You are here
Home > Author: admin

กรุงศรี ฟินโนเวต ลงทุนใน SBI AI และ Blockchain สร้างโอกาสเข้าถึง Deep Tech ทั่วโลก

กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุน (Corporate Venture Capital) ในเครือกรุงศรี ร่วมลงทุนในกองทุน SBI AI & Blockchain Fund ของ SBI Holdings บริษัทชั้นนำของโลก สัญชาติญี่ปุ่น ไม่ปล่อยโอกาสควานหาสตาร์ทอัพแถวหน้าของโลกด้าน Artificial Intelligence และเทคโนโลยี Blockchain เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินของกรุงศรี นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด เปิดเผยว่า “กรุงศรี ฟินโนเวต ตัดสินใจลงทุนในกองทุนของ SBI ด้วย 2 เหตุผลสำคัญ ประการแรก SBI จัดตั้งกองทุนขนาดใหญ่อันดับต้นๆ ของโลกที่มุ่งลงทุนในเทคโนโลยีทางการเงิน หรือฟินเทค และมีความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้อย่างมาก โดยที่ผ่านมา SBI ประสบความสำเร็จในการบริหารกองทุนฟินเทค และกระจายการลงทุนไปกว่า 100 สตาร์ทอัพทั่วโลก ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพที่มีความน่าสนใจและประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ประการต่อมาคือ SBI เปิดกองทุนใหม่ที่มีชื่อว่า…

จังหวัดบุรีรัมย์ กับระบบขนส่งอัจฉริยะ ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การสร้างเมืองอัจฉริยะ

สำนักงานจังหวัดบุรีรัมย์ ประกาศยกระดับความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมสุดยอดการแข่งขันชิงแชมป์รถจักรยานยนต์ทางเรียบอันดับหนึ่งของโลก หรือการแข่งขัน โมโตจีพี สนาม 15 วันที่ 5 – 7 ตุลาคม 2561 โดยนำเทคโนโลยีเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น ‘แกร็บ’ (Grab) มาใช้นำร่องระบบขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์ “บุรีรัมย์โมเดล” มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยว พร้อมยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตให้กับชาวบุรีรัมย์อย่างยั่งยืน ภายในงานแถลงข่าว นายอนุสรณ์ แก้วกังวาล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เกียรติเปิดงานและกล่าวว่า “จังหวัดบุรีรัมย์กำลังเดินหน้าพัฒนาเมืองอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นที่ความยั่งยืนและความทันสมัย ด้วยวิสัยทัศน์ในการสร้างบุรีรัมย์ให้เป็นแลนด์มาร์คของเมืองแห่งการท่องเที่ยว เมืองแห่งการจัดอีเวนต์และเมืองกีฬา ตามสโลแกน ‘บุรีรัมย์โมเดล’  การจัดงานโมโตจีพี เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ที่จะผลักดันวิสัยทัศน์นี้ให้ประสบความสำเร็จและช่วยสร้างชื่อเสียงให้จังหวัดบุรีรัมย์เป็นที่รู้จักในวงกว้าง นอกจากการเตรียมความพร้อมด้านระบบคมนาคมให้เกิดความคล่องตัวและสะดวกต่อผู้ร่วมงานผ่านความร่วมมือกับสำนักงานขนส่งจังหวัดบุรีรัมย์ในช่วงที่ผ่านมา ในวันนี้ เรายังได้ภาคเอกชนอย่าง แกร็บ ประเทศไทย มาร่วมด้วย โดยการนำเทคโนโลยีเรียกรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่นเข้ามาช่วยในการรองรับความต้องการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบายของนักท่องเที่ยวและผู้เข้าชมงาน พร้อมทั้งเชื่อมต่อการเดินทางกับการคมนาคมขนส่งรูปแบบอื่น ถือเป็นการผลักดันยุทธศาสตร์การสร้างเมืองอัจฉริยะ (Smart City) ให้กับจังหวัดบุรีรัมย์  ซึ่งจะเป็นจังหวัดนำร่องในการนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ และรองรับการพัฒนาทั้งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสังคมของจังหวัดอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต”   นายเนวิน ชิดชอบ…

SUT Hackathon : From Farm to Factory บ่มเพาะไอเดียคนรุ่นใหม่ติดปีกแนวคิด ‘นวัตกรรมการเกษตร’

กว่า 45% ของพื้นที่ในประเทศไทยมีสภาพภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมกับการทำการเกษตร ในขณะที่ประชากรจำนวน 32% ของประเทศ หรือประมาณ 12 ล้านคนที่เป็นแรงงานภาคเกษตรกรรม สามารถสร้างผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้เพียง 10% เมื่อเทียบกับภาคบริการที่สร้าง GDP ได้สูงถึง 50% แสดงถึงความไม่สมดุลระหว่างแรงงานและประสิทธิภาพทางการผลิตในภาคการเกษตร สิ่งเหล่านี้กำลังบอกเราว่าภาคเกษตรเองก็ต้องการพลังจากกลุ่มคนรุ่นใหม่ เข้ามาช่วยสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความยั่งยืนให้กับการทำเกษตรเช่นกัน โดยคนรุ่นใหม่เหล่านี้ หากได้รับการบ่มเพาะแนวคิดและการสร้างทักษะที่เหมาะสม ก็จะสามารถพัฒนาต่อยอดเป็นแรงขับเคลื่อนที่สำคัญสำหรับประเทศไทยในอนาคต กิจกรรม “SUT Hackathon ครั้งที่ 4 : From Farm to Factory” ซึ่งจัดโดยโดยมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ร่วมกับโครงการจัดตั้งสถานพัฒนาความเป็นผู้ประกอบการสำหรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยสุรนารี (Student Entrepreneurship Development Academy: SEDA) ภายใต้การสนับสนุนของกลุ่มมิตรผล และโครงการ Startup Thailand Academy กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มุ่งบ่มเพาะและขับเคลื่อนคลื่นลูกใหม่ให้กับภาคการเกษตร ด้วยการสนับสนุนให้นักศึกษาได้ประยุกต์ใช้องค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีในการสร้างสรรค์นวัตกรรม เพื่อแก้ไขปัญหาด้านการเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร ตลอดจนพัฒนาการทำเกษตรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมส่งเสริมให้นักศึกษาสามารถเริ่มต้นธุรกิจด้วยความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ผ่านการท้าทายด้วยโจทย์การพัฒนาประสิทธิภาพในการปลูกและแปรรูปพืชเกษตร เช่น…

หยุดไม่อยู่!!! Grab ประกาศได้เงินระดมทุนรอบใหม่ มูลค่า 66,000 ล้านบาท

สงสัยจะหยุดไม่อยู่แล้วสำหรับเจ้าธุรกิจแพลตฟอร์ม O2O (Online to Offline) ที่ปฏิวัติระบบขนส่งในตลาด ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่าง Grab หลังจากที่ผ่านมา บริษํทได้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (โตโยต้า) เป็นผู้ลงทุนหลักมายาวนาน ล่าสุด Grab ประกาศความเคลื่อนไหวสำคัญ โดยได้การลงทุนก้อนโตจากผู้สนับสนุนรายใหม่เป็นมูลค่าสูงกว่า 66,000 ล้านบาททีเดียว  โดยสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลกหลายสถาบัน อาทิ OppenheimerFunds, Ping An Capital, Mirae Asset – Naver Asia Growth Fund, Cinda Sino-Rock Investment Management Company, All-Stars Investment, Vulcan Capital, Lightspeed Venture Partners, Macquarie Capital และผู้ร่วมลงทุนอีกหลายราย ต่างเข้ามาร่วมลงทุนกับแกร็บด้วยเช่นกัน ซึ่งเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของแกร็บในภูมิภาค การลงทุนจากสถาบันการเงินชั้นนำระดับโลก แสดงถึงความเชื่อมั่นในศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของแกร็บ และการกระตุ้นศักยภาพการทางเศรษฐกิจในภูมิภาคด้วยแพลตฟอร์ม O2O…

ทีเซล ปั้น Startup เสิร์ฟภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ดันไทยเป็นเมดดิเคิลฮับของเอเชีย ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซล  (TCELS)  เปิดเวที  “THAILAND LIFE SCIENCES STARTUP 2018” ปั้น Startup ดาวรุ่งตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแสดงศักยภาพความสามารถของนักพัฒนาไทยสู่เวทีสากลในอนาคต  ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ดันไทยเป็นเมดดิเคิลฮับในภูมิภาคเอเชีย  เฟ้นหาสตาร์ทอัพเพื่อชิงเงินรางวัล และรับคำปรึกษาจากนักปั้น Startup ระดับโลกอีกด้วย ดร.พัชราภรณ์  วงษา  รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและการลงทุนหรือ TCELS  เปิดเผยว่า  ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มีบทบาทในการพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมผู้ประกอบการและการสร้างธุรกิจ Startup ด้านชีววิทยาศาสตร์  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่ผลักดันและส่งเสริมศักยภาพ Startup ไทยสู่เวทีโลก   TCELS ได้เริ่มดำเนินโครงการในการสนับสนุนและส่งเสริม Startup  ตั้งแต่ปี 2560  โดยเริ่มต้นจากโครงการ “Mini Life Sciences Mentorship Program”  โดยมี Startup สมัครเข้าร่วมโครงการและได้รับการตอบรับอย่างมาก  และได้ขยายแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องมาเป็น “TCELS Life Sciences and MedTech Acceleration Program” โดยมีความร่วมมือจากพันธมิตรภาคธุรกิจและการเงิน ในการบ่มเพาะ พัฒนาระบบ และการร่วมลงทุน (Investment) ในบริษัท Startup โครงการเพื่อให้สามารถก้าวผ่าน Early และ Middle Stage สู่การขยายตลาด จากความสำเร็จตลอดระยะการเริ่มโครงการแรกมาสู่ปีที่  3 ล่าสุดTCELS ผนึกความร่วมมือกับ MassChallenge สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ Startup และให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจแก่บริษัทต่างๆ ที่มีนวัตกรรมให้สามารถก้าวสู่เวทีระดับโลก จัดโครงการ Mentor and Startup Bootcamp เพื่อสร้างเครือข่าย Mentor ด้านชีววิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมปั้น Startup ดาวรุ่งในการพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ (Medical Hub) โดยได้เริ่มดำเนินโครงการเปิดรับสมัครช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และทำการคัดเลือกทีม Startup จากทั้งหมด 42 ทีม และคัดเลือก Startup ที่มีศักยภาพเพียง 20 ทีมเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมและพัฒนาขีดความสามารถในการทำธุรกิจ พร้อมเข้า Pitching คัดเลือกทีมที่ได้คะแนนสูงสุดจำนวน 10 ทีม  เพื่อรับการสนับสนุน Seed Funding ทีมละ 200,000 บาท  และอีก 7 ทีม ที่มีคะแนนสูงสุดจะได้รับสิทธิ์การอบรมเชิงลึกเพื่อขยายตลาดไปยังต่างประเทศจาก  MassChallenge “Thailand Life Sciences Startup โดย TCELS จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ใช้ปั้น Startup   และยังเป็นหนึ่งในภารกิจของ TCELSด้านการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและบุคคลที่มีแนวคิด  แผนการพัฒนาและผลงานได้ต่อยอดการพัฒนา  พร้อมขยายผลสู่ภาคธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการดันไทยสู่การเป็นฮับด้านเมดดิเคิล  ทั้งยังยกระดับศักยภาพฝีมือคนไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกในอนาคต  ทั้งนี้เชื่อมั่นศักยภาพคนไทยสามารถพัฒนาผลงานที่ใช้งานได้จริงได้ในอนาคต ดร.พัชราภรณ์  วงษา   กล่าว Miss. Brittany McDonough Director…

นวัตกรรมในการแข่งขันจักรยานทางไกล “ตูร์ เดอ ฟรองซ์”

เทคโนโลยีสารสนเทสอันทันสมัยและการแข่งขันกีฬาระดับโลก กลายเป็นสิ่งที่แยกกันไม่ออก ซึ่งการแข่งขันฟุตบอลโลกที่ผ่านมาเป็นเครื่องพิสูจน์ได้เป็นอย่างดี เช่นเดียวกับ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ คือการแข่งขันจักรยานเก่าแก่ ซึ่งมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก จากจุดเริ่มต้นในปี 1903 ศึกสองล้อรายการนี้ เป็นเวทีสร้างชื่อของนักปั่นระดับโลกมากมาย อาทิ มิเกล อินดูเรน, เกร็ก เลอมองด์ส, มาร์โก ปันตานี หรือ เซอร์ แบรดลีย์ วิกกินส์แต่ในขณะที่การแข่งขันยังคงไว้ซึ่งเสน่ห์ของมัน ฝ่ายจัดการแข่งขันและผู้เกี่ยวข้องก็เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อไล่ตามให้ทันโลกที่หมุนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ ตูร์ เดอ ฟรองซ์ เป็นการแข่งขันเก่าแก่ที่ไม่เคยตกยุค โดยเฉพาะในปัจจุบันที่สื่อโซเชียลเข้ามามีบทบาทมากขึ้น ทุกเหตุการณ์ที่เกิด ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังแข่งขัน จึงต้องมีการรายงานกันแบบเรียลไทม์ ให้ผู้ติดตามรู้สึกเหมือนกำลังอยู่ในพื้นที่จริง และเพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปแบบราบรื่น นวัตกรรมดิจิทัลต่างๆ จึงถูกนำมาใช้ เพื่อให้ข้อมูลได้รับการเชื่อมโยง และส่งต่อกันถึงกันอย่างไหลลื่น ผ่านความร่วมมือจากพันธมิตรด้านเทคโนโลยี อย่าง ไดเมนชั่น ดาต้า   กุญแจสู่ความสำเร็จ ปัจจุบัน GPS คืออุปกรณ์ที่เราคุ้นเคยกันดี มันถูกนำมาใช้เพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวของนักปั่นทุกคนแบบเรียลไทม์ ข้อมูลต่างๆที่ถูกส่งกลับมา ทั้งตำแหน่งของนักปั่น…

การรั่วไหลของข้อมูลธนาคารใหญ่ สัญญาณเตือนที่ต้องเร่งป้องกัน

หลังจากมีรายงานข่าวเกี่ยวกับการรั่วไหลของข้อมูลของแบงก์ใหญ่ 2 แห่งหลุดไปยังภายนอก สร้างความกังวลทั้งกับลูกค้าและประชาชนทั่วไป ล่าสุดแบงก์ชาติ โดยนายรณดล นุ่มนนท์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับรายงานจากธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และธนาคารกรุงไทย (KTB) ว่า มีข้อมูลที่ไม่เกี่ยวกับธุรกรรมการเงินของลูกค้าบางส่วนหลุดไปยังภายนอก โดยกรณีของธนาคารกสิกรไทย เป็นข้อมูลลูกค้านิติบุคคลที่เป็นข้อมูลสาธารณะซึ่งหาได้ทั่วไป ส่วนของธนาคารกรุงไทย ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลคำขอสินเชื่อของลูกค้ารายย่อยและนิติบุคคลบางส่วน หลังจากธนาคารทั้ง 2 แห่งตรวจพบปัญหาก็ได้เร่งตรวจสอบทันที ซึ่งพบว่ายังไม่มีลูกค้าที่ได้รับความเสียหาย และข้อมูลที่หลุดออกไปไม่ใช่ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน โดยธนาคารทั้ง 2 แห่งได้ดำเนินการปิดช่องโหว่ของระบบดังกล่าว และได้ตรวจสอบระบบงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดให้มีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาประเมินทุกระบบงาน เพื่อให้มั่นใจว่าการป้องกันครอบคลุมระบบงานและฐานข้อมูลทั้งหมด นายรณดล กล่าวว่า ธปท.ได้สั่งการและกำชับให้ธนาคารทั้ง 2 แห่ง ยกระดับมาตรการป้องกันภัยทางไซเบอร์อย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น และดูแลไม่ให้ลูกค้าได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมทั้งสื่อสารให้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของข้อมูลได้รับทราบ ทั้งนี้ ธปท.ได้กำชับให้ธนาคารทั้ง 2 แห่งเตรียมมาตรการเยียวยาลูกค้า หากเกิดความเสียหาย รวมทั้งได้แจ้งสถาบันการเงินทุกแห่งปิดช่องโหว่ดังกล่าวและเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษด้วย ทั้งนี้ เหตุการณ์ข้างต้นถือเป็นภัยทางไซเบอร์ที่เกิดขึ้นกับองค์กรและสถาบันการเงินทั่วโลก ธปท. ตระหนักถึงความเสี่ยงดังกล่าว จึงได้ทำงานร่วมกับผู้กำกับดูแลในภาคการเงินอย่างใกล้ชิด และสั่งการให้สถาบันการเงินยกระดับการรับมือภัยไซเบอร์ ทั้งด้านการเพิ่มมาตรการป้องกันภัยให้รัดกุมเท่าทันกับความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น และการเฝ้าระวังอย่างเข้มข้นด้วยการใช้เครื่องมือช่วยตรวจจับรายการผิดปกติ…

Baania เปิดตัว 2 บริการใหม่สุดตอกย้ำผู้นำนวัตกรรม Big Data สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์

นางสาวอัญชนา วัลลิภากร ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บาเนีย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทเทคโนโลยีที่พัฒนาเกี่ยวกับ Big Data ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในรูปแบบ Comprehensive Marketplace และ Data Platform รายแรกของประเทศไทย กล่าวว่า จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่สนใจซื้อที่อยู่อาศัยที่หันมาใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในกระบวนการค้นข้อมูลมากกว่า 80% ก่อนที่จะตัดสินใจติดต่อทางโครงการหรือเข้าเยี่ยมชมโครงการ ทำให้ Big Data กลายเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อการวางกลยุทธ์ในการขับเคลื่อนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ผู้ประกอบการรับรู้และเข้าใจถึงพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ สามารถพัฒนาสินค้าและบริการได้ตรงความต้องการของผู้บริโภคดียิ่งขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทจึงได้มีการพัฒนาเทคโนโลยี Big Data โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นเครื่องมือที่ทรงประสิทธิภาพให้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในด้านของผู้บริโภค เพื่อให้มีแหล่งข้อมูลที่สมบรูณ์สำหรับการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ ด้วยเทคโนยีที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการได้แบบรายบุคคล (Personalization) และในส่วนของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ สถาบันการเงิน และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง บริษัทได้พัฒนารูปแบบการให้บริการครบทุกด้านพร้อมทั้งข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการลงทุนอย่างครอบคลุมครบถ้วน   “ล่าสุดบริษัทได้เปิดบริการใหม่ ได้แก่ ระบบประมาณการราคาบ้านอัจฉริยะที่เรียกว่า Bestimate และ ระบบวิเคราะห์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ในเชิงลึกจากโซเชียล มีเดีย ที่เรียกว่า Baania Pulse ที่สามารถเปลี่ยนคลังขุมทรัพย์ข้อมูลขนาดใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในปัจจุบัน ทั้งใน…

Grab รุกธุรกิจโลจิติกส์ออนดีมานด์ เปิดตัวบริการเดลิเวอรี่ 3 บริการใหม่ล่าสุดในไทย

แกร็บสานต่อวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของเมืองอัจฉริยะสู่การเป็นซูเปอร์แอพสำหรับทุกวัน ด้วยการขยายบริการโลจิสติกส์ออนดีมานด์บนแพลตฟอร์มแกร็บ เปิดตัวบริการรับส่งพัสดุและสินค้าด่วน  3 บริการใหม่สำหรับผู้บริโภคชาวไทย ได้แก่ แกร็บเอ็กซ์เพรส (GrabExpress) แกร็บมาร์ท (GrabMart) และแกร็บเฟรช (GrabFresh)   ไม่ว่าจะเป็นความต้องการรับ-ส่งพัสดุทางธุรกิจหรือส่วนตัว หาซื้อของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันจากร้านสะดวกซื้อใกล้บ้านหรือของสดจากซูเปอร์มาร์เก็ตให้มาส่งถึงหน้าประตู แกร็บมุ่งมั่นที่จะให้บริการเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างตรงจุดด้วยบริการเดลิเวอรี่ที่ครบวงจรบนแอพพลิเคชั่นเดียว  ในขณะเดียวกัน แกร็บยังช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและธุรกิจขนาดเล็กนับล้านรายในประเทศไทย สามารถต่อยอดฐานลูกค้าและเครือข่ายการขนส่งสินค้าของแกร็บในการขยายธุรกิจของตนให้เติบโตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้    พาร์ทเนอร์ผู้ส่งสินค้าของแกร็บเอ็กซ์เพรส ยังมีโอกาสที่จะทำรายได้ได้มากขึ้นอีกด้วย ซึ่งเป็นผลจากความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นสำหรับบริการเดลิเวอรี่ทั้งจากภาคธุรกิจและผู้บริโภคทั่วไป ‘แกร็บเอ็กซ์เพรส’ เป็นบริการรับส่งพัสดุและเอกสารแบบออนดีมานด์ ที่รวมเครือข่ายรถทุกประเภทของบริการจากแกร็บเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถปิคอัพ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการบริการเดลิเวอรี่ที่มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นจากผู้บริโภคและธุรกิจต่างๆ  โดยขณะนี้ได้เปิดให้บริการแล้วบนแอพพลิเคชั่นแกร็บ  จากนั้น ในเดือนสิงหาคมนี้ แกร็บจะทดลองเปิดให้บริการ ‘แกร็บมาร์ท’ ในรูปแบบเบต้า เพื่อช่วยซื้อสินค้าที่ร้านสะดวกซื้อ โดยจะมีพาร์ทเนอร์ผู้ส่งสินค้าจากแกร็บเอ็กซ์เพรส เป็นผู้รับ        ออร์เดอร์สินค้าและซื้อของใช้จำเป็นจากร้านสะดวกซื้อ เช่น แฟมิลี่มาร์ท ฯลฯ ให้กับผู้ใช้  และภายในสิ้นปีนี้ ผู้ใช้จะได้สัมผัสกับบริการใหม่ที่ชื่อว่า ‘แกร็บเฟรช’ ซึ่งเป็นบริการซื้อและส่งสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตแบบออนดีมานด์อีกด้วย   “แกร็บมุ่งพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อมอบบริการที่สามารถตอบสนองความต้องการในทุกๆ วันของผู้บริโภคได้ และเรามองว่าการเปิดให้บริการเดลิเวอรี่ทั้งสามรูปแบบนี้ จะสามารถตอบโจทย์ความต้องการบริการรับส่งสินค้าด่วนแบบวันเดียวที่เพิ่มมากขึ้นของผู้ประกอบการและผู้บริโภคทั่วไป พร้อมช่วยรองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในประเทศไทยอีกด้วย” นายธรินทร์…

ETDA คาดมูลค่า e-Commerce ไทยปี 61 โตมาที่ 3.06 พันลบ. ขยายตัว 8.76% จากปี 60

นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์การมหาชน) หรือ ETDA กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า ในปี 2560 ไทยมีมูลค่าอีคอมเมิร์ซทั้งสิ้น 2,812,592.03 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นมูลค่าประเภท B2B ประมาณ 1,675,182.23 ล้านบาท หรือคิดเป็น 59.56% รองลงมา เป็นมูลค่าประเภท B2C จำนวนมากกว่า  812,612.68 ล้านบาท หรือ 28.89% และส่วนที่เหลือราว 324,797.12 ล้านบาท หรือ 11.55% เป็นมูลค่าตามธุรกิจประเภท B2G ซึ่งเมื่อเทียบมูลค่าอีคอมเมิร์ซของปี 2560 กับปี 2559 จะพบว่ามูลค่าของประเภท B2B มีการเติบโตขึ้น 8.63% เช่นเดียวกับประเภท B2C ที่โตขึ้น 15.54% ขณะที่ในส่วนของการแบ่งมูลค่าอีคอมเมิร์ซตามประเภทอุตสาหกรรมทั้ง 8 กลุ่ม พบว่าอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าสูงที่สุด ได้แก่ อันดับที่ 1 อุตสาหกรรมการค้าปลีกและการค้าส่ง มีมูลค่า 869,618.40 ล้านบาท (30.92%)…

Top