You are here
Home > News > AI กับการเสริมศักยภาพนักลงทุนยุคดิจิทัล

AI กับการเสริมศักยภาพนักลงทุนยุคดิจิทัล

  • Krungsri KMA

ปัจจุบัน AI เข้ามามีบทบาทในการดำเนินธุรกิจมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแวดวงการเงินการธนาคาร และการลงทุนก็เป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมที่นำ AI มาประยุกต์ใช้อย่างจริงจัง ล่าสุดกลุ่ม efin ประกาศความมั่นใจเทคโนโลยี AI เข้ามาสนับสนุนด้าน การลงทุนด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธภาพ ลดข้อผิดพลาดในการลงทุน และสร้างขั้นตอนการลงทุนที่ถูกวิธีเพื่อให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว หลังพัฒนาระบบ efin Assistant เฟสแรก ร่วมกับ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ไปได้สวย มองอนาคตปี 2562 แล้วเสร็จเป็นช่องทางเพิ่มการให้บริการของบริษัทหลักทรัพย์ในวงกว้าง “พรเลิศ เตชะรัตโนภาส” บอสใหญ่กลุ่ม efin เชื่อ ตอกย้ำความเป็นผู้นำในการพัฒนาและให้บริการทางด้าน Financial & IT Solution ซึ่งเป็นที่ยอมรับของนักลงทุนด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ภายในปี 2563 

efin_2

นายพรเลิศ เตชะรัตโนภาส ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ออนไลน์แอ็สเซ็ท จำกัด หรือ efin กล่าวถึงความสำเร็จของการจัดงาน “Next Series” ตอน New DNA (Do Investment with AI)” ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 5  เมื่อวันศุกร์ที่ 31 สิงหาคม 2561 ณ C-ASEAN ห้องออดิทอเรียม ชั้น 10 อาคารไซเบอร์เวิลด์ทาวเวอร์ โดยผู้เข้าฟังเป็นกลุ่มนักลงทุนและผู้บริหารบริษัทหลักทรัพย์ ที่ต้องการเท่าทันเทคโนโลยี และเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยี AI (เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์) จะมีส่วนช่วยในเรื่องของการลงทุนได้

ปัจจุบัน efin เชื่อว่า เทคโนโลนี AI จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในเรื่องของการลงทุนบนแพลตฟอร์มดิจิทัล ด้วยการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการหาข้อผิดพลาดในการลงทุน และสร้างขั้นตอนการลงทุนที่ถูกวิธีเพื่อให้อยู่รอดได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์นั้น สามารถทำการเก็บข้อมูลได้มากกว่าและวิเคราะห์ได้ดีกว่าตัวบุคคล (ซึ่งมีอารมณ์เข้ามาเกี่ยวข้อง) มีความแม่นยำ และนำเสนอได้ภายในระยะเวลารวดเร็ว ถ้ายิ่งนำ AI เข้ามาใช้ก็จะทำให้ระบบมีความฉลาดยิ่งขึ้น จากการนำเอาข้อมูลการซื้อขายที่เกิดขึ้นจริงของผู้ใช้งาน มาผ่านกระบวนการวิเคราะห์อย่างเป็นระบบด้วย AI ที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อค้นหาจุดที่ต้องแก้ไขในการลงทุน พร้อมทั้งให้คำแนะนำบนพื้นฐานการลงทุนที่ผู้ใช้งานแต่ละคนได้ทำแบบทดสอบประเมินตนเองมาได้อย่างเหมาะสม

“ไฮไลท์ของงาน Next Series ตอน New DNA ในครั้งนี้ ได้นำเสนอโปรเจคการนำเทคโนโลยี AI ที่เราได้พัฒนาขึ้น ในชื่อระบบ efin Assistant เพื่อให้นักลงทุนรู้ข้อบกพร่องในอดีต และแนะนำสิ่งที่ควรทำในอนาคต ช่วยให้เรียนรู้ ปรับปรุง และพัฒนาเพื่อการลงทุนที่ดียิ่งขึ้น ในช่วงแรกได้ร่วมกับ บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด ในการสำรวจพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุน และคาดว่านักลงทุนจะสามารถใช้บริการได้จริงในปี 2562 ซึ่งการพัฒนานี้จะช่วยเพิ่มการให้บริการที่หลากหลายแก่บริษัทหลักทรัพย์เพื่อรองรับผู้ลงทุนที่เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีมีประโยน์และสร้างโอกาสในการลงทุนได้จริง ตรงตามพันธกิจกลุ่ม efin ที่ต้องการ” นายพรเลิศกล่าว

ระบบ efin Assistant เป็นฟีเจอร์หนึ่งของ efin Trade Plus แอพพลิเคชั่นซื้อขายหุ้นออนไลน์ที่ได้รับการยอมรับในตลาดทุน จึงนับเป็นอีกความสำเร็จของกลุ่มบริษัท ซึ่งถือเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่นำเทคโนโลยี AI  เข้ามาประยุกต์ใช้ในการลงทุนให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จากก่อนหน้านี้ ประสบความสำเร็จในการพัฒนาระบบ Auto Trade หรือระบบการซื้อขายหุ้นอัตโนมัติเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยมาแล้ว โดยปัจจุบัน ได้รับความไว้วางใจจากบริษัทหลักทรัพย์ใช้บริการ efin trade plus จำนวน 16 หลักทรัพย์ และใช้ฟีเจอร์ Auto Trade จำนวน 7 หลักทรัพย์ รวมมีผู้ใช้มากกว่า 100,000 ราย ในเดือนมิถุนายน 2561 ที่ผ่านมา และยังมุ่มมั่นในการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อเปิดโลกของการลงทุน ให้มีโอกาสมากขึ้น

นอกจากนี้ efin ยังเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่พัฒนาระบบ efin Assistant ขึ้นมาให้นักลงทุนสามารถใช้งานได้ผ่าน Application Line โดยผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบวิธีการลงทุน รวมถึงประเมินศักยภาพการลงทุนของตนเองใน 4 ด้านสำคัญ คือ เลือกหุ้นถูกตัว, ซื้อถูกเวลา, ขายถูกเวลาด้วยราคาที่เหมาะสม และการแบ่งสัดส่วนของเงินลงทุน โดยข้อมูลจากสถิติ Line ประเทศไทย พบว่ามีผู้ใช้งาน Application Line ในประเทศไทยกว่า 44 ล้านคน ซึ่งมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ทาง efin จึงได้ออกแบบให้ efin Assistant สามารถโต้ตอบไปกับผู้ใช้งานผ่าน Line โดยระบบจะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยในการให้คำปรึกษาในทุกจังหวะของการลงทุน ให้ผู้ใช้งานสามารถทราบและแก้ไขจุดผิดพลาดที่เกิดขึ้น เพื่อให้อยู่รอดได้ในตลาดทุนอย่างยั่งยืน

Leave a Reply

Top