You are here
Home > Top Story > แบงก์ชาติหนุนใช้ FinTech พัฒนานวัตกรรมการเงิน ขับเคลื่อนศก. เร่งสร้างการรับรู้ขยายสู่วงกว้าง

แบงก์ชาติหนุนใช้ FinTech พัฒนานวัตกรรมการเงิน ขับเคลื่อนศก. เร่งสร้างการรับรู้ขยายสู่วงกว้าง

  • Krungsri KMA

วันนี้ ดร.วิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้เป็นประธานเปิดงาน “Bangkok FinTech Fair 2018: SME and Consumer Financial Solutions” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19-20 มีนาคม 2561 ณ อาคารศูนย์การเรียนรู้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินด้วยการนำเทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) มาประยุกต์ใช้ โดยเฉพาะสาหรับกลุ่ม SMEs และผู้บริโภครายย่อย ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของระบบเศรษฐกิจการเงินของประเทศ รวมทั้งเป็นการสื่อสารนโยบายการประยุกต์ใช้ FinTech ในการผู้ว่า ธปท. หนุนใช้ FinTech พัฒนานวัตกรรมการเงิน ขับเคลื่อนศก. เร่งสร้างการรับรู้ขยายสู่วงกว้างพัฒนำนวัตกรรมทางการเงินของประเทศให้มีการรับรู้เป็นวงกว้าง ควบคู่ไปกับการสร้างความตระหนักถึงการป้องกันความเสี่ยงด้านภัยคุกคามไซเบอร์

ดร.วิรไท กล่าวว่า เทคโนโลยีทางการเงิน (FinTech) ในปัจจุบันถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก และมีการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างรวดเร็วเมื่อเทียบกับอดีตที่ผ่านมา และมีผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ เพราะเทคโนโลยีนำมาซึ่งโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่ทั้งประชาชนและภาคธุรกิจเองจำเป็นต้องให้ความสำคัญและปรับตัวให้ทันเพื่อเข้าสู่สังคมดิจิทัล

BOT_6164A2
ทั้งนี้ ธปท.ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการนำเทคโนโลยีทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ มาใช้เพื่อช่วยตอบโจทย์ทั้งในด้านการดำเนินชีวิตของประชาชนและการประกอบกิจการของภาคธุรกิจ เนื่องจากประโยชน์ใน 3 มิติที่สำคัญ คือ
1.ช่วยยกระดับผลิตภาพให้แก่ทั้งประชาชน และภาคเศรษฐกิจของไทย ทำให้ภาคธุรกิจมีต้นทุนการประกอบการที่ถูกลง สร้างรายได้เพิ่มให้แก่ภาคธุรกิจ สามารถเข้าถึงตลาดใหม่ได้สะดวกขึ้น
2.การนำเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ มาใช้จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ มีเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงที่ช่วยลดความสูญเสีย และช่วยป้องกันมิจฉาชีพทางการเงินได้มากขึ้น
3.ช่วยส่งเสริมการเข้าถึงบริการทางการเงินได้ทั่วถึงมากขึ้น เพราะการมีเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงบริการทางการเงินที่หลากหลาย แก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ สร้างโอกาสในรายได้และทรัพย์สิน

“ธปท.มองว่าเรื่องเทคโนโลยีทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้เราจึงจัดงาน Bangkok Fintech Fair 2018 ขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีเป้าหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมการใช้ฟินเทคในบริการทางการเงินของประชาชน และผู้ประกอบการ SMEs ซึ่งเป็นกลุ่มพลังสำคัญที่มีผลต่อศักยภาพของระบบเศรษฐกิจไทย” ดร.วิรไทกล่าว

พร้อมระบุว่า หากเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้วพบว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยนำฟินเทคมาใช้ในหลายมิติ และสร้างความตื่นตัวให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชน โดยจะเห็นได้ชัดจากระบบการชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ เช่น พร้อมเพย์ ที่ปัจจุบันมีผู้นิยมใช้บริการมากกว่า 39 ล้านบัญชี ซึ่งช่วยลดต้นทุนในการชำระเงินโอนเงิน และต่อยอดไปสู่อีคอมเมิร์สในด้านอื่นๆ นอกจากนี้ไทยยังเป็นประเทศแรกในภูมิภาคที่มีการใช้ระบบ QR code ที่เป็นมาตรฐาน ทำให้ง่ายในการเข้าถึงบริการทางการเงิน ขณะที่ Reculatory SandBox นั้นขณะนี้มีเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ ที่หลากหลายเข้ามาทดสอบในระบบ เช่น การชำระเงินข้ามประเทศ การพิสูจน์ตัวตนด้วยการสแกนม่านตาในการทำธุรกรรมทางเงิน เป็นต้น

“ยอมรับว่ายังมีภาคธุรกิจอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีทางการเงินในรูปแบบใหม่ๆ ได้ ดังนั้นทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจถึงความสำคัญของฟินเทคว่ามีความสำคัญ และทำให้ประชาชนและภาคธุรกิจเกิดการรับรู้ ซึ่งปัจจุบันมีคนไทยที่สามารถพัฒนา app ดีๆ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่ภาคธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการจัดทำบัญชี, การบริหารทรัพยากรบุคคล และเชื่อว่าจะมีการพัฒนาผลงานที่สามารถต่อยอดได้อีก” ดร.วิรไท กล่าว

Leave a Reply

Top