You are here
Home > Author: admin (Page 2)

แอดไวซ์ ชูกลยุทธ์ผ่าวิกฤตโควิดรับอานิสงส์อี-คอมเมิร์ซโต ยุค “NewNormal”ส่งให้รายได้ช่องทางออนไลน์เติบโต

หากพูดถึงไตรมาสแรกของทุกปีนับเป็นช่วงที่กลุ่มธุรกิจโดยเฉพาะตลาดคอนซูเมอร์จะมียอดขายพุ่งสูงหรือเรียกได้ว่าเป็นช่วงเวลาพีคสุดของทุกปี  แต่ในปลายปีที่ผ่านมาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทยเกิดวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า หรือ Covid-19 ส่งผลให้แผนการตลาดของหลายองค์กรธุรกิจต้องปรับกระบวนทัพแบบเร่งด่วน  เช่นเดียวกับค่าย “แอดไวซ์” หนึ่งในค้าปลีกไอทีของไทย ได้ปรับกลยุทธ์ในการรับมือตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจชะลอตัวจนถึงวิกฤตโควิด พร้อมเปิดเผยผลวิจัยจาก  iPrice  ในหัวข้อ “สงครามอีคอมเมิร์ซ” ทางด้านนายจักรกฤช วัชระศักดิ์ศิลป์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานผลิตภัณฑ์ การขายและการตลาด บริษัท แอดไวซ์ ไอที อินฟินิท จำกัด ผู้นำและศูนย์รวมอุปกรณ์ไอทีครบวงจรที่มีสาขาครอบคลุมกว่า 350 สาขาทั่วประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว  เปิดเผยว่า  จากงานวิจัยโดยการสัมภาษณ์องค์กรธุรกิจกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ ของ iPrice  ซึ่งเป็นเว็บ Meta-search ในประเทศไทย และอีก 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  กับหัวข้อ “สงครามอีคอมเมิร์ซ (Map of E-commerce)”  ระบุว่า “แอดไวซ์”  มีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงปี 2019 ที่ผ่าน และเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปลายปี  เมื่อสำรวจข้อมูลผ่าน SimilarWeb ย้อนหลัง 6 เดือน ทำให้เห็นกราฟความสำเร็จของแอดไวซ์ พุ่งสูงขึ้นเริ่มตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2019 และมีปรับลดลงเล็กน้อยช่วงเดือนกุมภาพันธ์…

สิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็นและสิ่งที่กำลังจะเกิด เมื่อมี 5G

อีริคสัน (NASDAQ: ERIC) คาดว่าจำนวนผู้ใช้ระบบเครือข่าย 5G ทั่วโลกภายในสิ้นปี 2563 จะสูงถึง 190 ล้านรายและจะเพิ่มเป็น 2.8 พันล้านราย ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และโอเชียเนียจะใช้เทคโนโลยีเซลลูล่าร์ผ่าน 5G เป็นอันดับสองรองจากเทคโนโลยี LTE และภายในปี 2568 จำนวนผู้ใช้ 5G จะเพิ่มเป็น 270 ล้านราย หรือคิดเป็น 21% ของจำนวนผู้ใช้มือถือทั้งหมด ข้อมูลคาดการณ์ดังกล่าวได้ระบุไว้ในรายงาน Ericsson Mobility Report ประจำเดือนมิถุนายน 2563 รวมไปถึงข้อมูลประมาณการเติบโตของดาต้าอินเตอร์เน็ตและจำนวนผู้ใช้บริการในแต่ละภูมิภาค รายงานดังกล่าวนี้ยังทำการวิเคราะห์ถึงบทบาทเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่หลายคนต้องทำงานและใช้ชีวิตอยู่บ้านโดยเชื่อมต่อกันผ่านอินเตอร์เน็ต   นางนาดีน อัลเลน ประธานบริษัท อีริคสัน (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โควิด-19 ทำให้พฤติกรรมการ ดำเนินชีวิตประจำวันของผู้คนทั่วโลกต้องเปลี่ยนไป เช่นเดียวกับปริมาณการรับส่งข้อมูลบนเครือข่าย ที่เปลี่ยนแปลงพื้นที่จากย่านธุรกิจไปสู่ชุมชนที่พักอาศัยอย่างรวดเร็ว เมื่อผู้คนต้องทำงานหรือเรียนที่บ้าน โดยรายงาน Ericsson Mobility…

ความเสี่ยงของธุรกิจทางไซเบอร์ จากการทำงานแบบ REMOTE WORKING และการทำงานผ่านอุปกรณ์ที่ล้าสมัย

รายงานข้อมูลเชิงลึกด้านเครือข่ายระดับโลก ปี 2020 (NTT Ltd.’s 2020 Global Network Insights Report) จาก บริษัท เอ็นทีที จำกัด พบว่าในขณะที่องค์กรธุรกิจต่างย้ายแอพพลิเคชั่นไปยังระบบมัลติคลาวด์ ทำให้การลงทุนบนคลาวด์นั้นสูงกว่าค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานในองค์กร ซึ่งทำให้การรีเฟรชระบบและการอัพเกรดรูปแบบการทำงานลดลง เนื่องจากธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะลดจำนวนอุปกรณ์เครือข่ายและชะลอการลงทุนในการปรับโครงสร้างเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย ส่งผลให้อุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้อยู่นั้นล้าสมัยและมีช่องโหว่ในการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียงต่อการถูกคุกคามด้านความปลอดภัยข้อมูล   ในรายงานได้รับข้อมูลอ้างอิงจากการประเมินผลการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีของลูกค้ากว่า 1,000 ราย และครอบคลุมอุปกรณ์เครือข่ายกว่า 800,000 รายการ พบว่าสินทรัพย์เกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่ายขององค์กรถึง 46.3% ค่อนข้างล้าสมัยในปี 2560 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก (weighted average) นับเป็นจำนวนมหาศาลในปี 2560 โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3%     การระบาดของ COVID-19 และการใช้แบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อระบบเครือข่าย และยังต้องเผชิญต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายลงไปอีกเมื่อมีการเข้าถึงเครือข่ายจากระยะไกล (remote access) และการทำงานจากนอกสถานที่ (remote working) รวมถึงการใช้บริการเสียงและวิดีโอ ทำให้ระบบเครือข่ายขององค์กรและโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยขององค์กรอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างไม่น่าเชื่อ   ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่เกินอายุการใช้งานและล้าสมัยในสำนักงานแห่งอนาคต โดยเฉลี่ยแล้วอุปกรณ์ที่ล้าสมัยจะมีช่องโหว่ที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า (42.2%)…

ไอบีเอ็มเปิดตัว Watson Works ช่วยองค์กรแก้ปัญหาท้าทายของการกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศ

ไอบีเอ็มเปิดตัว ‘วัตสัน เวิร์คส์’ (Watson Works) ซึ่งเป็นชุดผลิตภัณฑ์ที่ผนวกโมเดลและแอพพลิเคชันปัญญาประดิษฐ์ (AI) ‘วัตสัน’ เพื่อช่วยองค์กรตรวจสอบปัจจัยท้าทายต่างๆ เกี่ยวกับการอนุญาตให้พนักงานกลับเข้าไปทำงานที่ออฟฟิศอีกครั้ง หลังจากมาตรการกักตัวเพื่อชะลอการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การให้พนักงานกลับเข้าทำงานที่ออฟฟิศในช่วงที่สถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลกยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องนั้น จำเป็นจะต้องมีวิธีการใหม่ๆ ในการรับมือกับเรื่องสุขภาพ ความปลอดภัย และศักยภาพในการทำงานของพนักงาน ในแนวทางที่ยังคงรักษาความเป็นส่วนตัวเอาไว้ด้วย โดยวัตสัน เวิร์คส์ จะให้มุมมองเชิงลึกจากข้อมูลรอบด้านเพื่อช่วยนายจ้างตัดสินใจเกี่ยวกับการให้พนักงานกลับเข้าออฟฟิศอีกครั้ง การจัดการของสถานประกอบการ การจัดสรรพื้นที่ และงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิดที่จะต้องเร่งดำเนินการ “เราออกแบบวัตสัน เวิร์คส์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจต่างๆ บริหารจัดการสถานที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ท่ามกลางวิกฤตการณ์ของโรคโควิด-19 ที่ยังคงดำเนินอยู่” บ็อบ ลอร์ด รองประธานอาวุโสกลุ่มธุรกิจแอพพลิเคชันค็อกนิทิฟ บล็อกเชน และอิโคซิสเต็มของไอบีเอ็ม กล่าว “การนำโมเดลและแอพพลิเคชันเอไอมาประยุกต์ใช้เป็นสิ่งที่มีประโยชน์อย่างยิ่งในบริบทปัจจุบัน เนื่องจากมีแหล่งข้อมูลที่แตกต่างกันเป็นจำนวนมากที่องค์กรจะต้องพิจารณา รวมถึงแง่มุมต่างๆ ของสถานการณ์ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา” วัตสัน เวิร์คส์ ได้รับการออกแบบมาเพื่อช่วยองค์กรรับมือกับการกลับเข้าทำงานในออฟฟิศอีกครั้ง ในขณะที่องค์กรกำลังเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด-19 โดยครอบคลุมด้านต่างๆ ดังนี้ •        การจัดการสถานประกอบการและปรับการจัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสมที่สุดการใช้ข้อมูลเรียลไทม์จากนายจ้างที่ได้จาก WiFi กล้อง บีคอนบลูทูธ และโทรศัพท์มือถือ โดยจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการที่ออกแบบมาเพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของพนักงาน…

Grab : แกร็บ ประเทศไทย เปิดตัว ‘Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย’ โครงการส่งต่อกำลังใจและสนับสนุนก้าวต่อไปของผู้คนในสังคม

แกร็บ ประเทศไทย  เปิดตัวโครงการ ‘Grab Loves Thais ช่วยกันนะคนไทย’  เพื่อตอกย้ำพันธกิจในการดำเนินธุรกิจของแกร็บที่มุ่งยกระดับและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทย พร้อมผนึกพันธมิตรกับภาครัฐและเอกชนเพื่อเยียวยาและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโควิด-19 ให้ก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง ผ่าน 4 กิจกรรมหลัก ได้แก่ Grab Loves Locals ช่วยร้านค้าคนไทยกันนะ, Grab Loves Farmers ช่วยเกษตรกรกันนะ, Grab Loves Partners ช่วยพี่คนขับกันนะ และ Grab Loves Children ช่วยเด็กไทยกันนะ ผนึกกำลังหน่วยงานภาครัฐอย่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ มุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย พร้อมสนับสนุนและขับเคลื่อนประเทศไทยผ่านเศรษฐกิจดิจิทัล นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า แกร็บ ประเทศไทย ในฐานะแอปพลิชันที่ตอบโจทย์ผู้ใช้บริการในทุก ๆ วัน (Everyday Everything App) ได้ยึดมั่นการดำเนินธุรกิจตามพันธกิจหลักขององค์กรที่เรียกว่า “Grab…

ส่วนตัวแต่ไม่ลับ! ผู้ใช้ออนไลน์ 40% ทั่ว APAC เผชิญปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

ผลการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าผู้บริโภคจากเอเชียแปซิฟิก (APAC) 40% เผชิญกับเหตุการณ์ที่มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม ขณะที่ผู้ใช้ออนไลน์มากกว่าห้าในสิบคนในภูมิภาคแสดงความกังวลเรื่องการปกป้องชีวิตทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รายงาน Kaspersky Global Privacy Report 2020 เป็นการศึกษาเกี่ยวกับทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ การสำรวจจัดทำโดยบริษัทวิจัยอิสระโทลูน่าระหว่างเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2020 มีผู้เข้าสำรวจ 15,002 คนจาก 23 ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้มี 3,012 คนมาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก   การละเมิดบางอย่างเกี่ยวข้องกับแอ็คเคาท์ที่ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต (40%) การครอบครองอุปกรณ์อย่างผิดกฎหมาย (39%) ข้อมูลลับถูกขโมยและใช้งาน (31%) ข้อมูลส่วนตัวถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับความยินยอม (20%)   อย่างไรก็ดี รายงานฉบับนี้ยังพบว่าผู้ใช้มากกว่าหนึ่งในห้ายังคงเต็มใจเปิดเผยข้อมูลความเป็นส่วนตัวเพื่อรับผลิตภัณฑ์หรือบริการฟรี ผู้ตอบแบบสอบถามอีก 24% ยังช่วยลดระดับความปลอดภัยลงด้วยการแชร์รายละเอียดแอ็คเคาท์โซเชียลมีเดียเพื่อเล่นแบบทดสอบตลก เช่น ชนิดของดอกไม้ที่ตัวเองเป็น หรือตัวเองมีหน้าตาเหมือนเซเลปคนไหน นอกจากนี้ ผู้บริโภคจำนวนสองในสิบยอมรับว่าต้องการความช่วยเหลือเพื่อเรียนรู้วิธีการที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวออนไลน์ของตนเอง   นายสเตฟาน นิวไมเออร์ กรรมการผู้จัดการ แคสเปอร์สกี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ข้อมูลของเราแสดงถึงพฤติกรรมออนไลน์ที่ซับซ้อนภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นเรื่องน่ายินดีที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวออนไลน์…

Zmyhome สตาร์ทอัพ Property Tech สัญชาติไทยประกาศความสำเร็จอีกขั้น ระดมทุนได้แล้ว 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ZmyHome (ซี–มาย–โฮม) เว็บไซต์ “บ้าน คอนโด เจ้าของขายเองอันดับ 1” สุดเจ๋งหลังเข้าตานักลงทุนจาก Bon Angel และ KK Fund ได้รับเงินลงทุนแล้วทั้งหมดรวม 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อปฏิวัติวิธีการขาย-เช่าที่อยู่อาศัยให้คนไทย โดยให้ผู้ขายส่งข้อความตรงถึง “ผู้ซื้อที่กำลังติดต่อบ้านหลังอื่นในพื้นที่” ซึ่งเป็นวิธีการขายเชิงรุก แทนการโฆษณาและรอผู้ซื้อ  พร้อมขยายเข้าสู่ธุรกิจตัวแทน (Agent) ชื่อ “อยู่เย็น” ประเดิมทำเล New CDB พระราม 9 เป็นที่แรก เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับตัวแทนอื่นๆ ในการขายเช่าทรัพย์โดยใช้แพลตฟอร์ม ZmyHome !!  แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และสตาร์ทอัพทั่วโลกจะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ไทยที่เกิดภาวะฟองสบู่ตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2562 และทำให้ราคาคอนโดมิเนียมลดลงอย่างมาก   และการระบาดของเชื้อไวรัสยิ่งทำให้ความต้องการที่อยู่อาศัยลดน้อยลงไปอีก แต่สตาร์ทอัพที่มีเป้าหมายที่ชัดเจนและตอบโจทย์ตลาด  ยังมีโอกาสได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุน (Venture Capital) ในไทยและต่างประเทศ ดังเช่นที่ ZmyHome (ซี-มาย-โฮม) แพลตฟอร์ม ซื้อ เช่า บ้าน คอนโด…

ผลสำรวจระบุผู้บริโภคทั่วเอเชียแปซิฟิกนิยมชำระเงินผ่านระบบดิจิทัลมากขึ้น ในไทยมี TrueMoney และ PromptPay เป็นพระเอก

ผลสำรวจอีคอมเมิร์ซและการชำระเงินในเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2563 ของ Rapyd ซึ่งจัดทำในเดือนมีนาคมและเมษายน ใน 7 ประเทศและดินแดนทั่วเอเชียแปซิฟิก เผยให้เห็นวิธีการชำระเงินที่ใช้บ่อยที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดของผู้บริโภค 3,500 คน   Rapyd ผู้ให้บริการเทคโนโลยีการเงินระดับโลก เปิดเผยผลสำรวจอีคอมเมิร์ซและการชำระเงินในเอเชียแปซิฟิกประจำปี 2563 (2020 Asia Pacific eCommerce and Payment Study) ซึ่งเป็นการวิเคราะห์พฤติกรรมทางการเงิน วิธีการชำระเงิน ข้อควรพิจารณา และความนิยมของผู้บริโภคใน 7 ประเทศและดินแดนในเอเชียแปซิฟิก เพื่อเผยให้เห็นว่าความคาดหวังและพฤติกรรมการซื้อของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรในโลกที่มีความเป็นดิจิทัลมากขึ้น   รายงานนี้จัดทำขึ้นในเดือนมีนาคมและเมษายน 2563 โดยสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค 3,500 คนทางออนไลน์ในอินเดีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย ที่ละ 500 คน ซึ่งผลสำรวจเผยให้เห็นถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีการชำระเงินใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ และได้รับการยอมรับและความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากช่วยให้การจับจ่ายสะดวกสบายมากขึ้น ทั้งยังเข้ากับบริบทท้องถิ่น และช่วยให้ชุมชนที่เข้าไม่ถึงบริการทางการเงินแบบเดิมสามารถจับจ่ายผ่านระบบดิจิทัลได้   รายงานนี้ช่วยให้ธุรกิจต่าง ๆ…

ธุรกิจท่องเที่ยว ในวันที่ไม่มีนักท่องเที่ยว

ภาคการท่องเที่ยวที่คนทั้งประเทศยกให้เป็นฮีโร่ ที่สร้างรายได้เข้าประเทศสูงถึง 3 ล้านล้านบาทในปีที่ผ่านมา สุดท้ายแล้วก็ต้องพ่ายให้แก่วายร้ายโควิด 19 ที่แผลงฤทธิ์อย่างรุนแรงในทุกระดับของธุรกิจท่องเที่ยว ไล่ตั้งแต่คนขับรถตุ๊กตุ๊ก โฮมสเตย์ขนาดเล็ก ร้านอาหาร จนถึงโรงแรมขนาดใหญ่ ที่กำลังทยอยเลิกกิจการไปอย่างน่าเศร้า การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วที่หลายคนไม่ทันตั้งตัวครั้งนี้ สร้างความท้าทายใหม่ ในโลกที่ไม่เหมือนเดิม สถาบันอุทยานการเรียนรู้ TK Park ชวนเหล่าผู้บริหารและบุคคลที่เชี่ยวชาญสาขาต่าง ๆ มาเปิดมุมมอง ถ่ายทอดประสบการณ์ และแนวคิดถึงการปรับตัวในโลกหลังโควิด 19  ในกิจกรรม Re:learning for the Future 19 ความท้าทายใหม่ในโลกที่(ไม่)เหมือนเดิม  การท่องเที่ยวคือหนึ่งในประเด็นที่น่าสนใจ จากคุณสมศักดิ์ บุญคำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท โลเคิล อไลค์ จำกัด และคุณวรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง Homemade Stay ชุมชนและระบบการจัดการโรงแรมขนาดเล็ก “อย่ารอเงินจากนักท่องเที่ยว” ถึงเวลาที่ต้องหันมามองตลาดภายในประเทศ และเริ่มพึ่งพากันเองมากขึ้น ด้วยความไม่แน่นอน รวมถึงยังไม่มีวี่แววของวัคซีนในเร็ววันนี้ ทำให้การรอให้ทุกอย่างกลับเป็นปกติแล้วหวังเม็ดเงินของนักท่องเที่ยวคงจะช้าเกินไปสำหรับคนในชุมชน นี่คือโจทย์ยากที่คุณสมศักดิ์ บุญคำ ได้รับจากสถานการณ์โควิด 19…

LINE กับการเป็น “Full Marketing Funnel” ช่องทางการสื่อสารตอบโจทย์นักการตลาดยุค New Normal

จากสถานการณ์โควิด-19 ผู้บริโภคชาวไทยส่วนมากได้ก้าวเข้าสู่ New Normal ด้วยรูปแบบการใช้ชีวิตวิถีใหม่ที่แตกต่างไปจากเดิม ส่งผลให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องปรับตัว เพื่อสอดรับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ด้วยการปรับกลยุทธ์ทุกกระบวนท่า ผลักดันให้ธุรกิจเดินหน้าและเติบโตได้อย่างยั่งยืน ทั้งรูปแบบการตลาด การสื่อสาร การทำคอนเทนต์ต่างๆ สู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะผ่านแพลตฟอร์ม LINE ที่พรั่งพร้อมไปด้วยบริการหลากหลายที่ตอบโจทย์ จนกลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของคนไทยกว่า 46 ล้านคน ด้วยความแข็งแกร่งในการเข้าถึงผู้ใช้ในวงกว้าง และครอบคลุมทุกกลุ่มอายุ ทำให้ LINE กลายมาเป็นช่องทางสำคัญสำหรับนักการตลาด ทั้งในด้านการสร้างการรับรู้ กระตุ้นความสนใจและสร้างความสัมพันธ์กับผู้บริโภค รวมไปถึงการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กับแบรนด์ และเป็นรากฐานการก้าวเข้าสู่โซเชียลคอมเมิร์ซได้อย่างเต็มตัวและมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจาก LINE Official Account ซึ่งเป็นช่องทางหลักสำหรับนักการตลาดในยุคปัจจุบัน ที่ใช้ในการสื่อสารและทำธุรกรรมต่างๆ กับผู้บริโภคแล้ว โฆษณาบนแพลตฟอร์ม LINE ยังเป็นส่วนเติมเต็ม ทำหน้าที่เป็น “Full Marketing Funnel” หรือช่องทางการทำการตลาดและการสื่อสารอย่างสมบูรณ์แบบให้กับแบรนด์สินค้า และนักการตลาด ด้วยการสร้างโอกาสในการสร้างสื่อโฆษณารูปแบบใหม่บนตำแหน่งที่หลากหลาย สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ตรงจุด และตอบโจทย์ทุกความต้องการของแบรนด์ได้อย่างครบวงจร รับ New Normal ใหม่ของธุรกิจไทยในการปรับตัวเข้าสู่โลกออนไลน์อย่างเต็มรูปแบบ   ตำแหน่งโฆษณาหลากหลาย พร้อมสร้างรูปแบบใหม่ในการโฆษณาบนบริการอื่นๆ ของ…

Top