You are here
Home > Top Story > อะไรคือขวัญปีใหม่ที่เอสเอ็มอีไทย อยากได้จากรัฐบาล

อะไรคือขวัญปีใหม่ที่เอสเอ็มอีไทย อยากได้จากรัฐบาล

  • Krungsri KMA

ดร.ณัฐพล ประดิษฐผลเลิศ ประธานศูนย์วิจัยธุรกิจและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ (SME Poll – เอสเอ็มอี โพลล์) ประกาศผลสำรวจ เอสเอ็มอีไทย มีความเชื่อ และคาดหวังว่า ปี 2562 เศรษฐกิจไทยจะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา

SME-Poll-2019-Q1_Page_01

ศูนย์วิจัยธุรกิจและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (SME Poll) สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 1,800 วิสาหกิจทั่วประเทศ ในหัวข้อเรื่อง “ของขวัญปีใหม่ 2562 ที่ SMEs อยากได้จากรัฐบาล” พบว่า ของขวัญปีใหม่ที่ SMEs อยากได้จากรัฐบาลมากที่สุด ร้อยละ 53.56 ได้แก่ “อยากให้รัฐบาลช่วยทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น” รองลงมา ร้อยละ 26.67 อยากให้รัฐบาลพัฒนาประเทศให้ดีขึ้นและสงบสุข ร้อยละ 13.22 อยากให้จัดให้มีการเลือกตั้งเร็วๆ และร้อยละ 6.56 อยากให้รัฐบาลช่วยเพิ่มสวัสดิการให้แก่ประชาชน

SME-Poll-2019-Q1_Page_02

ดร.ณัฐพล ประดิษฐผลเลิศ ประธานศูนย์วิจัยธุรกิจและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการ SME ร้อยละ 59.39 ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2561 มีภาวะถดถอยลงเมื่อเทียบกับปี 2560 ร้อยละ 24.61 เห็นว่า เศรษฐกิจยังคงทรงตัวเมื่อเทียบกับปี 2560 และร้อยละ 16.00 เห็นว่าภาวะเศรษฐกิจของประเทศในปี 2561 มีแนวโน้มที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ด้านมุมมองของผู้ประกอบการที่มีต่อภาวะเศรษฐกิจในภาพรวมของประเทศในปี 2562 ส่วนใหญ่คาดหวังว่าเศรษฐกิจจะมีทิศทางที่ดีขึ้น โดยร้อยละ 54.89 เห็นว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะเติบโตขึ้น ขณะที่ ร้อยละ 26.00 เห็นว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะยังทรงตัวใกล้เคียงกับปี 2561 ที่ผ่านมา และร้อยละ 19.11 สะท้อนความกังวลว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2562 น่าจะยังซบเซาและถดถอยลงกว่าปีที่ผ่านมา

SME-Poll-2019-Q1_Page_03

โดยในปี 2561 ที่ผ่านมา ผู้ประกอบการ SME ต้องเผชิญปัญหาและอุปสรรคนานัปการ โดยปัญหาอุปสรรคที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยหลักๆ ได้แก่ ร้อยละ 15.74 เห็นว่าสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวเป็นอุปสรรคสำคัญที่สุด รองลงมา ร้อยละ 14.99 ระบุว่า ปัญหาการเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุนจากสถาบันการเงินต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก ร้อยละ 10.73 เห็นว่าสถานการณ์ความไม่แน่นอนทางการเมือง เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ร้อยละ 10.15 ระบุปัญหาเรื่องราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น และร้อยละ 9.05 กล่าวว่าจำหน่ายสินค้าได้ในราคาที่ลดลง นอกจากนี้ยังมีปัญหาที่ส่งผลกระทบและอยากให้รัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือแก้ไขโดยด่วน อาทิ ปัญหาการเข้ามาของทุนต่างชาติเข้ามาแข่งขันในอุตสาหกรรมขนาดเล็ก ราคาน้ำมัน ความเชื่อมั่นจากต่างประเทศ รูปแบบและพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปซื้อสินค้าในช่องทางออนไลน์มากขึ้น รวมถึงปัญหาอัตราดอกเบี้ยที่สูง นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลง และอัตราแลกเปลี่ยน เป็นต้น

 

ด้านนโยบายที่อยากผู้ประกอบการอยากให้รัฐบาลดำเนินการมากที่สุดเมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาล ได้แก่ นโยบายช่วยเหลือ SMEs ให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ (ดอกเบี้ยต่ำ/ไม่ใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน) โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ประกอบการรายเล็กที่มีเป็นจำนวนมากซึ่งอยากเข้าถึงแหล่งเงินทุน-เงินกู้มากขึ้น รองลงมาได้แก่ นโยบายที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถแข่งขันกับรายใหญ่ได้ โดยร้อยละ 11.58 อยากให้รัฐบาลมีนโยบายด้านมาตรการลดหย่อนภาษีภาคธุรกิจ สำหรับธุรกิจท้องถิ่นขนาดเล็ก/วิสาหกิจชุมชน ร้อยละ 10.21 อยากได้นโยบายการช่วยเหลือ SMEs ที่เคยมีภาระเรื่องระบบเครดิตบูโร เพื่อผ่อนปรนเงื่อนไขให้สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้จากสถาบันการเงินได้มากยิ่งขึ้น และร้อยละ 10.06 อยากให้รัฐบาลกำหนดนโยบายด้านการส่งเสริม/สนับสนุนด้านการค้าออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น

SME-Poll-2019-Q1_Page_04

นโยบายที่สำคัญอื่น ๆ อาทิ นโยบายการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิตอล มาพัฒนาธุรกิจ SMEs นโยบายสนับสนุน SMEs ทางการผลิต ให้เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต นโยบายสนับสนุนระบบโปรแกรมบัญชี เพื่อเข้าสู่การจัดทำบัญชีชุดเดียว นโยบายสนับสนุนเรื่องค่าแรงเพื่อลดต้นทุนผู้ประกอบการ และนโยบายเพื่อลดภาระด้านประกันสุขภาพในระบบประกันสังคม เป็นต้น

ด้านมาตรการที่ผู้ประกอบการอยากได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการมีขีดความสามารถในการดำเนินธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น ร้อยละ 27.51 อยากให้มีมาตรการสนับสนุนแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ร้อยละ 22.40 อยากให้มีมาตรการช่วยส่งเสริมทางด้านการตลาด ร้อยละ 19.49 อยากให้ส่งเสริมมาตรการด้านภาษีเพื่อ SME ร้อยละ 17.90 อยากให้รัฐบาลช่วยส่งเสริมด้านความรู้ในการดำเนินธุรกิจ และร้อยละ 12.71 อยากให้รัฐบาลมีมาตรการที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต

SME-Poll-2019-Q1_Page_05

โดยการสำรวจความคิดเห็นครั้งนี้ SME Poll ได้สำรวจความคิดเห็นของผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) จำนวน 1,800 วิสาหกิจทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.22 เป็นผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กที่มีรายได้ธุรกิจไม่เกิน 50,000 บาท/เดือน ซึ่งส่วนใหญ่ ร้อยละ 37.72 ดำเนินธุรกิจมามากว่า 6 ปีแล้ว และสนใจอยากต่อยอดขยายธุรกิจให้เติบโตมากยิ่งขึ้น โดยร้อยละ 75.67 ของผู้ประกอบการ SMEs รู้จักการดำเนินการของสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยเป็นอย่างดี ซึ่งร้อยละ 55.89 เคยเข้าร่วมกิจกรรมการส่งเสริมสนับสนุนเพื่อยกระดับศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทยได้จัดขึ้น และร้อยละ 91.33 สนใจที่จะสมัครสมาชิก หรือ เข้าร่วมกิจกรรมจากสมาพันธ์เอสเอ็มอี เพื่อรับข่าวสารและสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการดำเนินธุรกิจ

SME-Poll-2019-Q1_Page_06

ศูนย์วิจัยธุรกิจและเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย (SME Poll) เป็นหน่วยงานรับผิดชอบในการ สำรวจความคิดเห็น ความเชื่อ หรือพฤติกรรมทางสังคมของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ที่มีต่อการดำเนินธุรกิจในสภาพการณ์ปัจจุบัน เป็นศูนย์กลางในการส่งเสริมการจัดทำ พัฒนา ให้บริการทางวิชาการ การให้คำปรึกษาและสนับสนุนการผลิตงานบริการ อันจะเป็นการพัฒนาความรู้สู่สังคม ซึ่งสมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย จะเป็นสื่อกลางในการส่งต่อความคิดเห็นและมุมมองของผู้ประกอบการไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการกำหนดนโยบายและมาตรการส่งเสริมช่วยเหลือต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถแก้ไขปัญหาของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยได้อย่างตรงจุดต่อไป

SME-Poll-2019-Q1_Page_07

Leave a Reply

Top