You are here
Home > Top Story > ธอส.เปิดตัว Mobile Application : GHB ALL ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุค 4.0 ดีเดย์ให้บริการ 1 พ.ย.นี้

ธอส.เปิดตัว Mobile Application : GHB ALL ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุค 4.0 ดีเดย์ให้บริการ 1 พ.ย.นี้

  • Krungsri KMA
นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยว่า ในโอกาสที่ ธอส. ครบรอบการดำเนินงาน 65 ปี ได้จัดทำ Mobile Application : GHB ALL แอพพลิเคชันที่รวมทุกบริการของ ธอส. ไว้ในมือลูกค้า ซึ่งแอพพลิเคชันถูกออกแบบมาจากข้อมูลความต้องการของลูกค้านำมาจัดทำเป็นฟังก์ชันการใช้งานที่จำเป็น เพื่ออำนวยความสะดวกลูกค้าได้อย่างครบวงจร อาทิ ชำระเงินกู้ โอนเงิน ดูใบเสร็จค่าบ้าน และจองคิวใช้บริการที่สาขา ซึ่งจะทำให้ ธอส. ขยายช่องทางการให้บริการดิจิทัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ประชาชนในยุค 4.0 และจะพร้อมให้ประชาชนได้ดาวน์โหลดบนสมาร์ทโฟนทั้งระบบ iOS และ Android ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป
ghb
สำหรับในเฟสแรก GHB ALL สามารถอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าได้ 6 บริการ ประกอบด้วย 1. ด้านเงินฝาก (เช็คยอด/ดู statement) 2.โอนเงินภายในและต่างธนาคาร 3.สมัครและโอนเงินผ่าน PromptPay 4.ตรวจสอบสถานะสินเชื่อ 5. ชำระเงินกู้โดยหักบัญชี ธอส. และ 6. สร้าง QR Code เพื่อชำระเงินกู้จากนั้นจะพัฒนาให้สามารถบริการได้อย่างเต็มรูปแบบภายในปี 2561 โดยลูกค้าสามารถดู Statement ทำ Pre Approve ยื่นกู้ ติดต่อสื่อสารกับเจ้าหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง นัดหมายการเข้าประเมินราคา แจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อ นัดวันลงนามเอกสารสำคัญและทำนิติกรรม แจ้งเตือนชำระหนี้ แสดงความประสงค์กู้เพิ่ม และชำระค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ ได้

“ในระยะต่อไปจะเปิดให้ยื่นกู้ผ่านแอพพลิเคชั่นดังกล่าวได้ ซึ่งจะมีตัวแทนธนาคารมาให้คำปรึกษาในการตรวจสอบเอกสาร และประเมินศักยภาพในการกู้ของลูกค้า จากเดิมที่ต้องเดินทางมาเจรจาที่สาขาธนาคาร 3-4 ครั้ง ก็จะเหลือเพียงครั้งเดียว คือวันที่เข้ามาเซ็นอนุมัติเงินกู้เท่านั้น รวมทั้งมีการเปิดให้จองคิวในการนัดเข้ามาทำนิติกรรม การนัดหมายเข้าประเมินราคา แจ้งผลการพิจารณาสินเชื่อ แจ้งเตือนชำระหนี้ นัดวันลงนามทำนิติกรรม แจ้งขอกู้เพิ่ม และชำระค่าสาธารณูปโภคด้วย เพื่อช่วยลดเวลาให้กับลูกค้า สะดวกรวดเร็วมากขึ้น”

ปัจจุบันมีปริมาณการทำธุรกรรม 3 วันสุดท้าย โดยลูกค้ามาชำระค่างวดที่สาขากว่า 8 แสนรายการ เคาน์เตอร์เซอร์วิส 4 แสนรายการ และธนาคารใหญ่ 5 แห่งอีก 3 แสนรายการ โดย ธอส.ตั้งเป้าหมายระยะแรก ให้ลูกค้ามาชำระค่างวดผ่านแอพพลิเคชั่นที่ 5 แสนรายการ และคาดว่าในระยะต่อไปจะต้องจ่ายผ่านแอพพลิเคชั่นทั้งหมดกว่า 80%

ทั้งนี้ ธอส.ใช้งบในการลงทุนแอพลิเคชั่นกว่า 59 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแผนการลงทุนปรับโครงสร้างด้านไอทีและการบริการไปสู่รูปแบบธนาคารดิจิทัล (Core Banking) โดยเป็นการลงทุนเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน 1.9 พันล้านบาท และพัฒนาภาคบริการอีก 100 ล้านบาท ที่คาดว่าจะเสร็จสิ้นเดือน มี.ค.62

กรรมการผู้จัดการ ธอส. กล่าวว่า ปัจจุบัน ธอส.มีต้นทุนค่าให้ปริการที่หน้าเคาน์เตอร์กว่า 30 บาทต่อ 1 รายการ ขณะที่การทำธุรกรรมผ่านแอพลิเคชั่นมีต้นทุนประมาณ 1 บาทต่อรายการ โดยส่วนต่างของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ลดลงนั้นก็สามารถนำไปลดดอกเบี้ย หรือตรึงอัตราดอกเบี้ยให้กับลูกค้าได้ รวมทั้งจะมีการจัดโปรโมชั่นต่าง ๆ เพื่อจูงใจให้ลูกค้าชำระค่างวดผ่านแอพลิเคชั่นมากขึ้น เช่น มีการสะสมแต้ม เพื่อนำไปใช้ในการลดดอกเบี้ยกู้บ้าน รวมถึงค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เป็นต้น

ทั้งนี้ แอพพลิเคชัน GHB ALL ถือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายยกระดับการให้บริการตามแผน Transformation to Digital Service ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างครบวงจร และยังถือเป็นหนึ่งในโครงการ Payment Gateway หรือการพัฒนาช่องทางชำระเงินกู้ เพื่อแก้ปัญหาลูกค้าไม่สะดวกในการชำระเงินกู้ รอคิวนานในช่วงสิ้นเดือน ประกอบด้วย เครื่องรับชำระเงินกู้อิเล็กทรอนิกส์ : LRM และ เครื่องชำระเงินกู้ไร้เงินสด : QR Non Cash Payment

“ธอส. ตั้งเป้าหมายว่าภายในสิ้นปี 2561จำนวนธุรกรรมชำระหนี้เงินกู้ผ่าน Payment Gateway ทั้ง 3 ช่องทาง จะไม่ต่ำกว่า 40% ของจำนวนธุรกรรมที่มาชำระเงินกู้ที่เคาน์เตอร์ ของธนาคารทั้งหมด”

สำหรับความคืบหน้าโครงการบ้านล้านหลัง ขณะนี้ผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการฯ และเสนอกระทรวงการคลัง เพื่อเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ คาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะมีบ้านมือหนึ่ง และบ้านมือสองให้เข้าพร้อมอยู่ 2.7 แสนยูนิต รวมถึงมีสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ของธอส.ที่จะเปิดให้ผ่อนดาวน์ 0% ยาว 3-5 ปี ส่วนสินเชื่อบุพเพสันนิวาส ดอกเบี้ยคงที่ 3.99% 10 ปี วงเงิน 3 พันล้านบาท ขณะนี้มีคำขอสินเชื่อแล้วกว่า 1 พันล้านบาท โดยธนาคารปรับเกณฑ์การขอสินเชื่อใหม่ จากอายุไม่ต่ำกว่า 50 ปี เหลือ 45 ปี เพื่อให้มีลูกค้าได้สิทธิขอสินเชื่อเพิ่มขึ้น

นายฉัตรชัย กล่าวว่า นับถึงวันที่ 19 ก.ย.61 ธอส.สามารถปล่อยสินเชื่อไปแล้ว 1.54 แสนล้านบาท และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้จะปล่อยสินเชื่อได้ถึง 2.2 แสนล้านบาท ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่ 1.89 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ ธอส.ตรึงดอกเบี้ยมาตั้งแต่ต้นปี เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่มีรายได้น้อย รวมถึงการผ่อนเกณฑ์การพิจารณาสินเชื่อให้ผู้มีรายได้เข้ามาขอกู้ได้ง่ายขึ้น และนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ไม่ต้องการให้ ธอส.แสวงผลกำไรสูงสุด ทำให้ธนาคารสามารถตรึงดอกเบี้ยจนถึงสิ้นปีเพื่อช่วยเหลือลูกค้า

 

Leave a Reply

Top