You are here
Home > Top Story > เก็บตกจากเวทีสัมมนา “CRYPTONIST นวัตกรรมปฏิวัติโลกการเทรดดิจิตอล”

เก็บตกจากเวทีสัมมนา “CRYPTONIST นวัตกรรมปฏิวัติโลกการเทรดดิจิตอล”

  • Krungsri KMA

CRYPTONIST เปิดเวทีสัมมนา “นวัตกรรมปฏิวัติโลกการเทรดดิจิตอล” จากเหล่าผู้เชี่ยวชาญในวงการการตลาดเงิน ตลาดทุน และวงการเทรดดิจิตอล นำโดย “พิพัฒน์ รุ่งเรือง” ผู้บริหารไฟแรง สกายเน็ต ซิสเต็มส์ ซึ่งเป็นเจ้าแรกในไทยที่พัฒนา Social Trading & Ranking System for The Stock Exchange of Thailand & Cryptocurrency Exchange ร่วมเปิดวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “ลงทุนด้วยคำพูดคน: นวัตกรรมประมวลผลภาษามนุษย์ เพื่อสร้างคำสั่งซื้อและเครื่องมือช่วยบริหารพอร์ตลงทุน”

Cryptonist

“นิรันดร์ ประวิทย์ธนา” ผู้ก่อตั้งและบอสใหญ่ AVA Advisory พร้อมไขทุกความลับ จัดสรรกระบวนการความคิด ภายใต้หัวข้อ “ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเล่นหุ้น: จากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์กับการเรียนรู้ของสมองกล สู่นวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุนในตลาดหุ้น” จากนั้นพบกับหัวข้อ “สร้างสมดุลให้ตลาดพร้อมกินขาดกำไรนิ่มๆ: 7 กลยุทธ์อาร์บิทราจ กับนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิตอล” โดย “พลเดช อนันชัย” ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตเวชั่น จำกัด

นายพิพัฒน์ รุ่งเรือง ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท สกายเน็ต ซิสเต็มส์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท เอเชียซอฟท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ “AS” เปิดเผยในงาน ?CRYPTONIST นวัตกรรมปฏิวัติโลกการเทรดดิจิตอล ภายใต้ห้วข้อ “ลงทุนด้วยคำพูดคน: นวัตกรรมประมวลผลภาษามนุษย์เพื่อสร้างคำสั่งซื้อและเครื่องมือช่วยบริหารพอร์ตลงทุน” ว่าสกายเน็ต ซิสเต็มส์ เป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่พัฒนา Social Trading & Ranking System for The Stock Exchange of Thailand & Cryptocurrency Exchange ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการเชื่อมต่อระบบเพื่อรองรับการส่งคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิตอลไปยังตลาดหลักทรัพย์ได้ทั่วโลก โดยบริษัทฯ มีสาขาทั้งหมดใน 5 ประเทศทั่วเซาท์อีสเอเชีย เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย เวียดนาม อินโดนิเชีย และฟิลิปปินส์

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาไลฟ์สไตล์ของคนทั่วไปของนักลงทุนไม่ค่อยมีเวลาในการติดตามข้อมูลหน้าจอ และเรื่องของการติดตามผลงานเทรด ซึ่งถ้ามาดูผลงานของ Robot ในตลาดตอนนี้ จะเห็นว่าไม่สามารถวิเคราะห์และทำออกมาเป็นสถิติ ซึ่งทางสกายเน็ต ซิสเต็มส์ สามารถรายงานให้ทราบได้ทุกอย่าง ทั้งการทำกำไรและสถิติ ซึ่งทีมของสกายเน็ต ซิสเต็มส์ นั้นสร้างมาจากสตาร์ทอัพจำนวน 5 ท่าน โดยที่มี AS เป็นบริษัทแม่

บริษัทฯ จึงได้พัฒนาระบบ Social Trading System หรือ Social Trading Platform ที่ผู้ใช้งานสามารถสร้างเงื่อนไขในขั้นตอนการประมวลผลและสร้างอันดับ ที่สามารถเปิดเผยให้กับบุคคลอื่นได้เห็น ซึ่งจะทำให้ทราบว่านักลงทุนหรือบุคคลใด สร้างผลตอบแทนได้มากน้อยเพียงใด และจะสามารถทำให้นักลงทุนรายอื่นๆ ขอคัดลอกการซื้อขาย หรือทำการซื้อขาย (Copy Trade หรือ Follow) ในข้อกำหนดเดียวกับผู้ที่สร้างผลตอบแทนได้มากที่สุด หรือ มีอันดับที่ดีที่สุด โดยปัจจุบันระบบได้พัฒนาสมบูรณ์แล้วกว่า 99%

ในขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาจากสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย (ASCO) และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเพื่อรองรับ AI และ Algorithm ได้ทุกภาษา ไม่ว่าจะเป็น High-Level Programming หรือ Low-Level Programming และมีระบบ Ranking System ที่ใช้เก็บสถิติระดับ Big Data เพื่อแสดงอันดับนักลงทุนทั่วไปหรือระบบ AI ต่างๆ ที่ต้องการเปิดเผยข้อมูลสถิติให้บุคคลทั่วไปได้เห็นผลตอบแทนในการลงทุนและสามารถนำไปเปรียบเทียบกับการลงทุนในกองทุนต่าง ๆ ได้ โดย Skynet เป็นระบบ Social Trading ที่มี Product สามารถทดสอบใช้ได้จริงแล้วกับ Cryptocurrency Exchange (Bx.in.th) และตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Thailand Futures Exchange (TFEX) โดยคาดว่าจะเปิดใช้งานได้เร็วๆ นี้

“เนื่องจากตลาดหลักทรัพย์ของประเทศไทยปัจจุบันยังไม่สามารถรองรับการส่งคำสั่งซื้อขายหุ้นแบบอัตโนมัติได้อย่างเต็มที่และจำกัดการใช้ภาษาได้แค่ Script แบบ Rule-based ซึ่งในต่างประเทศปัจจุบันสามารถใช้ AI ในการส่งคำสั่งได้แล้ว และยังไม่มีระบบ Robot ที่ไหนที่แสดงผลตอบแทนที่แท้จริงให้นักลงทุนทั่วไปได้เห็นในระดับ Public” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ความเชี่ยวชาญที่ผ่านมา คือ การเป็น Social Gaming Platform ที่เป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย โดยมี User ประมาณ 4-5 ล้านไอดี และมีคนเล่นประมาณ 2 แสนคนต่อวัน โดยมีคนเล่นเฉลี่ยประมาณ 50,000 คนต่อวันตลอดเวลา ซึ่งเมื่อก่อนที่ดำเนินการจะเป็นลักษณะ Social Gaming Platform ก็จะมี User ห้องละ 200 คน ประมาณ 200 กว่าห้อง ซึ่งมีระบบ South East Asia System Tournament ก็จะมีการแข่งขันจัดอันดับในเกม โดยส่วนนี้จะนำมาใช้กับระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเป็นการเข้ามาจัดอันดับนักลงทุนยอดเยี่ยมและอันดับของโบรกเกอร์ในแต่ละประเทศ ซึ่งนอกจากตลาดในประเทศไทยแล้ว ยังมีแผนที่จะเข้าไปทำตลาดต่างประเทศด้วยเช่นกัน โดยมองตลาดในเซาท์อีสเอเชียทั้งหมด เนื่องจากบริษัทฯ มีสาขาในประเทศต่างๆ จึงคาดว่าจะช่วยทำให้การทำตลาดเป็นไปในทิศทางที่สามารถเติบโตได้

ด้านนายนิรันดร์ ประวิทย์ธนา ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AVA Advisory (AVA.fund) เปิดเผยในงาน CRYPTONIST นวัตกรรมปฏิวัติโลกการเทรดดิจิตอลภายใต้ห้วข้อ “ปัญญาประดิษฐ์เพื่อการเล่นหุ้น: จากแบบจำลองทางคณิตศาสตร์กับการเรียนรู้ของสมองกล สู่นวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุนในตลาดหุ้น” ว่า AVA Advisory เป็นบริษัทฯ ที่พัฒนา Application ครบวงจรสำหรับนักลงทุนในประเทศไทย เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการติดตามหุ้นหรือหลักทรัพย์เปรียบเสมือนผู้ช่วยส่วนบุคคลเพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักลงทุนโดยไม่ต้องคอยเฝ้าหน้าจอตลอดเวลาภายใต้ชื่อที่รู้จักกันว่า “Market Anywhere”

โดยการซื้อขายหุ้นในปัจจุบันที่ได้มีการพัฒนาไปมาก โดยการผสมผสานระหว่างการใช้ Deep Learning ร่วมกับ Expert System ที่ช่วยพัฒนาศักยภาพในการเทรด โดยแนวคิดหลักของ Deep Learning คือการให้ AI ตัดสินใจหาจังหวะซื้อขายจากการวิเคราะห์ข้อมูลดิบจำนวนมาก เพื่อหาแพทเทิร์นของเหตุการณ์ที่มีนัยยะสำคัญต่อการขึ้นหรือลงของราคาหุ้นข้อดีของการใช้ Deep Learning คือ AI จะสามารถเปลี่ยนแปลงเทคนิคการเข้าซื้อขายได้ตามสถานการณ์และสภาพตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป (Dynamic Strategy) โดยตัดสินใจในรูปแบบที่ซับซ้อนบนตัวแปรจำนวนมาก (Non-linear Decision Making) ในรูปแบบที่สมองมนุษย์มีขีดจำกัดและไม่สามารถตัดสินใจได้ ซึ่งจะช่วยพัฒนาการลงทุนให้สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

นายพลเดช อนันชัย ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตเวชั่น จำกัด (https://Cryptovation.co) เปิดเผยในงาน CRYPTONIST นวัตกรรมปฏิวัติโลกการเทรดดิจิตอล ภายใต้ห้วข้อ “สร้างสมดุลให้ตลาดพร้อมกินขาดกำไรนิ่มๆ: 7 กลยุทธ์อาร์บิทราจ กับนวัตกรรมหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิตอล” ถึงการทำอาร์บิทราจ (Arbitrage) ว่าเป็นกลยุทธ์ในการทำกำไรจากส่วนต่างราคาของสินทรัพย์ชนิดเดียวกัน โดยเป็นการทำกำไรจากตลาดเดียวกันหรือตลาดที่ต่างกัน เกิดขึ้นไม่มีความไม่สมมาตรของข้อมูลหรือการที่เราไม่ได้รับข้อมูลข่าวสารเดียวกัน จึงทำให้รามีโอกาสในการทำอาร์บิทราจขึ้น และหลังจากนั้นจำทำให้ตลาดเกิดความสมดุลนั่นเอง

ทั้งนี้ คริปโตเวชั่นได้ให้บริการกลยุทธ์ในการเทรดทั้งหมด 7 กลยุทธ์ โดยมองการเข้าซื้อในราคาที่ต่ำ และขายออกในราคาสูง ประกอบกับการใช้หุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุน (Robot) เป็นเครื่องมือในการหาจังหวะเพื่อทำการซื้อขาย ซึ่งหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุนนี้ จะไม่มีปัญหาด้านความรู้สึกในการตัดสินใจ หรืออารมณ์ของมนุษย์ประกอบในการลงทุน ช่วงที่เกิดภาวะตลาดผันผวน และยังสามารถวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกได้ดีกว่า ส่งผลเชิงบวกให้เกิดโอกาสในการสร้างกำไร

“จุดเด่นของหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุนด้วยกลยุทธ์อาร์บิทราจ คือความรวดเร็วในการหาช่องว่าง เพื่อหาโอกาสในการสร้างกำไร วิเคราะห์ตลาด สามารถเปรียบเทียบราคาที่ต่างกันของแต่ละตลาดได้พร้อม ๆ กัน ถ้ายิ่งเร็วมาก ก็สามารถลดความเสี่ยงได้มาก และยังสามารถหาโอกาสได้มากขึ้น นอกจากนี้ ความสามารถของหุ่นยนต์ที่ปรึกษาการลงทุนของเรา สามารถส่งคำสั่งซื้อขายจำนวนมากพร้อมๆ กัน เพื่อได้โอกาสในการทำผลตอบแทนสูงสุด” นายพลเดช กล่าว

Leave a Reply

Top