You are here
Home > Technology

แนวทางสู่ความสำเร็จในดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

ทุกวันนี้ สภาพตลาดและความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  ด้วยเหตุนี้ “การทรานส์ฟอร์เมชัน” จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญสำหรับผู้บริหารทุกๆ องค์กร  อย่างไรก็ดี การปฏิรูปองค์กรให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ดังจะเห็นได้จากโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล 9 ใน 10 โครงการในสหรัฐฯ และยุโรปประสบความล้มเหลว จึงเกิดคำถามขึ้นว่า อะไรคือปัจจัยที่จะรับประกัน หรืออย่างน้อยก็เพิ่มโอกาสที่โครงการปฏิรูปธุรกิจจะประสบความสำเร็จ? คำตอบของคำถามนี้อยู่ที่ข้อมูล กล่าวคือ นอกเหนือจากการใช้ประโยชน์จากข้อมูลแล้ว ยังจะต้องสร้างวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องและสอดประสานเข้ากับข้อมูล  ที่จริงแล้ว องค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานหรือรูปแบบขององค์กร เมื่อเทียบกับบริษัทที่พึ่งพาข้อมูลน้อยกว่า  ทัศนคติที่จริงจัง อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับข้อมูลนอกจากจะเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิรูปธุรกิจแล้ว ยังเป็นตัวกำหนดทิศทางของการพัฒนาในระยะยาวอีกด้วย   วิเคราะห์ก่อนลงมือ โดยมากแล้ว ความพยายามในการปฏิรูปธุรกิจมักจะล้มเหลว เพราะดำเนินการในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง  ผลการศึกษาชี้ว่า โครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล 1 ใน 3 โครงการประสบปัญหา เนื่องจากขาดกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน หรือมีการลงทุนที่สูงเกินไปในส่วนงานที่ไม่ค่อยมีความสำคัญ หรือวิเคราะห์สถานการณ์ผิดพลาด ส่งผลให้มีการกำหนดกลยุทธ์ที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม   องค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลไม่ได้อ้างอิงสมมติฐานในการกำหนดกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล  ที่จริงแล้ว ในองค์กรที่ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ผู้บริหารมีแนวโน้มที่จะสร้างโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยอ้างอิงข้อมูลเชิงลึกที่กลั่นกรองจากข้อมูลดิบที่มีอยู่ หรือใช้ข้อมูลเพื่อทดสอบสมมติฐานก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินโครงการ  บางครั้งข้อมูลดังกล่าวอาจมีแหล่งที่มาจากภายในองค์กร หรืออาจได้มาจากภายนอกองค์กร  องค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจะประเมินข้อมูลที่มีอยู่อย่างเป็นกลาง ก่อนที่จะเริ่มต้นดำเนินโครงการปฏิรูปที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก วิธีนี้ช่วยให้ผู้บริหารหลีกเลี่ยงอคติในการเลือกหรือตีความข้อมูลที่เกี่ยวข้อง  …

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับระบบเครือข่ายไร้สาย เพื่อก้าวสู่การเป็น Digital Lifestyle University

ในฐานะของมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ก็เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ไม่ยอมหยุดนิ่งในการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาช่วยขยายโลกการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการเรียนการสอนของนิสิตและคณาจารย์ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในมหาวิทยาลัย สอดรับกับแนวคิดของการปรับโฉมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่การเป็น “Digital Lifestyle University” ด้วยการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทุกแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยเข้าไว้ด้วยกัน และจะทำให้ไลฟ์สไตล์ของนิสิต คณาจารย์ และบุคลากร มีความสะดวกสบายขึ้น สามารถเติมเต็มศักยภาพในการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบได้ทุกวันทั้งขณะอยู่ในและนอกรั้วมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานด้านระบบเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเครือข่ายไร้สายถือเป็นสิ่งสำคัญ และมีความจำเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าวให้กลายเป็นจริง จึงเป็นที่มาของการรวมศูนย์ระบบเครือข่ายไร้สายทั้งมหาวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารจัดการ วางแผนการขยายตัวในอนาคต และต่อยอดไปสู่โซลูชันดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคต   ความท้าทาย สถาบันการศึกษาในยุคดิจิทัลต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมายเช่นเดียวกับธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากการเรียนการสอนภายในห้องเรียนของอาจารย์และนิสิต สู่โลกออนไลน์ที่มีการทำกิจกรรม มีการโต้ตอบกัน มีการทำงานกลุ่ม เพื่อที่จะเสริมทักษะอื่นที่ไม่ใช่เป็นเรื่องของเนื้อหาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากนิสิตสามารถค้นหาข้อมูลและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ภายในห้องเรียนเหล่านั้นได้จากอินเทอร์เน็ต และสามารถเรียนรู้ทางออนไลน์ได้จากทุกที่ทุกเวลา จึงทำให้การเชื่อมต่อและสื่อสารไร้สายกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่สำคัญสำหรับการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลของทุกมหาวิทยาลัย   อย่างไรก็ตาม จุฬาฯ ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการให้บริการเครือข่ายไร้สายเช่นเดียวกับสถานศึกษาขนาดใหญ่ทั่วไปก็คือ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีการให้บริการเครือข่ายไร้สายภายใต้ชื่อ Chula WiFi ให้บริการครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 600 ไร่ 150 อาคาร 750 ชั้น และมีจำนวนผู้ใช้รวมกว่า 50,000 คน แต่เนื่องจากรูปแบบการลงทุนทางด้านไอทีของมหาวิทยาลัยมีลักษณะเป็นแบบ  “กระจายศูนย์”  แยกกันซื้อ…

อาชญากรไซเบอร์ใช้เกมคอมพิวเตอร์ปลอมเป็นเครื่องมือแพร่มัลแวร์ มีเหยื่อหลงกลมากกว่า 900,000 ราย

การวิจัยของ Kaspersky เปิดเผยว่า อาชญากรไซเบอร์ได้ใช้ประโยชน์จากความนิยมในการเล่นวิดีโอเกมส์โดยการกระจายมัลแวร์ผ่านทางวิดีโอเกมส์ของปลอมที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีผู้ใช้งานที่โดนโจมตีกว่า 930,000 ราย ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากเดือนมิถุนายน 2561 ถึง มิถุนายน 2562 ซึ่งมากกว่า 1 ใน 3 ของการโจมตีนั้นใช้การโจมตีในเพียงแค่ 3 เกมส์เท่านั้น วิดีโอเกมส์นั้นมีมานานแล้ว แต่พลังของอินเทอร์เน็ตทำให้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีประชากรของโลก 1 ใน 10 เล่นเกมส์ออนไลน์ และเช่นเดียวกันกับความบันเทิงดิจิทัลรูปแบบอื่น ๆ วิดีโอเกมส์ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนละเมิดลิขสิทธิ์และการจัดทำ Torrent ที่ผิดกฎหมาย และพวกเขาก็กำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอีก นั่นคือ การนำแบรนด์วิดีโอเกมส์นั้น ๆ ไปปลอมแปลงและแพร่กระจายมัลแวร์ ซึ่งวิดีโอเกมส์ที่ได้รับความนิยมสูงจะถูกนำไปโฮสต์บนแพลตฟอร์มการเผยแพร่รูปแบบดิจิทัล ซึ่งหลายคนจะแยกไม่ออกว่าไฟล์ไหนเป็นวิดีโอเกมส์ลิขสิทธิ์และไฟล์ไหนเป็นไฟล์ปลอมที่มีมัลแวร์   นักวิจัยของ Kaspersky ได้ตรวจสอบไฟล์เกมส์ที่ตรวจพบในช่วงปี 2561 และต้นปี 2019 อย่างละเอียด พบว่าเกมส์ที่ชื่อว่า ‘Minecraft’ กระจายมัลแวร์เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งมีมัลแวร์ที่แนบมากับวีดีโอเกมส์ปลอมประมาณ 30% และมีผู้ใช้งานที่ถูกโจมตีถึง…

บริษัทวิจัย Forrester ยกย่องให้เทรนด์ไมโครเป็นผู้นำ ระบบความปลอดภัยสำหรับอีเมล์ในระดับองค์กร

บริษัทเทรนด์ไมโคร (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ประกาศในวันนี้ว่า ตนเองได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำด้านระบบความปลอดภัยด้านอีเมล์ระดับองค์กรในรายงาน The Forrester Wave™: Enterprise Email Security, Q2 2019โดยเทรนด์ไมโครได้รับคะแนนสูงที่สุดที่เคยมีมาในเกณฑ์ “ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี” (ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์), “ทางเลือกในการติดตั้ง”, และ “การทำงานผสานกับคลาวด์” รวมทั้งยังได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้จำหน่ายที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมด 12 รายในด้านยุทธศาสตร์ด้วย Forrester บรรยายถึงเทรนด์ไมโครด้วยความเห็นต่างๆ เช่น “ลูกค้าต่างยกย่องทั้งด้านประสิทธิภาพ, ความง่ายในการติดตั้ง, และความสามารถในการปรับแต่งการตั้งค่าในฐานะจุดแข็ง” นอกจากนี้ Forrester ยังระบุด้วยว่า “องค์กรทั้งหลายที่กำลังหาโซลูชั่นสำหรับต่อกรกับอีเมล์ที่เป็นอันตรายและมีมัลแวร์ฝังติดมาด้วยนั้นควรพิจารณาเลือกใช้เทรนด์ไมโคร”   “ช่องทางที่อันตรายเข้ามามากที่สุดอันดับหนึ่งนั้นยังคงเป็นอีเมล์ ทำให้เราต้องตื่นตัวในการพัฒนานวัตกรรมด้านนี้อย่างต่อเนื่อง” Wendy Mooreรองประธานด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโครกล่าว “การประเมินของนักวิเคราะห์ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการประเมินโซลูชั่นของเรา ซึ่งจากความเห็นส่วนตัวแล้ว รายงานฉบับล่าสุดนี้ได้ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์สมองกล (AI) ใหม่ของเราอย่างเช่น การวิเคราะห์รูปแบบการเขียน และการยกระดับการมองเห็นของคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำงานร่วมกับโซลูชั่นที่ช่วยปกป้องแพลตฟอร์มอีเมล์บนคลาวด์อย่างเช่น Office 365 และ Gmail ที่ช่วยเราสกัดกั้นอันตรายได้รวมมากถึง 4.15 หมื่นล้านรายการในปี 2018”  …

Biometrics ยิ่งสะดวก ยิ่งต้องใส่ใจ

จากที่เราเคยตื่นเต้นไปกับสมาร์ทโฟน iPhone 5s ที่เริ่มใช้ลายนิ้วมือ Fingerprint ปลดล็อกเครื่องเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 และทำให้ “Biometrics” หรือการใช้ข้อมูลทางชีวภาพเพื่อยืนยันตัวตน ขยับจากเรื่องของการเข้า-ออกออฟฟิศมาสู่เรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน วันนี้ Biometrics ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและเป็น “กุญแจสามัญ” ในยุคแห่งดิจิตอลอย่างเต็มตัว สนามบินในสหรัฐ อังกฤษ สเปน และจีน กำลังเริ่มนำร่องใช้ระบบสแกนใบหน้าแทนที่ตั๋วเครื่องบิน ขณะที่ Hyundai เปิดตัวรถรุ่นปี 2019 ก็ใช้ลายนิ้วมือแทนที่กุญแจ ไม่ว่าคุณจะเป็น นักวิจัยห้องแล็บ พนักงานโรงงาน หรือคนทำงานฟรีแลนซ์ แทบทุกคนต่างก็ต้องคุ้นเคยกับการเก็บข้อมูลทางชีวภาพกันมาแล้วทั้งสิ้นในปัจจุบัน ทว่า จากการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้นในวันนี้ก็เริ่มมีการพบ “ช่องโหว่” ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกคนทำทุกอย่างผ่านอินเตอร์เน็ต โฆษณาตัวใหม่ล่าสุดของ Apple ซึ่งเลือกย้ำจุดเด่นด้านความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย มากกว่าเน้นการขายกล้องหรือเทคโนโลยีใหม่นั้นก็สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า Privacy เป็นเรื่องใหญ่ที่เราควรให้ความสำคัญมากแค่ไหน   “Biometrics เป็นเรื่องสำคัญ แต่วันนี้เราแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญกับความสะดวกสบายกันแบบง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมามากนัก ผู้ใช้ส่วนใหญ่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวรวมถึงข้อมูล Biometrics โดยไม่ได้คำนึงหรือตั้งคำถามเลยว่า ข้อมูลลายนิ้วมือ ม่านตา หรือใบหน้าของเราที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เหมือนรหัสพาสเวิร์ดนั้น ถูกจัดเก็บอย่างไร และปลอดภัยจากการถูกนำไปใช้อย่างผิดกฎหมายหรือไม่” Alex…

สรรพากร เร่งนำระบบดิจิทัล-Big Data เพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บภาษี หลัง 4 เดือนที่เหลือมีแนวโน้มต่ำกว่าเป้าหมาย

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยภายหลังการประชุมสัมมนาผู้บริหารกรมสรรพากรทั่วราชอาณาจักรว่า ได้ให้นโยบายผู้บริหารสรรพากรจากทั่วประเทศ ใช้ระบบเทคโนโลยีดิจิทัลมาวิเคราะห์ข้อมูลภาษี และเร่งเก็บภาษีในกลุ่มผู้ที่หลีกเลี่ยงอย่างเข้มข้น เพื่อให้สามารถจัดเก็บรายได้ปีงบประมาณ 2562 นี้ให้เข้าเป้าหมายที่ 2 ล้านล้านบาท หลังจากในช่วง 4 เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ 2562 (มิ.ย.-ก.ย.62) มีแนวโน้มที่กรมฯ จะเก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าหมาย เนื่องจากได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และปัญหาสงครามการค้า ส่งผลทำให้การส่งออกและนำเข้าลดลง รวมถึงสถานการณ์ทางการเมือง ที่ทำให้การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มลดลงจากกำลังซื้อที่ชะลอตัว “ในช่วง 8 เดือนของปีงบประมาณ 62 (ต.ค.61 -พ.ค.62) กรมฯ สามารถจัดเก็บภาษีได้จำนวน 1.22 ล้านล้านบาท เกินเป้าหมาย 3.8 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือเป็นการเกินเป้าครั้งแรกในรอบเกือบ 10 ปี เป็นผลมาจากการจัดเก็บภาษีปิโตรเลียม การเคลียร์ประเด็นข้อกฎหมายต่าง ๆ แต่ก็พบว่าในระยะหลัง มีหลายเดือนเก็บภาษีได้หลุดเป้าหมาย เช่น เดือน ก.พ.-เม.ย. และในช่วง 4 เดือนสุดท้าย น่าจะต่ำกว่าเป้าหมายอีก จึงให้มีการเร่งตรวจสอบ โดยพุ่งเป้าไปที่คนหนีภาษี เพราะเป็นการเอาเปรียบคนอื่น…

เปลี่ยนการบริหารจัดการการใช้งานคลาวด์กลายเป็นเรื่องง่ายด้วย Cloud Exchange จาก NTT Communications

การขับเคลื่อนองค์กรในยุคดิจิทัล ต้องอาศัยระบบไอทีและระบบเครือข่ายประสิทธิภาพสูง ทำงานควบคู่กับแอพพลิคชั่นระบบ Public Cloud หรือคลาวด์สาธารณะต่างๆ   แต่สำหรับองค์กรในระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ที่ใส่ใจเรื่องความเป็นส่วนตัว หลายองค์กรเลือกที่จะสร้างคลาวด์ส่วนตัวหรือ Private Cloud โดยลงทุนสร้างและบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานโดยฝ่ายไอที อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น ความต้องการการใช้งานคลาวด์ก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน นั่นหมายถึงการที่เราต้องลงทุนเพิ่มเพื่อขยายระบบอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ด้วยรูปแบบของธุรกิจที่ต้องปรับตัวอย่างรวดเร็ว องค์กรแต่ละแห่งก็ยังต้องการระบบคลาวด์เพื่อทำงานเฉพาะด้านมากขึ้น เช่น AI, Big Data และ การวิเคราะห์ข้อมูล ซึ่งต้องมีการใช้งานร่วมกับคลาวด์จากผู้ให้บริการรายอื่น เช่น Google Cloud, Amazon Web Service, Microsoft Azure, Office 365 หรือ SAP เป็นต้น สิ่งที่ตามมาคือ ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในด้านบุคลากร และอุปกรณ์ไอที ความยุ่งยากในการบริหารจัดการ และการเชื่อมโยงกับระบบคลาวด์อื่นๆ รวมถึงความปลอดภัยของข้อมูล   จะดีกว่าไหมถ้ามีผู้ช่วยทำให้การบริหารจัดการการใช้งานคลาวด์กลายเป็นเรื่องง่าย โดยระบบการบริหารจัดการที่มีความยืดหยุ่นสูง ปรับแต่งได้ตามความต้องการใช้งาน เพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายส่วนเกิน และสามารถดูแลทุกบริการได้จากศูนย์กลาง ลดขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก รวมถึงภาระการลงทุนและการดูแล Private…

Bio-payment อีกหนึ่งช่องทางของการจ่ายเงินยุคสังคมไร้เงินสด

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคนไทยส่วนใหญ่ได้รู้จักและหันมาใช้จ่ายเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ที่หลากหลายช่องทางมากขึ้น จากมาตราการกระตุ้นส่งเสริมของภาครัฐ อาทิ โครงการ Promptpay (พร้อมเพย์) เป็นนโยบายผลักดันระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ National e-Payment ที่ให้ประชาชนผูกเลขบัญชีกับเลขประจำตัวประชาชนหรือโทรศัพท์มือถือ เพื่อรับ/โอนเงินได้ โดยไม่เสียค่าธรรมเนียม หรือมีค่าธรรมเนียมน้อยกว่าการโอนผ่านธนาคารพาณิชย์  ด้านภาคเอกชน ธนาคารพาณิชย์ต่าง ๆ ได้ออกมากระตุ้นการชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ด้วยการเปิดการชำระเงินผ่านระบบ QR Code เป็นต้น นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลูบิค กรุ๊ป เปิดเผยว่า จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ธปท. ระบุว่า ภาพรวมการชำระเงินของประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมา รูปแบบการชำระเงินได้มีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรือ Digital payment  อย่างเห็นได้ชัด โดยตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปี 2561 พบว่าการใช้ Digital payment ของไทยมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยมีการใช้บริการชำระเงิน-โอนเงินผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างแพร่หลาย ข้อมูลเชิงสถิติชี้ให้เห็นชัดเจนว่า การใช้บริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเติบโตเฉลี่ยร้อยละ 116 ต่อปี ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญ มาจากการขับเคลื่อนของหลายภาคส่วน ภายใต้แผน National…

เมื่อโลกนี้อยู่ยาก… เคล็ดลับความปลอดภัยเพื่อการตรวจจับกล้องแอบถ่ายและดักฟังในขณะเดินทาง

การใช้กล้องแอบถ่ายที่ติดตั้งไว้เพื่อบันทึกภาพแขกผู้มาใช้บริการที่พัก กลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ ทว่า กลวิธีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัยแต่อย่างใด อุปกรณ์เพื่อการสอดแนมสามารถถูกนำมาใช้ตรวจสอบนักเดินทางธุรกิจ นักการเมือง นักเคลื่อนไหวกิจกรรม นักข่าว และบุคคลต่าง ๆ ได้ แต่เพื่อให้นักเดินทางมีความปลอดภัยเมื่อต้องออกนอกบ้าน ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี แล็บ จึงนำเสนอรายการรูปแบบการเจาะระบบอุปกรณ์และข้อมูลดิจิทัลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นมากที่สุด โดยใช้เทคนิคและอุปกรณ์พื้นฐานง่าย ๆ ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้ว   ในเดือนเมษายน ครอบครัวหนึ่งค้นพบว่ากิจกรรมต่าง ๆ ของพวกเขาถูกถ่ายทอดสดผ่านกล้องแอบถ่ายที่ถูกซุกซ่อนไว้ในกล่องเซ็นเซอร์ตรวจจับควันของห้องนั่งเล่นภายในกระท่อมปล่อยเช่าในไอร์แลนด์ นี่เป็นเพียงหนึ่งในกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้การสอดแนมเริ่มกลายเป็นความเสี่ยงมากขึ้นสำหรับบรรดานักเดินทาง ส่วนกรณีอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นได้แก่การพุ่งเป้าไปที่การเจาะเข้าอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น แล็ปท็อปและโทรศัพท์มือถือ และการขโมยข้อมูลที่อยู่ในอุปกรณ์เหล่านั้น กลุ่มนักวิจัยด้านความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี แล็บ ได้สั่งสมประสบการณ์เพื่อนำมาแบ่งปันรายการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของนักเดินทาง และแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่ผู้ใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลสามารถนำไปใช้รับมือซึ่งทั้งปฏิบัติได้จริงและง่ายดาย   ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการมั่นใจว่าไม่มีกล้องแอบถ่ายหรือไมโครโฟนลับติดตั้งอยู่ในห้องโรงแรมหรืออพาร์ทเมนท์ให้เช่าของคุณเพื่อคอยดักฟังคุณอยู่ นักวิจัยแนะนำว่า ให้คุณพกพาอุปกรณ์ขนาดเล็กชิ้นหนึ่งไปด้วยเมื่อต้องเดินทาง (วางจำหน่ายออนไลน์แล้ว) ซึ่งอุปกรณ์นี้จะมีทั้งเครื่องสแกนความถี่สัญญาณวิทยุ รวมถึงไดโอดเปล่งแสง (แอลอีดี) และกระจกแดง   เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณสามารถตรวจหาแหล่งปล่อยสัญญาณใด ๆ ก็ตามที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา (เครื่องดักฟังและกล้องแอบถ่ายส่วนใหญ่มีการทำงานแบบนี้) ทำให้คุณค้นพบกล้องแอบถ่ายได้ เนื่องจากเลนส์กล้องจะสะท้อนแสงได้ดีกว่าพื้นผิวชนิดอื่น ๆ…

เอสซีจี เผยกลยุทธ์ลงทุน-ติดปีกสตาร์ทอัพฟอร์มเด่น ปี 62-63

เอสซีจี เผยความคืบหน้าหลังลงทุนและพัฒนาดิจิทัลสตาร์ทอัพมากว่า 2 ปี                    พร้อมแถลงกลยุทธ์ ปี 2562-2563 มุ่งเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้ดีและเร็วขึ้น ผ่านการเปิดรับนวัตกรรมภายนอก โดยบริษัทร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ “AddVentures by SCG” การพัฒนาสตาร์ทอัพในองค์กร โดยสตาร์ทอัพสตูดิโอ “ZERO TO ONE by SCG” และการเสริมขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น   ดร.จาชชัว แพส SCG Corporate Innovation Director และ Managing Director of AddVentures by SCG กล่าวว่า                       “ช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีรวมถึงโมเดลธุรกิจใหม่ๆ มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เอสซีจีจึงต้องปรับวิธีการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมใหม่ นอกเหนือจากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) ซึ่งดำเนินการมาโดยตลอด ด้วยการทำ Digital Transformation ซึ่งเป็นกระบวนการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล…

Top