You are here
Home > News > ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่ ปรับปรุงคำนิยามเพื่อรองรับฟินเทค-แก้ทุนจดทะเบียน รองรับสตาร์ทอัพ

ครม.เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ ฉบับใหม่ ปรับปรุงคำนิยามเพื่อรองรับฟินเทค-แก้ทุนจดทะเบียน รองรับสตาร์ทอัพ

  • Krungsri KMA

นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักฉบับใหม่ โดยมีสาระสำคัญในการปรับปรุงนิยามการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์, การกำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วของบริษัทหลักทรัพย์, การกำหนดหลักเกณฑ์การประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ประเภทที่รัฐมนตรีกำหนดเพิ่มเติม, การเพิ่มอำนาจของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.), ปรับปรุงช่องทางและวิธีการใช้สิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุน, ปรับปรุงอำนาจหน้าที่ของ ก.ล.ต. รวมทั้งการกำหนดให้จัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน

nattaporn
แฟ้มภาพ : สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์

 

ทั้งนี้ เพื่อใช้เป็นกลไกในการพัฒนาตลาดทุน และส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ

นายณัฐพร กล่าวว่า ในร่าง พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์นี้ มีการปรับปรุงแก้ไขจากเดิมใน 7 เรื่องหลักที่สำคัญ ดังนี้

1.การปรับปรุงนิยามของการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ รวมถึงการกำหนดทุนจดทะเบียนชำระแล้วขั้นต่ำ เช่น กรณีการกำหนดบทนิยามนี้ เพื่อให้กฎหมายมีความยืดหยุ่นและครอบคลุมมากขึ้น เช่น เทคโนโลยีทางการเงินใหม่ Fintech หรือบางบริษัทอาจเข้ามาร่วมใน Regulatory Sandbox ได้ ขณะที่การจดทุนจดทะเบียนขั้นต่ำได้มอบอำนาจให้ ก.ล.ต. ซึ่งเดิมเคยกำหนดไว้ในอัตราที่ค่อนข้างสูง แต่ปัจจุบันมีธุรกิจ Startup เข้ามา จึงต้องการอำนวยความสะดวกให้กับบริษัทใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม

2.การให้ ก.ล.ต.มีอำนาจสั่งให้มีการจัดประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียนได้ เนื่องจากที่ผ่านมาบางบริษัทมีกรณีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทะเลาะกัน และไม่ยอมจัดประชุมผู้ถือหุ้น จึงทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของบริษัทได้

3.การกำหนดให้บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม มีหน้าที่จัดการกองทุนรวมด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหน่วยลงทุน

4.การปรับปรุงการกำกับดูแลตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล

5.การเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดทุน เช่น ให้อำนาจ ก.ล.ต.เปิดให้บุคคลอื่นที่ไม่ใช่บริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นสมาชิกของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนทุกประเภทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ เพื่อเชื่อมโยงกับตลาดหลักทรัพย์ของต่างประเทศได้ รวมทั้งกำหนดให้ ก.ล.ต.สามารถอนุญาตให้บริษัทหลักทรัพย์ซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนนอกตลาดหลักทรัพย์ได้ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการแข่งขัน ปรับปรุงคุณภาพตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และสามารถประกาศให้บุคคลอื่นที่มิใช่บริษัทที่ออกหลักทรัพย์ นำหลักทรัพย์ที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศที่เป็นที่ยอมรับของ ก.ล.ต.มาจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ไทยได้

6.การจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการพัฒนาตลาดทุน หรือ กองทุน CMDF โดยให้แยกกองทุนนี้ออกมาเป็นนิติบุคคล มีความเป็นอิสระจากตลาดหลักทรัพย์ เพื่อมีบทบาทในการพัฒนาตลาดทุนโดยเฉพาะ

7.การเพิ่มประสิทธิภาพความชัดเจนและความโปร่งใสในการดำเนินงานของ ก.ล.ต.เอง โดยกำหนดให้ ก.ล.ต.ต้องเสนอแผนพัฒนาตลาดทุนให้แก่กระทรวงการคลังทุกปี ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะต้องเสนอแผนพัฒนาตลาดเงินให้กระทรวงการคลังรับทราบทุกปี

Leave a Reply

Top