You are here
Home > News > กรุงศรี ไทยพาณิชย์ ธกส. คว้ารางวัลจากเวที IDC Digital Transformation Awards (DXa) 2019

กรุงศรี ไทยพาณิชย์ ธกส. คว้ารางวัลจากเวที IDC Digital Transformation Awards (DXa) 2019

IDC ( International Data Cooperation ) ได้ประกาศผู้ชนะประจำประเทศไทยในงาน IDC Digital Transformation Awards (DXa) 2019 ครั้งที่ 3 โดยประกาศให้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รับตำแหน่ง Digital Transformer ประจำประเทศไทย ในปีที่ 3 นี้ งาน IDC’s DX Awards เชิดชูความสำเร็จขององค์กรที่ประสบความสำเร็จในการแปลงบางส่วนของธุรกิจให้เป็นดิจิทัล ผ่านการนำดิจิทัลเทคโนโลยีและดิสรัปทีฟเทคโนโลยี ( Disruptive Technology ) มาใช้

 

ผู้ชนะอื่น ๆ ได้แก่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กรุงศรีฟินโนเวท (KrungSri Finnovate) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (BAAC) สถาบันอาหารแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม และ ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ในฐานะ DX Leader ประจำประเทศไทย ปี 2019 ทุกองค์กรที่ได้กล่าวมานี้ มีความโดดเด่นจากความเป็นเลิศที่เห็นได้ชัดเจนและสามารถประเมินได้ในความพยายามที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงโดยใช้เทคโนโลยีเป็นส่วนร่วม ( Digital Transformation )  โดยครอบคลุมความโดนเด่นด้าน Digital Transformation ทั้ง 5 ด้าน และ ความพยายามอย่างยิ่งยวดในการเปลี่ยนแปลง และการดิสรัป(Disrupt) ตลาด

001

 

จุน ฟู ชิน ( Jun Fwu Chin ) ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการ IDC ประเทศไทย กล่าวว่า “ เมื่อเราได้เคลื่อนตัวเข้าสู่ยุคการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัลโดยมีข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน มาตรฐานความสำเร็จถูกยกระดับให้สูงขึ้นสำหรับองค์กรที่ยังไม่ได้เริ่มต้นในเส้นทางนี้ จำนวนของผู้ที่เสนอชื่อเขาชิงตำแหน่งในงาน IDC Digital Transformation Award ในปีนี้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ เช่นเดียวกับจำนวนธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลนั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย สิ่งเหล้านี้นั้นเป็นหลักฐานสำคัญว่า ประเทศไทยอยู่ในจุดยืนทางกลยุทธที่พร้อมที่จะรับและปรับใช้ DX 2.0”

Group Photo

รายชื่อด้านล่างนี้คือ ผู้ชนะในงาน 2019 IDC Digital Transformation Awards ประเทศไทย และยอดเยี่ยม การริเริ่ม Digital Transformation ที่ยอดเยี่ยมซึ่งทำให้พวกเขานั้นโดดเด่นกว่าบริษัทอื่น ๆ

  • Krungsri Digital Transformation โดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รับรางวัล 2019 Digital Transformer for Thailand:

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นธนาคารที่ใหญ่เป็นอันดับห้าของประเทศไทย มีเป้าหมายที่จะส่งมอบประสบการณ์และการเดินทางที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ( Customer Experience and Customer Journey ) โดยเป็นส่วนหนึ่งของ Digital Transformation ของธนาคาร ในการที่จะกระทำดังกล่าวได้นั้น ธนาคารจำเป็นที่จะต้องลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ เช่น Artificial Intelligence, Machine Learning, Big Data Analytics และ Robotic  Process Automation และนำวิธีการใหม่ ๆ มาใช้ในการทำงาน เช่น Design Thinking, DevOps และ Microservices อีกทั้งยังทำงานร่วมกับกลุ่ม FinTech (Financial Technology) เพื่อที่จะพัฒนารูปแบบต่าง ๆ ของผลิตภัณฑ์ และ การบริการผ่านดิจิทัลแชนแนล เนื่องจากจำนวนการใช้สมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในประเทศไทย ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้ปรับตัวเพื่อที่จะสามารถเข้าใจกลุ่มลูกค้าของตนเองและสามารถทราบ pain point ของกลุ่มลูกค้าได้ และได้มีความพยายามอย่างมากที่ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์ omni channel ที่แท้จริงให้กับลูกค้าเท่านั้นแต่ยังคงต้องการที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับชีวิตของกลุ่มลูกค้าอีกด้วย โดยการมอบความมั่นคงทางการเงินให้กับพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ลูกค้าของธนาคารกรุงศรีสมควรจะได้รับอย่างที่สุด ท่ามกลางนวัตกรรมต่าง ๆ ที่สร้างสรรค์โดยธนาคารกรุงศรี รวมถึงนวัตกรรมที่ใช้ปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวหน้าใน Smart Advisor ซึ่งได้ให้คำปรึกษากว่า 100000 ครั้ง เกี่ยวกับการเข้าสมัครเข้าร่วมการลงทุนในกองทุนรวมสูงถึง 13000 ล้านบาทในปี 2018 UChoose ไลฟ์สไตล์แอปพลิเคชัน มอบข้อเสนอที่ถูกปรับให้เหมาะสมกับผู้ใช้บัตรเครดิต โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกทางภูมิศาสตร์และทางพฤติกรรม Smart Data Services เป็นแพลตฟอร์มสร้างการตัดสินใจจากข้อมูงเชิงวิเคราะห์ แพลตฟอร์มนี้ช่วยให้ธุรกิจธนาคารมีผลงานที่เหมาะสมและมีการเพิ่ม RPA ที่จะสามารถลดจำนวนชั่วโมงการทำงานได้มากกว่า 5000 ชั่วโมงภายในเก้าเดือน

  • ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ได้รับรางวัล 2019 DX Leader for Thailand :

ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ดำรงตำแหน่งเป็นอธิการบดีที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (KMITL) ประเทศไทย โดยความตระหนักอย่างยิ่งต่อความเปลี่ยนแปลงที่เทคโนโลยีนำมาสู่ภาคการศึกษา วิสัยทัศน์ “One KMITL” ของศาสตราจารย์ สุชัชวีร์นั้นมีเป้าหมายที่จะนำมหาวิทยาลัยไปสู่ยุคการศึกษา 4.0 ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์พยายามที่จะเพิ่มลำดับของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ให้กลายเป็นหนึ่งในสามมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในประเทศไทย โดยดำเนินตามหลักการการปกครองและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ โปรแกรมการศึกษาระดับโลก กลุ่มการค้นคว้าทางนวัตกรรม โครงสร้างที่มีประสิทธิภาพ และคุณภาพชีวิตและความสามัคคี สถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังได้เปิดสาขาวิชาใหม่เช่น ปัญญาประดิษฐ์และวิศวกรรมหุ่นยนต์ และยังเปิดคณะแพทยศาสตร์ โดยมีเป้าหมายที่จะสนับสนุนผู้เรียนด้วยแผนการเรียนที่เกี่ยวข้องและเข้ากันได้กับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังเตรียมความพร้อมให้กับผู้เรียนให้มีความสามารถในการขับเคลื่องเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรมดิจิทัลต่าง ๆ โดยผ่านความร่วมมือกับองค์กรทั้งในและต่างประเทศ เช่น มหาวิทยาลัย Carnegie Mellon, มหาวิทยาลัย BHMS Switzerland และ มหาวิทยาลัย Robert Gordon แห่งสหราชอนาจักร เพื่อที่จะส่งเสริมเป้าหมายของสถาบันให้มากยิ่งขึ้น ศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ได้จัดตั้งโครงการ the NEXT KMITL ด้วยความตั้งใจที่จะเปลี่ยนแปลงสถาบันพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังให้กลายเป็นหนึ่งในสิบมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในภูมิภาคอาเซียนภายในปี 2020 ผ่านโครงการมหาวิทยาลัยดิจิทัล ซึ่งประกอบด้วย เซลฟ์เซอร์วิสแชนแนล (self-service channels) ระบบสำนักงานอิเล็กทรอนิกส์ แคมปัสมหาวิทยาลัยที่เชื่อมต่อกันทั้งหมด และแพลตฟอร์มการศึกษาแบบดิจิทัลอีกด้วย

 

  • Business Intelligence Transformation โดย ธนาคารไทยพาณิชย์ ได้รับรางวัล Information Visionary for Thailand:

ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เป็นธนาคารที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ธนาคารไทยพาณิชย์เริ่มต้นการดำเนินการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีในองค์กรในปี 2016 เพื่อที่จะเสริมความแข็งแกร่งให้กับความโดดเด่นของตัวธนาคารด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีโดยใช้ข้อมูลเป็นตัวขับเคลื่อน นับเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของแผนการนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้จัดตั้ง Business Intelligence (BI) ซึ่งเป็นโครงการที่สามารถจัดการกับเทคโนโลยี องค์กร ผู้คน และ การจัดการการเปลี่ยนแปลงได้อย่างท่องแท้ โดยใช้ข้อมูลที่ดีที่สุดอย่างเกิดประโยชน์สูงสุดและสามารถวิเคราะห์เพื่อที่จะเพิ่มพูนประสบการณ์ของผู้ใช้บริการให้ดียิ่งขึ้น โครงการ BI Transformation ประกอบด้วยข้อมูลที่ทันสมัย และโครงสร้างการจัดการเชิงวิเคราะห์ Hadoop-based Data, Lake Data, Visualization, เครื่องมือ Virtualization และ Data Lab  สำหรับการสร้างข้อมูลตัวอย่าง แต่สิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นคือ ธนาคารไทยพาณิชย์ได้มีการจัดการการเปลี่ยนแปลง โดยมีโครงการหลายโครงการต่อเนื่องซึ่งมีจุดมุ่งหมายในการสร้างความคุ้นชินให้กับผู้บริโภค ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ย้ายข้อมูลจากการจัดเก็บแบบ on-premise ไปเป็นแบบ on-cloud โดยขณะที่ที่เครื่องมือการจัดการได้รับการพัฒนาสำหรับการจัดการเชิงวิเคราะห์ด้วยเช่นเดียวกัน เพื่อที่จะสนับสนุนแผนการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีดังกล่าว ธนาคารไทยพาณิชย์ได้ให้วิศวกรข้อมูลและนักวิทย์ศาสตร์ที่มีประสิทธิภาพจำนวนมากเข้าร่วมการพัฒนานี้  ซึ่งสามารถจัดการข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้นถึง 61 เปอร์เซ็นต์ โดยสรุปแล้ว สามารถกล่าวได้ว่า โครงการ BI Transformation ของธนาคารไทยพาณิชย์นี้สามารถลดค่าใช้จ่ายการถือครอง สนับสนุนให้มีผู้ใช้ Data Sharing และพัฒนาการใช้ข้อมูลและ Machine learning เพื่อที่จะขับเคลื่อนให้ธนาคารสามารถมีผลประกอบการทางธุรกิจได้ดียิ่งขึ้น

  • Smart Advisor โดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ได้รับรางวัล Information Visionary for Thailand:

Smart Advisor บนแอปพลิเคชันบนมือถือของธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็นฟีตเจอร์ที่ใช้ AI เป็นส่วนหลัก ให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ใช้บริการในการประสบความเร็จด้านความมั่งคั่งทางการเงิน Smart Advisor จะถามคำถามแก่ผู้ใช้บริการ และวิเคราะห์เป้าหมายการลงทุนของผู้ใช้บริการ และสร้างแผนการลงทุนโดยวางแผนจากระดับความเสี่ยงของผู้ใช้บริการ ตั้งแต่ระดับต่ำจนถึงระดับสูง ในอัตราส่วนจากเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ ธนาคารกรุงศรีอยุธยาได้พัฒนาระบบ API เพื่อที่จะคำนวนการจัดสรรหลักทรัพย์ จากโมเดล Black-Litterman Smart Advisor ใช้ประโยชน์จากปัญญาประดิษฐ์ เช่นเดียวกับปัญญาของมนุษย์ และพัฒนาการใช้โครงสร้างจาก DevOps และ Microservice อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนั้นธนาคารกรุงศรีอยุธยายังร่วมมือกับบริษัท Fintech ต่าง ๆ ในการให้บริการด้านการลงทุนอย่างเต็มรูปแบบ นอกจากให้บริการดังกล่าวแล้ว Smart Advisor ยังให้บริการคำปรึกษา การจัดสรรหลักทรัพย์ การทำธุรกรรมทางการเงินออนไลน์ การติดตามการลงทุน การเปรียบเทียบแผนการลงทุนที่มีอยู่กับคำแนะนำต่าง ๆ การแจ้งเตือนอย่างทันที และ การเปิดบัญชีกองทุนรวมอีกด้วย Smart Advisor เป็นแอปพลิเคชันที่ให้คำปรึกษาที่เป็นมิตรต่อการเงินของผู้ใช้บริการบนแอปพลิเคชัน Krungsri Moblie App ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ครบวงจรสำหรับแอบพลิชั่นธนาคารบนโทรศัพท์ในอุตสาหกรรมการเงินในประเทศไทย เมื่อสิ้นปี 2018 จำนวนผู้สมัครเข้ากองทุนรวมผ่านช่องทางนี้มีมูลค่า 13000 ล้านบาท แสดงให้เห็นการเติบโตใกล้เคียงถึง 300 เปอร์เซ็นต์

  • Digital Saving Lottery โดย ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ได้รับรางวัล 2019 Omni-Experience Innovator for Thailand:

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นธนาคารที่บริหารงานโดยรัฐบาล สนับสนุนภาคการเกษตรของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายที่จะนำสลากออมทรัพทย์ ธ.ก.ส. เข้าสู่ยุคดิจิทัล ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ได้เปิดตัว Digital Saving Lottery ซึ่งผู้ที่ใช้บริการใหม่หรือผู้ใช้บริการเดิมฝากเงินกับธนาคารสามารถใช้บริการสลากออมทรัพย์นี้ได้ ผู้ใช้บริการสามารถซื้อสลากผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ BAAC SLAK20 โดยไม่จำเป็นต้องเข้าแถวซื้อสลากที่แผงหรือร้านสะดวกซื้ออีกต่อไป Digital Saving Lottery นี้จะช่วยประหยัดเวลาในการซื้อสลากจาก 15 นาที เหลือเพียงแค่หนึ่งนาทีเท่านั้น ซึ่งจะช่วยให้การซื้อสลากนั้นง่ายขึ้นและมีผู้ซื้อสลากมากขึ้น โดยรางวัลจากสลากนี้มีขึ้นเพื่อที่จะสร้างรายได้ให้แก่ชาวนาและสมาชิกในภาคเกษตรกรรม อีกทั้งยังช่วยทำให้สภาพคล่องทางการเงินของผู้ใช้บริการฝากเงินดีขึนอีกด้วย Digital Saving Lottery สร้างโดยมีรากฐานมาจาก API Banking แอปพลิเคชั่นที่ให้บริการช่องทางการซื้อล็อตเตอรีและสามารถตรวจสอบผลรางวัลได้อย่างง่ายดายและสะดวก  Digital Saving Lottery เป็นแอปพลิเคชันใหม่ล่าสุด ที่แตกต่างจากช่องทางอื่น ๆ ที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรให้บริการแก่ผู้ใช้บริการของธนาคาร แสดงให้เห็นถึงก้าวที่สำคัญของธนาคารจากเป้าหมายที่ต้องการนำเทคโนโลยีมาใช้กับธุรกิจของตนเองกับผู้ใช้บริการ

  • Perceived Food Safety Affecting the Purchase Decision of Food Products of Consumers by Augmented Reality โดย สถาบันอาหารแห่งชาติ กระทรวงอุตสาหกรรม ประเทศไทย ได้รับรางวัล 2019 Operating Model Master for Thailand:

สถาบันอาหารแห่งชาติ (NFI) ประเทศไทย มีหน้าที่หลักในการเพิ่มพูนความรู้ของผู้บริโภค เรื่องความปลอดภัยในอาหาร สำหรับอาหารในชีวิตประจำวันและในร้านอาหารต่าง ๆ  และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับสารปนปื้นในอาหารและโรคที่เกิดจากอาหารต่าง ๆ เนื่องจากประเทศไทยเดินหน้าสู่การเป็น Thailand 4.0 สถาบันอาหารแห่งชาติได้พัฒนาและเปิดตัวแอปพลิเคชัน Food Safety AR เพื่อที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจให้แก่ผู้ที่มีความสนใจเรื่องเทคโนโลยี และผู้ที่สนใจเรื่องสุขภาพในประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้นเกี่ยวกับความปลอยภัยในอาหาร แอปพลิเคชันมีฐานข้อมูลมาจากการทำการศึกษาวิจัยสถาบันอาหารแห่งชาติและความร่วมมือจาก สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) สำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ และกรุงเทพมหานคร แอปพลิเคชัน Food Safety AR ให้ผู้ใช้งานสามารถสแกนผลิตภัณฑ์อาหารและบรรจุภัณฑ์ เพื่อตรวจสอบข้อมูลความปลอดภัยของอาหาร สารปนเปื้อน และจุลชีพก่อโรคในผลิตภันฑ์อาหาร และความเสี่ยงอื่น ๆ จากผลิตภัณฑ์อาหารที่แสกนผ่านแอปพลิเคชัน ในปัจจุบัน ผู้ใช้แอปพลิเคชันสามารถสแกนผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา ผัก และธัญพืช  นอกจากนั้นแอปพลิเคชัน Food Safety AR ยังให้ข้อมูลอินโฟกราฟฟิกเกี่ยวกับความปลอดภัยทางอาหาร 105 รายการ วิดีโออนิเมชัน และรายชื่อร้านอาหาร 100 ร้าน ที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยทางอาหารแล้ว

  • Krungsri Rise โดย Krungsri Finnovate ได้รางวัล 2019 Talent Accelerator for Thailand:

Krungsri Finnovate เป็นการลงทุนร่วมกันของกรุงศรีกรุ๊ป ซึ่งมีจุดมุ่งหมายที่จะเป็นผู้ลงทุนที่เปี่ยมด้วยกลยุทธเพื่อที่จะสนับสนุน startups ในประเทศไทย และประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผ่าน accelerator และการร่วมมือกันในภาคการศึกษา การร่วมมือกับกลุ่ม startups และกลุ่มธุรกิจที่ร่วมลงทุน Krungsri Finnovate ร่วมมือกับศูนย์เร่งสปีดวัฒนธรรมองค์กร RISE Academy เปิดตัว โครงการ accelerator Krungsri RISE Krungsri RISE เป็นศูนย์เร่งสปีดวัฒนธรรมองค์ภายใต้ความร่วมมือจากหลายองค์กรแห่งแรกในประเทศไทย มีเป้าหมายที่จะเพิ่มความสามารถและเร่งการเติบโตของบริษัทกลุ่ม fintech ในระดับท้องถิ่นและธุรกิจ startup อื่น ๆ ในระดับภูมิภาค จากการเปิดตัวของโครงการนี้ในปี  2017 ธุรกิจ startups ที่รับการคัดเลือก ได้เข้าร่วมทำงานกับหน่วยงานธุรกิจของกรุงศรีและกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเพิ่มพูนศักยภาพของแผนธุรกิจตลอดเวลา 12 สัปดาห์ของโครงการ นอกจากนั้นกรุงศรียังตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับกลุ่ม fintech ซึ่งสามารถคิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ  แก่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ไม่เพียงเพื่อที่จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่าน Krungsri RISE เท่านั้น แต่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้บริการได้มากกว่าความคาดหวังของผู้ใช้บริการอีกด้วย Krungsri Finnovate ได้ดำเนินการสามส่วนของโครงการนี้ ซึ่งทั้งสามส่วนนี้เป็นส่วนที่ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้มีโอกาสในการนำเสนอนวัตกรรมทางการเงินแก่นักลงทุนที่มีความสนใจในนวัตกรรมทางการเงิน Krungsri Finnovate ให้การลงทุนแก่กลุ่ม startups กว่า 30ล้านเหรียญสหรัฐในสามปีที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างบริษัท fintech ที่แตกต่างและโดดเด่นของประเทศไทย

Leave a Reply

Top