในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำ โดยประชาชนสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง มีระสิทธิภาพ มีเสถียรภาพและปลอดภัย

แต่หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการนำเทคโนโลยีทางการเงินมาใช้และพัฒนาต่อยอด ในประเทศไทยได้อย่างเต็มประสิทธิภาพคือ “กฎหมาย” ที่ไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจและการทำธุรกรรมด้วยวิธีการทางดิจิทัลและยังเพิ่มต้นทุนทางเศรษฐกิจโดยไม่จำเป็น

นอกจากนี้ บทบัญญัติกฎหมายบางประการได้กำหนดหน้าที่ให้ผู้ให้บริการทางการเงินต้องดำเนินการ ตรวจสอบข้อมูล พิสูจน์ตัวตนของผู้ทำธุรกรรมกับผู้ให้บริการทางการเงิน เพื่อประโยชน์ต่อการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน อาชญากรรมร้ายแรงหรือการรักษาความมั่นคงของประเทศอันเป็นการดำเนินการเพื่อประโยชน์สาธารณะแต่การได้มาซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นไปได้ยากและสร้างต้นทุนในการดำเนินธุรกิจของผู้ต้องปฏิบัติตาม นอกจากนี้ ยังมีอุปสรรคในการเข้าถึงข้อมูล ที่สามารถนำมาวิเคราะห์ วิจัย และพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ เพื่อให้เข้าถึงและตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง รวมทั้งเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศ โดยข้อมูลเหล่านี้บางส่วนอยู่ในความครอบครองของเอกชนหรือหน่วยงานของรัฐ ซึ่งในบางกรณีมีข้อจำกัดในการเข้าถึงหรือการให้ข้อมูล ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาธุรกิจด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน

007

เพื่อแก้ไขอุปสรรคดังกล่าวและอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจ ตลอดจนการทำธุรกรรมด้วยวิธีการทางดิจิทัล เพื่อประโยชน์ในการนำข้อมูลมาวิเคราะห์ วิจัย พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อเป็นการส่งเสริมการประกอบธุรกิจด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินได้อย่างทั่วถึง และเพื่อลดต้นทุนในการทำธุรกรรมทางการเงินโดยรวมของประเทศ จึงจำเป็นต้องตรา “พระราชบัญญัติส่งเสริมการประกอบธุรกิจด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน” หรือ ร่าง พรบ. ฟินเทค นี้ขึ้นมา

 

วัตถุประสงค์หลักๆ ของการออก พรบ. ฟินเทค คือ

การแก้ไขจุดอ่อนในเรื่องต่างๆ ที่มีอยู่ในกฎหมายเดิมทำให้ปลดล็อกอย่างไรได้บ้างก

การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจมากยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันกฎระเบียบที่ทำให้การดำเนินธุรกิจยุคใหม่ติดขัดอยู่มากมาย ถ้าไม่รีบดำเนินการประเทศไทยก็จะกลายเป็นประเทศที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในที่สุด

การนำข้อมูลที่มีอยู่จำนวนมหาศาลของหน่วยงานราชการต่างๆ มาใช้ประโยชน์ได้ง่ายขึ้น เพื่อทำให้ประชาชนเข้าถึงโอกาสและบริการต่างๆ ได้ง่ายขึ้น เป็นการสร้างความเท่าเทียม เช่นการสร้างโอกาสในการเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น โดยการใช้ข้อมูลบิ๊กดาต้าจากหน่วยงานต่างๆ มาช่วยวิเคราะห์ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ยังมีประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน และวางแผนเศรษฐกิจอีกด้วย

 

ร่างกฎหมายฟินเทค เกิดขึ้นจากแนวคิดเพื่อส่งเสริมการประกอบธุรกิจสร้างการเข้าถึงการบริการของประชาชนด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน โดยภาครัฐได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาปลดล็อกอุปสรรคการประกอบธุรกิจธุรกรรมทางการเงินของประชาชน เปิดทางธุรกิจเอกชนเข้าถึงข้อมูลในครอบครองของภาครัฐมาใช้ประโยชน์วิเคราะห์วิจัยพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ทางการเงินในอนาคต รองรับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี สร้างบทบาทการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศสอดคล้องยุคเศษรฐกิจดิจิทัล

Tipsuda Thavaramara4
นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ ก.ล.ต.

นางทิพยสุดา ถาวรามร รองเลขาธิการ ก.ล.ต. เคยให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ข่าวสดว่า “ปัจจุบันการทำธุรกรรมด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์และการนำฟินเทคมาพัฒนาต่อยอดในไทยยังมีอุปสรรคสำคัญ คือ กฎหมายที่ยังไม่สอดคล้องกับเทคโนโลยีและยังไม่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงข้อมูลจำเป็นเท่าที่ควร ร่าง พ.ร.บ. ฟินเทค จะช่วยลดข้อจำกัดเหล่านี้ ทำให้ผู้ประกอบการทั้งรายปัจจุบันและฟินเทคสตาร์ทอัพสามารถนำนวัตกรรมมาให้บริการได้อย่างเป็นรูปธรรม และส่งเสริมให้ประเทศไทยเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ”

 

นอกจากนี้ ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ ประธานพิจารณาศึกษาและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขกฎหมายเพื่อพัฒนาและกำกับดูแลธุรกิจเทคโนโลยีการเงินและการทำธุรกรรมด้วยเทคโนโลยีการเงิน ให้สัมภาษณ์ในรายการ มองรัฐสภา ไว้อย่างน่าสนใจในหลายประเด็นกล่าวคือ การเปลี่ยนแปลงในโลกการเงินช่วงเวลาที่ผ่านมา เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกี่ยวข้องกับการนำเทคโนโลยีทุกรูปแบบ มาใช้ในการให้บริการประชาชน แต่การบริการที่มีความสำคัญและมีปริมาณมากในโลกนี้ส่วนใหญ่ไม่พ้นการบริการและธุรกรรมทางการเงิน อย่างไรก็ตามการทำธุรกรรมทางการเงินต่างๆ เหล่านี้ ก็ต้องการความรวดเร็ว ละเอียดรอบคอบ ถูกต้องแม่นยำ และปลอดภัยควบคู่กันไป

006
ดร.วรพล โสคติยานุรักษ์ ประธานพิจารณาศึกษาและเสนอแนะแนวทางการแก้ไขกฎหมายเพื่อพัฒนาและกำกับดูแลธุรกิจเทคโนโลยีการเงินและการทำธุรกรรมด้วยเทคโนโลยีการเงิน

 

ที่มาของร่าง พรบ. ฟินเทค

กฎหมายการเงินในปัจจุบันของประเทศไทยมีอยู่หลายฉบับไม่ว่าจะเป็น กฎหมายสถาบันทางการเงิน ซึ่งแบงก์ชาติดูแลอยู่กฎหมายหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายธุรกิจประกันชีวิต ประกันภัย แต่ทั้งหมดเป็นกฎหมายยกร่างมาและใช้มานานแล้วกฎหมายหลายฉบับก็ยังไม่ได้รองรับเทคโนโลยีหรือการทำธุรกิจในยุคใหม่ จึงจำเป็นจะต้องมีการปรับปรุงเพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีใหม่ๆ

 

ปัจจุบันรัฐบาลมีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนากฎหมายฟินเทคมีการระดมความคิดของผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์ กระทรวงการคลัง รวมไปถึงสมาคมธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเข้ามาศึกษาว่ามีจุดไหนควรปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอย่างไรบ้าง หลายเรื่องเป็นเรื่องที่แก้ระดับหน่วยงานได้ หลายเรื่องเป็นเรื่องปรับปรุงระบบแค่ระเบียบต่างๆ ก็ได้ หลายเรื่องเป็นเรื่องแค่ความร่วมมือ แต่พ้นจากระดับนั้นมาได้ มีหลายเรื่องที่อาจจะต้องมีกฎหมายมาผลักดันให้เคลื่อนที่ได้เร็วขึ้น เพื่อปลดล็อกหรือทำให้ช่องกฎหมายเดิมใช้ได้ต่อไป

 

นี่คือที่มาของพัฒนาการไปสู่การมี พระราชบัญญัติการส่งเสริมการประกอบธุรกิจและการเข้าถึงบริการของประชาชนด้วยเทคโนโลยีทางการเงิน ซึ่งมีการรวบรวมรับฟังความเห็นทุกคนที่เกี่ยวข้องรวมทั้งประชาชน เปิดเว็บไซต์รองรับให้ทุกคนเสนอแนะความคิดเห็น รวมไปถึงทำจดหมายถึงหน่วยงานสำคัญของภาครัฐเพื่อให้ช่วยตอบคำถามในประเด็นต่างๆ แล้วนำมาประมวล รวบรวมเพื่อปรับปรุง

011

องค์ประกอบหลักของร่าง พรบ. ฟินเทค

พรบ. ฟินเทค มีองค์ประกอบหลักที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมทางการเงินอยู่ 4 เรื่องสำคัญ ได้แก่

1 การเพิ่มความมั่นใจในการทำธุรกรรมต่างๆ ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ให้มีผลเทียบเท่ากับการทำธุรกรรมในแบบปกติโดยไม่ต้องกังวลว่ากฎหมายจะไม่รองรับ อาทิ การทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจภายใต้การกำกับของ ก.ล.ต. การจองซื้อ ออกและส่งมอบหลักทรัพย์ และการประชุมผู้ถือหุ้น เป็นต้น

2 การอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบธุรกิจ สำหรับผู้ประกอบการที่มีหน้าที่ในการรู้จักตัวตนและตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าหรือผู้มาติดต่อสามารถเข้าถึงข้อมูลจำเป็นในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องจะต้องอำนวยความสะดวกเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลพิสูจน์ตัวตนนั้นๆ และจะพัฒนาต่อยอดไปสู่การเชื่อมโยงข้อมูลของแต่ละหน่วยงานถึงกันทั้งหมด

3 การรองรับการแสดงตนแบบไม่แสดงตัว (nonface-to-face) ด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ เพราะเทคโนโลยีต่างๆ ในปัจจุบัน พิสูจน์แล้วว่ามีวิธีการที่ทำให้การแสดงตนแบบไม่แสดงตัวทำได้สะดวกและมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับว่าในการทำธุรกรรมอะไรก็ตามในอนาคตข้างหน้าที่มาปรากฏตัวไม่ได้ สามารถทำได้โดยวิธีเทคโนโลยีอะไรได้บ้าง

4 การอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบธุรกิจเข้าถึงข้อมูลบิ๊กดาต้าที่มีการปกปิดตัวตนแล้ว (anonymized data) ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ เพื่อนำมาพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงิน รวมถึงรองรับการเปิดเผย anonymized data โดยสมัครใจของภาครัฐและภาคเอกชนด้วย เพราะข้อมูลบิ๊กดาต้านั้นมีอยู่จำนวนมหาศาลในความครอบครองของรัฐ ทุกหน่วยงานต่างมีข้อมูล แต่ข้อมูลจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อถูกนำมาใช้

Leave a Reply

Top