You are here
Home > News > ไอบีเอ็มเปิดตัว Watson Works ช่วยองค์กรแก้ปัญหาท้าทายของการกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ

ไอบีเอ็มเปิดตัว Watson Works ช่วยองค์กรแก้ปัญหาท้าทายของการกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ

ไอบีเอ็มเปิดตัว ‘วัตสัน เวิร์คส์’ (Watson Works) ซึ่งเป็นชุดผลิตภัณฑ์ที่ผนวกโมเดลและแอพพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ‘วัตสัน’ เพื่อช่วยองค์กรตรวจสอบปัจจัยท้าทายต่างๆ เกี่ยวกับการอนุญาตให้พนักงานกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศอีกครั้ง หลังจากมาตรการกักตัวเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

shutterstock_1306763557

การให้พนักงานกลับเข้าทำงานที่ออฟฟิศในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องนั้น จำเป็นจะต้องมีวิธีการใหม่ๆ ในการรับมือกับเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และศักยภาพในการทำงานของพนักงาน ในแนวทางที่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวเอาไว้ด้วย โดยวัตสัน เวิร์คส์ จะให้มุมมองเชิงลึกจากข้อมูลรอบด้านเพื่อช่วยนายจ้างตัดสินใจเกี่ยวกับการให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศอีกครั้ง การจัดการของสถานประกอบการ การจัดสรรพื้นที่ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิดที่จะต้องเร่งดำเนินการ

“เราออกแบบวัตสัน เวิร์คส์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆ บริหารจัดการสถานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ท่ามกลางวิกฤตการณ์ของโรคโควิด-19 ที่ยังคงดำเนินอยู่” บ็อบ ลอร์ด รองประธานอาวุโสกลุ่มธุรกิจแอพพลิเคชันค็อกนิทิฟ บล็อกเชน และอิโคซิสเต็มของไอบีเอ็ม กล่าว “การนำโมเดลและแอพพลิเคชันเอไอมาประยุกต์ใช้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในบริบทปัจจุบัน เนื่องจากมีแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมากที่องค์กรจะต้องพิจารณา รวมถึงแง่มุมต่างๆ ของสถานการณ์ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา”

วัตสัน เวิร์คส์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรรับมือกับการกลับเข้าทำงานในออฟฟิศอีกครั้ง ในขณะที่องค์กรกำลังเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 โดยครอบคลุมด้านต่างๆ ดังนี้

•        การจัดการสถานประกอบการและปรับการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมที่สุดการใช้ข้อมูลเรียลไทม์จากนายจ้างที่ได้จาก WiFi กล้อง บีคอนบลูทูธ และโทรศัพท์มือถือ โดยจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของพนักงาน ข้อมูลนี้จะช่วยให้องค์กรสามารถจัดสรรพื้นที่ใหม่ได้อย่างรวดเร็ว กำหนดบริเวณที่ห้ามเข้า จัดเตรียมการทำความสะอาดและติดตามความแออัด การเว้นระยะห่างทางสังคม และการใส่หน้ากากอนามัย
•        การให้ความสำคัญกับสุขภาพของพนักงาน โดยช่วยให้นายจ้างมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจว่าควรให้พนักงานกลับเข้าทำงานได้เมื่อใด และควรจะปิดสำนักงานหรือไซต์งานบางแห่งเมื่อใด ช่วยอำนวยความสะดวกในการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลแบบเรียลไทม์จากแหล่งข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงข้อมูลเกี่ยวกับอัตราและแนวโน้มการติดเชื้อในพื้นที่ ข้อมูลเกี่ยวกับอาการและผลตรวจที่พนักงานการแชร์ด้วยความสมัครใจ ข้อมูลความเสี่ยงด้านสุขภาพของพนักงานและครอบครัว และกฎข้อบังคับของรัฐและท้องถิ่น โดยผู้ที่ทำหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจะได้รับการแจ้งเตือนข้อมูลอัพเดตอย่างรวดเร็ว
•        การสื่อสารกับพนักงาน เวนเดอร์ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอื่นๆ โดยพนักงานที่มีคำถามเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 รวมถึงคำถามเกี่ยวกับงานด้านทรัพยากรบุคคล การรายงานอาการด้วยตนเอง หรือต้องการที่จะทราบว่าควรจะมาทำงานหรือไม่ในวันนั้น คำถามเหล่านี้จะได้รับคำตอบจากนายจ้างผ่านพนักงานเสมือนจริง (Virtual agents) และแอพที่ใช้ความสามารถด้านการประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP) ของวัตสัน โดยพนักงานยังสามารถสอบถามนายจ้างได้ด้วยว่าควรจะไปถึงออฟฟิศเวลาใดเพื่อหลีกเลี่ยงผู้คนแออัด
•        เพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามผู้สัมผัสโรคให้ได้มากที่สุดโดยหากพนักงานสมัครใจแจ้งให้นายจ้างทราบถึงผลตรวจที่เป็นบวกและมอบความยินยอม ผู้ติดตามผู้สัมผัสโรคจะสามารถสัมภาษณ์และใช้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลหลายๆ แห่งเพื่อช่วยระบุตัวผู้ที่ควรได้รับการแจ้งให้ทราบว่าอาจจะมีการสัมผัสกับโรค และบันทึกข้อมูลที่เกี่ยวกับผู้ป่วยทั้งหมดไว้ในระบบที่มีการรักษาความเป็นส่วนตัวและมีความปลอดภัย รวมถึงสั่งการไปยังกระบวนการจัดการผู้ป่วยที่นายจ้างออกแบบไว้เพื่อให้ความช่วยเหลือพนักงานในขณะที่พักรักษาตัว

ไอบีเอ็มเป็นผู้นำในการให้บริการเทคโนโลยีและการดูแลข้อมูลที่มีความสำคัญต่อลูกค้าอย่างมีความรับผิดชอบมาอย่างยาวนาน โดยวัตสัน เวิร์คส์ จะปฏิบัติตามมาตรฐานด้านจริยธรรมระดับสูงของบริษัทด้วยหลักการเพื่อความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสซึ่งเป็นที่ยอมรับมาอย่างยาวนาน ตลอดจนแนวทางปฏิบัติในการปรับใช้เทคโนโลยีต่างๆ เพื่อรับมือกับเหตุฉุกเฉินท่ามกลางสถานการณ์โควิด-19 นี้

Leave a Reply

Top