You are here
Home > Top Story > เลขา ก.ล.ต. ระบุการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเข้าใจเทคโนโลยีและต้องมีกฎหมายมากำกับดูแล

เลขา ก.ล.ต. ระบุการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเข้าใจเทคโนโลยีและต้องมีกฎหมายมากำกับดูแล

  • Krungsri KMA

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวในงานสัมมนาทางวิชาการ Symposium Thailand 4.0 เรื่อง “Fintech & Cryptocurrency vs. Law Enforcement” ถึงประเด็นการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลว่า “การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นการลงทุนที่เป็นตลาดใหม่ หรือเรียกได้ว่าเป็น Startup เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งผู้ที่เข้ามาในตลาดนี้จะต้องเป็นระดับแฟนพันธุ์แท้จริงๆ ที่นอกจากจะมีความสนใจแล้ว ยังต้องมีความรู้และความเข้าใจในเทคโนโลยีทางการเงินเป็นอย่างมาก เพราะการจะประสบผลสำเร็จในการลงทุนดังกล่าวหรือไม่นั้นเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้ล่วงหน้า เนื่องจากมีตัวอย่างในต่างประเทศที่มีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่มากกว่า 90% ไม่ประสบผลสำเร็จ ส่วนที่ประสบความสำเร็จอาจมีแค่เพียง 5% ดังนั้นผู้ที่จะเข้ามาเล่นต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวจริง ต้องมีเงินที่พร้อมจะโยนทิ้งได้ และถ้าไม่มีความเข้าใจที่จะเข้าไปเล่นในตลาดนี้ ก็ต้องมั่นใจด้วยว่าจะสามารถกระโดดออกทัน ”

002
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

“ตลาดนี้เป็นตลาดของแฟนพันธุ์แท้ ไม่ใช่ตลาดของคนทั่วไปที่ไม่ค่อยมีความรู้จะเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการระดมทุน หรือการซื้อขายในส่วนนี้จะต้องเข้าใจเทคโนโลยี ต้องเข้าใจว่าทำไมคนถึงมาลงทุน ICO เพราะมันได้ผลตอบแทนสูงมาก เป็นร้อยเป็นพัน % เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีไปทำธุรกิจของ startup ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังไม่เคยมีใครทำ และเป็นธุรกิจที่ไม่มีใครรู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า” นายรพีกล่าว

ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีการออกกฎหมายเพื่อมากำกับดูแลการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล แต่อย่างไรก็ดี การมีกฎหมายดังกล่าวออกมาก็ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าธุรกิจนี้จะไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของการลงทุน แต่เป็นเพียงการรับประกันว่าผู้ที่เข้ามาประกอบธุรกิจค้าขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมาย มีตัวตนจริง ไม่ใช่การทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่ หรือทำธุรกิจฟอกเงิน และการมีกฎหมายนี้ก็เพื่อจะได้มีบทลงโทษผู้ที่ทำธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไม่ถูกต้อง หรือมีการหลอกลวงประชาชน

ด้าน พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ รองประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวถึงแนวทางการกำกับดูแลคริปโตเคอเรนซี่ (เงินเสมือนจริง) ว่า ยังมีความจำเป็นที่ต้องออกกฏระเบียบควบคุม แต่เนื่องจากเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้ต้องมีการปรับปรุงกฏหมายให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เสมอ

พร้อมทั้งเชื่อว่า เงินเสมือนจริงจะเกิดขึ้นแน่นอนในอีก 10 ปีข้างหน้า เพราะหากมองไปที่โรดแมพในการพัฒนาประเทศไปสู่ยุค 4.0 ในเรื่องการพัฒนาเทคโนโลยี AI และ Blockchain จะเกิดขึ้นแน่นอน การใช้ธนบัตรจะลดน้อยลง และพนักงานธนาคารอาจต้องปรับตัวมาเป็นผู้ให้คำปรึกษาด้านการบริการเงินมากกว่าทำงานตามหน้าเคาท์เตอร์ และการติดต่อทางธุรกิจหรือการทำธุรกรรมทางการเงินจะดำเนินการผ่านรูปแบบของออนไลน์มากยิ่งขึ้น

Leave a Reply

Top