You are here
Home > Top Story > เมื่ออาร์เอสหันมาเปิดตลาดใหม่ในธุรกิจค้าปลีกเต็มตัว หวังดันยอดขาย 10,000 ล้านบาท

เมื่ออาร์เอสหันมาเปิดตลาดใหม่ในธุรกิจค้าปลีกเต็มตัว หวังดันยอดขาย 10,000 ล้านบาท

  • Krungsri KMA

เมื่อเอ่ยถึงเฮียฮ้อหรือคุณ สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หัวเรือใหญ่แห่งบริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หลายคนคงนึกถึงธุรกิจด้านเพลงและความบันเทิงที่สร้างความยิ่งใหญ่ให้แก่บริษัทย่านลาดพร้าวมาตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษ แต่เมื่อเวลาเปลี่ยน ตลาดเปลี่ยน และผู้บริโภคเปลี่ยน อาร์เอสเองก็ต้องเปลี่ยนตามไปด้วย ซี่งอาร์เอสก็ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

rs000-1

ล่าสุดอาร์เอส ประกาศวิสัยทัศน์ หลังผงาดย้ายหมวดเป็น ธุรกิจพาณิชย์และค้าปลีกสำเร็จ มีผล 29 มีนาคมนี้ มั่นใจบิสิเนส โมเดลใหม่ดันกำไรพุ่งโดดเด่นทุบสถิติ สร้างการเติบโตแบบยั่งยืนในทุกมิติ ลั่นปี62 เข้าสู่การดำเนินงานเฟซ 2 ชูกลยุทธ์หลัก เปิดกว้างมุ่งขยายแพลตฟอร์มธุรกิจ MPC ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ทุกช่องของเมืองไทย เน้นออนไลน์และผู้แทนขาย เล็งจับมือพันธมิตรผลิต แบรนด์สินค้าเพิ่มต่อยอดขยายธุรกิจ OEM และ OBM เดินหน้าเพิ่ม BigData ทะยานสู่1.8 ล้านราย มุ่งสร้างอาณาจักรค้าปลีกใหม่ย้ำภาพลักษณ์เป็นผู้จำหน่ายและผู้ผลิตชั้นนำในกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม สินค้าเครื่องประดับและความเชื่อ หวังดันยอดขาย 10,000 ล้านบาท ภายใน 3 ปี

เฮียฮ้อเปิดเผยว่า “สถานการณ์ธุรกิจพาณิชย์และค้าปลีกในประเทศไทย มูลค่ากว่า 2.5 ล้านล้านบาท มีแนวโน้มกลับมาขยายตัวอีกครั้ง หลังมีการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นของ ภาคธุรกิจ ขณะที่ผู้บริโภคมีกำลังซื้อมากขึ้น สอดรับกับการเติบโตของธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (MPC) ของบริษัท ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจใหม่ ที่เข้ามาตอบโจทย์กับพฤติกรรมการจับจ่ายของผู้บริโภคในยุค 4.0
โดยในวันที่ 29 มีนาคมนี้ อาร์เอสฯจะเข้าสู่ “ธุรกิจพาณิชย์และค้าปลีก” อย่างสมบูรณ์แบบ จากแผนธุรกิจที่สร้างการเติบโตอย่างชัดเจนทั้งแนวราบและแนวตั้ง บริษัทฯจึงปรับรายได้ประมาณการรวมเท่ากับ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่ารายได้ธุรกิจ MPC จะมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีที่ 2561 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก 1.รายได้ของธุรกิจ MPC ที่ทำสถิติสูงสุดใหม่จากการ ขยายช่องทางขายการขยายแพลตฟอร์มการจำหน่ายสินค้า ที่เข้าถึงผู้บริโภคมากที่สุดในขณะนี้เป็นแพลตฟอร์มทีวี ช่อง 8, call1781,ช่องไทยรัฐทีวี T Shopping 02-117-3232, ช่อง 2, ช่องสบายดีทีวี เลข 141, ช่องเพลินทีวี และวิทยุคูลฟาเรนไฮต์ ซึ่งจะเข้าถึงผู้ชมมากกว่า 20 ล้านคน ตามด้วยแพลตฟอร์มสื่อออนไลน์ www.shop1781.com, LINE@shop1781, LINE@COOLanything รวมถึงผ่าน LifestarBIZ หรือตัวแทนขายตรง และห้างค้าปลีก Modern Trade และร้านค้าปลีกทั่วประเทศ
rs002
การเพิ่มความหลากหลายให้สินค้าและบริการเป็นกลยุทธ์สำคัญจึงเดินหน้าพัฒนาออกสินค้า (Product) และบริการกว่า 200 (SKU) จากการจับมือกับแล็บชั้นนำระดับโลกผลิตสินค้าที่เป็นสุดยอดแห่งนวัตกรรม ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารวมไปถึงการจับมือกับคู่ค้าเพิ่มสุดยอดสินค้าคุณภาพแบรนด์ชั้นนำอย่าสม่ำเสมอ ปัจจุบันแบ่งเป็นกลุ่มสินค้าสุขภาพและความงาม (Health and Beauty) 80% ได้แก่ กลุ่มสกินแคร์ภายใต้แบรนด์มาจีค (Magique), กลุ่มแฮร์แคร์ภายใต้แบรนด์รีไวฟ์ (Revive) และกลุ่มอาหารเสริมภายใต้แบรนด์ (S.O.M) ตามด้วยกลุ่มสินค้าเครื่องใช้ภายในบ้านและไลฟ์สไตล์ (Home&Lifestyle) 15% และกลุ่มเครื่องประดับและความเชื่อ (Accessories) และอื่นๆ 5%
โดยจะเพิ่มจำนวน Telesales ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญรองรับการซื้อซ้ำของผู้บริโภครวมทั้งให้บริการคำปรึกษาแนะนำธุรกิจตลอด24ชั่วโมงโดยในปีนี้ มุ่งสร้างและขยายทีม ไลฟ์สตาร์ บิส “LIFESTAR BIZ” หรือตัวแทนขายตรงขั้นเทพจากทั่วประเทศเพิ่ม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “รายได้ง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัสได้” นอกจากนี้ได้ต่อยอดความสำเร็จจากการบริหารฐานข้อมูล BigData ขนาดใหญ่จาก 1.2 ล้านเพิ่มเป็น 1.8 ล้านรายให้มีประสิทธิภาพนำมาวิเคราะห์ในเชิงลึกเพื่อพัฒนาและนำเสนอสินค้าได้ตรงตามความต้องการของลูกค้า และสร้างให้เกิดการซื้อซ้ำต่อไปในอนาคต 2.เม็ดเงินโฆษณาที่เพิ่มขึ้น 7% 3.ผลประกอบการช่อง 8 ผลิกมากำไรและ 4.gross profit margin ขยายตัวเพิ่มเป็น 49.0% จาก 42.4%
rs003
“ที่กล่าวมาทั้งหมดจะเป็นกลไกสำคัญที่ผลักดันให้สัดส่วนรายได้ของธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง (MPC) สูงขึ้นมาก หลังอาร์เอสแสดงข้อมูลให้เห็นว่าประสบความสำเร็จกับ สินค้าสุขภาพและความงาม, สินค้าเครื่องประดับและความเชื่อ ในปีที่ผ่านมาและจะเติบโตต่อเนื่องในปีนี้ ประกอบกับมีธุรกิจเครื่องใช้ในครัวเรือน มาต่อยอดอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งการย้ายหมวดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นโอกาสที่นักลงทุนจะได้ลงทุนในหุ้นพาณิชย์ที่มีการเติบโตอย่างมีเสถียรภาพและสม่ำเสมอ”
จากการประเมินรายได้จากการร่วมธุรกิจกับไทยรัฐทีวี ปี 2562 อยู่ที่ 350 ล้านบาท และปี 2563 อยู่ที่ 455 ล้านบาท สำหรับการขยายธุรกิจทางแนวตั้ง RS มีแผนที่จะเป็นพาร์ทเนอร์กับผู้ผลิต Original Equipment Manufacturer (OEM) การรับจ้างผลิตสินค้าให้กับแบรนด์ต่างๆ ตามแบบที่ลูกค้ากำหนด และ Original Brand Manufacturer (OBM) การผลิตแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งจะได้เห็นชัดเจนภายในไตรมาส3 นี้ ด้วยประสบการณ์วันนี้เราพร้อมก้าวขึ้นเป็นเจ้าของโรงงานผลิตสินค้าเพื่อสร้างสรรค์แบรนด์คุณภาพในกลุ่มสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง เชื่อว่าอาร์เอสจะสร้างอาณาจักรใหม่ที่ยิ่งใหญ่และมั่นคง เป็นผู้นำในธุรกิจพาณิชย์และค้าปลีกของประเทศไทย ทลายทุกข้อจำกัดที่ผู้เล่นรายอื่นยังไม่ได้ทำ มุ่งสู่ความสำเร็จสูงสุด โดยตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดขายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาทภายใน 3 ปี เป็นเรื่องที่เป็นไปได้” นายสุรชัย กล่าวทิ้งท้าย
           หมายเหตุ : ทั้งนี้ ในปี 2561 ที่ผ่านมา อาร์เอสฯได้ปรับประมาณการณ์รายได้ธุรกิจพาณิชย์หลายช่องทาง Multi-platform Commerce (MPC) ยอด 2,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% จากปี 2560 ขณะที่รายได้รวมบริษัทฯอยู่ที่ 3,827 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปี 2560 สำหรับแผนในปี 2562 บริษัทประมาณการรายได้รวมเท่ากับ 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 30% จากปีที่ผ่านมา และคาดว่ารายได้ MPC จะมีมูลค่า 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41% จากปีที่ 2561

Leave a Reply

Top