You are here
Home > Technology > Security

หากทำธุรกิจกับจีน….คุณพร้อมรับมือกฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีนหรือยัง?

ไม่ใช่แค่บ้านเราเท่านั้นที่กำลังจะมีกฏหมายไซเบอร์ฉบับใหม่ออกมา แต่ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรอย่างจีนก็กำลังจะมีกฏหมายลักษณะเดียวกันนี้ฉบับใหม่ออกมาเช่นกัน โดยจากการศึกษาพบว่า กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีนถือเป็นความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับสถาบันการเงินที่ดำเนินธุรกิจในประเทศจีน เนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงและเริ่มการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน สำหรับสถาบันการเงินดำเนินกิจการในประเทศจีน กฎระเบียบความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสำหรับโลกไซเบอร์ที่ออกมาเป็นครั้งแรกของจีนจะต้องการให้ทุกระบบตอบสนองเหมือนกับที่เคยเห็นกันในช่วงปลายปี 1990 เมื่อบริษัท ต่างๆทำงานอย่างหนักเพื่ออัพเกรดคอมพิวเตอร์และโปรแกรมแอพพลิเคชันเพื่อรับมือกับปัญหา  Y2K   ความพยายามในการรับมือกับปัญหา Y2K ที่เกิดขึ้นทั่วโลกซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึง  300 พันล้านเหรียญสหรัฐได้รับการพิจารณาว่าเป็นเหตุการณ์ที่จะไม่เกิดซ้ำอีก แต่สำหรับผู้ที่ผ่านวิกฤติการณ์ Y2K กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีนกำลังทำให้เหตุการณ์นั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง   สำหรับสถาบันต่างประเทศที่ดำเนินงานอยู่ในจีนและสถาบันในประเทศที่ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังสร้างความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปริมาณงานและค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการประเมินระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับกฏหมายดังกล่าว   ผลกระทบที่มีต่อสถาบันการเงิน สิ่งต่างจาก China Great Firewall ซึ่งควบคุมข้อมูลภายนอกที่ไหลเข้ามาในประเทศจีน กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องการไหลของข้อมูลที่ไหลออกสู่โลกภายนอก กฎหมายซึ่งยังคงพัฒนาอยู่นั้นมีผลบังคับใช้กับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สำคัญทำให้สถาบันการเงินมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น   เมื่อรวมกับกฎหมาย แนวทาง และมาตรฐานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งออกมาแล้วหรือร่างไว้แล้ว กฎหมายที่อิงตามหลักการกำหนดความรับผิดชอบใหม่ ๆ นอกเหนือจากการปกป้องความเป็นส่วนตัวในรูปแบบของ GDPR แล้ว ยังมีรายการมาตรการและข้อกำหนดในการปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนั้นหมายความว่าสถาบันการเงินต่าง ๆ ในจีนต้องรับมือด้วย   เหตุผลที่การปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องท้าทาย กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มระดับโลกที่กว้างขึ้นในการควบคุมกิจกรรมบนโลกไซเบอร์และต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลเสียต่อความปลอดภัยสาธารณะ ส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์คือเพื่อให้จีนปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับโลกสำหรับความปลอดภัยทางไซเบอร์   แต่มีสิ่งที่ต้องทำมากกว่านั้น นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในการควบคุมข้อมูลที่สร้างขึ้นใศจีนเพื่อยืนยันว่า«ภายในอาณาเขตของประเทศจีนอินเทอร์เน็ตอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของจีน»  …

ภัยของผู้ใช้แอนดรอยด์…แอพแอดแวร์ 85 รายการใน Google Play ถูกติดตั้งแล้ว 9 ล้านครั้ง

แอพ 85 รายการใน Google Play ที่ถูกติดตั้งโดยผู้ใช้ทั่วโลกไปแล้ว 9 ล้านครั้งมาพร้อมกับแอดแวร์ที่มีความสามารถในการแสดงโฆษณาแบบเต็มหน้าจอในช่วงเวลาปกติหรือเมื่อผู้ใช้ปลดล็อคอุปกรณ์   ไม่มีแอพตัวไหนเลยที่มีฟังก์ชั่นการใช้งานจริงและจุดประสงค์ที่แท้จริงของพวกเขาคือการทำเงินให้กับนักพัฒนาแอพเหล่านั้นโดยการวางโฆษณาบนอุปกรณ์ที่ถูกติดตั้งแอพไว้ แอดแวร์แฝงตัว แอพปลอมถูกปลอมแปลงเป็นเกม (จำลองการขับรถยนต์) แอพสำหรับสตรีมช่องทีวีจากหลายๆ ประเทศ (บราซิล แคนาดา แอฟริกาใต้ สเปน) หรือว่าเป็นรีโมทคอนโทรลสำหรับทีวี นักวิจัยมัลแวร์ของเทรนด์ไมโครเปิดเผยว่าแอดแวร์ (ตรวจพบว่าเป็น AndroidOS_HidenAd) ที่ถูกแพร่กระจายด้วยวิธีนี้สามารถซ่อนตัวเองและทำงานอยู่เบื้องหลัง และทำหน้าที่ตรวจสอบสถานะการล็อคของอุปกรณ์   แอพปลอมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ Easy Universal TV Remote ซึ่งได้รับการปรับปรุงล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 ไม่มีความชัดเจนว่าอยู่ใน Google Play มานานแค่ไหน แต่ก็ถูกติตั้งไปแล้วมากกว่า 5 ล้านครั้ง   หากนับจากการให้คะแนนและจำนวนความเห็นของผู้ใช้แอพปลอมที่อยู่มาอย่างยาวนานตัวนี้มีคะแนนเฉลี่ย 3.9 ดาวจากผู้ใช้แอนดรอยด์กว่า 132,000 คน   รายการเปลี่ยนแปลงของแอพแสดงรายละเอียดจากเวอร์ชั่น 1.2 เมื่อผู้พัฒนาประกาศความสามารถในการทำงานเข้ากันได้กับโทรทัศน์ Ikea (Uppleva) ซึ่งเป็นโครงการที่ผู้ค้าปลีกเริ่มต้นในปี…

ตำรวจนานาชาติเอาจริง ตั้งทีมไล่ล่ามือปล่อย DDoS

ตำรวจทั่วโลกเตือนคนที่กำลังหันไปใช้แพลตฟอร์มสำหรับการโจมตีแบบ DDoS แบบกระจายเพื่อรบกวนกิจกรรมออนไลน์ขององค์กรต่างๆ จะถูกติดตาม และดำเนินคดี มีคนหลายร้อยคนที่ถูกระบุว่าเป็นผู้ใช้บริการดังกล่าว และตอนนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสืบสวน   การปราบปรามบุคคลที่มีส่วนร่วมในกิจกรรม DDoS เป็นผลมาจากปฏิบัติการ Operation Power Off  ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง  Europol (ตํารวจสากลภาคพื้นยุโรป)  และพันธมิตรด้านการบังคับใช้กฎหมายทั่วโลกเพื่อจัดการเว็บไซต์ WebStresser   บริการให้เช่าระบบ DDoS นั้นมีราคาที่ถูกมาก บางแห่งคิดค่าบริการรับส่งข้อมูลที่ไม่ดีเพียง  10 เหรียญต่อ 2 วัน  โดยมีการโจมตีพร้อมกันสองครั้งนานถึงหนึ่งชั่วโมง WebStresser รับสมัครสมาชิกรายเดือนเพียงในราคา  15 ยูโรเพื่อใช้บริการ แต่ราคาจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับประเภทของ DDoS และระยะเวลาในการโจมตีของมัน   ตำรวจติดตามผู้ใช้บริการผิดกฎหมาย สำหรับ WebStresser มีผู้ใช้ที่ลงทะเบียนแล้ว 151,000 ราย ตำรวจพบว่าเมื่อเดือนเมษายน 2561 หลังจากปิดเซิร์ฟเวอร์ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของบริการในเนเธอร์แลนด์ สหรัฐอเมริก าและเยอรมนี รวมทั้งจับกุมผู้ดูแลเว็บไซต์   หน่วยงาน National Crime Agency (NCA)…

แฮ็กเกอร์ขโมยเงินจากธุรกิจเงินดิจิทัลกว่า 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีที่แล้ว

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีที่ดีสำหรับอาชญากรไซเบอร์ที่เกาะติดเงินดิจิตอล เพราะสามารถกวาดเงินจากผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน ผู้ใช้ หรือนักลงทุนเงินดิจิตอลไปได้ถึง 1.7 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดยใช้การหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ การกรรโชก การแฮ็ค และมัลแวร์เป็นวิธีการหลักที่ใช้ในการหาเงิน รายงานที่เผยแพร่โดย BleepingComputer ระบุว่าการแลกเปลี่ยน และโครงสร้างพื้นฐานของเงินดิจิตอลสูญเสียเงินให้กับแฮ็กเกอร์ไปกว่า 950 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยที่แฮ็กเกอร์เหล่านี้ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในเกาหลีและญี่ปุ่น   การหลอกลวงยังนำมาเป็นอันดับต้นๆ CipherTrace บริษัทที่ให้บริการป้องกันการฟอกเงินและโซลูชั่นด้านนิติเวชที่ทำงานบนบล็อกเชนรายงานว่า การหลอกลวงเป็นเหตุผลอันดับต้น ๆ ที่ทำให้เกิดการสูญเสียเงินดิจิตอลไปในปีที่ผ่านมา   หนึ่งในการหลอกลวงที่ใหญ่ที่สุดเกิดขึ้นในเดือนเมษายนเมื่อ Modern Tech บริษัทด้านเงินดิจิตอลสัญชาติเวียดนามเปิดการเสนอขายสกุลเงินดิจิตอลให้นักลงทุนเป็นครั้งแรก หรือ  Initial Coin Offer (ICO) และสมารถระดมเงินลงทุนได้เพิ่มขึ้นถึง 660 ล้านดอลลาร์จากนักลงทุนรายบุคคล 32,000 ราย หลังจากนั้นไม่นานการดำเนินการทั้งหมดก็ยุติลงและนักลงทุนก็ยังรอผลตอบแทนจากเม็ดเงินที่ลงทุนไปอยู่   การหลอกลวงที่มีชื่อเสียงอีกเรื่องเกี่ยวข้องกับความพยายามในการขุดเงินดิจิตอลของชาวเวียดนามที่ชื่อ Sky Mining ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารที่อันตธานไปพร้อมกับสินทรัพย์และระบบขุดเจาะที่มีมูลค่าสูงถึง 35 ล้านเหรียญสหรัฐ   การแแฮ็คและขโมยซิมเพื่อหวังกวาดเงินดิจิตอล ตามรายงานการแฮ็กเพื่อหวังเงินทองเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผู้ใช้สูญเสียเงินดิจิตอล การโจมตีมุ่งเป้าไปที่ผู้ให้บริการแลกเปลี่ยน หรือมุ่งเน้นไปที่ผู้ใช้ที่มีมูลค่าสูงโดยตรง   รายงานระบุว่า “ในประเทศญี่ปุ่น…

เมื่อภัยคุกคามฉลาดขึ้น ธุรกิจการเงินอาจต้องมีโซลูชั่น EDR เพื่อช่วยรับมือ

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (เอ็นทีที คอม) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นและการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของเอ็นทีทีกรุ๊ป (TYO: 9432) นำเสนอโซลูชั่นปกป้องภัยบนไซเบอร์ในองค์กรขั้นสูง Endpoint Detection & Response (EDR) พร้อมกับใช้นวัตกรรม AI วิเคราะห์ร่วมกับการบริหารจัดการ Big Data และตรวจจับพฤติกรรมการใช้งานที่อาจเปิดโอกาสให้ถูกโจมตี และชี้จุดที่เป็นช่องโหว่การโจมตีได้อย่างแม่นยำ โดยสามารถใช้งานร่วมกับแอนตี้ไวรัสได้ นายศานิต เกษมสันต์ ณ อยุธยา รองประธานแผนกผลิตภัณฑ์และบริการ บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  ปัจจุบันภัยในโลกไซเบอร์เกิดขึ้นจากหลายรูปแบบ โดยรูปแบบการโจมตีสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากไวรัสและมัลแวร์ ซึ่งรูปแบบและวิธีการโจมตีมีความซับซ้อนและตรวจสอบได้ยากขึ้น หน่วยงานและองค์กรธุรกิจต่างๆ จึงจำเป็นต้องหาเครื่องมือในการดูแลระบบที่มีประสิทธิภาพมากกว่าแอนตี้ไวรัสทั่วไป เพื่อที่จะช่วยให้การตรวจสอบมีความละเอียดมากยิ่งขึ้น โดยเอ็นทีที คอม ได้จัดรูปแบบบริการที่จะช่วยตรวจสอบและตอบสนองต่อภัยคุกคามขั้นสูง ด้วยโซลูชั่น Endpoint Detection & Response (EDR) โดยโซลูชั่นดังกล่าวได้นำนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์ หรือ…

มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ ยังคงคุกคามองค์กรอย่างต่อเนื่อง

บริษัท เช็คพอยท์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์ จำกัด  ผู้ให้บริการชั้นนำด้านโซลูชันความปลอดภัยระดับโลก ได้เผยแพร่ในส่วนตอนแรกของรายงานสรุปความปลอดภัยในปี  พ.ศ. 2562  โดยเน้นยุทธวิธีหลักๆ ที่อาชญากรคอมพิวเตอร์ใช้เพื่อโจมตีองค์กรทั่วโลกในอุตสาหกรรมต่างๆ และให้ข้อมูลที่จำเป็นแก่ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ด้านความปลอดภัยคอมพิวเตอร์เพื่อปกป้ององค์กรของตนจากการโจมตีและภัยคุกคามทางคอมพิวเตอร์ในยุคที่ 5   ในตอนแรกของรายงานสรุปความปลอดภัยปี 2562 ได้เปิดเผยแนวโน้มหลักๆ ของมัลแวร์และเทคนิคที่นักวิจัยของเช็คพอยท์พบในช่วงปีที่ผ่านมา โดยมีสาระสำคัญดังนี้: มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ยึดหัวหาดการโจมตีเป็นส่วนใหญ่: มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ติดสี่อันดับแรกของมัลแวร์ที่ชุกชุมที่สุดและส่งผลกระทบต่อองค์กรทั่วโลกจำนวน 37% ในปี 2561 แม้ว่ามูลค่าของสกุลเงิน cryptocurrency ทั้งหมดเริ่มตก แต่บริษัทต่างๆ จำนวน 20% ยังคงถูกโจมตีทุกสัปดาห์จากมัลแวร์ที่แอบขุดบิตคอยน์  และเมื่อเร็วๆ นี้ มัลแวร์ขุดบิตคอยน์ยังได้พัฒนาไปอย่างมากโดยอาศัยช่องโหว่ที่รู้จักดีและหลบเลี่ยงระบบแซนด์บ็อกซ์และระบบความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อแพร่กระจาย   โทรศัพท์มือถือคือเป้าเคลื่อนที่: องค์กรจำนวน 33% ทั่วโลกถูกโจมตีโดยมัลแวร์บนโทรศัพท์มือถือ โดยมัลแวร์ 3 ประเภทแรกที่ติดอันดับได้พุ่งเป้าการโจมตีที่ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ในปี  2561 พบหลายกรณีที่มัลแวร์บนโทรศัพท์มือถือถูกติดตั้งไว้ล่วงหน้า และมีแอพจากแอพสโตร์ซึ่งแท้จริงแล้วคือมัลแวร์เสียเอง   บ็อตเน็ตอเนกประสงค์ที่โจมตีหลายรูปแบบ: บ็อตเป็นประเภทของมัลแวร์ที่พบมากเป็นอันดับสาม โดยมีองค์กรจำนวน 18% ที่ถูกบ็อตใช้เป็นฐานในการโจมตีแบบระดมยิง หรือดีดอส (DDoS)…

World Economic Forum ระบุภัยคุกคามทางไซเบอร์ คืออุปสรรคในการพัฒนาเศรษฐกิจและการปฏิรูปดิจิทัลทั่วโลก

ฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชันการรักษาความปลอดภัยไซเบอร์ระดับองค์กร ได้อ้างถึงการประชุมเศรษฐกิจโลก “เวิลด์ อีโคโนมิก ฟอรัม” (World Economic Forum: WEF) ประจำปีคศ. 2018 ว่า ภัยคุกคามทางไซเบอร์เป็นหนึ่งในอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและการปฏิรูปติจิทัลในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั่วโลก ในปัจจุบัน การโจมตีทางไซเบอร์ได้เพิ่มสูงขึ้นมากทั้งในด้านความซับซ้อนและปริมาณ ซึ่งในขณะที่องค์กรต่างๆ เริ่มมีการนำเอาอุปกรณ์ไอโอที (IoT) และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ มาใช้มากขึ้น รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่เข้ามามีบทบาทในการใช้งาน อาชญากรไซเบอร์ก็มีความรอบรู้ทางเทคนิคในการโจมตีโดยใช้เอไอในกิจกรรมของตนมากขึ้นเช่นกัน จึงเป็นการขยายพื้นผิวของโอกาสที่จะถูกโจมตีแบบดิจิทัลมากขึ้นและขยายช่องโหว่ต่างๆ กว้างมากขึ้น อันเป็นภัยคุกคามต่อบุคคล บริษัท องค์กรและรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล   กลุ่มเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการบังคับใช้กฎหมายในฟอรัมเห็นว่า แม้เทคโนโลยีบลอคเชนจะมีความปลอดภัยอยู่ระดับหนึ่ง แต่ยังมีภัยที่น่าเป็นห่วงอยู่ อันได้แก่ ภัยเรียกค่าไถ่แรนซัมแวร์ ภัยที่ทำงานแบบโซเชียลเอ็นจิเนียริ่ง เว็บไซต์ตลาดมืดออนไลน์ (Darknet markets) รวมถึงภัยคุกคามที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอเรนซี  พวกเขายังคาดการณ์อีกด้วยว่า การรวมตัวของไอโอทีและปัญญาประดิษฐ์ประเภท Offensive AI คลาวด์คอมพิวติ้ง ความปลอดภัยของข้อมูลและภัยคุกคามที่มาช่องทางออนไลน์นั้นจะเป็นกลุ่มเป้าหมายของภัยไซเบอร์ที่มีอัตราการเติบโตสูงในปีคศ. 2019  นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญจากธุรกิจการลงทุนได้ออกมาเตือนว่า ในขณะที่ภัยคุกคามมีมากขึ้น การสร้างความมั่นใจในความปลอดภัยไซเบอร์และการวัดผลการป้องกันนั้นจะยากขึ้นและสำคัญยิ่งขึ้นเช่นกัน   ในการจัดการกับความท้าทายเหล่านี้…

เทรนด์ไมโครออกรายงานทำนายสถานการณ์ด้านความปลอดภัยประจำปี 2019

ทุก ๆ ปี เทรนด์ไมโครจะทำรายงานประจำปีในชื่อ Security Predictions Report ซึ่งการคาดการณ์ด้านความปลอดภัยที่ใกล้เคียงความเป็นจริงนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ค่อนข้างยาก ทั้งบริษัทและผู้ใช้ระดับคอนซูเมอร์ทั้งหลายจึงจำเป็นต้องพิจารณาว่าคำแนะนำด้านความปลอดภัยไหนบ้างที่ควรนำมาประยุกต์ใช้ อย่างไรก็ดี เทรนด์ไมโครมองว่าการคาดการณ์ด้านความปลอดภัยที่ดีนั้นประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลักด้วยกัน ได้แก่ 1. การคาดการณ์ใด ๆ ก็ตาม ควรระบุข้อมูลที่ผู้ใช้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง 2. การคาดการณ์ที่เกิดขึ้นไปแล้ว หรือน่าจะไม่ได้เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้ ไม่มีประโยชน์ แม้คำแนะนำบางอย่างจะสามารถนำไปวางแผนจัดการตามกำหนดเวลา เช่น ภายใน 1 – 2 ปีได้ แต่ถ้าบอกให้ทราบกะทันหันเกินไป ก็ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถจัดการบางอย่างได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงทีได้เช่นกัน โดยเฉพาะถ้าจำเป็นต้องมีการลงทุนจัดซื้อ หรือเปลี่ยนแปลงในระดับสถาปัตยกรรม 3. ยิ่งมีความน่าจะเป็นมากเท่าไร ยิ่งมีผลต่อความสามารถในการจัดการรับมือมากเท่านั้น ดังนั้น การคาดการณ์ที่มีความน่าจะเป็นเพียง 1% จึงไม่มีประโยชน์ ส่วนการคาดการณ์ที่มีความน่าจะเป็น 100% จะมีประโยชน์ต่อเมื่อมีผลกระทบต่อการดำเนินงาน รวมทั้งต้องพิจารณาด้วยว่าการคาดการณ์ที่ชัดเจนว่าจะเกิดขึ้นแน่นอนนั้น จะยังมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไปอีกหรือไม่ด้วย 4. ต้องอยู่บนรากฐานของข้อเท็จจริง โดยมีสูตรสำเร็จของการคาดการณ์อยู่ที่ข้อมูลหนึ่งส่วน และการวิเคราะห์สองส่วน จำเป็นที่ต้องมีการวิเคราะห์ควบคู่กับข้อมูลเสมอเพื่อให้การคาดการณ์ด้านความปลอดภัยมีความหมาย การคาดการณ์นั้นไม่ใช่แค่การคำนวณทางสถิติ และแค่เรื่องของสถิตินั้นก็เป็นแค่ข้อมูลดิบ…

กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมจีน-ต่างชาติร่วมจัดตั้งแฟลตฟอร์มเพื่อรับมือความเสี่ยงด้านไซเบอร์

สมาคมผู้ประกอบการโรงแรมจีนเปิดเผยว่า กลุ่มผู้ประกอบการโรงแรมและการท่องเที่ยวของจีนและต่างชาติ ได้ร่วมมือกันจัดตั้งแพลตฟอร์ม เพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านไซเบอร์ แพลตฟอร์มดังกล่าวมีชื่อว่า Security Response Center of China Hospitality Industry ซึ่งได้รับการสนับสนุนโดยสมาคมผู้ประกอบการโรงแรมจีนและกลุ่มพันธมิตรเทคโนโลยีการให้บริการของจีน นอกจากนี้ โรงแรมภายใต้แบรนด์ของจีนและต่างชาติ เช่น Huazhu, Jinjiang, New Century, IHG, Marriott, Four Seasons และ Shangri-La รวมทั้งบริษัทออนไลน์ที่ให้บริการท่องเที่ยวอย่าง Ctrip.com ยังให้ความร่วมมือในการจัดตั้งแพลตฟอร์มดังกล่าวด้วยเช่นกัน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ที่แฝงตัวเป็นแฮกเกอร์เพื่อทำหน้าที่ปกป้องความปลอดภัยด้านไซเบอร์ จะแจ้งให้โรงแรมต่างๆบนแพลตฟอร์มได้รับทราบทันทีที่มีการรั่วไหลของข้อมูลที่สำคัญ หรือภัยคุกคามด้านอื่นทางไซเบอร์ โดยเจ้าหน้าที่จะแจ้งให้โรงแรมเหล่านี้ตรวจสอบข้อมูลเพื่อความถูกต้อง นอกจากนี้ จะมีการแบ่งปันโซลูชั่นที่ทันสมัยเพื่อป้องกันการรั่วไหลข้อมูล สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า ความปลอดภัยด้านข้อมูลกลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่อุตสาหกรรมการให้บริการของจีนให้ความสำคัญ หลังจากมีเหตุการณ์การรั่วไหลของข้อมูลที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

NSS Labs จัดเรทติ้ง SD-WAN ของฟอร์ติเน็ตว่า แนะนำน่าใช้ (Recommended)

นายจอห์น แมดิสัน รองประธานอาวุโสฝ่ายผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นของฟอร์ติเน็ต ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยแบบไซเบอร์แบบบูรณาการและแบบอัตโนมัติประกาศในวันนี้ว่า “ฟอร์ติเน็ตประกาศศักยภาพการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมอีกครั้ง ด้วยความสำเร็จในการผสมผสานเทคโนโลยี SD-WAN ที่ดีที่สุดรวมเข้ากับระบบความปลอดภัยเครือข่ายในโซลูชันแบบครบวงจร ทั้งนี้ ผลจากการทดสอบ “2018 NSS Labs Group Test” เน้นว่าฟอร์ติเน็ตเป็นผู้จัดจำหน่ายเพียงรายเดียวในอุตสาหกรรมที่ได้รับคะแนน “Recommended” เรทติ้งในการทดสอบกลุ่มไฟร์วอลล์ประเภท SD-WAN และ Next-Generation โดยที่อุปกรณ์ FortiGate SD-WAN ที่ส่งเข้าทดสอบนั้นใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีโปรเซสเซอร์รักษาความปลอดภัยที่ได้จดสิทธิบัตรของฟอร์ติเน็ตทำให้การต้นทุนการเป็นเจ้าของต่ำที่สุด ส่งผลทำให้ลูกค้าผู้ใช้งานสามารถมีความได้เปรียบในการแข่งขันในโลกดิจิตอลได้อย่างมีประสิทธิภาพยอดเยี่ยม จากผลการทดสอบ “2018 NSS Labs Group Test” ด้านการเชื่อมโยงเครือข่ายระยะไกลที่กำหนดโดยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Wide Area Networking: SD-WAN) ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น พบว่าอุปกรณ์ฟอร์ติเกต เอสดี-แวน (FortiGate SD-WAN) ของฟอร์ติเน็ตมีความสามารถดีเลิศในทุกๆ ด้าน ที่ประเมินโดย NSS Labs ได้แก่ :   ให้ประสบการณ์การใช้งาน VoIP ที่มีคุณภาพสูงสุด: แม้ในสภาวะที่มีอุปสรรค…

Top