You are here
Home > Technology

จับตาสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ครึ่งปีหลัง

ครึ่งปีแรกที่กำลังจะผ่านไป เราต้องเจอกับภัยคุกคามทางไซเบอร์มากมาย แต่ครึ่งปีหลังก็ใช่ย่อย เพราะยังคงต้องเผชิญกับภัยรูปแบบใหม่ๆ และภัยคุกคามเดิมที่อัปเกรดอำนาจทำลายล้างมากขึ้น การโจมตีซัพพลายเชนมากขึ้น แคสเปอร์สกี้ แลปตามแกะรอยกลุ่ม APT (advanced persistent threat) และปฏิบัติการของพวกนี้ได้ถึง 100 ครั้ง บางครั้งมีความซับซ้อนเหลือเชื่อ มีหลุมพรางมากมายที่ซ่อน zero-day exploits และ fileless attack tools พร้อมด้วยเทคนิคการแฮคแบบดั้งเดิม ที่ส่งต่อให้กับทีมที่เก่งเทคนิคเพื่อโจรกรรมข้อมูล เราจะเห็นว่ามีหลายกรณีที่แอคเตอร์พยายามเจาะเข้าเป้าหมายมาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาจเป็นเพราะเป้าหมายที่ถูกโจมตีนั้นใช้ซอฟต์แวร์เพื่อความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตที่แข็งแกร่ง จัดอบรมให้ความรู้พนักงาน จึงไม่ตกเป็นเหยื่อผ่านวิศวกรรมสังคม หรือปฏิบัติตามแนวทาง DSD TOP35 ลดความเสี่ยงจาก APT (Australian DSD TOP35 mitigation strategies) อย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปแล้ว แอคเตอร์ที่จัดว่าอยู่ในขั้นสูงและมีความมุมานะจะไม่ยอมเลิกลาไปง่ายๆ แต่จะคอยตามแหย่หาจุดอ่อนอยู่จนกว่าจะหาทางเจาะเข้ามาได้ จากการประเมินของเราพบว่าการเข้าโจมตีซัพพลายเชนเพิ่มจำนวนขึ้น และเช่นกันในปี 2018 เราคาดว่าจะมีการใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนเพื่อเจาะเข้าระบบ รวมทั้งการเข้าโจมตีโดยตัวของมันเอง มีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อสร้างโทรจัน ซึ่งพบได้ในบางภูมิภาคหรือบางกลุ่ม ก็จะกลายมาเป็นวิธีการที่พบได้ เฉกเช่นเดียวกับ เทคนิคบ่อน้ำ (waterhole)…

เปิดโปง 7 ขบวนการภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดนกันทั่วหน้าทั้งทหาร เวชภัณฑ์ และองค์กรการเมือง

เมื่อช่วงต้นปีนี้ทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แลป (Global Research and Analysis Team – ทีม GReAT) ได้เปิดโปงขบวนการภัยคุกคามทางไซเบอร์หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มล้วนมีความซับซ้อน ใช้ทูลและเทคนิคขั้นสูง เช่น Slingshot, OlympicDestroyer, Sofacy, PlugX Pharma, Crouching Yeti, ZooPark และล่าสุด Roaming Mantis เป็นต้น Slingshot จัดเป็นภัยไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนใช้ในการจารกรรมทางไซเบอร์ในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาอย่างน้อยน่าจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2012 จนกระทั่งกุมภาพันธ์ 2018 โดยตัวมัลแวร์จะทำการโจมตีปล่อยเชื้อใส่เหยื่อผ่านเราเตอร์ที่มีช่องโหว่ และทำงานอยู่ในเคอร์เนลโหมด (kernel mode) สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์ OlympicDestroyer เป็นมัลแวร์ที่ใช้เทคนิคสร้างความเข้าใจผิด (false flag) โดยฝังมาในเวิร์ม ล่อให้ตัวตรวจจับหลงทางพลาดเป้าหมายมัลแวร์ตัวจริง ดังที่เป็นข่าวใหญ่โตในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวที่เพิ่งผ่านมา Sofacy หรือ APT28 หรือ Fancy Bear เป็นกลุ่มก่อการจารกรรมไซเบอร์ที่ออกปฏิบัติการก่อกวนอยู่เนืองๆ ได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายมายังตะวันออกไกล หันเหความสนใจมายังองค์กรด้านการทหารและป้องกันประเทศ ด้านการทูต นอกเหนือไปจากเป้าหมายที่มักเกี่ยวโยงกับองค์การนาโต้ PlugX…

Virtual Reality กับการออกรถยนต์ “เทรลเบลเซอร์” ของเชฟโรเลต

เรามีการพูดถึงการนำเทคโนโลยี Virtual Reality มาประยุกต์ใช้งานในธุรกิจต่างๆ มาหลายครั้ง และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เราจะได้เห็นทีมนักออกแบบรถยนต์ของเชฟโรเลตนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการออกแบบภายในรถยนต์ของเชฟโรเลต อาทิ เครื่องจำลองแบบเสมือนจริง (VR) แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัย และเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารและพื้นที่จัดเก็บสัมภาระในรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวี จากความจำเป็นที่ต้องการจะยกระดับการออกแบบยนตรกรรมระดับโลก การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงนั้นจึงทวีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางตลาดรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีที่มีการแข่งขันสูง เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จะนิยมเลือกรถเอสยูวี ด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ ความอเนกประสงค์ของที่นั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง และยังมีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระที่เพิ่มขึ้น  รวมถึงเหตุผลอื่นๆ ในการเลือกซื้อรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวี เชฟโรเลตได้นำเสนอ “เทรลเบลเซอร์”  ยานยนต์ที่ได้รับการพัฒนาในระดับโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เนื่องจากแนวโน้มความต้องการใช้งานรถยนต์ของลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่นิยมใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปสู่การใช้รถเอสยูวีมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ทั่วโลก ที่พบว่ายอดขายรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีมีเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 2554 ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน “จากความต้องการของลูกค้าที่ต้องการมีพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เชฟโรเลตในฐานะผู้นำเทคโนโลยีขั้นสูงจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่ในรถเอสยูวี ให้สามารถจัดเก็บและบรรทุกสัมภาระได้อย่างเต็มที่” มร. ทิม เกรก ผู้จัดการฝ่ายออกแบบตกแต่งภายในของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) กล่าวว่า “เราได้มีการออกแบบภายในห้องโดยสาร ในส่วนของช่องเก็บของในบริเวณที่นั่งทั้งหมดเพื่อให้ลูกค้าสามารถนำสัมภาระติดตัวไปได้อย่างสะดวกสบาย เช่น เครื่องดื่ม…

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ ประเทศไทย เปิดบริการ SD-Exchange ขยายศักยภาพไฮบริดคลาวด์เต็มพิกัด

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอร์เรชั่น ประเทศไทย (เอ็นทีที คอม) ขยายขีดความสามารถในการเชื่อมต่อบนคลาวด์เปิดตัว SD-Exchange Service ซึ่งเป็นบริการที่ร่วมมือกับ Megaport เพื่อเชื่อมต่อระบบการทำงานแบบไฮบริดคลาวด์ (Hybrid Cloud) ช่วยให้ลูกค้าสามารถเชื่อมต่อไปยังผู้ให้บริการคลาวด์ชั้นนำได้โดยตรง จากศูนย์ข้อมูล NTT Data Center Bangkok 2 ได้ตามความต้องการผ่านทางพอร์ทัลเดียว ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย และยื่นหยุ่นยิ่งขึ้น นายมาซาโตชิ  ซึโบอิ รองประธานผู้จัดการสายงานด้านผลิตภัณฑ์และบริการ แผนกพัฒนาธุรกิจและที่ปรึกษาทางการขาย บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า เอ็นทีที คอม ขอนำเสนอการเชื่อมต่อแบบมัลติคลาวด์ที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นผ่านบริการ SD-Exchange Service ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผู้ให้บริการระบบคลาวด์ หรือ CSP จากทั่วโลกได้โดยตรงและปลอดภัย เช่น Alibaba Cloud, Amazon Web Service (AWS), Google Cloud, IBM Cloud,…

ไดรฟ์ USB แบบเข้ารหัสอุปกรณ์สำคัญที่ปฏิบัติตามระเบียบของ GDPR ในสหภาพยุโรป

ไดรฟ์ USB แบบเข้ารหัสของคิงสตัน เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ปฏิบัติตามระเบียบของ GDPR หรือกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในสหภาพยุโรป – กฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป (GDPR) ส่งผลต่อบริษัททั่วโลกที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่อาศัยอยู่ในสหภาพยุโรป – การห้ามพนักงานใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ถอดออกได้ก่อให้เกิดประเด็นทางด้านความปลอดภัยอื่นๆ และส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการทำงานของพนักงาน – ไดรฟ์ยูเอสบีที่เข้ารหัสของคิงสตันได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนงความท้าทายของพนักงานและข้อกำหนดทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปัจจุบัน Kingston  ผู้นำในด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชั่นเทคโนโลยีของโลก ที่อยู่ในระดับแถวหน้าเมื่อพูดถึงระเบียบและข้อบังคับทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์หรือกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป General Data Protection Regulation (GDPR) ฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนนี้ ซึ่งจะส่งผลต่อทุกคนที่ใช้ข้อมูลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป ทั้งนี้บริษัทขนาดใหญ่และบรรดาองค์กรทั่วโลกกำลังตอบโต้ต่อภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ถอดออกได้ โดยการห้ามใช้สิ่งเหล่านี้โดยมิได้ตระหนักถึงปัญหาที่สิ่งเหล่านี้สร้างขึ้น ดังนั้น การใช้แฟลชไดรฟ์ USB ที่เข้ารหัส เช่น แฟลชไดรฟ์รุ่น IronKey(TM) และ DataTraveler(R) ของคิงสตันตลอดจนมีมาตรฐาน นโยบายและคำแนะนำในการใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ USB ที่เข้ารหัสจึงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการโปรโมทความปลอดภัยทางไซเบอร์ การดำรงไว้ซึ่งประสิทธิภาพของพนักงานและการปฏิบัติตามกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป”เราเชื่อว่าธุรกิจและหน่วยงานอื่นๆ ที่ห้ามพนักงานใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ถอดออกได้ยังไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลอย่างเพียงพอเพื่อทำความเข้าใจว่ามีหลายวิธีที่ข้อมูลจะไหลเข้ามาและออกไปจากองค์กร” คิงสตันกล่าว “การหยุดใช้ USB จะไม่ช่วยป้องกันบุคลากรในการใช้หรือขโมยข้อมูลที่มีคุณค่า แต่เรามีโซลูชั่นที่พร้อมสำหรับการควบคุมการเข้าถึงพอร์ต USB ไดรฟ์ USB และสิ่งที่สามารถคัดลอกข้อมูลเก็บไว้” กฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อองค์กรส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐฯ กฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป (EU GDPR)…

Edgybees สตาร์ทอัพธุรกิจ AR คว้ารางวัล Techsauce Israel Challenge

Edgybees ผู้พัฒนาเทคโนโลยี AR สำหรับแพลตฟอร์มที่เคลื่อนที่ด้วยความไวอย่างโดรนและรถยนต์ คว้ารางวัลจากงาน Techsauce Israel Innovation Challenge ซึ่งจัดขึ้นโดย Upround Ventures และ Singtel Innov8 และมีผู้เข้าร่วมงานอย่าง GE Ventures ที่ปรึกษาธุรกิจสตาร์ทอัพ Hillel Fuld และพันธมิตรสื่อรวมถึง Silicon Dragon Ventures โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อค้นหาสตาร์ทอัพที่มีความเหมาะสมกับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากที่สุด และ Edgybees จะเป็นตัวแทนของประเทศอิสราเอลในงาน Techsauce Global Summit การประชุมสุดยอดด้านเทคโนโลยีระดับโลกที่จัดขึ้นเพื่อเชื่อมโยงโลกตะวันออกและตะวันอกเข้าด้วยกัน งานดังกล่าวจะถูกจัดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 22-23 มิถุนายน 2018 ภายในงานจะมีการจัดแสดงธุรกิจสตาร์ทอัพจาก 19 เมืองทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก รวมถึงสตาร์ทอัพจากอิสราเอลที่ได้รับการเข้าเลือกเป็นลำดับที่ 20 โดยมีผู้ร่วมงานเป็นผู้ประกอบการชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จากหลายหลายอุตสาหกรรม ครอบคลุมตั้งแต่อุตสาหกรรมธนาคาร การสื่อสาร ค้าปลีก การผลิต สาธารณูปโภคและอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงนักลงทุนและผู้ที่สนใจในเทคโนโลยี Adam Kaplan ซีอีโอของ Edgybees กล่าวว่า “ผมตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้ขยายตลาดสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้…

บล็อกเชน เทคโนโลยีต้นกำเนิด บิตคอยน์

จะว่าไปหากไม่มีบล็อกเชนแล้ว ก็คงไม่มีบิตคอยน์ แล้วเทคโนโลยีบล็อกเชนคืออะไร???   เทคโนโลยีบล็อกเชนส่วนใหญ่แล้วมักมีความเกี่ยวข้องกับบิตคอยน์และเงินดิจิทัลสกุลอื่น ๆ แต่นั่นเป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น โดยบางคนมองว่า เทคโนโลยีบล็อกเชนอาจจะเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมสำคัญในภาคส่วนต่าง ๆ ตั้งแต่บริการดูแลสุขภาพไปจนถึงแวดวงการเมือง หากคุณแค่กำลังศึกษาวิธีการลงทุนในบิตคอยน์ ซื้อขายเงินอีเธอเรียม หรือแค่ต้องการรู้ว่าเทคโนโลยีบล็อกเชนคืออะไร สัปดาห์นี้ ขอพาท่านไปรู้จักกับบล็อกเชน ซึ่งเราได้อ้างอิงข้อมูลจาก Digitaltrends.com มานำเสนอดังนี้ บล็อกเชนไม่ได้มีขึ้นเพื่อรองรับบิตคอยน์อย่างเดียว แม้เทคโนโลยีบล็อกเชนจะไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจได้ง่าย แต่แนวคิดพื้นฐานของบล็อกเชนก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากเกินกว่าที่จะทำความเข้าใจ บล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการจัดเก็บฐานข้อมูล ในลักษณะที่เป็นการรวบรวมระเบียน (Record) ต่างๆไว้ ซึ่งมีการดูแลโดยกลุ่มคนแทนที่จะเป็นหน่วยงานกลางหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง เช่น ธนาคารหรือหน่วยงานรัฐที่มักจะจัดเก็บข้อมูลไว้บนเซิร์ฟเวอร์เฉพาะของตนเอง ในส่วนของคำว่า “บล็อก” หรือกลุ่มข้อมูล จะประกอบไปด้วยระเบียนธุรกรรมจำนวนหนึ่ง ส่วนคำว่า “เชน” หรือห่วงโซ่ เป็นการเชื่อมต่อบล็อกต่างๆเข้าด้วยกันโดยใช้ฟังก์ชันแฮช (Hash function) เมื่อมีการสร้างระเบียนข้อมูลขึ้นมา ระเบียนข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นเหล่านี้จะได้รับการยืนยันโดยเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบกระจายศูนย์ (Distributed network) และถูกจับต่อเข้ากับระเบียนข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ก่อนหน้านี้ในเชน จนทำให้เกิดการสร้างเชนต่อๆกันของบล็อก หรือบล็อกเชนนั่นเอง บล็อกเชนถูกจัดเก็บอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ ซึ่งหมายความว่า ไม่มีใครคนใดคนหนึ่งควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ นี่ถือเป็นคุณลักษณะที่สำคัญ เนื่องจากทำให้ข้อมูลที่เกิดขึ้นในเชนก่อนหน้านั้นยังคงสภาพเดิม และหมายความว่า จะไม่มีใครสามารถย้อนกลับไปเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อมูลเหล่านั้นได้ ทำให้บล็อกเชนเป็นบัญชีธุรกรรมสาธารณะที่ไม่มีใครเข้าไปแทรกแซงได้ง่ายๆ…

Futuremart ร้านค้าอนาคตของ Alibaba ที่ไม่ต้องใช้พนักงานเก็บเงินอีกต่อไป

ที่สำนักงานใหญ่ของอาลีบาบา ในเมืองหางโจว ประเทศจีน  อาลีบาบาได้เปิดร้านค้าแห่งใหม่ที่ไร้พนักงานโดยใช้ชื่อว่า ‘Futuremart’ ร้านค้าไฮเทคแห่งนี้  มีสินค้ามากมาย  ทางร้านกำหนดให้ผู้บริโภคเช็คอินโดยการสแกนใบหน้าและสแกนโค้ด QR ด้วยแอพ  Alipay, Taobao หรือ Tmall จากจุดนั้น  ผู้บริโภคสามารถเข้าไปในร้านค้า  เดินดูสินค้าได้อย่างอิสระและเลือกสินค้าที่ต้องการจะซื้อกลับบ้าน   เมื่อเลือกสินค้าจนพอใจแล้ว  ก็สามารถถือสินค้าออกจากร้านไปอย่างสะดวกสบาย นับเป็นประสบการณ์ซื้อของในรูปแบบใหม่ที่คล่องตัวจริง ๆ ภายในร้านค้า Futuremart อาลีบาบายังนำเสนอ  บูธ “Happy Go” ที่ทำงานด้วยเทคโนโลยีการวิเคราะห์ใบหน้า ซึ่งจะเพิ่มความสามารถในการสแกนใบหน้าของผู้บริโภคและมอบส่วนลดให้สำหรับผู้ที่มีรอยยิ้มสดใสอีกด้วย

บริษัทประกันภัยด้านไอทีไอเดียเจ๋ง ทำบิลบอร์ดโชว์ภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบ Real-Time

ด้วยเหตุผลที่ว่า คนทั่วไปอาจไม่ตะหนักถึงภัยคุกคามทางไซเบอร์เท่าไรนัก ด้วยเหตุนี้ Hiscox บริษัทประกันภัยในประเทศอังกฤษ ซึ่งมีแพ็กเกจประกันภัยความเสียหายจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ (Cyber and data risks insurance) จึงปิ๊งไอเดีย ชวนให้คนทั่วไปเห็นถึงความสำคัญของความปลอดภัยในโลกไซเบอร์ ด้วยป้ายโฆษณาที่แสดงสถานะภัยคุกคามทางไซเบอร์แบบ Real-Time การโจมตีในโลกไซเบอร์เกิดขึ้นบ่อยครั้งแค่ไหน  เราคงไม่สามารถล่วงรู้ได้แน่ชัด  แต่ที่แน่ ๆ คือ มันเกิดขึ้นบ่อยครั้งกว่าที่คุณคิด เพื่อจะแสดงให้เห็นว่าธุรกิจขนาดเล็กก็เป็นเป้าหมายของแฮ็กเกอร์อยู่บ่อย ๆ  บริษัทประกัน  Hiscox จากสหราชอาณาจักรจึงได้สร้างป้ายโฆษณาพิเศษขึ้นมา  เพื่อแสดงรายงานถึงการคุกคามในแบบเรียลไทม์  ป้ายนี้ถูกสร้างขึ้นโดยการร่วมมือกับบริษัทโฆษณา  AMV BBDO และ Grand Visual  ที่บิลบอร์ดจะเขียนว่า “จุดที่เป็นไฟกระพริบแต่ละจุด  จะแสดงถึงการโจมตีทางไซเบอร์ที่กำลังเกิดขึ้นจริง”   จุดกระพริบที่บอกถึง  “การโจมตีทางไซเบอร์” เป็นจุดสีแดง ซึ่งจะกระพริบ เมื่อเซิร์ฟเวอร์ honeypot ซึ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์พิเศษที่ออกแบบมาเพื่อดักจับการพยายามเจาะระบบรักษาความปลอดภัยของแฮกเกอร์   Hiscox ประเมินว่า 1 ใน 3 ของระบบในธุรกิจขนาดเล็กมีความเสี่ยงที่จะถูกจู่โจมจากภัยคุกคามทางไซเบอร์  ซึ่งข้อมูลจาก Hiscox ระบุว่า มีผู้พยายามแฮกเเซิร์ฟเวอร์ที่เชื่อมต่อกับป้ายบิลบอร์ดนี้สูงถึง  23,000…

หุ่นยนต์และ AI เตรียมขึ้นแท่น “แรงงาน” พรีเมี่ยม!? หรือจะมาเป็น “ผู้ช่วย” มนุษย์

มนุษย์อาจต้องตกงานแล้วจริงหรือ!? เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือหุ่นยนต์เอไอ เตรียมขึ้นแท่นแรงงานคุณภาพเทียบชั้นมนุษย์ เนื่องจากเทคโนโลยีดังกล่าว มีการออกแบบและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถสื่อสารและแสดงออกถึงพฤติกรรมที่ใกล้เคียงมนุษย์มากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการทดแทนการใช้แรงงานมนุษย์ในกลุ่มงานที่เสี่ยงอันตราย รวมถึงอำนวยความสะดวกแก่มนุษย์ในมิติต่างๆ อาทิ หุ่นยนต์เก็บกู้ระเบิด หุ่นยนต์นักบิน บาริสต้าในร้านกาแฟ และแม่ครัวทอดไข่เจียว ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความอัจฉริยะของหุ่นยนต์เอไอเท่านั้น ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วหรือไม่ ที่แรงงานมนุษย์ต้องหาแนวทางร่วมกันครั้งใหญ่ เพื่อเตรียมรับมือกับปัญหาแย่งก้าวข้ามสายงานของหุ่นยนต์ในอนาคต หรือท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์และหุ่นยนต์จะสามารถทำงานร่วมกันอย่างพันธมิตรที่ได้ประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย (Win-Win) ศาสตราจารย์ ดร.ธนารักษ์ ธีระมั่นคง นายกสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย และอาจารย์ประจำภาควิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์และการสื่อสาร สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มธ. กล่าวว่า ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เริ่มเข้ามามีบทบาทในการอำนวยความสะดวกให้กับแรงงานมนุษย์ และผลผลิตจากปัญญาประดิษฐ์ยังสามารถควบคุมจำนวนและคุณภาพให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ต้องการ ซึ่งสามารถแบ่งบทบาทการทำงานของปัญญาประดิษฐ์ได้ 3 ระดับ ได้แก่ 1. ทำงานแทนสมองของมนุษย์ รูปแบบการทำงานเพื่อการตัดสินใจแทนมนุษย์ เช่น การใส่ข้อมูลอาการป่วยของผู้ป่วยเพื่อวินิจฉัยโรค แต่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลจำนวนมากและเพียงพอ จึงจะสามารถวินิจฉัยหรือตัดสินได้อย่างแม่นยำ 2. ทำงานแทนคำพูดของมนุษย์ รูปแบบการทำงานเพื่อโต้ตอบกับมนุษย์ เช่น ระบบตอบรับอัตโนมัติหรือแชทบอท (Chatbot)…

Top