You are here
Home > Technology > นักการตลาดสายพันธ์ุใหม่ จะมี AI เป็นผู้ช่วย

นักการตลาดสายพันธ์ุใหม่ จะมี AI เป็นผู้ช่วย

ไอบีเอ็มเผยรายงานแนวโน้มการตลาดประจำปี2562 ระบุนักการตลาดสายพันธุ์ใหม่กำลังเกิดขึ้นและก้าวขึ้นมายืนแถวหน้าท่ามกลางกระแสการใช้เอไอ(AI หรือปัญญาประดิษฐ์) ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มนักการตลาดในปัจจุบัน
shutterstock_1012126252
“ไม่บ่อยนักที่แวดวงการตลาดจะเผชิญกับคลื่นแห่งความเปลี่ยนแปลงที่ส่งผลกระทบเชิงลึกต่องานด้านการตลาดในทุกๆด้านและเรากำลังอยู่ในช่วงเวลานี้” ซิลเวียเวเคอร์ผู้ก่อตั้งร่วมและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายสร้างสรรค์ของโซซิโอแฟบริกากล่าว“การเปลี่ยนแปลงสำคัญที่ได้รับแรงผลักดันจากการเชื่อมโยงข้อมูลเชิงอนุมานด้วยพลังขับเคลื่อนของเอไอกำลังนำสู่โอกาสในการวางสถาปัตยกรรมของ“วงการการตลาด” ใหม่ทั้งหมดซึ่งแทบจะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนแต่ก็ถือเป็นเรื่องสำคัญมากที่เราต้องมีความรู้เชิงปฏิบัติเพื่อพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นนี้”

รายงานฉบับดังกล่าวสะท้อนมุมมองเชิงลึกของกลุ่มประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด(CMO) และดิจิทัลเอเจนซีต่างๆถึงบทบาทใหม่ของงานด้านการตลาดพร้อมพิมพ์เขียวเกี่ยวกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นในปี2562 ดังนี้

ในยุคเศรษฐศาสตร์เชิงอารมณ์(Emotion Economy) การตลาดที่มีคุณค่าต่อผู้บริโภคจะเป็นสิ่งที่สร้างความภักดีให้กับแบรนด์: ปัจจุบันเป็นยุคที่ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะผูกพันกับแบรนด์ที่น่าเชื่อถือมากที่สุดเท่าที่เคยมีมานั่นหมายถึงแบรนด์ต้องมีจุดยืนที่ชัดเจนและส่งมอบในสิ่งที่สัญญาไว้ซึ่งต่างกับในอดีตที่แบรนด์เพียงแค่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้แก่ผู้บริโภคเท่านั้น
นักการตลาดยุค4.0 จุดกำเนิดของมาร์เท็คเตอร์” (Martecheter) – เมื่อก่อนคุณสมบัติสำคัญของนักการตลาดคือความสามารถในการจัดสรรงบประมาณเครื่องมือและคนแต่ปัจจุบันทุกอย่างกำลังกลับกันโดยมีการเติบโตอย่างรวดเร็วของทักษะใหม่ๆและความคาดหวังของลูกค้าเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญ
เอไอและแมชชีนเลิร์นนิงทำให้การเข้าใจและรู้ใจผู้ใช้เป็นอย่างดีกลายเป็นเรื่องที่ทำได้จริง: ข้อมูลที่เพิ่มขึ้นมหาศาลและการตลาดที่ต้องรู้จักแยกหรือสลับส่วนเมื่อจำเป็นทำให้เครื่องมือการตลาดที่ต้องอาศัยเอไอและแมชชีนเลิร์นนิงกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการเข้าถึงผู้ใช้อย่างเจาะจงเฉพาะบุคคลซึ่งสิ่งนี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงวิธีการตัดสินใจและเลือกใช้แคมเปญโฆษณาของบรรดานักการตลาดเนื่องจากเอไอจะสามารถวิเคราะห์และส่งมอบเนื้อหาแบบเฉพาะบุคคลให้แก่กลุ่มลูกค้าได้ในวงกว้าง
ผู้อำนวยการฝ่ายข้อมูลการตลาด จะกลายเป็นตำแหน่งใหม่ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด: ความสำคัญที่เพิ่มขึ้นของ“ข้อมูลการตลาด” จะยังคงเพิ่มขึ้นเพราะเป็นบทบาทที่ทำหน้าที่เชื่อมโยงระหว่างคนกับเทคโนโลยีทั่วทั้งองค์กรซึ่งจะช่วยให้ปัญญาประดิษฐ์และเครื่องมือการตลาดที่อาศัยแมชชีนเลิร์นนิงสามารถวิเคราะห์ข้อมูลและพฤติกรรมของผู้บริโภคให้คำแนะนำและการคาดการณ์และรอบรู้อัจฉริยะมากยิ่งขึ้นตามข้อมูลที่ป้อนเข้าระบบ
มีการใช้กลยุทธ์การตลาดแบบอไจล์(agile) มากขึ้นนำสู่ผลลัพธ์และวัฒนธรรมการตลาด: องค์กรต่างๆที่ขับเคลื่อนด้วยการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมและกรอบความคิดแบบอไจล์จะได้รับโอกาสจากการเป็นผู้บุกเบิกกลุ่มแรกๆโดยเฉพาะอย่างยิ่งในแงท่ที่เทคโนโลยีการตลาดที่อาศัยเอไอเพื่อช่วยให้สามารถใช้ชุดเครื่องมือที่เหมาะสมในการปรับเปลี่ยนและวัดผลตามวัตถุประสงค์และเกณฑ์ชี้วัดต่างๆ
GDPR หรือหลักกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจะช่วยเพิ่มการจัดการข้อมูลให้เป็นระบบและเพิ่มความเชื่อมั่นของลูกค้า: บรรดานักการตลาดจะหันมามุ่งเน้นที่การปรับปรุงกระบวนการการจัดการข้อมูลให้เป็นระบบซึ่งส่งผลดีต่อการทำตลาดในแง่การกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ดีขึ้นและการมีปฏิสัมพันธ์ที่มีคุณภาพมากขึ้นกฎเกณฑ์ที่มีลักษณะคล้ายกันนี้เริ่มมีใช้แล้วในหลายรัฐของสหรัฐอเมริกาและอาจกำหนดให้มีผลบังคับใช้ทั่วทั้งประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งจะทำให้บรรดานักการตลาดเริ่มลงมือปรับปรุงเรื่องความเป็นส่วนตัวการรักษาความปลอดภัยและการจัดการข้อมูลในฐานะตัวเร่งที่นำไปสู่โมเดลทางธุรกิจใหม่ๆ
ดิจิทัลมาร์เก็ตติงเอเจนซีจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นConsulgencies” หรือบริษัทเอเจนซีที่ปรึกษา: ข้อมูลล่าสุดจากAdAge ระบุว่า10 บริษัทเอเจนซีที่ใหญ่ที่สุดกำลังย่ำแย่เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์เนื่องจากการก้าวขึ้นมาของบริษัทที่ปรึกษาบิ๊กโฟร์(Big Four) ในปี2560 ซึ่งนี่คงเป็นเครื่องบ่งชี้ทิศทางของอุตสาหกรรมนี้ได้เป็นอย่างดีกล่าวคือความสามารถของ“บริษัทที่ปรึกษา” และ“บริษัทเอเจนซี” จะผนวกรวมเข้าด้วยกันเนื่องจากมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านเอไอดาต้าอินทิเกรชันการวิเคราะห์ประสบการณ์ลูกค้าโมบายล์แอพและการพัฒนาโซลูชันแบบเฉพาะเจาะจง
มาร์เทค+ แอดเทค= สุดยอดแห่งกลยุทธ์การตลาด: แม้ว่าจะเป็นที่ถกเถียงกันอย่างกว้างขวางแต่อย่างน้อยที่สุดปี2562 จะเป็นปีที่บรรดานักการตลาดจะหันมาใช้ประโยชน์จากการซื้อโฆษณาออนไลน์ผ่านระบบอัตโนมัติ(Programmatic Ad) มากขึ้นความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูลได้ดีขึ้นระหว่างมาร์เทค(Martech หรือเทคโนโลยีการตลาด) และแอดเทค(Adtech หรือเทคโนโลยีการโฆษณา) จะทำให้นักการตลาดสามารถเรียนรู้และเข้าใจลูกค้าได้แบบเรียลไทม์และมีการนำเอไอมาช่วยให้การใช้จ่ายด้านโฆษณามีความคุ้มค่าขึ้น
การเน้นลูกค้าเป็นศูนย์กลางทลายกำแพงการตลาดแบบเดิมและเน้นการส่งมอบความสุข: งานด้านการตลาดจะถูกพลิกโฉมให้มุ่งเน้นที่การสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างกันให้ลูกค้าแต่ละรายโดยอาศัยความเข้าใจข้อมูลลูกค้าแบบรวมเชิงบริบทที่ครอบคลุมทุกส่วนขององค์กรเช่นทีมคอมเมิร์ซและทีมดิจิทัล

อ่านผลการศึกษาฉบับเต็มได้ที่https://www.ibm.com/watson/marketing/resources/2019-marketing-trends/

Leave a Reply

Top