You are here
Home > Marketing > รองเท้าคนละไซส์ การตลาดก็มีหัวใจ

รองเท้าคนละไซส์ การตลาดก็มีหัวใจ

  • Krungsri KMA

หากเราทำบริษัทผลิตรองเท้า แต่มีลูกค้าขอให้ผลิตรองเท้าข้างละไซส์จะทำอย่างไร ถ้าเป็นคนทั่วไปต้องตอบปฏิเสธอย่างแน่นอน แต่สำหรับธุรกิจที่ทำการตลาดแบบมีหัวใจ เอาใจใส่ และยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลางแล้ว อะไรก็ย่อมเป็นไปได้ ดังเช่นเรื่องราวของ Tokutake-sangyo บริษัทผลิตรองเท้าสำหรับผู้สูงอายุในประเทศญี่ปุ่น

top1_back

คุณเกตุวดี Marumura อดีตนักเรียนทุนรัฐบาลญี่ปุ่น เคยเขียนเรื่องราวของบริษัทผลิตรองเท้าแห่งนี้ไว้ว่า คุณ Sogo Takao ประธานบริษัท Tokutake-sangyo กล่าวไว้อย่างลึกซึ้งกินใจว่า “รองเท้าเพียง 1 คู่ อาจมีความหมายและอาจเป็นรองเท้าคู่สุดท้ายในชีวิตของลูกค้าก็เป็นได้”

Sogo Takao

ในแต่ละปีบริษัท Tokutake-sangyo จะได้รับจดหมายชื่นชมจากลูกค้านับพันฉบับ ซึ่งรองเท้าของบริษัทนี้ดีขนาดนั้นเลยหรือ???

 

คุณ Sogo Takao ไม่ได้ผลิตรองเท้าเพื่อผู้สูงอายุมาแต่แรก หากแต่เขาทำธุรกิจผลิตถุงมือและรองเท้าแตะเป็นหลัก
แต่เนื่องจากเพื่อนของเขาที่ดูแลบ้านพักคนชราขอให้ช่วยทำรองเท้าที่ผู้สูงอายุใส่แล้วเดินง่ายไม่ล้มให้ นั่นเพราะผู้สูงอายุมักเดินสะดุดหกล้ม แม้พื้นจะราบเรียบก็ตาม เพราะประสาทการทรงตัวและสมรรถภาพร่างกายได้เสื่อมถอยไปตามอายุ ดังนั้นรองเท้าเพื่อคนชราจึงต้องออกแบบมาเป็นพิเศษ ซึ่งในช่วงเวลานั้นไม่มีบริษัทผลิตรองเท้าแห่งไหนยอมผลิตให้เลย

main_slide6-4

ด้วยเหตุนี้คุณ Sogo และภรรยาเดินทางไปพูดคุยเพื่อรับฟังความต้องการของผู้สูงอายุกว่า 500 คน เสียงของลูกค้ามีตั้งแต่

 

“อยากได้รองเท้าที่ช่วยประคองส้นเท้าให้มั่นคง”

“รองเท้าคนแก่มีแต่สีทึมๆ อยากให้มีสีสันสดใสบ้าง”

 

Sogo ก็พยายามตอบโจทย์ทุกข้อแต่มีข้อหนึ่งที่สร้างความลำบากใจให้กับ Sogo ผู้สูงอายุหลายคนบอกว่า เท้าตนเองบวมข้างหนึ่งทำให้ต้องใส่รองเท้าขนาดไม่เท่ากัน อยากให้ Sogo ขายรองเท้าคนละไซส์

photo_5

ในวงการผู้ผลิตรองเท้าไม่มีใครคิดจะขายรองเท้าคนละไซส์ เพราะเกรงว่าสต็อกจะเหลือเยอะ เผลอๆ จะพาลขาดทุนเอา แต่ Sogo คิดว่า ลูกค้าสูงวัยของเขาคงรู้สึกผิดแน่ๆ หากต้องซื้อรองเท้ามา 2 คู่ แล้วจำต้องทิ้งอีกข้างไป เขาจึงยืนยันที่จะ “ลอง” ทำ “ลอง” ขาย แถมยังพยายามคุมราคาไม่ให้เกินคู่ละ 7,000 เยน (2 พันบาท)

 

“ถึงผมจะใช้เวลาพัฒนาถึง 2 ปี มีค่าใช้จ่ายต่างๆ จำนวนมาก ถ้าจะเอาให้มีกำไรจริงๆ คงต้องขายคู่ละเป็นหมื่นเยน แต่ผมรู้สึกว่า คงจะไม่มีประโยชน์อะไร หากเราทุ่มเทคิดค้นสินค้าเพื่อคนคนนั้นแต่กลับตั้งราคาสูงจนเขาซื้อไม่ได้”

 

นี่จึงเป็นที่มาของรองเท้ารุ่น Ayumi ซึ่งมีความพิเศษกว่ารองเท้าทั่วไป เนื่องจากน้ำหนักเบา มีสีต่างๆ ให้เลือกทั้งสีชมพู สีแดง
สีเขียวอ่อน ใส่ง่าย เดินแล้วไม่ล้ม ทำให้ผู้สูงอายุต่างบอกกันปากต่อปากสมกับที่คุณ Sogo ทุ่มเทพัฒนา

 

ใส่ความห่วงใยไปกับรองเท้า

นอกจากนี้ คุณ Sogo เห็นว่าผู้สูงอายุไม่ค่อยมีโอกาสได้เจอผู้คนบ่อยนักวันๆ เก็บตัวอยู่กับบ้านเขาจึงให้พนักงานเขียนการ์ดใส่กล่องรองเท้าทุกกล่องบางใบเขียนว่า “ตอนนี้ ซากุระที่นี่บานแล้วนะคะ” บางฉบับ อาจมีข้อความว่า “อากาศเย็นขึ้นเรื่อยๆ อย่าลืมระวังสุขภาพนะคะ” ให้อารมณ์ลูกหลานเขียนจดหมายถึงคุณตาคุณยาย แถมคุณ Sogo ยังเป็นคนตรวจการ์ดเหล่านั้นเองใบไหนเขียนแบบแห้งแล้ง ไม่อบอุ่น เขาก็จะไล่ให้พนักงานคนนั้นไปเขียนใหม่

photo_3

การ์ดใบเล็กๆ เหล่านี้นั่นแหละที่ทำให้ลูกค้าต่างน้ำตาซึมและซาบซึ้ง

 

รองเท้าเปลี่ยนชีวิต

รองเท้า Ayumi สร้างปาฏิหาริย์ใหม่ๆ เสมอ มีผู้สูงอายุท่านหนึ่งเดินไม่ได้ต้องนั่งรถเข็นแต่เธอเห็นเพื่อนๆ ใส่รองเท้าสีสวยๆ
เธอจึงสั่งรองเท้าสีชมพูอ่อนมาบ้าง จากนั้น ทุกวันเธอเฝ้าอธิษฐานขอให้เธอสามารถกลับมาเดินได้อีก และมีกำลังใจในการทำกายภาพ จนทำให้เธอสามารถเดินได้จริงๆ “ฉันดีใจมาก เพราะไม่คิดว่าชีวิตนี้ จะกลับมาเดินได้อีกแล้ว” คุณยายคนนั้นร้องไห้ไป เล่าให้คุณ Sogo ฟังไป

 

สำหรับคุณ Sogo แล้ว รองเท้าสีชมพูคู่นั้น ไม่ได้เป็นแค่รองเท้าธรรมดาๆ แต่เป็นรองเท้าที่ทำให้ความฝันของผู้หญิงคนหนึ่ง

เป็นจริงขึ้นมา รองเท้าที่เขาทำ กลับเปลี่ยนชีวิตคน และทำให้ผู้หญิงคนหนึ่งมีความสุขจนเธอน้ำตาไหล

photo_1

“รองเท้าคู่นี้ อาจเป็นรองเท้าคู่สุดท้ายในชีวิตของลูกค้าก็ได้”

 

นี่อาจเป็นเหตุผลที่ทำให้เขามุ่งมั่นฟังเสียงลูกค้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์ดีๆ อย่างไม่หยุดยั้งเพื่อพวกเขาต่อไป

 

ที่มา : นิตยสาร CAT MAGAZINE ฉบับที่ 48 เดือนกรกฏาคม-กันยายน 2017

Banner CAT MAG-51 300x300 Pixels

Leave a Reply

Top