You are here
Home > Top Story > แบงก์ชาติกำชับทุกธนาคารดูแลผลกระทบลูกค้าทุกรายกรณีโมบายแบงก์กิ้งล่ม

แบงก์ชาติกำชับทุกธนาคารดูแลผลกระทบลูกค้าทุกรายกรณีโมบายแบงก์กิ้งล่ม

  • Krungsri KMA
จากกรณีระบบโมบายแบงก์กิ้งของหลายธนาคารล่มพร้อมๆกัน แถมตู้ ATM บางตู้ก็ยังใช้งานไม่ได้ สร้างความโกลาหลในช่วงสิ้นเดือน และเกิดข่าวลือกันไปต่างๆ นานา ล่าสุดนายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่เช้านี้มีธนาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่มีปริมาณธุรกรรมข้ามธนาคารจำนวนมากเกิดปัญหาระบบขัดข้อง ทำให้เกิดรายการค้างรอจำนวนมาก มีผลกระทบไปสู่ธนาคารหลายแห่งให้เกิดการสะดุดหรือล่าช้าในการทำธุรกรรม โดยเฉพาะบริการโมบายแบงก์กิ้ง
mobilebankingdown
ธปท.ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง และให้ธนาคารเร่งแก้ไข รวมทั้งกันธนาคารดังกล่าวออกจากระบบกลาง เพื่อลดผลกระทบที่มีกับธนาคารอื่นให้สามารถกลับมาทำงานได้ตามปกติ ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนที่ได้ตกลงกันไว้ “ธปท. ได้กำชับธนาคารให้มีการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบทุกราย เช่น กรณีรายการโอนเงินไม่สมบูรณ์ หรือไม่ได้รับเงินทันที” นายรณดล กล่าว

นอกจากนี้ ธปท.สั่งการธนาคารที่มีปัญหาให้มีแผนการยกระดับศักยภาพความสามารถในการให้บริการเพื่อรองรับธุรกรรมที่จะมีปริมาณเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป อย่างไรก็ดี ขณะนี้ระบบส่วนใหญ่ของธนาคารได้ทยอยเปิดให้บริการได้ตามปกติแล้ว

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่า เช้าวันนี้พบว่าการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารพาณิชย์รายใหญ่แห่งหนึ่งมีปัญหา เนื่องจากเป็นช่วงสิ้นเดือนจึงมีปริมาณธุรกรรมมาก รวมทั้งในระบบก็มีการทำปริมาณธุรรมกรรมข้ามธนาคารค่อนข้างมาก ดังนั้นเมื่อธนาคารรายใหญ่ดังกล่าวมีปัญหา จึงทำให้ระบบโดยรวมต้องสะดุดไปด้วย

ทั้งนี้ ตามกลไกดูแลของ ธปท.ที่ตกลงร่วมกับธนาคารพาณิชย์ เมื่อเกิดปัญหาก็ต้องกันธนาคารที่มีปัญหาออกจากระบบไปก่อน เพื่อไม่ให้ปริมาณธุรกรรมค้างท่อ ไม่ให้เกิดคอขวดจนไปกระทบกับการทำธุรกรรมของธนาคารอื่น และสามารถกลับมาทำธุรกรรมได้ตามปกติ

นายวิรไท กล่าว่า หลังจากนี้ ธปท.จะติดตามอย่างใกล้ชิดให้ระบบการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์กลับมาดำเนินการได้เป็นปกติ และได้กำชับธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งดูแลไม่ให้ลูกค้าได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ สถาบันการเงินที่มีปัญหาก็ต้องเร่งยกเครื่อง ยกระดับมาตรการแก้ไขปัญหา เพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้รองรับการทำธุรกรรมที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ดี พบว่าตั้งแต่มีการลดค่าธรรมการโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมเพิ่มขึ้นมาก บางสถาบันการเงินไม่ได้มีการวางแผนไว้ดีพอ จึงทำให้เกิดปัญหาการโอนเงินในช่วงปลายเดือนที่มีปริมาณธุรกรรมมาก ซึ่งขณะนี้ทุกธนาคารกำลังเร่งยกระดับเพิ่มกลไกการให้บริการทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ดีขึ้น

ผู้ว่าฯ ธปท. กล่าวว่า ระบบการโอนเงินต้องผ่านระบบกลางที่ดูแลโดยบริษัท ITMX แต่กรณีที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่เป็นปัญหาจากระบบกลาง แต่เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นกับธนาคารเฉพาะแห่ง จึงทำให้เกิดปัญหาทั้งระบบล่าช้าโอนเงินไม่ได้

“ประตูบ้านของธนาคารที่มีปัญหามันแคบ เมื่อมีรายการมารออยู่ที่ประตูเพื่อจะเข้าแบงก์นั้น ก็เข้าไม่ได้ รวมถึงรายการที่จะออกจากประตูนั้นเพื่อไปธนาคารอื่น ก็ออกไม่ได้ ทำให้เกิดปัญหาคอขวด รถติดต่อเนื่องทั้งถนน ซึ่งธนาคารที่มีปัญหาจะต้องเร่งแก้ไขให้เป็นแผนต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธปท. ไม่ได้กำหนดเส้นตายว่าธนาคารที่มีปัญหาต้องแก้ปัญหาให้เสร็จเมื่อไร” นายวิรไท กล่าว

พร้อมระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีตัวเลขปริมาณธุรกรรมที่มีปัญหาโอนเงินไม่ได้ ซึ่งทีมงานของ ธปท.กำลังอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ส่วนสิ้นเดือนหน้าจะเกิดปัญหาขึ้นอีกหรือไม่นั้น เป็นเรื่องที่ไม่มีใครยากให้เกิด โดยเฉพาะธนาคารที่มีปัญหา เนื่องจากได้สร้างความเสียหายให้กับธนาคารอื่นๆ จำนวนมาก ซึ่ง ธปท.เชื่อว่าปัญหาน่าจะได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น

Leave a Reply

Top