You are here
Home > Technology

บลูมเบิร์กชี้ กว่าร้อยละ 60 ของตัวแทนภาคการเงินไทยมุ่งใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งเพื่อสร้างความได้เปรียบจากข้อมูล

การสำรวจความคิดเห็นของบลูมเบิร์กซึ่งจัดทำขึ้นที่งานสัมมนาของบริษัทในหัวข้อ “อนาคตของเทคโนโลยีและการใช้ข้อมูลทางการเงิน – Future of Technology and Data in Finance” ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเร็วๆ นี้เผยถึงความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีระดับอาวุโสในภาคการเงินของไทย โดยผลสำรวจระบุว่าผลประโยชน์สูงสุดที่พวกเขาคาดว่าจะได้จากเทคโนโลยีคือการบรรลุถึงความได้เปรียบในการแข่งขันและประสิทธิภาพของการทำธุรกิจ ทั้งนี้ประธานเจ้าหน้าบริหารด้านสารสนเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและข้อมูล รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้านการตลาดในประเทศไทยทั้งหมดมากกว่า 50 คนได้พบปะกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของบลูมเบิร์กเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทด้านการเงินสามารถต่อยอดในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) รวมทั้งการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในยุคออโตเมชั่น   “ธุรกิจการเงินกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์ด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และชุดทักษะด้านข้อมูลและกระบวนการวิเคราะห์เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน” นายทาราน คีรา หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว “ความต้องการที่จะสร้างความได้เปรียบยังช่วยผลักดันให้ธุรกิจการเงินให้ความสนใจเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการจัดการข้อมูลที่ดีขึ้น และที่สำคัญกว่านั้นคือการสร้างข้อมูลของตนเองและข้อมูลเชิงลึก”   การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของจำนวนข้อมูล ความรวดเร็วและความหลากหลายของข้อมูลยังนำไปสู่ประเด็นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในด้านการจัดการข้อมูล ทั้งนี้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) ระบุว่าธุรกิจข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศไทยน่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 1.77 หมื่นล้านบาทในปี 2562 นับเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.4 หรือ 1.545 หมื่นล้านบาท จากปี 2561 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 จากปี 2560 โดยธุรกิจการเงินและการธนาคารเป็นผู้ที่ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่มากที่สุด   นายคีรากล่าวสริมว่า “ความท้าทายที่สำคัญที่สุดสำหรับสถาบันการเงินในทุกวันนี้คือการแยกแยะว่าจะสามารถนำข้อมูลใดมาใช้ประโยชน์ได้…

ฟูจิตสึเปิดตัวแพลตฟอร์ม PRIMEFLEX สำหรับ Microsoft Azure Stack รองรับการโยกย้ายระบบที่สำคัญต่อการดำเนินงานสู่คลาวด์

บริษัท ฟูจิตสึ ประกาศเริ่มต้นวางจำหน่ายแพลตฟอร์มแบบครบวงจร Fujitsu Integrated System PRIMEFLEX สำหรับ Microsoft Azure Stack ในวันที่ 9 พฤษภาคม และมีแผนที่จะขยายตลาดไปสู่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกในภายหลัง ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นผลงานการพัฒนาล่าสุดภายใต้ความร่วมมือของฟูจิตสึกับไมโครซอฟท์ โดยรองรับการติดตั้งใช้งาน Microsoft Azure Stack อย่างครบวงจร ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถใช้บริการคลาวด์สาธารณะ Microsoft Azure ในสภาพแวดล้อมภายในองค์กร โซลูชั่นของฟูจิตสึจะช่วยให้ผู้ใช้สร้างสภาพแวดล้อมคลาวด์ได้อย่างรวดเร็ว เพื่อตอบสนองความต้องการที่เข้มงวดในเรื่องความปลอดภัย ความสอดคล้องตามกฎระเบียบ และความพร้อมใช้งาน ซึ่งจำเป็นอย่างมากสำหรับการทำงานอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพของระบบที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินงาน พร้อมทั้งรองรับการปรับใช้ระบบไฮบริดคลาวด์อย่างราบรื่น ผลิตภัณฑ์นี้ถูกจัดแสดงที่งาน Fujitsu Forum 2019 ซึ่งจัดขึ้นที่ Tokyo International Forum ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา ความเป็นมา เนื่องด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิตอลที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้หลายๆ บริษัทตัดสินใจที่จะโยกย้ายระบบไปสู่คลาวด์สาธารณะเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้สามารถจัดการทรัพยากรต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น  แต่ขณะเดียวกันก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ระบบที่มีความสำคัญต่อการดำเนินงานจะต้องยังคงอยู่ในสภาพแวดล้อมภายในองค์กร เพื่อรักษาความปลอดภัย ความสอดคล้องตามกฎระเบียบ และความพร้อมใช้งานในระดับที่เหนือกว่า …

โลกแรงงานยุคดิจิทัลต้องทำงานเป็นทีม ร่วมกับบอทและระบบอัตโนมัติ

มีรายงานที่น่าสนใจถึงแนวโน้มที่ภาคธุรกิจกำลังเร่งปฏิวัติองค์กรเข้าสู่แรงงานในรูปแบบดิจิทัล (Digital workforce) ผ่านการนำระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจมากขึ้น หวังเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานที่ไม่ซับซ้อนและลดต้นทุนไปพร้อมๆ กัน พร้อมแนะพนักงานเสริมทักษะใหม่ๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล โดยบริษัท PwC ประเทศไทย เคยระบุไว้ว่าแนวโน้มของการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ในองค์กรไทยกำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจต้องการปฏิรูปองค์กรเข้าสู่กำลังแรงงานในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งหมายถึง การนำระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติเข้ามาใช้ทดแทนงานบางประเภทที่ต้องทำซ้ำๆ (Routine) ของมนุษย์ เช่น ระบบจัดการกระบวนการแบบอัตโนมัติ (Robotic Process Automation: RPA) กระบวนการประมวลผลอัจฉริยะ (Intelligent Process Automation: IPA) และ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานขององค์กรในยุคปัจจุบัน   ระบบออโตเมชั่นและกำลังแรงงานในรูปแบบดิจิทัลกำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมรูปแบบการทำงานของมนุษย์ โดยการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในองค์กรไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นภารกิจสำคัญที่ธุรกิจต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกๆ หากต้องการเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงานไปควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่าย และร่นระยะเวลาในการตอบสนองต่อลูกค้า”   ทั้งนี้ การนำระบบอัตโนมัติ หรือ ซอฟต์แวร์มาใช้จะช่วยให้พนักงานที่เป็นมนุษย์มีเวลาไปทำงานในเชิงคิดวิเคราะห์ หรืองานที่เพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรได้มากขึ้น โดยที่ผ่านมา กระแสของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับองค์กรเป็นไปในลักษณะที่เกื้อหนุนมากกว่าเข้ามาแย่งงานคน แต่แทนที่เราจะมัวกังวลกับเรื่องนี้ อยากให้ทั้งองค์กรและพวกเราเองหันมาเตรียมความพร้อม เรียนรู้ และหาทางอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ได้จะดีกว่า”…

เมื่อ Game of Thrones season 8 ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการคุกคามทางไซเบอร์

รายงานด้านความปลอดภัยระบุว่า ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) ซีซั่นที่ 8 ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้าย มีความเกี่ยวพันอย่างมากกับอัตราการก่ออาชญกรรมไซเบอร์ โดยในการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ของแต่ละตอนจะสัมพันธ์กับการโจมตีระลอกใหญ่ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่พยายามดาวน์โหลดภาพยนตร์ตอนใหม่ แต่กลับได้มัลแวร์ที่แฝงมาในชื่อตอนของภาพยนตร์เรื่องนี้แทน นักวิจัยของ แคสเปอร์สกี แล็บ ยังพบว่าภาพยนตร์บางตอนมีการคุกคามมากกว่าตอนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตอนที่ 3 พบว่ามีจำนวนความพยายามในการโจมตีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงสุด โดยในช่วงที่หนาแน่นที่สุดมีมากถึง 3,000 ครั้งต่อวัน บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ตอนสุดท้ายจะดึงดูดการโจมตีมากกว่านี้จากเหล่านักต้มตุ๋นทางอินเตอร์เน็ต โดยผู้ปล่อยมัลแวร์จะนำเสนอการชมภาพยนตร์ทุกตอนทั้งซีซั่นอย่างสมบูรณ์ให้แก่ผู้ชม   เมื่อพิจารณาในภาพรวม หลังการติดตามกิจกรรมการแพร่มัลแวร์ที่เกี่ยวข้องในทุกตอนของซีซั่น 8 นักวิจัยของ แคสเปอร์สกี แล็บ พบว่าจำนวนการโจมตีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยในแต่ละวันจากมัลแวร์ซึ่งแฝงมาในชื่อตอนของภาพยนตร์มหาศึกชิงบัลลังก์อยู่ที่ราว 300-400 ครั้งต่อวัน ซึ่งจำนวนนี้จะพุ่งขึ้นไปที่ราว 1,200 ครั้งหลังการฉายรอบปฐมทัศน์ตอนใหม่ 3-4 วัน ซึ่งแปลว่ามีกิจกรรมการแพร่มัลแวร์เพิ่มขึ้น 3-4 เท่าเลยทีเดียว อีกหนึ่งตัวนำการโจมตีจากภาพยนตร์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ ก็คือเว็บไซต์สตรีมมิ่งที่เชิญชวนให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตรับชมตอนใหม่ของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่เว็บไซต์เหล่านี้กลับถูกออกแบบมาให้สามารถเจาะเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งานได้ โดยทั่วไปนั้น สัญลักษณ์เครื่องเล่นภาพยนตร์บนออนไลน์จะแสดงฉากจากภาพยนตร์และนำเหยื่อไปที่หน้าลงทะเบียน หลังจากนั้นจะถามรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรธนาคารพร้อมรหัสบัตรเครดิตและเรียกร้องให้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล โดยนักวิจัยได้กล่าวถึงความคล้ายคลึงระหว่างวิธีการที่ใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ กับวิธีการที่นักต้มตุ๋นเคยใช้ในภาพยนตร์เรื่อง อเวนเจอร์ส ภาคล่าสุด ดังนี้   “เราได้เห็นถึงกลวิธี (Tactics)…

ไซเซลเปิดตัวเราเตอร์ 4G LTE4506 รองรับทุกผู้ให้บริการ พร้อมเทคโนโลยี LTE Cat.6

ไซเซลเปิดตัวผลิตภัณฑ์ 4G เราเตอร์ใหม่ LTE4506 ที่รองรับเทคโนโลยีแอลทีอีประเภท Category 6 และเทคโนโลยีไวไฟ 802.11ac Dual-Band AC1200 ตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องการความคล่องตัวสูงด้วยการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตไร้สายผ่านโครงข่าย 4G LTE ความเร็วสูง   อุปกรณ์ 4G เราเตอร์รุ่นใหม่ Zyxel LTE4506 มอบการเชื่อมต่อบรอดแบนด์ด้วยเทคโนโลยี Carrier Aggregation ล่าสุดให้กับผู้ใช้งานได้เพลิดเพลินกับการใช้เน็ทความเร็วสูงในเครือข่ายบรอดแบนด์มือถือทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็น LTE, DC-HSPA + / HSPA / UMTS และ EDGE / GPRS / GSM  และช่วยให้ผู้ใช้ที่บ้านและออฟฟิสขนาดเล็กสามารถท่องอินเทอร์เน็ตในอาคาร นอกอาคารหรือที่ใดก็ได้ในเครือข่าย LTE/3G โดยไม่ต้องใช้สายเชื่อมสัญญาณ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ ได้แก่: รองรับอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงสุด 300Mbps ของผู้ให้บริการทุกค่ายในประเทศไทย ใช้มาตรฐาน LTE Cat.6  ใหม่ และใช้เทคโนโลยี Carrier Aggregation ในการรวมย่านความถี่หลายๆ…

ผลวิจัยชี้พนักงาน 50% ซ่อนกิจกรรมโซเชียลมีเดียต่อหัวหน้างาน

90% ของคนทำงาน ใช้โซเชียลมีเดียในเวลางานหลาย ๆ ครั้งต่อวัน ซึ่งถือเป็นเรื่องยากที่จะแบ่งเรื่องส่วนตัวกับการทำงานได้อย่างชัดเจนในวันทำงานหรือแม้แต่วันอื่น ๆ รายงาน Global Privacy Report ของ Kaspersky Lab ได้เปิดเผยเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าหลายคนเลือกที่จะแอบหรือซ่อนโซเชียลมีเดียของเขาจากนายจ้างหรือหัวหน้างาน นอกจากนี้ยังซ่อนไปถึงเพื่อนร่วมงานอีกด้วย รายงานระบุว่า กว่า 52% ของคนทำงานเลือกที่จะไม่เปิดเผยกิจกรรมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียของเขาต่อเพื่อนร่วมงาน โดยเฉลี่ยแล้วคนเราใช้เวลาในการทำงานตลอดชีวิตการทำงานในที่ทำงาน ถึง 13 ปี 2 เดือน โดยไม่ได้เพียงแค่มุ่งหน้าทำงานหรือหวังในการเลื่อนตำแหน่งเพียงเท่านั้น จำนวน 2 ใน 3 หรือ 64% ของคนทำงานได้ใช้เวลาในการเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานในทุก ๆ วันในเวลางาน   พนักงานกว่า 29% ไม่ต้องการให้นายจ้างหรือหัวหน้างานรู้เว็บไซต์ที่ตัวเองเข้าไป และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ 52% ของพนักงานที่แอบเจ้านายนั้นก็ไม่ต้องการให้เพื่อนร่วมงานรู้เช่นกัน นั่นหมายถึงเพื่อนร่วมงานเป็นภัยคุกคามต่อมุมมองเรื่องเหลวไหลในออฟฟิศในอนาคต หรืออาจจะทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานกลายเป็นแบบเป็นกันเอง ในทางตรงกันข้าม โซเชียลมีเดียก็ไม่ได้เป็นส่วนตัวอีกต่อไป และสามารถแชร์ให้เพื่อนร่วมงานได้แต่ไม่ได้แชร์ให้เจ้านายเห็น อาจจะเพราะว่าพนักงานกลัวที่จะทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรหรือทำให้ลดประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งทำให้องค์กรต่าง ๆ เข้ามาตรวจสอบโซเชียลมีเดียของพนักงงาน ทำให้มีผลในการเปลี่ยนแปลงอาชีพโดยจะพิจารณาจากโซเชียลมีเดียได้…

Blockchain แม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ใช่ว่าไม่มีปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัย

บล็อกเชน (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีที่ในปัจจุบัน มิได้เป็นเพียงแค่สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) อีกต่อไป บล็อกเชนได้รับการยอมรับสูงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ขยายขอบเขตการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทและภาคเศรษฐกิจมากมาย ทั้งนี้ ในรายงานของไอดีซีล่าสุดได้คาดการณ์ถึงการใช้โซลูชั่นบล็อกเชนระหว่างปีคศ. 2017 ถึงคศ. 2022 ว่าจะมีอัตราการเติบโตทั่วโลกต่อปี (CAGR) สูงถึง 73.2%  หมายถึงยอดการลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีคศ. 2018 เป็น 11.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีคศ. 2022  ซึ่งภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) บล็อกเชนจะมีอัตราการการเติบโต CAGR ใกล้เคียงกับส่วนอื่นๆ ของโลกที่ 72.6%  อย่างไรก็ตาม คาดว่าญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมากที่สุดในโลกโดยคาดการณ์การเติบโต CAGR อยู่ที่ 108.7% ภาคสถาบันการเงินได้รับการจัดอันดับให้เป็นธุรกิจหลักที่จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมากที่สุด และตามมาติดๆ คือภาคอุตสาหกรรมการขนส่ง/โลจิสติกส์ สิ่งสำคัญที่ควรสังเกตุคือ องค์กรที่ให้บริการทางการเงินกำลังปรับใช้บล็อกเชนเพื่อรองรับกระบวนการสกุลเงินหลัก มิใช่เพื่อการทำธุรกรรมของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นทีถกเถียงกันในตอนแรกส่งผลให้บล็อกเชนกลายเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ นอกจากนี้ การใช้บล็อกเชนทั่วโลกในธุรกิจการบริการเฉพาะกิจที่ต้องการความเชี่ยวชาญ และในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน   ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้กลายเป็นแหล่งรวมนวัตกรรมแอพพลิเคชั่นสำหรับบล็อกเชน มีโครงการนำร่องที่ใช้บล็อกเชนหรือกำลังดำเนินการอยู่ในทั้งภาครัฐ ธุรกิจสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจรักษาความปลอดภัย รวมถึงกรณีการใช้งานเพื่อสิ่งแวดล้อมมากมาย…

ผู้ผลิตอะลูมิเนียมระดับโลกผสานรวมการปฏิบัติการในบราซิลไปยังแพลตฟอร์มไอทีกลางโดยใช้บริการและฮาร์ดแวร์ของฟูจิตสึ

Norsk Hydro ASA (Hydro) คือบริษัทผลิตอะลูมิเนียมแบบครบวงจรในประเทศบราซิล  Hydro ต้องการรวมการดำเนินงานทั้งหมดของตนเองไปยังแพลตฟอร์มไอทีกลางมาตรฐานเดียวเพื่อรับประกันความสอดคล้องและความพร้อมใช้งาน บริษัทฯ จึงขอคำปรึกษาจากฟูจิตสึ ซึ่งเป็นพันธมิตรด้านเทคโนโลยีและบริการกันมายาวนาน การโอนบริการโครงสร้างพื้นฐานที่มีการจัดการของการปฏิบัติการในประเทศบราซิลมายังฟูจิตสึทำให้ Hydro มีการปฏิบัติการที่ทันสมัยทั่วทั้งระบบ และลดต้นทุนในการปฏิบัติการลงถึง 20% ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงและมีความปลอดภัยเพิ่มขึ้นโดยรวมอันเป็นผลเนื่องมาจากบริการรักษาความปลอดภัยที่มีการจัดการ (Managed Security Service)โดยเฉพาะ และเทคโนโลยีการเข้าถึงโดยใช้รหัสผ่านแบบไบโอเมตริกอย่าง FUJITSU PalmSecure ฟูจิตสึกลายเป็นคู่ค้าที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในรอบไม่กี่ปีที่ผ่านมา และได้รับคะแนนความพึงพอใจจากผู้ใช้ในระดับที่สูง การสร้างสภาพแวดล้อมที่มีมาตรฐานเดียวให้สอดคล้องกับธุรกิจที่เหลือเป็นตัวเลือกที่ชัดเจนมาก Mr.Jo De Vliegher, Chief Information Officer,Hydro   การสร้างมาตรฐานเดียวด้วยโซลูชันจากคู่ค้ารายเดียว Norsk Hydro ASA (Hydro) คือบริษัทผลิตอะลูมิเนียมแบบครบวงจรมีพนักงานประมาณ 35,000 ชีวิตใน 40 ประเทศที่กระจายทั่วทุกทวีปโดยผนวกรวมความเชี่ยวชาญท้องถิ่น เข้ากับการเข้าถึงตลาดทั่วโลกและความสามารถด้าน R&D ที่เหนือคู่แข่งทุกราย Hydro มีบทบาทอยู่ในทุกภาคส่วนตลาดสำหรับอะลูมิเนียม พร้อมกับกิจกรรมด้านการค้าและการซื้อขาย และให้บริการลูกค้ากว่า 30,000 ราย Hydro มีสำนักงานใหญ่ในประเทศนอร์เวย์ และมีประสบการณ์ด้านพลังงานทดแทน เทคโนโลยี…

คิดวิเคราะห์…ธุรกิจโทรศัพท์เคลื่อนที่เข้าสู่ภาวะอิ่มตัวเพิ่มความเสี่ยงต่อผู้ประกอบการ

จากผลประกอบการไตรมาสที่ 1 ของปี 2562 ของผู้ประกอบการโทรคมนาคมไทยรายใหญ่สองราย แสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมโทรคมนาคมอาจเผชิญกับความท้าทายจากการเติบโตของรายได้จากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ชะลอตัวลง ทั้งนี้ฟิทช์เรตติ้งออกมาวิเคราะห์ว่า ผู้ประกอบการน่าจะยังคงแข่งขันกันอย่างรุนแรง ซึ่งรวมถึงการเสนอแพคเก็จให้บริการด้านข้อมูลแบบไม่จำกัด ซึ่งน่าจะเพิ่มแรงกดดันต่อรายได้ และส่งผลต่อการฟื้นตัวของกำไรผู้ประกอบการ   นอกจากนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับที่สาม ได้แก่ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ DTAC (อันดับเครดิตที่ BBB/AA(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) น่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด เนื่องจากรายได้หลักของบริษัทมาจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในขณะที่ผู้ประกอบการรายใหญ่อันดับหนึ่ง ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS (อันดับเครดิตที่ BBB+/AA+(tha) แนวโน้มเครดิตมีเสถียรภาพ) มีการกระจายรายได้ไปยังบริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ซึ่งน่าจะช่วยลดความเสี่ยงจากการเติบโตที่ช้าลงของการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ รายได้จากการให้บริการของ DTAC ปรับตัวลดลงร้อยละ 5.7 ในโตรมาสที่ 1 ของปี 2562 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (ปี 2561: ลดลงร้อยละ 2.8)…

Tech Startup ไทยเปิดตัว “พลายเอจีวี” รถฟอร์คลิฟท์อัตโนมัติสายพันธ์ุไทยสำหรับอุตสาหกรรม 4.0

เจ็นเซิฟ บริษัทสตาร์อัพสายเทคโนโลยีสัญชาติไทยที่ได้รวมตัววิศวกรหุ่นยนต์ที่เชี่ยวชาญของไทย ร่วมสร้าง Mobile Robots ด้วยผลงานวิจัยและสร้างสรรค์คิดค้นโดยทีมวิศวกรไทย โดยมีรถฟอล์คลิฟท์อัตโนมัติระบบอัจฉิยะและเรือสำรวจไร้คนขับ เรือดำน้ำอัตโนมัติเพื่อการสำรวจใต้น้ำ (ROV) ทั้งนี้ เจ็นเซิฟ ยังได้สร้างสรรค์รถฟอล์คลิฟท์อัตโนมัติ “พลาย เอจีวี” (Ply AGV) เป็นผลิตภัณฑ์นำร่อง ที่สร้างสรรค์และพัฒนาโดยทีมงานคนไทย เหมาะแก่การเคลื่อนย้ายสินค้าแบบอัตโนมัติในคลังสินค้าและโรงงาน ที่ไม่เพียงแต่ขนย้ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลการส่งกับระบบคลังและการผลิต รับ-ส่ง เก็บข้อมูลการทำงานและสถานะสินค้าไปในเวลาเดียวกันแบบเรียล ไทม์ (Real time) นั่นหมายความว่า สินค้าได้ถูกนำออกไปจำนวนเท่าไร วันเวลาใด ทำให้ทราบสถานะของสินค้าคงคลังนั้นๆ ได้ในเวลาที่รวดเร็ว” ในปีพ.ศ. 2560-2561 เจ็นเซิฟได้มีการลงทุนวิจัยและพัฒนาร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อพัฒนารถฟอร์คลิฟท์อัตโนมัติเพื่อการขนส่งสินค้าในคลัง (Autonomous Forklift) หรือรถ เอจีวีฟอร์คลิฟท์ (AGV Forklift) ที่นำทางด้วยระบบเลเซอร์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และมีความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการขนย้ายสินค้าในคลัง และในไลน์การผลิต ลดปัญหาความผิดพลาด รวมทั้งมีความต้องการการเชื่อมต่อข้อมูลการทำงาน การขนส่งและสถานะแบบทันที (real time) ซึ่งรถฟอร์คลิฟท์อัตโนมัติ สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้…

Top