You are here
Home > Technology > สรรพากร เร่งนำระบบดิจิทัล-Big Data เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี หลัง 4 เดือนที่เหลือมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมาย

สรรพากร เร่งนำระบบดิจิทัล-Big Data เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี หลัง 4 เดือนที่เหลือมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมาย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยภายหลังการประชุมสัมมนาผู้บริหารกรมสรรพากรทั่วราชอาณาจักรว่า ได้ให้นโยบายผู้บริหารสรรพากรจากทั่วประเทศ ใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาวิเคราะห์ข้อมูลภาษี และเร่งเก็บภาษีในกลุ่มผู้ที่หลีกเลี่ยงอย่างเข้มข้น เพื่อให้สามารถจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2562 นี้ให้เข้าเป้าหมายที่ 2 ล้านล้านบาท

shutterstock_1092355475

หลังจากในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2562 (มิ.ย.-ก.ย.62) มีแนวโน้มที่กรมฯ จะเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาสงครามการค้า ส่งผลทำให้การส่งออกและนำเข้าลดลง รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ทำให้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มลดลงจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว

“ในช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 62 (ต.ค.61 -พ.ค.62) กรมฯ สามารถจัดเก็บภาษีได้จำนวน 1.22 ล้านล้านบาท เกินเป้าหมาย 3.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเกินเป้าครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี เป็นผลมาจากการจัดเก็บภาษีปิโตรเลียม การเคลียร์ประเด็นข้อกฎหมายต่าง ๆ แต่ก็พบว่าในระยะหลัง มีหลายเดือนเก็บภาษีได้หลุดเป้าหมาย เช่น เดือน ก.พ.-เม.ย. และในช่วง 4 เดือนสุดท้าย น่าจะต่ำกว่าเป้าหมายอีก จึงให้มีการเร่งตรวจสอบ โดยพุ่งเป้าไปที่คนหนีภาษี เพราะเป็นการเอาเปรียบคนอื่น เพื่อให้การจัดเก็บภาษีของกรมฯ ในปีงบประมาณนี้เป็นไปตามเป้าหมายที่ 2 ล้านล้านบาท” อธิบดีกรมสรรพากรกล่าว

พร้อมระบุว่า สำหรับการจัดเก็บภาษีนิติบุคคลในปีนี้ จะต้องรอประเมินผลในเดือนมิ.ย.ก่อน แต่ในปีนี้กรมฯ ได้ส่งเสริมให้ภาคธุรกิจเข้ามาเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยได้ออกมาตรการยกเว้นเบี้ยปรับเงินเพิ่มให้ผู้ที่พร้อมจะปรับปรุงการเสียภาษี หรืองบการเงินให้ถูกต้องและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง ซึ่งขณะนี้มีผู้มาลงทะเบียนแล้ว 4.4 หมื่นราย คาดว่าเมื่อสิ้นสุดวันที่ 30 มิ.ย.62 จะมีผู้สมัครกว่า 1 แสนราย

ทั้งนี้ ในการประชุมสัมมนาผู้บริหารกรมสรรพากรทั่วราชอาณาจักร นายเอกนิติ ได้มอบนโยบายให้ผู้บริหารเร่งขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ D2RIVE (Digital Transformation, Data Analytics, Revenue Collection, Innovation, Value และ Efficiency) เพื่อนำระบบดิจิทัล ระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ Big Data และนวัตกรรมใหม่ๆ มาเพิ่มประสิทธิภาพองค์กรอย่างเข้มข้น

โดยในช่วงที่ผ่านมา กรมสรรพากรได้ดำเนินโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ D2RIVE ที่สำคัญ อาทิ การเชื่อมโยงข้อมูลค่าลดหย่อนภาษีกับหน่วยงานต่างๆ เช่น เบี้ยประกันสุขภาพ เงินสะสม กบข. และหน่วยรับบริจาคอิเล็กทรอนิกส์ e-donation เพื่อให้ผู้เสียภาษีสามารถตรวจสอบข้อมูลค่าลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ด้วยตัวเองผ่านระบบ My Tax Account การพัฒนา Application RD Smart Tax และเปิดระบบ Open API เพื่อให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมพัฒนา Application ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นอกจากนี้ยังได้นำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาพัฒนาเกณฑ์ประเมินความเสี่ยงของผู้เสียภาษี (Risk Based Audit) เป็นต้น

“การดำเนินการดังกล่าว ได้มีส่วนสำคัญในการยกระดับการให้บริการประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บรายได้ของกรมสรรพากร ส่งผลให้ในช่วง 8 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2562 กรมสรรพากรจัดเก็บภาษีสรรพากรได้จำนวน 1.22 ล้านล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายตามเอกสารงบประมาณถึง 38,015 ล้านบาท” นายเอกนิติระบุ

ในระยะต่อไป กรมสรรพากรมีโครงการเพื่อขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ D2RIVE ที่สำคัญ เช่น การเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาร่วมจัดทำระบบการเสียอากรแสตมป์สำหรับตราสารอิเล็กทรอนิกส์ การพัฒนาระบบการออกใบกำกับภาษี/ใบเสร็จภาษีอิเล็กทรอนิกส์ (e-tax invoice/e- receipt) การนำระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่มาตรวจจับพฤติกรรมหลบเลี่ยงภาษีอากร (tax fraud) และเครือข่ายใบกำกับภาษีปลอม และการจัดตั้ง Tax Innovation Lab เพื่อศึกษาการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้ในการให้บริการผู้เสียภาษี

ที่มา : Infoquest

Leave a Reply

Top