You are here
Home > Top Story > Facebook หวังสร้างภาพสวย ยกเครื่องเกณฑ์ประเมินพนักงาน เล็งให้โบนัสตามผลงานช่วยเหลือสังคม

Facebook หวังสร้างภาพสวย ยกเครื่องเกณฑ์ประเมินพนักงาน เล็งให้โบนัสตามผลงานช่วยเหลือสังคม

  • Krungsri KMA

จากการที่โดนกระแสโจมตีในแง่ลบไปหลายดอกในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด Facebook ได้ประกาศปรับเปลี่ยนเกณฑ์ประเมินศักยภาพพนักงาน โดยจะพิจารณาจ่ายโบนัสแก่พนักงานตามบทบาทในการเข้าไปจัดการกับประเด็นทางสังคมที่แวดวงอินเทอร์เน็ตและ Facebook กำลังเผชิญ

shutterstock_181985675

แต่เดิมนั้น Facebook  พิจารณาจ่ายโบนัสแก่พนักงานโดยประเมินจากการเติบโตของจำนวนผู้ใช้งานและรายได้ ตลอดจนคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ภาพลักษณ์แบรนด์ และการลงทุน

 

Facebook เปิดเผยว่า การประกาศปรับเปลี่ยนเกณฑ์ประเมินพนักงานนี้สะท้อนให้เห็นว่า Facebook กำลังหันไปให้ความสนใจต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในสังคม จากเดิมที่เน้นเพียงการเติบโตของบริษัท โดยเกณฑ์ประเมินใหม่นี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้บุคลากรของ Facebook  เต็มใจเข้ามาสร้างความเปลี่ยนแปลงอันดีให้เกิดขึ้นในสังคม

 

นอกเหนือจากผลงานช่วยเหลือสังคมแล้ว เกณฑ์อื่นๆในการประเมินพนักงานยังรวมถึงการนำเสนอประสบการณ์ใหม่ๆ การสนับสนุนธุรกิจที่ต้องพึ่งพา Facebook ในการทำงาน และความโปร่งใสในการสื่อสาร

 

ทั้งนี้  Facebook จะใช้เกณฑ์ใหม่ในการประเมินศักยภาพพนักงานในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้

 

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้น หลังก่อนหน้านี้ไม่นาน มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ได้เปิดเผยว่า บรรดานักวิจารณ์ Facebook ได้วิพากษ์วิจารณ์ในแง่ลบเกินไปสำหรับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่บริษัทได้ดำเนินการ

 

นับเป็นเวลานานกว่า 1 ปีแล้วที่ Facebook ได้พยายามแก้ไขปัญหาบนเครือข่ายสื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งรวมถึงข้อกล่าวหาที่ว่า บริษัทล้มเหลวเรื่องการปกป้องข้อมูลของผู้ใช้งาน โดยมีการกล่าวหาว่า ข้อมูลดังกล่าวถูกนำไปใช้เพื่อการชักจูงช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐปี 2559 และยังมีถ้อยคำเกลียดชังและรุนแรงใน Facebook  รวมถึงการรั่วไหลของข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้อันเนื่องมาจากการจารกรรมข้อมูล

 

มาร์คกล่าวว่า ในบางกรณี บุคคลบางคนได้กล่าววิจารณ์ไปไกลโดยได้นิยามการเปลี่ยนแปลงที่ช่วยสร้างพลังให้ผู้คนอย่างที่อินเทอร์เน็ตและสื่อโซเชียลเหล่านี้สามารถทำได้ว่า เป็นสิ่งที่อันตรายต่อสังคม

 

มาร์ค กล่าวด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วอาจก่อให้เกิดความไม่แน่นอน และผู้คนก็มีพลังมากขึ้น ซึ่งแนวโน้มในระยะยาวก็คือ การปรับเปลี่ยนทางสังคมจะมีการเปิดกว้างและน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้นตามกาลเวลา

 

นายมาร์ค กล่าวว่า “ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาเป็นเรื่องของการที่คนเราสร้างเครือข่ายเหล่านี้ขึ้นมาและเริ่มเห็นผลกระทบของมัน และในอีก 15 ปีข้างหน้าจะเป็นเรื่องของการที่ผู้คนได้ใช้พลังของตนเองในการเปลี่ยนแปลงสังคม”

Leave a Reply

Top