You are here
Home > Technology

มหาวิทยาลัยมหิดลกับการพัฒนาห้องเรียน Smart Classroom เพื่อก้าวสู่ความเป็นต้นแบบแห่ง “Digital Convergence University”

มหาวิทยาลัยมหิดลเป็นสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาชั้นแนวหน้าของประเทศที่ก่อตั้งมายาวนานมากกว่า 130 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีการพัฒนาและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเรียนการสอนยุคดิจิทัล มหาวิทยาลัยจำเป็นต้องมีโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีที่ดี รวมถึงมีโซลูชันเพื่อช่วยให้นิสิตนักศึกษาสามารถเรียนรู้ได้อย่างไร้ขอบเขต ซึ่งการนำเทคโนโลยีการประชุมทางไกลด้วยภาพมาประยุกต์ใช้งานถือเป็นหนึ่งในจิกซอว์สำคัญของมหาวิทยาลัย   ด้วยวิสัยทัศน์อันก้าวไกลเพื่อมุ่งสู่การเป็น “มหาวิทยาลัยระดับโลก” และเป็น “ปัญญาของแผ่นดิน” อันเป็นปณิธานที่มีความหมายลึกซึ้งและยิ่งใหญ่ มหาวิทยาลัยมหิดลจึงมุ่งมั่นที่จะเป็นแหล่งแสวงหาความรู้ที่หลากหลายของสาขาวิชาการทั้งด้านศาสตร์และศิลป์ ที่สามารถนำไปใช้ได้จริง รวมถึงมีบทบาทในการบ่มเพาะบุคลากรคุณภาพ เพื่อสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับประเทศ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาทั้งคุณภาพคนและคุณภาพการศึกษา ที่สอดคล้องกับวิถีการเปลี่ยนแปลงของโลก การพัฒนาประเทศ ตอบโจทย์กับคนรุ่นใหม่ และตรงกับความต้องการของเศรษฐกิจและสังคมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี นอกเหนือจากการสร้างความเข้มแข็งทางด้านวิชาการแล้ว การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้เป็นฐานในการขับเคลื่อนการเรียนการสอน ก็ถือเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของมหาวิทยาลัยเช่นกัน   ความท้าทายของมหาวิทยาลัยยุคดิจิทัล “ทุกวันนี้โลกแคบลงเรื่อยๆ และกลายเป็นโลกที่ไร้พรมแดน สิ่งที่เราต้องทำคือต้องตามการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ให้ทัน นั่นจึงเป็นที่มาของนโนบายเพื่อก้าวสู่ความเป็นต้นแบบแห่ง “Digital Convergence University” โดยมุ่งไปที่เป้าหมาย 7 ด้าน ซึ่งถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันเพื่อผลักดันแนวคิดดังกล่าวให้เป็นจริง” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. ธัชวีร์ ลีละวัฒน์ รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายสารสนเทศและวิทยาเขตกาญจนบุรีกล่าว   แนวนโยบายเพื่อมุ่งสู่การเป็น “Digital Convergence University” ของมหาวิทยาลัยมหิดล ประกอบด้วย IT Development Ownership…

“ซินหัว”จับมือ”รอยเตอร์”กระชับความร่วมมือใช้เทคโนโลยี AI ในการทำสื่อ

สำนักข่าวซินหัวของทางการจีน และสำนักข่าวรอยเตอร์ได้บรรลุข้อตกลงในความร่วมมือในด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึง วิดีโอ และการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการทำสื่อ ทั้งนี้ นาย Michael Friedenberg ประธานสำนักข่าวรอยเตอร์ ได้เข้าพบนาย Cai Mingzhao ประธานสำนักข่าวซินหัว ที่สำนักงานใหญ่ของซินหัวในกรุงปักกิ่งวานนี้ โดยมีการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับประเด็นต่างๆ ซึ่งรวมถึงการขยายความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสอง และความสำคัญในการใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาสื่อ นาย Cai กล่าวชื่นชมความร่วมมือระหว่างซินหัวกับรอยเตอร์ในช่วง 6 ทศวรรษที่ผ่านมา และระบุว่า ซินหัวพร้อมที่จะกระชับความร่วมมือกับรอยเตอร์ และขยายความร่วมมือในด้านต่างๆ เช่น การถ่ายภาพ วิดีโอ และการทำสื่อใหม่ ส่วนนาย Friedenberg กล่าวว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รอยเตอร์ได้ให้ความสนใจต่อการพัฒนาของจีน และได้ยกย่องซินหัวว่าเป็นสำนักข่าวที่ “มองไปยังอนาคต” นาย Friedenberg ยังระบุว่า รอยเตอร์พร้อมที่จะขยายความร่วมมือกับซินหัว และจะเพิ่มการติดต่อสื่อสาร และความร่วมมือในเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะวิดีโอ และการใช้เทคโนโลยี AI   ที่มา : Infoquest

เทรนด์ไมโครได้รับตำแหน่งผู้นำอีกครั้งในรายงาน Magic Quadrant ของ Gartner ด้านแพลตฟอร์มปกป้องเอนด์พอยท์

เทรนด์ไมโคร ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ออกมาแถลงวันนี้ว่า ได้รับการยกย่องขึ้นเป็นตำแหน่ง Leader ในรายงาน 2019 Magic Quadrant for Endpoint Protection Platforms1 ของบริษัท Gartner จากการประเมินประสิทธิภาพของโซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับเอนด์พอยท์ Apex One เทรนด์ไมโครได้รับตำแหน่งผู้นำในรายงาน Gartner Magic Quadrant ต่อเนื่องทุกสมัยสำหรับกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทนี้ตั้งแต่ปี 2002 และเชื่อว่าการได้รับความเชื่อมั่นครั้งล่าสุดนี้พิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ยุทธศาสตร์และประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เทรนด์ไมโครยังคงตอบโจทย์ความต้องการที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆ ของลูกค้าทั่วโลกได้   “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับตำแหน่ง Leader อีกครั้งในรายงาน Magic Quadrant for Endpoint Protection Platforms ของ Gartner” Wendy Moore รองประธานด้านการตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเทรนด์ไมโครกล่าว “โซลูชั่น Apex One ได้พลิกโฉมความปลอดภัยสำหรับเอนด์พอยท์โดยรวมเอาระบบตรวจจับและตอบสนองอัตโนมัติเข้ากับความสามารถในการป้องกันอันตรายที่หลากหลายและครอบคลุม ทั้งหมดอยู่ในเอเจนต์ตัวเดียว ซึ่งจากมุมมองของเรานั้น การได้รับตำแหน่งครั้งนี้ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างนวัตกรรมและยกระดับประสิทธิภาพให้สอดคล้องกับตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว”   Apex One ได้รับการสนับสนุนจากระบบฐานข้อมูลอันตรายแบบอัจฉริยะ และเทคนิคด้านการรักษาความปลอดภัยอีกระดับที่มาจากหลากหลายยุคสมัยในชื่อ…

Kerry Express ขับเคลื่อนองค์กรด้วยระบบคลาวด์จาก Nutanix

บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทจัดส่งพัสดุด่วนชั้นนำของประเทศไทย เลือกใช้ระบบคลาวด์สำหรับองค์กรของนูทานิคซ์ (Enterprise Cloud OS) เพื่อสร้างนิยามใหม่ให้กับธุรกิจโลจิสติกส์ และขับเคลื่อน “การสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า” เคอรี่ เอ็กซ์เพรส เป็นผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุด่วนรูปแบบเก็บเงินปลายทาง (COD) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยบริการจัดส่งพัสดุให้ถึงมือผู้รับภายในวันถัดไป (ND) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กว่า 99% ในประเทศ ด้วยเหตุนี้ ความรวดเร็วและความยืดหยุ่นในการปรับขนาดการทำงานได้ตามความต้องการ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการบริหารการดำเนินงานทางธุรกิจและงานด้านโลจิสติกส์ เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ใช้โซลูชั่นของนูทานิคซ์ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลด้วยการอัปเกรดระบบหลัก เช่น ระบบแอปพลิเคชันเซิร์ฟเวอร์ ระบบแอปพลิเคชันสำหรับองค์กร และโมไบล์แอปพลิเคชัน ด้วยประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นทำให้เคอรี่ เอ็กซ์เพรส สามารถมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับทั้งพนักงานและลูกค้าของบริษัท   เคอรี่ เอ็กซ์เพรส นำโซลูชั่นและเทคโนโลยีของนูทานิคซ์มาใช้ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุทั้งระดับโลกและระดับประเทศ ต้องเผชิญกับฐานลูกค้าที่ขยายใหญ่ขึ้น การแข่งขันที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างๆ ความท้าทายเหล่านี้ต้องการเทคโนโลยีและโซลูชั่นที่ตอบโจทย์การบริหารจัดการข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อนำมาใช้กับธุรกิจ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาทำธุรกรรมบนระบบดิจิทัลที่เพิ่มมากขึ้น   การที่ผู้นำด้านการจัดส่งพัสดุด่วนของไทย ตัดสินใจเลือกใช้เทคโนโลยีใหม่จะต้องคำนึงถึงการที่ธุรกิจจะต้องดำเนินไปอย่างเหมาะสม สอดคล้องและทันกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน บริษัทให้ความสำคัญและใช้ซอฟต์แวร์เพื่อใช้เป็นแพลตฟอร์มที่ขยายการให้บริการต่างๆ ได้ทั้งในวันนี้และอนาคต มากกว่าที่จะยึดติดอยู่กับระบบเดิม ที่มีโครงสร้างพื้นฐานที่ทำงานกับฮาร์ดแวร์ที่ได้รับการออกแบบและใช้มายาวนานแล้ว…

ลอนดรี้บาร์ แบรนด์ร้านสะดวกซักอันดับ 1 ในอาเซียน พร้อมบุกไทย

ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) แบรนด์ร้านสะดวกซักครบวงจร แบบบริการตนเอง 24 ชั่วโมง สัญชาติมาเลเซีย อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 520 สาขา ทั่วโลก ประกาศปักธงพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ทุ่มงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เล็งผุด 300 สาขาทั่วประเทศ ภายใน 3 ปี มั่นใจตอบโจทย์ลูกค้าและกลุ่มนักลงทุน โดยเตรียมจัดงานสัมมนา Franchise Style LaundryBar Seminar ให้ข้อมูลแก่นักลงทุนผู้สนใจทุกท่านแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 ที่ร้านลอนดรี้บาร์ เมก้าสโตร์ ตรงข้ามซีคอนสแควร์ นางสาวพิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด ในฐานะผู้ร่วมทุนแบรนด์ร้านสะดวกซัก ลอนดรี้บาร์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงทุนกับผู้ก่อตั้ง แบรนด์ ลอนดรี้บาร์ ประเทศมาเลเซียเพื่อดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และประเทศในกลุ่ม CLMV และร่วมกันเดินหน้าสร้างแบรนด์…

เศรษฐกิจดิจิทัล จุดเชื่อมโยงระหว่างจีนและอาเซียน

ตามรายงานของธนาคารเมย์ การลงทุนของประเทศจีนในแขตพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กำลังเป็นไปได้ด้วยดี ในสองไตรมาศแรกปี 2562  การลงทุนของประเทศจีนในเขตพื้นที่ทวีปเอเชียตะวันออกฉียงใต้มีมูลค่าถึง 11 พันล้านยูเอสดอลล่าร์คิดเป็นมูลค่าเกือบสองเท่าในช่วงปีที่ผ่านมา  ท่ามกลางการกีดกันทางด้านการค้าของสหรัฐอเมริกา แต่ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีนกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังคงเป็นไปได้อย่างดีซึ่งพิจารณาได้จากรายงานความเป็นไปได้ (Feasibility Report)  ของจุดตั้งต้นของการปลอดภัยและเส้นทาง การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีครั้งใหม่นั้น ถือว่าเป็นพื้นฐานสำคัญของการลงทุนที่แผ่ขยายไปอย่างรวดเร็วของจีนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากตัวเลขสถิติในช่วงไตรมาศที่1-2 ของปี การลงทุนของประเทศจีนในภาควิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่าสูงถึง 2.5 พันล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงกว่าตัวเลขของตลอดทั้งปีพ.ศ. 2560  ในวงการการค้าระดับโลก การสื่อสารในรูปแบบ 5G นั้น นับว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การลงทุนทางด้านเทคโนโลยีในระดับภูมิภาคแผ่ขยายไปอย่างรวดเร็ว ด้วยการสนับสนุนอย่างแข็งแกร่งของประเทศจีนทำให้การติดต่อกับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายใต้ระบบ 5G มีความรวดเร็วและได้สร้างความเปลี่ยนแปลงต่อโครงสร้างพื้นฐาน โดยการวางรากฐานที่แข็งแรงต่อการปฎิวัติอุตสาหกรรม   ในเส้นทางความมั่งคั่ง สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือเตรียมพร้อม การพัฒนาทางด้านเศรษฐกิจของประเทศจีนนั้นได้เปลี่ยนแปลงไปในยุคสมัยของเศรษฐกิจยุคดิติตอล โครงข่ายของการสื่อสารกลายเป็นเส้นทางใหม่ หรือสะพานในการนำเสนอและการพัฒนาธุรกิจและอุตสาหกรรมในหลากหลายประเทศ รวมถึงเป็นเครื่องมือสนับสนุนหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจและความทันสมัย ประเทศจีนและประเทศในเขตอาเซียนน้อมรับกระแสของเศรษฐกิจในยุคดิจิตอลและหวังที่จะบรรลุการเปลี่ยนแปลงแปลงและข้ามผ่านสู่การเป็นประเทศที่พัฒนาด้านวิทยาศาสต์และเทคตโนโลยีแล้ว เป้าหมายของการป้องกันและการเส้นทางนั้น เพื่อที่จะสร้างสรรค์เส้นทางใหม่และพันธ์ผูกประเทศจีนไว้กับประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ให้มีสัมพันธืแน่นแฟ้นมากขึ้น เพื่อมุ่งสู่การเติบโตทางด้านเศรษฐกิจระดับโลก   การเปลี่ยนแปลงที่เป็นผลไปทั่วทุกพื้นที่ในยุคเศรษฐกิจดิจิดัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตามที่ปรากฏตามสถิติ ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือของจีนได้เป็นผู้กำหนดตลาดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาโดยตลอด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดพุ่งไปถึง 62% ซึ่งทิ้งห่างจากตลาดของประเทศทางตะวันตก  ผู้ผลิตจีนนั้นผลิตโทรศัพท์มือถือออกมาคุ้มค่าทางด้านต้นทุนและสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมตามลักษณะนิสัยของผู้ใช้ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างไรก็ตามโทรศัพท์มือถือเหล่านี้จะกลายเป็นศัตรูของร้านค้าในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในอนาคต ทำให้ภูมิภาคนี้สามารถประสานกับประเทศที่พัฒนาแล้วเพื่อที่จะตระหนักถึงเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ในรูปแบบฉบับออนไลน์

แบงก์ชาติประกาศเตือน มีข้อมูลคนไทย 3.3 ล้านรายการ รั่วจากเว็บการพนันต่างประเทศ

นางจันทวรรณ สุจริตกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายยุทธศาสตร์และความสัมพันธ์องค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ตามที่ ธปท. ได้รับทราบจากศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT) และศูนย์ประสานงานด้านความมั่นคงปลอดภัยภาคการธนาคาร (TB-CERT) ว่ามีข้อมูลรั่วไหลจากฐานข้อมูลของเว็บไซต์พนันในต่างประเทศ (Gambling Website) ที่คนไทยไปใช้แล้วได้ให้ข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลทางการเงินไว้ โดยเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์ประเทศไทย (ThaiCERT หรือไทยเซิร์ต) สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA หรือ สพธอ.) หน่วยงานในกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตรวจพบว่า มีการแจ้งข่าวว่า พบข้อมูลส่วนตัวของคนไทยปรากฎอยู่ในระบบฐานข้อมูลในต่างประเทศซึ่งมีความคาบเกี่ยวกับเว็บไซต์การพนัน ThaiCERT จึงได้ตรวจสอบระบบฐานข้อมูลที่รั่วไหลดังกล่าว ที่ผ่านมาว่า ส่งผลกระทบต่อคนไทยบ้างหรือไม่ จึงพบว่า ฐานข้อมูลดังกล่าวมีรายการข้อมูลรั่วไหลทั้งสิ้นประมาณ 41 ล้านรายการ และเป็นข้อมูลการทำธุรกรรมของคนไทยที่ทำรายการผ่านเว็บไซต์การพนันดังกล่าวถึงจำนวนประมาณ 3.3 ล้านรายการ รวมทั้งมีข้อมูลส่วนตัวของคนไทย เช่น ชื่อ, นามสกุล, หมายเลขโทรศัพท์, วันเกิด, หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน และหมายเลขบัญชีธนาคารรั่วไหลด้วย ThaiCERT จึงได้ประสานงาน ไปยังหน่วยงานหลักๆ ที่เกี่ยวข้อง…

UOB และ The Finlab โชว์ผลงานสุดประทับใจจาก 15 เอสเอ็มอีไทย พร้อมทะยานสู่ความเป็นดิจิทัลด้วยโครงการ Smart Business Transformation

ธนาคารยูโอบี (ไทย) โชว์อีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดง ด้วย Showcase การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ดิจิทัลของเอสเอ็มอีไทย 15 บริษัท จาก โครงการ Smart Business Transformation ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม2562 ที่ผ่านมา โดยธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย) และเดอะฟินแล็บภายใต้การสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)   ภายใต้การชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ และเทคโนโลยีทั้งในประเทศและต่างประเทศเอสเอ็มอีผู้เข้าร่วมโครงการ ได้ทบทวนรูปแบบธุรกิจของตนเอง วิเคราะห์หาโอกาสเพื่อพัฒนาและกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลในระยะยาวรวมถึงประเมินและประยุกต์ใช้โซลูชั่นนำร่องที่เดอะ ฟินแล็บคัดสรรมาจากกว่า350 แอพพลิเคชั่น เอสเอ็มอี ได้เลือกใช้โซลูชันเพื่อจัดการความท้าทายต่างๆ ที่ประสบปัญหาอยู่ เช่นวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อรู้ใจลูกค้ามากขึ้น การทำตลาดโดยใช้ดิจิทัลช่วยในการเข้าถึงลูกค้า เพิ่มยอดขาย และสร้างวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพผ่านการปรับกระบวนการธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจที่ทางเดอะฟินแล็บได้จัดทำไปก่อนหน้านี้และพบว่าเอสเอ็มอีในประเทศไทยระบุว่ากลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโต2 อันดับแรกคือการรุกตลาดใหม่ (ร้อยละ54) และการใช้การตลาดระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มยอดขาย (ร้อยละ51)   คุณตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย)กล่าวว่า “โครงการ Smart Business Transformation…

อะไรคือปัจจัยที่ฉุดรั้งแผนการก้าวสู่ความสำเร็จ Digital Transformation

ยักษ์ใหญ่วงการสื่อสารและเทคโลยีชี้การสร้างความร่วมมือและทำงานร่วมกันระหว่างทีมไอทีและการขยายธุรกิจให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการสร้างความตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในแผนกลยุทธ์ของการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัล เป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จของการทำ Digital Transformation   จากรายงาน Digital Means Business Report 2019 จัดทำโดยเอ็นทีที  พบว่ามีเพียง 11 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรธุรกิจที่พึงพอใจอย่างมากต่อการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัล (Digital Transformation) แม้ว่า 3 ใน 4 ขององค์กรเหล่านั้นยังอยู่ในระหว่างการเปลี่ยนผ่านองค์กร องค์กรธุรกิจหลายแห่งทั่วโลกประสบความสำเร็จในการทำ Digital Transformation ถึงกระนั้นก็ตามองค์กรเหล่านั้นยังมองว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ และหากองค์กรไม่สามารถสร้างภาวะผู้นำในการเปลี่ยนผ่านที่เข้มแข็งได้ และไม่ให้ความสำคัญต่อการปรับเปลี่ยนบุคคลากรภายใน อาจทำให้แผนการดำเนินงานในการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัลไม่ราบรื่นอย่างที่ควรจะเป็น   โดยรายงานพบว่า 71 เปอร์เซ็นต์ขององค์กรธุรกิจที่ดำเนินการเปลี่ยนผ่านในระยะเริ่มต้น เชื่อว่าการปรับโครงสร้างของธุรกิจและการปรับวิธีการดำเนินการเป็นพื้นฐานแรกของการทำ Digital Transformation ขณะที่ 49 เปอร์เซ็นต์ ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่า ทีมผู้นำขององค์กรมีทักษะที่เหมาะสมในการจัดการและดำเนินการเปลี่ยนผ่านองค์กรสู่ยุคดิจิทัล อย่างไรก็ตาม การขาดการสนับสนุนจากผู้บริหารหรือเจ้าของกิจการถือเป็นอุปสรรคสำคัญต่อความสำเร็จของการทำ Digital Transformation   ปัจจัยดังกล่าวนี้ ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นที่ผู้นำองค์กรจะต้องปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการเปลี่ยนแปลง รวมทั้งกำหนดลำดับความสำคัญของพฤติกรรมและตัวชี้วัดผลการดำเนินงานรูปแบบใหม่ เพื่อผลักดันแนวทางและวิธีการการเปลี่ยนผ่านองค์กรในเชิงรุกและกลยุทธ์ให้มากขึ้น   รายงานยังแสดงให้เห็นว่า องค์กรสามารถตระหนักถึงคุณค่าที่ขับเคลื่อนด้วยผลลัพธ์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ทั้งยังมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อการเติบโตทางดิจิทัลอย่างสมบูรณ์แบบขององค์กร…

นวัตกรรม IoT เสริมศักยภาพอุตสาหกรรมโรงงานผลิตแบบครบวงจรภายใต้แนวคิดของ NTT

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (เอ็นทีที คอม) ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นและการสื่อสารระหว่างประเทศ ซึ่งได้เพิ่งประกาศรวมกิจการภายใต้บริษัท  NTT Ltd พร้อมนำเสนอนวัตกรรม IoT เจาะกลุ่มอุตสาหกรรมโรงงานการผลิตทั้งขนาดกลางและขนาดใหญ่ ด้วยบริการ Intelligence Process Optimization แบบครบวงจร เพื่อเพิ่มศักยภาพในกระบวนการผลิต พร้อมผลักดัน  AI เข้ามาวิเคราะห์ข้อมูลแบบอัตโนมัติ Intelligence Process Optimization เป็นบริการแบบครบวงจร เริ่มจากให้คำปรึกษา สำรวจพื้นที่และระบบเพื่อนำเสนอโซลูชั่นที่เหมาะสม ตั้งแต่การออกแบบระบบเครือข่าย การจัดหาอุปกรณ์สำหรับจัดเก็บข้อมูล และแพลตฟอร์มในการทำงาน เพื่อจัดเก็บข้อมูลการผลิตแบบรวมศูนย์ ให้มีความชัดเจน สามารถบันทึกข้อมูลเพิ่มเติม รวมถึงความสามารถในการนำไปวิเคราะห์สถานะในการทำงานแต่ละวัน และเชื่อมโยงข้อมูลให้สามารถตรวจสอบจากศูนย์ควบคุมทั้งภายในและภายนอกโรงงานได้ นอกจากนี้ยังมีระบบตรวจสอบการทำงานหากมีความผิดพลาดหรือหยุดชะงักจะมีสัญญาณแจ้งเตือน เพื่อให้ผู้ควบคุมการผลิตในแต่ละส่วนสามารถแก้ไขจุดบกพร่องได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้องและแม่นยำ   นายศานิต เกษมสันต์ ณ อยุธยา รองประธานแผนกผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมภาคการผลิตได้มีการนำเทคโนโลยี IoT หรือ Internet…

Top