You are here
Home > News > ผู้บริหาร JD.COM เผยเคล็ดลับบุกตลาดอีคอมเมิร์ซจีน ตั้งเป้าดันยอดขายในไทยเต็มที่

ผู้บริหาร JD.COM เผยเคล็ดลับบุกตลาดอีคอมเมิร์ซจีน ตั้งเป้าดันยอดขายในไทยเต็มที่

  • Krungsri KMA

สำนักงานบริการข้อมูลข่าวสารเศรษฐกิจจีน สังกัดสำนักข่าวซินหัว ร่วมกับหอการค้าไทย-จีน และศูนย์บริการธุรกิจไทย-จีน จัดโครงการสัมมนาเชิงวิชาการภายใต้หัวข้อหลัก “นำธุรกิจไทยสู่ตลาดจีนโดย JD.COM” โดยมีคุณวินเซน หยาง ผู้บริหาร JD Central, คุณหลิว หยวน ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ และคุณฟิโอนา ฉี ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายพัฒนาธุรกิจของบริษัท JD.com เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ฉายา “อเมซอนแห่งจีน” เผยความรู้และเคล็ดลับในการทำธุรกิจกับจีน

jd2

ถ้าพูดถึงแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีนแล้ว นาทีนี้คงไม่มีใครไม่รู้จัก “JD.com” เว็บไซต์ที่กำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ โดย JD.com เป็นเว็บไซต์ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับตลาดอีคอมเมิร์ซที่กำลังได้รับความนิยมไปทั่วโลก การันตีด้วยยอดขายถึง 5.57 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2559 ตลอด 14 ปีแห่งการดำเนินกิจการ การซื้อขายสินค้าใน JD.com เติบโตกว่า 199% มีร้านค้าอยู่บนแพลตฟอร์มกว่า 170,000 ร้าน และมีผู้ใช้บริการกว่า 292.5 ล้านคนในขณะนี้

ในไตรมาสที่ผ่านมา การขายสินค้าแบรนด์ไทยใน JD.com เติบโตมากถึง 63% ต่อปี และในอนาคตอีก 3-5 ปีข้างหน้า JD.com ตั้งเป้าที่จะผลักดันยอดขายสินค้าไทยให้สูงถึง 1 แสนล้านบาท

ความโดดเด่นของ JD.com คือระบบโลจิสติกส์อัจฉริยะที่เน้นความเร็วในการส่งสินค้าเป็นหลัก โดย JD.com มีระบบส่งสินค้าภายในวันเดียว หรือมีสถิติในการส่งสินค้าที่เร็วที่สุดคือ 4.31 นาที และยังได้พัฒนาระบบการส่งสินค้าด้วยโดรนอีกด้วย นอกจากนี้ JD.com ยังใช้หุ่นยนต์และเครื่องจักรอัตโนมัติในการบริหารจัดการคลังสินค้า รวมถึงบริการตอบคำถามลูกค้าเพื่อลดต้นทุนด้านทรัพยากร ขณะเดียวกัน JD.com ยังได้กระจายคลังสินค้าในประเทศพันธมิตร เพื่อให้การกระจายสินค้าในประเทศต่างๆรวดเร็วไม่แพ้กัน

การจับมือกับเครือเซ็นทรัล
ล่าสุด JD.com ยังได้เล็งเห็นถึงโอกาสการเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ซในไทย จึงได้เลือกจับมือเป็นพันธมิตรกับธุรกิจรีเทลขนาดมหึมาอย่างเซ็นทรัล กรุ๊ป โดย JD.com ได้ลงทุนมูลค่าสูงถึง 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อนำเทคโนโลยีสุดล้ำของ JD.com มาสู่ลูกค้าชาวไทย พร้อมเตรียมสร้างศูนย์อบรมอีคอมเมิร์ซ เพื่อให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการไทยโดยตรง โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้การส่งออกสินค้าไทยไปสู่จีนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เป้าหมายสูงสุดของ JD.com คือการเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในไทย

ด้านเซ็นทรัล กรุ๊ปเองก็ต้องการเดินหน้าบุกตลาดออนไลน์อย่างเต็มกำลัง จึงได้เลือกใช้แพลตฟอร์มของ JD.com ที่มีระบบการป้องกันสินค้าปลอมและมีเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำมาเป็นพาร์ทเนอร์ โดยเซ็นทรัล กรุ๊ป ได้นำเทคโนโลยีของ JD.com มาปรับใช้ให้เข้ากับประเทศไทย พร้อมเปิดธุรกิจให้กว้างที่สุดไม่ว่าจะเป็นส่วนของรีเทลหรือมาร์เก็ตเพลส รวมถึงระบบโลจิสติกส์ที่จะช่วยทำให้ประสบการณ์ช็อปปิงของลูกค้าดียิ่งขึ้น และระบบการจ่ายเงินอีวอลเล็ท (eWallet) ที่จะทำให้ลูกค้าสามารถซื้อสินค้าบน JD Central ได้อย่างสะดวกสบาย โดยลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า สินค้าที่ซื้อบนแพลตฟอร์ม JD Central จะได้สินค้าของแท้และมีคุณภาพดีอย่างแน่นอน

สำหรับตัวอย่างผู้ประกอบการไทยที่ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายใน JD.com คือ แบรนด์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป “ยำยำ” โดยผู้บริหารจาก “ยำยำ” ระบุว่า ยำยำเล็งเห็นโอกาสการเติบโตในตลาดอีคอมเมิร์ซของจีน ทางแบรนด์จึงได้เลือกเข้าร่วมกับแพลตฟอร์มของ JD.com ซึ่งทำให้ยอดขายเติบโตอย่างก้าวกระโดด เนื่องจากในเว็บไซต์จะมีการเปิดให้รีวิวสินค้า เมื่อลูกค้าบอกต่อกัน ก็ยิ่งกระตุ้นยอดขายให้ดีขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ ทางแบรนด์ยังมีการจัดโปรโมชั่นบนแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อเป็นการเรียกลูกค้าให้กลับมาซื้อใหม่ และไม่ลืมที่จะควบคุมคุณภาพสินค้าอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

Leave a Reply

Top