You are here
Home > Technology

การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) สำหรับงานบริการลูกค้า

นอกเหนือจากสรรค์สร้างสินค้าและบริการชั้นยอดเพื่อมัดใจลูกค้าแล้ว การนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้งานยังเป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงได้ในปัจจุบัน ล่าสุด Cisco ได้ผยถึงแนวโน้มการนำ AI มาใช้สำหรับงานบริการลูกค้าไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ o   ประสบการณ์ดิจิตอลสำหรับลูกค้า แชทบ็อท (Chatbot) คือวิธีการที่พบเห็นได้มากที่สุดในการปรับใช้เทคโนโลยี AI ในงานบริการลูกค้าของบริษัทต่างๆ ในปัจจุบัน ผลการศึกษาของ BT ชี้ว่า เกือบ 80% ของลูกค้าที่ตอบแบบสอบถามยอมรับการใช้แชทบ็อทสำหรับการตอบข้อซักถามง่ายๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว  สิ่งสำคัญก็คือ จะต้องออกแบบและนำเสนอแชทบ็อทที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว  ทุกวันนี้หลายๆ บริษัทกำลังอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน โดยมีการทดสอบไอเดียต่างๆ รับฟังความเห็นจากลูกค้า และปรับปรุงแก้ไขระบบให้ดียิ่งขึ้น  หลังจากที่ทดลองใช้งานนานหลายเดือน องค์กรธุรกิจก็จะสามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีการใช้แชทบ็อทอย่างเหมาะสมเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า o   การกำหนดเส้นทางอย่างชาญฉลาด (Intelligent Routing) AI จะช่วยรองรับการกำหนดเส้นทางอย่างชาญฉลาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนโดยอาศัยการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของลูกค้าในขั้นตอนต่างๆ ตัวอย่างเช่น ระบบจะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจาก Internet of Things (IoT) และติดต่อกับลูกค้าในลักษณะเชิงรุก ทั้งนี้กว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกพอใจที่องค์กรธุรกิจสังเกตเห็นว่าเขากำลังประสบปัญหา และติดต่อเขาโดยตรงเพื่อให้ความช่วยเหลือ ส่วนด้านอื่นๆ ที่อาจได้รับประโยชน์ได้แก่ การคาดการณ์ การจัดสรรบุคลากร การตรวจจับ และป้องกันการฉ้อโกง…

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในสถานีอวกาศนานาชาติ

ไอบีเอ็ม เปิดเผยถึงความสำเร็จของแอร์บัส (Airbus) ในการพัฒนา “ไซมอน” (Crew Interactive Mobile Companion หรือ CIMON) ในนามของศูนย์อวกาศยานเยอรมัน (German Aerospace Center: DLR) โดยไซมอนเป็นหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้เทคโนโลยีไอบีเอ็ม วัตสัน ที่ได้ติดตามนักบินอวกาศอเล็กซานเดอร์ เกิร์สต ไปสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจสำคัญ 3 ประการคือ การร่วมกันทำการทดลองกับคริสตัลการแก้ไขปัญหาลูกบาศก์ของรูบิกโดยอาศัยวิดีโอต่างๆ และการทดลองทางการแพทย์ที่ซับซ้อนโดยใช้ไซมอนทำหน้าที่กล้องบินได้แบบ “อัจฉริยะ” ไซมอนเป็นระบบอัจฉริยะแบบอินเตอร์แอคทิฟที่พกพาได้ ที่จะเป็นผู้ช่วยนักบินอวกาศเกิร์สตในภารกิจครั้งที่2 สู่สถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการสถานีอวกาศในช่วงที่สองของการปฏิบัติการระยะเวลา 6 เดือน โดยไซมอนได้รับการพัฒนาโดยแอร์บัสในนามของศูนย์อวกาศยานเยอรมัน และจะได้รับการทดสอบบนสถานีอวกาศนานาชาติ ภายใต้ภารกิจ “ฮอไรซันส์” ขององค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency) หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ไซมอนมีลักษณะเป็นอุปกรณ์กลมๆ ขนาดเล็ก มีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ใบหน้าและเสียงดิจิทัล รวมถึงการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ของไซมอน ทำให้ไซมอนเป็นเหมือน “เพื่อนร่วมงาน” ของบรรดาลูกเรือบนอวกาศ โดยกลุ่มนักพัฒนาที่รับผิดชอบการพัฒนาไซมอนคาดการณ์ว่าไซมอนจะช่วยลดความเครียดของบรรดานักบินอวกาศ ขณะเดียวกันก็ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และทำหน้าที่เป็นระบบเตือนล่วงหน้าในกรณีที่เกิดปัญหาทางเทคนิค…

WPI Group จัดแสดงเทคโนโลยี IoT สุดล้ำร่วมด้วยผู้ผลิตชิปรายใหญ่ระดับโลก พร้อมวางเป้าหมายพาองค์กรสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

WPI Group/WPG Holding และ Intel ได้ร่วมมือกันจัดงาน Tomorrow IoT Trends Unveiled โดยทั้งสอง จะเข้ามาแนะนำเทรนด์ด้าน IoT สำหรับอนาคต พร้อมแบ่งปันโซลูชั่นด้าน IoT หลากหลายแบบแก่ผู้เข้าชม โดยเปิดให้ผู้ใช้งานได้นำความรู้ไปใช้ดึงศักยภาพของโซลูชั่นที่ใช้อยู่ได้มากขึ้น และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวกับ IoT ได้อย่างง่ายดาย โดยในงานครั้งนี้มีพันธมิตรด้านไอทีมาร่วมกันจัดแสดงผลงานและเทคโนโลยีกันอย่างคึกคัก เริ่มกันตั้งแต่ iEi ในกลุ่ม MRS โดยพวกเขานำเอาระบบ CNC Machine Data Collection & Analysis, มาพร้อมกับเทคโนโลยีในการจัดการด้านระบบสตอเรจและแบ็กอัพ ที่สามารถทำการอินทริเกรตกันทั้งแบบพับลิคและไพรเวทคลาวด์ และยังมีตัวโซลูชั่นในการจัดการด้าน Safety Surveillance มาแสดงด้วย ถัดมาเป็นบริษัท Avalue ในกลุ่ม RRK เป็นโซลูชั่นที่ออกแบบด้านระบบการจดจำใบหน้าในการระบุตัวตนลูกค้าเพื่อที่จะแสดงสินค้าหรือโปรโมชั่นที่สอดคล้องกับลูกค้ารายนั้น ๆ เพื่อสร้างการซื้อขายให้เกิดขึ้น โดยข้อมูลต่าง ๆ ของลูกค้าจะถูกเก็บในระบบศูนย์กลางเพื่อการวิเคราะห์ในอนาคต ทั้งนี้ช่วยให้ผู้ขายสามารถที่จะระบุและประเมินผลด้านการตลาดและการเจาะกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม จากนั้นก็ยังมีบริษัท Gamma มาพร้อมกันโซลูชั่นที่น่าสนใจผ่านทางระบบสถาปัตยกรรม Intel Based…

Scan4You บริการให้อาญชากรไซเบอร์เข้ามาทดสอบประสิทธิภาพของมัลแวร์ถูกจับกุมแล้ว

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เทรนด์ไมโคร ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับ FBI ในการค้นหา จับกุม และนำตัวผู้กระทำผิดเข้ารับการพิจารณาคดีที่เกี่ยวข้องกับบริการต่อต้านแอนติไวรัสหรือ Counter Antivirus (CAV) ชื่อ Scan4You ซึ่งผลการตัดสินเมื่อวันที่ 18 มีนาคม พบว่าผู้ต้องหา นาย Ruslans Bondars กระทำผิดจริง ขณะที่นาย Jurijs Martisevs ยอมรับสารภาพ การเข้าจับกุมและการตัดสินโทษครั้งนี้ถือเป็นความสำเร็จร่วมกันระหว่างทีมนักวิจัยจากเทรนด์ไมโครและ FBI Scan4You นี้เปิดให้อาชญากรไซเบอร์เข้ามาทดสอบการตรวจจับมัลแวร์ของตัวเอง จากเอนจิ้นแอนตี้ไวรัสล่าสุดในท้องตลาดกว่า 30 แบบ เพื่อพัฒนามัลแวร์ให้หลบการตรวจจับได้มากที่สุด เทรนด์ไมโครได้เริ่มสืบหาต้นตอตั้งแต่ปี 2555 โดยร่วมมือกับ FBI อย่างใกล้ชิด จนกระทั่งสามารถปิดเว็บดังกล่าวพร้อมทั้งเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยสองรายที่เป็นแอดมินดูแลได้เมื่อพฤษภาคม 2560 “ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย และการเป็นส่วนหนึ่งของประชากรโลกที่เฝ้าต่อสู้กับอาชญากรรมทางไซเบอร์อยู่ตลอดเวลา เราจึงภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้สนับสนุนการทำงานของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายทั่วโลก” Ed Cabrera ประธานฝ่ายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของเทรนด์ไมโครกล่าว “ในกรณีนี้ ทั้งเครือข่ายอัจฉริยะที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอันตรายจากทั่วโลกของเรา ร่วมกับทีมนักวิจัยของเทรนด์ไมโครได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งต่อ FBI ในการเข้าจับกุมบริการเถื่อนอย่าง CAV นี้โดยถือเป็นการปราบปรามอาชญากรรมทางไซเบอร์ครั้งใหญ่…

ประโยชน์ที่ธุรกิจจะได้รับจากบล็อกเชน

บล็อกเชน (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีที่ถือกำเนิดขึ้นเพื่อรับรองความถูกต้องให้กับบิตคอยน์ (Bitcoin) ระบบสกุลเงินที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับอุตสาหกรรมการเงินอย่างมากเมื่อปี 2008 (พ.ศ. 2551) แกนหลักของเทคโนโลยีนี้คือการกำจัดระบบควบคุมแบบเบ็ดเสร็จจากส่วนกลางด้วยการนำเสนอเครือข่ายแบบกระจายที่มีข้อกำหนดและกฎระเบียบในแบบฉบับของตัวเอง นอกจากนี้ยังสามารถสร้างประโยชน์ทางธุรกิจได้อย่างคาดไม่ถึงด้วย จริงๆ แล้วสองสิ่งนี้ไม่ได้มีอะไรที่เหนือกว่ากัน แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครจะนำสิ่งไหนไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่า บล็อกเชนคืออะไร BitcoinBlockchain เป็นบัญชีแยกประเภทระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่มีความปลอดภัย โดยเชื่อมต่อกับหลายภาคส่วนบนเครือข่ายที่มีความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ ทั้งยังช่วยอำนวยความสะดวกในการถ่ายโอนสินทรัพย์และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสินทรัพย์ดังกล่าวด้วย โดยเบื้องต้นแล้ว เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเครื่องมือของบิตคอยน์ในการรับรองความถูกต้องของสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ครั้งใหญ่ในโลกการเงินจนนำไปสู่วิกฤตการณ์ทางการเงินระดับโลกเมื่อปี พ.ศ. 2551   ทุกธุรกรรมในระบบดิจิทัลจะได้รับการเก็บบันทึกอย่างปลอดภัยในห่วงโซ่ (เชน) ที่เชื่อมต่อกันด้วยคีย์ดิจิทัลที่มีการเข้ารหัสไว้สำหรับใช้แสดงความถูกต้องเมื่อได้รับการตรวจสอบจากเครือข่าย การสร้างสำเนา การแก้ไข หรือการลบธุรกรรมจะได้รับการป้องกันโดยเชนซึ่งมีอยู่ในคอมพิวเตอร์ของแต่ละคนบนเครือข่าย ยิ่งบล็อกเชนยาวมากเท่าไรและเครือข่ายกว้างไกลมากเพียงใด คีย์ดิจิทัลก็ยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้น ดังนั้นบล็อกเชนจึงมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นไปอีก   แพลตฟอร์มการค้าขายแลกเปลี่ยนแบบใหม่ โดยปกติแล้วรูปแบบของการค้าขายแลกเปลี่ยนจะเป็นการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ระหว่างกันอย่างน้อยสองคนขึ้นไป (ยกเว้นการแลกเปลี่ยนแบบใช้สินค้าแลกกัน) และมักจะต้องมีคนกลางในการทำให้ข้อตกลงบรรลุผล ตลอดจนช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกระบวนการซื้อขายโดยแลกกับค่าตอบแทนในการทำหน้าที่คนกลางดังกล่าว (ซึ่งค่าตอบแทนดังกล่าวมีมูลค่ามากถึง 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ฯ ในปี 2014 จากข้อมูลของนักเศรษฐศาสตร์) บล็อกเชนได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบค้าขายดังกล่าวด้วยการนำแต่ละคนหรือกลุ่มต่างๆ มารวมเข้าด้วยกันบนเครือข่ายที่เชื่อถือได้และไม่มีบุคคลที่สามเป็นตัวกลาง ทั้งยังสามารถบันทึกการทำธุรกรรมแต่ละรายการได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย   ข้อดีทางธุรกิจ การใช้ระบบค้าขายแลกเปลี่ยนแบบใหม่นี้สามารถสร้างประโยชน์ให้กับธุรกิจได้อย่างมากมาย แต่ส่วนใหญ่แล้วจะมุ่งเน้นไปที่ความสามารถอย่างน้อย 1 ใน 6 อย่าง…

ภัยคุกคามทางไซเบอร์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซีย

รายงานวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แลป ชี้ว่าจุดบริการเน็ตเวิร์ก Wi-Fi จำนวน 7,176 จุด ตามเมืองแข่งขัน FIFA World Cup 2018 จากประมาณ 32,000 จุด ไม่ใช้การเข้ารหัสข้อมูลสื่อสาร แฟนฟุตบอลทั้งหลายตามเมืองเหล่านั้นมีความเสี่ยง ควรมีมาตรการวิธีการป้องกันข้อมูลสำคัญส่วนตัวด้วยตนเอง โดยเฉพาะ เมื่อใดก็ตามที่ใช้การเชื่อมต่อ Wi-Fi ตามเมืองต่างๆ ที่เป็นเจ้าภาพแข่งขัน FIFA World Cup งานระดับโลกเช่นนี้มักเป็นช่วงเวลาที่ผู้คนมากมายทั่วโลกต่างพากันต่อเชื่อมเน็ตเวิร์กกันอย่างหนาแน่นเพื่ออัพโหลดโพสต์ ติดต่อเพื่อนฝูง คนรัก แชร์ความตื่นเต้นบันเทิงกัน ทำให้เน็ตเวิร์กเหล่านี้ถูกใช้เป็นช่องทางในการโอนย้ายถ่ายเทเงิน รวมทั้งข้อมูลอันมีค่าผ่านอินเทอร์เน็ตได้ด้วย และข้อมูลเหล่านี้เองคือหมายที่มิจฉาชีพ หรือเธิร์ดปาร์ตี้ ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นอาชญากรผู้ร้ายไซเบอร์เท่านั้น ใช้เป็นช่องทางเข้าแทรกแซงเพื่อดึงเอาข้อมูลมาใช้เพื่อประโยชน์ของตัวเอง การวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แลป นั้นอยู่บนพื้นฐานการวิเคราะห์ Wi-Fi สาธารณะตามจุดต่างๆ ที่ติดตั้งอยู่ใน 11 หัวเมืองที่มีการแข่งขัน FIFA World Cup 2018 ได้แก่ เมือง Saransk, Samara, Nizhny Novgorod, Kazan,…

Smart Office Solution โซลูชั่นสำนักงานอัจฉริยะ สำหรับธุรกิจยุคดิจิทัล

ทุกองค์กรต้องการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ แต่บางครั้งต้องมาปวดหัวกับ ปัญหาเดิมๆของมนุษย์ออฟฟิศ ไม่ว่าจะเป็น -จองห้องประชุม แสนลำบาก ใครจองใช้ห้องบ้างก็ไม่รู้ – จะปรับแสงในห้องประชุมที ต้องลุกไปลุกมา ปิดไฟ ปิดม่าน เพื่อให้ได้บรรยากาศตามต้องการ -อยากเปลี่ยนบรรยากาศนั่ง ทำงานที่อื่นก็ไม่ได้ เดี๋ยวคนโทรไปที่โต๊ะไม่เจอ -พื้นที่สำนักงานในเมืองราคาแพง ต้องบริหารการใช้พื้นที่ให้คุ้มค่า -ไม่มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีพอแลกบัตรทีเดียวไปได้ทุกชั้น -กล้องวงจรปิดทำได้แค่ตามหาผู้กระทำผิดเมื่อเกิดความเสียหายแล้วเท่านั้น จะดีกว่า ไหมที่เราจะมีโซลูชั่น ที่เปลี่ยนออฟฟิศแบบเดิมๆให้กลายเป็น Smart Office ที่ แสนสะดวกสบายเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย บรรยากาศน่าทำงานสามารถ ย้ายไปนั่งทำงานที่จุดใดของออฟฟิศก็ได้โดยไม่ขาดการติดต่อสื่อสาร   ระบบห้องประชุมอัจฉริยะ ด้วยระบบห้องประชุมยุคใหม่พนักงานสามารถจองหรือเช็คตารางการใช้ห้องได้จาก จอแสดงผลหน้าห้อง หรือใช้ application เพื่อการจองห้องประชุมผ่านอุปกรณ์โมบาย ภายในห้องยังมีระบบควบคุม แสงสว่าง การเปิดปิดม่านปรับแสง ควบคุม อุณหภูมิ และระบบระบายอากาศ ช่วยให้การประชุมดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการปรับแต่ง ดังกล่าวสามารถบันทึกเป็นธีมบรรยากาศห้องแต่ละแบบ ซึ่ง สามารถเลือกใช้ ได้อย่างรวดเร็ว นั่งทำงานที่ไหนก็ได้ โซลูชั่นสำหรับออฟฟิศยุคดิจิทัลช่วยสร้างอิสระให้กับการทำงาน ออฟฟิศสามารถเตรียมพื้นที่ส่วนกลาง เช่น Co-Working Space, Business…

Intelligent Logistics ธุรกิจขนส่งยุคใหม่ขับเคลื่อนด้วย AI

เมื่อเร็วๆ นี้มีการเปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับศักยภาพของปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) สำหรับการใช้งานด้านลอจิสติกส์ ซึ่งจัดทำโดย ดีเอชแอลและไอบีเอ็ม การศึกษาดังกล่าวชี้ให้เห็นถึงรูปแบบการประยุกต์ใช้งานที่เหมาะสมที่สุดเพื่อพลิกอุตสาหกรรมดังกล่าวและยกระดับสู่ทรัพยากรด้านลอจิสติกส์อัจฉริยะ (Intelligent Logistics) และการดำเนินงานที่เหนือชั้น  ดีเอชแอลและไอบีเอ็มแนะนำแนวทางที่ผู้บริหารซัพพลายเชนจะสามารถใช้ประโยชน์จากคุณสมบัติที่สำคัญของ AI รวมถึงโอกาสในการพัฒนาประสิทธิภาพ ความสามารถในการเข้าถึง และการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย รายงานที่จัดทำร่วมกันนี้ระบุถึงนัยยะสำคัญและกรณีการใช้งาน AI สำหรับอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ โดยชี้ว่า AI มีศักยภาพในการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรได้อย่างมาก ปัจจุบัน AI ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลายในแวดวงผู้บริโภค ดังจะเห็นได้จากการเติบโตที่รวดเร็วของโปรแกรมผู้ช่วยอัจฉริยะที่สั่งงานด้วยเสียง (Voice Assistant)  ขณะเดียวกันดีเอชแอลและไอบีเอ็มพบว่า เทคโนโลยี AI มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้งานเพิ่มเติมในอุตสาหกรรมลอจิสติกส์ ตัวอย่างเช่น เทคโนโลยี AI ช่วยให้ผู้ให้บริการลอจิสติกส์ต่อยอดประสบการณ์ของลูกค้า (Customer Experiences) ผ่านการสนทนา และยังสามารถจัดส่งสินค้าได้ล่วงหน้าก่อนที่ลูกค้าจะทำการสั่งซื้ออีกด้วย   “ปัจจุบัน สภาพแวดล้อมทั้งในเชิงเทคโนโลยี ธุรกิจและสังคมในปัจจุบัน ล้วนเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ธุรกิจลอจิสติกส์หันมาใช้กลยุทธ์การทำงานเชิงรุกที่คาดการณ์สถานการณ์ในอนาคตในรูปแบบที่ไม่สามารถทำได้ในอดีต” นายแมทเทียส ฮิวท์เกอร์ รองประธานอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมทั่วโลกของดีเอชแอล กล่าว “ขณะที่เทคโนโลยี AI ได้รับการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง…

ห้องเรียนแห่งอนาคต โครงการนำร่องเพื่อเสริมประสิทธิภาพการเรียนการสอนยุคดิจิทัล โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม

ด้วยประวัติศาสตร์อันยาวนานมากกว่า 60 ปี โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถือเป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ผลิตทรัพยากรบุคคลเพื่อเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ หากมองย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2501 โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อตั้งโดยศาสตราจารย์ท่านผู้หญิงพูนทรัพย์ นพวงศ์ ณ อยุธยา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นสถานที่ให้นิสิตของคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มาฝึกหัดก่อนจะสำเร็จไปเป็นครู ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้มุ่งพัฒนาการเรียนการสอนที่มีคุณภาพและแสวงหาเทคโนโลยีการเรียนการสอนรูปแบบต่างๆ มาประยุกต์ใช้งาน เพื่อเป้าหมายสูงสุด คือให้นักเรียนได้รับความรู้ทั้งในและนอกห้องเรียนอย่างเต็มที่ รวมถึงมีความสุขกับการเรียนรู้ไปพร้อมกัน เพื่อตอบรับกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีการเรียนการสอนในปัจจุบัน ที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคดิจิทัล จึงเป็นที่มาของโครงการ “ห้องเรียนแห่งอนาคต” Pilot Project of Future Classroom’s Fujitsu Learning Project of Tomorrow ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่าง โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ฝ่ายมัธยม และบริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด โดยนำโซลูชั่นไอทีเพื่อการศึกษาอันทันสมัยจากประเทศญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอนวิชาต่างๆ เป็นแห่งแรกของประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ ฟูจิตสึได้ให้การสนับสนุนทั้งทางด้านซอฟต์แวร์ และฮาร์ดแวร์ อันได้แก่เครื่องคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต เซิร์ฟเวอร์ ตลอดจนการฝึกอบรมครูผู้สอน เพื่อให้สามารถใช้งานระบบดังกล่าวได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ…

IoT กับการเปลี่ยนแปลงโลกการเงิน

IoT หรือ Internet of Things เป็นเทคโนโลยีที่มีการพูดถึงมาหลายปี และก็เป็นเทคโนโลยีที่อยู่ใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ซึ่งที่ผ่านมามีการพูดถึงการนำเทคโนโลยี IoT ไปใช้งานด้านต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น อุตสาหกรรม ระบบรักษาความปลอดภัยสาธารณะ หรือแม้แต่ภาคการเกษตร แต่เมื่อพูดถึงภาคการเงินการธนาคารแล้วน้อยครั้งนักที่จะมีผู้พูดถึง โลกของ IoT คือเครือข่ายของเซนเซอร์ที่เชื่อมต่อกันโดยฝังอยู่ในอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูล และแชร์ข้อมูลเหล่านั้นกับผู้ใช้งาน แอปพลิเคชัน หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ด้วยกัน ซึ่งจากความสามารถในการวัดค่าของอุปกรณ์ IoT เหล่านี้สามารถปฏิวัติอุตสาหกรรมได้เลยทีเดียว ที่สำคัญ การมาถึงของ IoT ยังมีผลต่อการลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานให้กับธนาคารได้อย่างมีนัยสำคัญด้วย ล่าสุดศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการพูถึงการนำเทคโนโลยี IoT มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจด้านการเงินการธนาคารไว้อย่างน่าสนใจว่า ประการแรกคือ IoT จะทำให้เราสามารถตรวจสภาพหรือความเสื่อมของสิ่งของต่างๆ ได้ง่ายขึ้นและแม่นยำขึ้น ซึ่งจากมุมองของธุรกิจสินเชื่อแล้ว เทคโนโลยี IoT ในอุปกรณ์ต่างๆ จะช่วยให้ธนาคารให้บริการได้ใกล้ชิดยิ่งขึ้น ตัวอย่างเช่นเช่น ข้อมูลที่ส่งจากเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านของลูกค้า ทำให้ธนาคารรู้ว่าอุปกรณ์เหล่าตกรุ่นมาพักใหญ่แล้ว ธนาคารก็อาจส่งข้อเสนอสินเชื่อให้ได้โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ในกรณีสินเชื่อลิสซิ่งเครื่องจักร การที่ธนาคารสามารถดูสภาพอุปกรณ์เครื่องจักรได้อย่างใกล้ชิด ทำให้ทางธนาคารสามารถคำนวณมูลค่าคงเหลือเมื่อตอนที่สัญญาหมดอายุได้แม่นยําขึ้น อันจะช่วยให้การปล่อยสินเชื่อมีประสิทธิภาพมากขึ้นเช่นกัน เทคโนโลยี IoT…

Top