You are here
Home > News > อินโอนีเซียเตรียมใช้บล็อกเชนปฏิรูปภาคการขนส่งของประเทศ

อินโอนีเซียเตรียมใช้บล็อกเชนปฏิรูปภาคการขนส่งของประเทศ

Agency for Free Trade Zone and Free Port of Batam และบริษัท Central Distribusi Batam ของอินโดนีเซียประกาศความร่วมมือกับPLMP Fintech บริษัทบล็อกเชนสัญชาติสิงคโปร์ เพื่อพัฒนาโครงการมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ร่วมกับกระทรวงการค้า ภายใต้วัตถุประสงค์ในการปฏิรูปภาคการขนส่งของประเทศโดยเริ่มจากจังหวัดรีเยา ซึ่งเป็นหมู่เกาะที่ใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย

shutterstock_787151203

ระหว่างการพัฒนาช่วงนำร่อง Fintech จะนำโปรโตคอลบล็อกเชน Creatanium ไปใช้ในเมืองบาตัน เพื่อสร้างมาตรฐานในการประมูลระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายสินค้าโภคภัณฑ์ โดยคุณ Clayton Ong ผู้จัดการประจำอินโดนีเซียซึ่งได้รับการแต่งตั้งจาก PLMP Fintech ให้ดูแลกิจการในต่างประเทศระหว่างการขยายการดำเนินงานออกไปทั่วอินโดนีเซียกล่าวว่า “ทั้งสองฝ่ายจะได้ประโยชน์จากกระบวนการเรียบง่ายที่จะทำให้การเสนอราคาและดำเนินการซื้อขายเป็นไปอย่างเปิดเผยและโปร่งใส”

ในฐานะประเทศที่มีประชากรมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก และเต็มไปด้วยดินแดนซึ่งมีความท้าทายครอบคลุมป่าเขาและหมู่เกาะหลายพันแห่ง อินโดนีเซียจะได้ประโยชน์จากการใช้งานแพลตฟอร์มติดตามสินค้าที่ทำงานบนเทคโนโลยีบล็อกเชนเพื่อเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานที่ต้องอาศัยเวลาการในทำงานที่ยาวนานให้กลายมาเป็นเครื่องจักรกลที่ทรงประสิทธิภาพ “โซลูชั่นของเราช่วยให้อัพเดทตำแหน่งของสินค้าได้ตลอดเวลา จึงสามารถป้องกันการล่าช้าและทำให้กระบวนการทั้งหมดมีประสิทธิภาพมากขึ้น” คุณ Kym Kee ผู้ร่วมก่อตั้ง PLMP Fintech กล่าวระหว่างการนำเสนอโซลูชั่นของบริษัท

ภาคการขนส่งของอินโดนีเซียได้ส่งผลกระทบสำคัญต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (GDP) เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านกว่า 2 เท่าจึงนำมาสู่การไร้ดุลยภาพในระดับประเทศ อีกทั้งการขาดประสิทธิภาพในการขนส่งและส่งมอบสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญอย่างข้าวและน้ำตาล ยังทำให้สินค้าจำเป็นเหล่านั้นมีราคาสูงขึ้น ซึ่งโซลูชั่นบล็อกเชนของ PLMP Fintech นี้จะเข้าไปช่วยสร้างความโปร่งใสและมอบความสามารถในการตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวให้มีความเท่าเทียม

โครงการนี้เป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ของ PLMP Fintech ในการสร้างระบบนิเวศบล็อกเชนที่แข็งแกร่งโดยใช้โปรโตคอลของตัวเองและรายได้ที่มาจากหลายภาคธุรกิจตั้งแต่โซลูชั่นบล็อกเชนไปจนถึงสินทรัพย์ดิจิทัล นอกจากนี้ แรงสนับสนุนจากโครงการต่างๆ ที่มีอยู่ทั่วเอเชียแปซิฟิก รวมถึงโครงการล่าสุดในบาตัม ตลอดจนความเชื่อมั่นที่ตลาดมีต่อบริษัท ยังทำให้เหรียญดิจิทัล Creatanium มีมูลค่าแซงหน้าดอลลาร์สหรัฐภายในเวลาเพียงไม่ถึงปีนับตั้งแต่เปิดตัวออกมาในเดือนพ.ค.2561

 

ที่มา : Infoquest

Leave a Reply

Top