You are here
Home > Top Story > 2563 ปีทองของสินทรัพย์ดิจิทัล

2563 ปีทองของสินทรัพย์ดิจิทัล

และแล้วเราก็ก้าวเข้าสู่ปีใหม่และปีนี้ยังเป็นปีที่เริ่มทศวรรษใหม่อีกด้วย ไม่น่าเชื่อเลยว่าประชาชนเริ่มรู้จักและได้สัมผัสกับสินทรัพย์ดิจิทัลจริงๆ เมื่อสองสามปีที่ผ่านมานี้เองคือในช่วงปี 2560 ในช่วงเวลานั้นสื่อและนักเก็งกำไรต่างพากันพาดหัวข่าวและแชร์เรื่องราวซึ่งทำให้ตลาดผันผวนและเกิดการปั่นราคากันอย่างมากมาย และนั่นทำให้ราคาของสินทรัพย์ดิจิทัลพุ่งทะยานขึ้นและตกลงวูบลงในเวลาไม่นานซึ่งเกิดขึ้นหลายรอบ
ต่อมาในปี 2562 ปัญหาความผันผวนก็สงบลงตลอดช่วงปี เมื่อเกิดการเก็งกำไรลดลงและสินทรัพย์ดิจิทัลเริ่มถูกนำมาใช้งานในแต่ละภาคส่วน การที่มันถูกเริ่มนำมาใช้งานเป็นการช่วยสาธิตให้ผู้คนเข้าใจถึงคุณค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลว่ามันเป็นมากกว่าสกุลเงินที่ใช้แลกเปลี่ยนซื้อขาย แต่ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพ (stability) ได้อีกด้วย

shutterstock_552445588

แม้จะมีผู้วิพากษ์วิจารณ์และกังขาในตัวสินทรัพย์ดิจิทัลโดยเปรียบมันเหมือนเกมส์เจนก้าที่เมื่อเคลื่อนไม้ผิดพลาดเพียงนิดเดียวทุกอย่างก็พังครืนลงในพริบตา แต่ที่ริปเปิลเรามองเห็นอนาคตของสินทรัพย์ดิจิทัลว่ามันเหมือนเกมส์เลโก้เซตใหญ่มากกว่า ซึ่งเมื่อคุณค่อยๆ ต่อชิ้นส่วนเข้าด้วยกันคุณก็จะได้มุมมองใหม่ของโลกที่คุณคุ้นเคย หรือแม้กระทั่งสร้างโลกใบใหม่ที่คุณเคยได้แต่จินตนาการถึง

 

มองไปข้างหน้าเราเชื่อว่าปี 2563 จะเป็นปีที่เทคโนโลยีและแอพลิเคชั่นใหม่ ๆ สำหรับสินทรัพย์ดิจิตอลจะเปิดตัวขึ้น และนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายและเป็นรูปธรรมในวงการธุรกิจต่างๆ โดยเฉพาะ 3 ปัจจัยสำคัญที่จะถูกนำมาเปิดใช้ขึ้นในปีแรกแห่งทศวรรษใหม่นี้ ซึ่งจะทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น
สินทรัพย์ดิจิทัลผลักดันให้เกิดผลิตภัณฑ์ทางการเงินสำหรับผู้บริโภค

XRP เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกในการชำระเงินข้ามพรมแดน บริษัทหลายแห่งรวมถึง MoneyGram และ goLance และแอปพลิเคชั่นอื่น ๆ ได้รับรองความพอใจในการใช้งาน XRP และเราคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะมีบริษัทอื่นอีกมากมายที่จะประยุกต์ใช้ผลิตภัณฑ์ของเราในปีหน้าที่กำลังจะถึงนี้ แต่เราก็คาดว่าสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ ก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันและการแข่งขันอาจคึกคักมากในปีแรกแห่งทศวรรษใหม่นี้

 

อะชีช บีร์ลา รองประธานกรรมการอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์ของริปเปิล คาดการณ์ว่า Mobile Wallets จะก้าวเข้าสู่แวดวง blockchain และ crypto อย่างยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเชื่อว่า “การนำสินทรัพย์ดิจิทัลและเทคโนโลยีบล็อคเชนมาใช้กับ Mobile Wallets และ Super Apps เช่น Gojek Grab และ PayPal จะเข้าสู่กระแสหลักมากขึ้นเนื่องจากพวกเขาต้องการขยายการบริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและแข่งขันกับธนาคารดิจิทัล”

 

ตามความเห็นของอะชีช การนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้จะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง รวมถึงระบบการให้เครดิตและสินเชื่อแบบใหม่ เขาคาดว่ากรณีการใช้ในตลาดกระแสหลักเหล่านี้จะเกิดขึ้นในประเทศกำลังพัฒนา เช่น เคนยา ไนจีเรีย และพื้นที่บางส่วนของละตินอเมริกาซึ่งมีดีมานด์มากที่สุด แอปพลิเคชั่นเหล่านี้จะได้รับการสนับสนุนตามกฎหมายข้อบังคับที่ช่วยเอื้อต่อสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งนั่นจะทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลเป็นที่น่าสนใจยิ่งขึ้นสำหรับบริษัทเทคโนโลยีที่กำลังมองหาลู่ทางในการขยายตัว
ด้วยมุมมองคล้าย ๆ กัน มาร์คัส ทรีเชอร์ รองประธานกรรมการอาวุโสฝ่าย Customer Success ของริปเปิลเห็นการขยายตัวในระดับนานาชาติและระดับไมโครเพย์เมนท์เพื่อทำให้ลูกค้าใหม่ใช้งานได้ง่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขาเห็นภาพโซลูชั่นการจับจ่ายซื้อของในกลุ่มทัวริสต์และนักท่องเที่ยวที่ไม่ต้องคอยพึ่งบัตรเครดิตหรือบัตรใด ๆ อีกต่อไปที่เริ่มจะเป็นจริงขึ้นแล้วในปี 2563 นี้
“ลองนึกภาพนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่มาเที่ยวประเทศไทย และพวกเขาสามารถซื้อสินค้าได้ผ่านแอพ มือถือหรือสแกนรหัส QR และการชำระเงินข้ามพรมแดนก็เกิดขึ้นทันที โดยตัดจากบัญชีเงินเยนของพวกเขาไปยังบัญชีของผู้ขายสินค้าเป็นเงินบาทไทย หากโซลูชันในการซื้อสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเพิ่มมากขึ้น เราน่าจะได้เห็นผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมากแน่ๆ!”

 

มาร์คัสยังคาดการณ์อีกว่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่จะทยอยลงมาเล่นในฐานะผู้ให้บริการชำระเงินเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเร่งการเติบโตของ Micropayment และ Wallet Payments เพราะพวกเขาต้องการรองรับกระแสการชำระเงินที่มีมูลค่าน้อยได้อย่างทันทีทันใด การขยายตัวของ Micropayment นี้ไปไกลกว่าสิ่งที่แอพรับส่งข้อความแบบดั้งเดิมเช่น Telegram และ Line ให้บริการอยู่ แต่ยังรวมถึงองค์กรขนาดใหญ่ ส่งผลให้นักพัฒนาทั้งหลายต่างมุ่งมาสนใจสินทรัพย์ดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น
การเร่งให้สถาบันฯ ยอมรับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล

เพื่อความมั่นคงและยั่งยืนของสินทรัพย์ดิจิทัลและแอพพลิเคชั่นที่เกี่ยวข้อง ผู้เล่นจากสถาบันจะต้องยอมรับเทคโนโลยีและแสดงออกถึงจุดยืน เราคาดว่ากระแสการยอมรับจากสถาบันจะเริ่มขึ้นในปี 2563 โดยมีบริษัทแบบดั้งเดิมจำนวนมากที่จะหันมาใช้สินทรัพย์ดิจิทัลและโซลูชั่นจากบล็อกเชน
บรีแอนน์ มาดิแกน Head of Global Institutional Markets ของริปเปิลกล่าวว่าจะเป็นการดีที่มีการเริ่มใช้งานโดยแบรนด์ผู้ดูแลที่น่าเชื่อถือได้ เช่น State Street หรือ Bank of New York เข้ามาเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดิจิทัล “การปรากฏตัวของพันธมิตรที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับสถาบันในแวดวงและปูทางสำหรับการยอมรับจากสถาบันที่ใหญ่ขึ้นในวงกว้างในปีหน้านี้” บรีแอนน์อธิบาย

 

ในขณะที่ซีอีโอของริปเปิล แบรด การ์ลิงเฮ้าส์ นั้นหาญกล้ากว่าโดยเขาคาดการณ์ว่าครึ่งหนึ่งของธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในโลก 20 แห่ง จะทำการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างจริงจังในปี 2563 นี้ และนอกจากนั้นเขายังเป็นหนึ่งในหลาย ๆ คนในทีมที่เชื่อว่าสกุลเงินหลักกำลังจะปรับเป็นดิจิทัลในปีหน้า

 

ขณะที่รองประธานกรรมการอาวุโสของ Xpring อีธาน เบียร์ด คาดว่าธนาคารกลางอย่างน้อยหนึ่งแห่งจะเปิดตัวสกุลเงินของพวกเขาในปี 2563 แบรดคาดการณ์ว่าสกุลเงินที่ไม่ใช่ของกลุ่ม G20 อย่างน้อยหนึ่งสกุลเช่นเงินเปโซของอาร์เจนตินาหรือเงินที่คล้ายๆ กันจะกลายเป็นเงินดิจิทัลอย่างสมบูรณ์ภายในปีหน้า
วงการคริปโตจะวิวัฒนาการเพื่อก้าวต่อไป

การทำให้สกุลเงินดิจิทัลเป็นที่ยอมรับโดยสถาบันหลักและสถาบันระดับชาติมากขึ้นจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจที่สนับสนุนเทคโนโลยีนี้ โดยอะชีชและบรีแอนน์ต่างก็คาดหวังว่าจะสร้างคลื่นแห่งการรวมตัวกันของผู้ที่แลกเปลี่ยนคริปโต

 

ในส่วนของเขา อะชีชกล่าวว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของระบบรักษาความปลอดภัย กฏเกณฑ์และข้อปฏิบัติและเทคโนโลยีอาจยากเกินกว่าที่กระดานเทรดเล็ก ๆ จะสามารถแบกรับภาระได้ การรวมตัวกันจะช่วยให้บริษัทต่าง ๆ เติบโตจากระดับภูมิภาคไปสู่การเป็นผู้เล่นระดับโลกและสามารถแข่งขันกับแบรนด์ใหญ่ ๆ อย่าง Binance ซึ่งเริ่มมีการรวมตัวกับบริษัทเทรด exchanges เจ้าอื่นอีกหลายรายแล้ว

 

บรีแอนน์ เห็นว่าการรวมกิจการได้รับแรงหนุนจากความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนจากสถาบันขนาดใหญ่ เธอคาดการณ์ว่า “การมุ่งเน้นที่วอลลุ่มที่แท้จริงจะทำให้ความสนใจในการแลกเปลี่ยนของผู้ใช้รายย่อยลดลง และเกิดตลาดแลกเปลี่ยนในระดับสถาบันมากขึ้น” ประเด็นนี้จะช่วยจุดประกายการรวมกิจการเพราะบริษัทต่างๆ แข่งขันกันเพื่อต้องการเพิ่มปริมาณและลูกค้า
นอกเหนือจากตลาดแลกเปลี่ยน แบรดยังคาดหวังที่จะเห็นการรวมกันระหว่างบริษัทคริปโตนั้นเองด้วย เขาสรุปว่ามันเหมือนเกมส์ตัวเลขง่าย ๆ “โลกนี้ไม่ได้ต้องการสินทรัพย์ดิจิทัลสองพันกว่าสกุล และผมก็ไม่เชื่อว่าจะมีเหรียญขั้นเทพสกุลไหนที่จะครองปฐพีนี้ได้หมด มันชัดเจนว่าถ้าสินทรัพย์ไหนไม่มีเคสตัวอย่างผู้ใช้งานมีแต่การเก็งกำไรอย่างเดียว ก็ไม่มีทางที่จะอยู่รอดได้” ในปีนี้จำนวนของบริษัทคริปโตเริ่มหยุดนิ่งหรือหดตัวลงด้วยซ้ำ และแบรดคาดการณ์ว่านี่จะยังเป็นเทรนด์ที่ดำเนินต่อไปในปี 2563

 

คริปโตจะถูกผลักดัน?

เทรนด์สามอย่างที่กำลังถูกพัฒนาจะช่วยเป็นแรงผลักดันครั้งใหญ่ให้กับวงการสินทรัพย์ดิจิทัลตามที่บรีแอนน์กล่าว เธอเชื่อว่าเมื่อสถาบันเริ่มมีการใช้และเริ่มคุ้นเคยกับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล การออกกฏระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนขึ้นในสหรัฐอเมริกา และ Bitcoin Halving ครั้งต่อไปในเดือนพฤษภาคม ปี 2563 จะนำไปสู่การหันมาเริ่มใช้สินทรัพย์ดิจิทัลครั้งยิ่งใหญ่ในรอบการปรับเปลี่ยนครั้งต่อไป
การก้าวข้ามครั้งใหญ่นี้ อีธานเปรียบเหมือน “การหันไปพึ่งสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า” เมื่อต้องเผชิญหน้ากับวิกฤติเศรษฐกิจโลกชะลอตัวที่อาจจะเกิดขึ้น

และอาจคิดว่าเราลืมเรื่องลิบราไป… ซึ่งมันไม่จริง สมาชิกในทีมหลายคนช่วยกันลงความเห็นในเรื่องนี้ และทายว่าลิบร้ามีแค่สองทางเลือกคือ ไม่เปิดตัวขึ้นก็ต้องปิดตัวลงในปี 2563 นี้ พวกเขาคาดว่าด้วยกฏระเบียบข้อบังคับที่ยุ่งยากมากขึ้น ความกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลและความไม่พร้อมของสมาชิกหลักบางคนจะทำให้แผนการพัฒนาสินทรัพย์ดิจิทัลของเฟซบุ๊คต้องพับไปชัวคราว

 

ปีแรกแห่งทศวรรษใหม่ที่กำลังจะมาถึง เราจะได้เห็นสินทรัพย์ดิจิทัลและบล็อกเชนยังคงปรากฏขึ้นต่อไปในฐานะปัจจัยสนับสนุนหลักของโลกการเงินแห่งอนาคต ผู้ที่เคลื่อนไหวคนแรกจะเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการเปลี่ยนโลกวันพรุ่งนี้ และเราก็พร้อมแล้วที่จะต้อนรับการเผยโฉมของแต่ละราย

Leave a Reply

Top