You are here
Home > Top Story > Blockchain กับการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์

Blockchain กับการรับมือภัยคุกคามทางไซเบอร์

  • Krungsri KMA

หนึ่งในประเด็นที่ได้มีการพูดถึงอย่างมากคือประเด็นความปลอดภัยในการทำธุรกรรมบน Blockchain ครับ โดยมีหลายฝ่ายถกเกียงกันว่า สรุปแล้วการบันทึกข้อมูลบน Blockchain ปลอดภัยกว่าระบบธรรมดาหรือไม่?

คำตอบคือ แล้วแต่กรณี แต่ในหลายกรณี การใช้ Blockchain จะป้องกันภัยอันตรายไซเบอร์ (Cyber Threats) ได้ดีกว่าการทำธุรกรรมผ่านระบบทั่วไป

shutterstock_1026226699

Blockchain มีหลายชนิด และแต่ละชนิดก็มีความเสี่ยงของมันเอง แต่การที่ Blockchain ทุกอันใช้ Distributed Ledger Technology (DLT) เป็นฐาน หรือระบบการบันทึกข้อมูลกระจายศูนย์นั้นเอง การบันทึกข้อมูลหรือทำธุรกรรมผ่านBlockchain ใดก็ตาม ก็ทำให้การที่ข้อมูลจะถูกเปลี่ยนแปลงหรือลบทิ้ง มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยกว่ามีการบันทึกข้อมูลลงบนแค่คอมพิวเตอร์เครื่องสองเครื่อง

นอกจากนี้ หนึ่งในลักษณะเฉพาะตัวของ Blockchain คือการใช้ Cryptography หรือวิทยาการเข้ารหัสลับเชื่อมต่อก้อนข้อมูลเข้าตัวกัน ซึ่งทำให้การจะปรับเปลี่ยนข้อมูลยกขึ้นไปอีกระดับ

แต่แม้ว่า Blockchain มักจะให้ความปลอดภัยเหนือกว่าการบันทึกข้อมูลทั่วไป ความเสี่ยงก็ยังพอมีอยู่ ก่อนอื่นเลย หากการใช้ Cryptography ที่กล่าวถึงเปรียบเสมือนการใช้ล็อคกับกล่องข้อมูลที่มีอยู่ แม้เราจะพูดได้ว่าการเก็บข้อมูลแบบนี้โดยทั่วไปแล้วปลอดภัยกว่าการเก็บไว้ในกล่องธรรมดาที่ไม่มีล็อค หากจะถามว่าปลอดภัยมากกว่าเท่าใดก็คงต้องดูก่อนว่าล็อคที่ได้นำมาใช้นั้น ดีแค่ไหน? หากล็อคด้อยคุณภาพ นั้นคือ ถ้าวิทยาการเข้ารหัสลับที่ถูกนำมาใช้ล่าหลัง หรือเข้าถึงง่ายBlockchain ที่มีโครงสร้างที่อ่อนแอเช่นนี้ก็อาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพทางไซเบอร์ (Cyber Criminals) ได้

นอกจากนี้ หากเราใช้ล็อคที่ดี แต่มีคนขโมยกุญแจไปได้ ข้อมูลที่เราเก็บไว้ก็ยังอาจถูกขโมยได้เช่นกันครับ ซึ่งกรณีดังกล่าวก็ได้เกิดขึ้นและตกเป็นข่าวบ้างแล้ว เช่น กรณี Coincheck ซึ่งเป็นตลาดซื้อขาย Cryptocurrency ยักษ์ใหญ่อันดับหนึ่งที่ตั้งอยู่ที่ญี่ปุ่น ซึ่งเมื่อปลายเดือนมกราคม 2561 ได้ถูก Hacker ซึ่งขโมย Private Key หรือรหัสสำหรับเข้าระบบของ Coincheck ไปได้ ขโมยเหรียญ NEM ไป 523 ล้านเหรียญ รวมมูลค่าทั้งหมดประมาณ 530 ล้านเหรียญสหรัฐๆ ซึ่งเป็นอุทาหรณ์ว่าต่อให้ล็อคดีเท่าไหร่หากไม่เก็บกุญแจไว้ให้ดีก็อาจทำให้มีปัญหาตามมา ซึ่งวิธีป้องกันปัญหาเหล่านี้ก็มีหลากหลาย เช่น การเก็บข้อมูล (หรือเงิน) ในตัวเก็บข้อมูลที่ไม่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ตโดยตรง (Cold Wallet) หรือการตั้งให้มีระบบนิรภัยสองระดับ (Two-Factor Authentication)

สรุปคือ หากถามว่า Blockchain ปลอดภัยกว่า ระบบธรรมดาหรือไม่ โดยทั่วไปก็น่าจะปลอดภัยกว่า แต่ผู้ใช้ก็ยังคงต้องใช้วิจารณญาณในการเลือกระบบที่น่าเชื่อถือ และควรกระทำการป้องกันข้อมูลของตนเองไว้ให้ดีด้วย

 

ที่มาข้อมูล:

Coincheck to reimburse investors from next week after $530 million hack’ – Reuters (March 8th 2018)

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

Leave a Reply

Top