You are here
Home > Technology > Security

พีทีที ดิจิตอล ผนึกความร่วมมือ โยโกกาวา(ประเทศไทย) ชูบริการ OT Cyber Security เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม

บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด ผนึกความร่วมมือ บริษัท โยโกกาวา (ประเทศไทย) จำกัด เสริมศักยภาพในการให้บริการ OT Cyber Security เพื่อสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ในการรักษาความปลอดภัยข้อมูลให้กับธุรกิจของลูกค้าที่ปัจจุบันต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในการให้บริการมอนิเตอร์ความปลอดภัยทาง cyber ของอุปกรณ์เครื่องจักรที่ใช้ในการทำงาน หรือ Operational Technology Cyber Security กับ บริษัท โยโกกาวา (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทชั้นนำด้านงานระบบควบคุมอัตโนมัติ (Process Automation) และเครื่องมือวัด (Instrumentation)  เพื่อยกระดับการให้บริการระบบงาน Plant Security Lifecycle Service ร่วมกับ Operational Security หรือ OT Security ในการเสริมศักยภาพกระบวนการทำงานและความปลอดภัยทางไซเบอร์  พร้อมทั้งเสริมศักยภาพในการให้บริการลูกค้าภาคอุตสาหกรรมได้ครบวงจรและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

แถลงการณ์ Kaspersky ต่อเหตุการณ์โจมตีโรงพยาบาลในประเทศไทยด้วยแรนซัมแวร์

ฃ นายเซียง เทียง โยว ผู้จัดการทั่วไปประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ของแคสเปอร์สกี้ กล่าวว่า “แคสเปอร์สกี้ขอประณามการโจมตีของแรนซัมแวร์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทยเมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีเป้าหมายที่หน่วยงานภาคสาธารณสุข ในช่วงที่โรงพยาบาลเป็นแนวหน้าของการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 การกระทำที่มุ่งร้ายเช่นนี้ควรหยุดลง อย่างไรก็ตามเราทราบดีอยู่แล้วว่าอาชญากรไซเบอร์นั้นอยู่เบื้องหลังเหตุความวุ่นวายในปัจจุบันเพื่อทำร้ายองค์กรและองค์กรต่างๆ มากขึ้น”

ฟอร์ติเน็ตซื้อกิจการ OPAQ ปูทางสร้างแพลตฟอร์ม SASE รองรับบริการ Zero Trust Security-as-a-Service ทั่วโลก

ในยุคที่การเชื่อมต่อโครงข่ายมีความซับซ้อนหลายมิติและขยายตัวอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากการที่ผู้ใช้งาน อุปกรณ์ แอปพลิเคชั่น บริการและข้อมูลที่รับ-ส่งออกนอกบริเวณเครือข่ายเอจ (Edge) ขององค์กรมีจำนวนมากขึ้น ประกอบกับลักษณะการทำงานของพนักงานจากระยะไกลจากที่บ้านยังเป็นเทรนด์ในอนาคตอย่างต่อเนื่อง ที่ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชั่นทุกที่ทุกเวลาได้โดยไม่คำนึงถึงตำแหน่งของผู้ใช้และอุปกรณ์ จึงเป็นการเพิ่มความเสี่ยงด้านความปลอดภัยไซเบอร์มากขึ้น ส่งให้องค์กรในปัจจุบันให้ความสนใจในกลยุทธ์ Zero Trust อันเป็นแนวคิดด้านความมั่นคงปลอดภัยแบบใหม่ที่ถือว่าระบบเครือข่ายทั้งหมดไม่ควรเชื่อถือซึ่งกันและกัน จึงต้องมีการตรวจสอบในระดับสูงเพิ่มมากขึ้น โดย Zero Trust ออกแบบระบบเครือข่ายโดยยึดข้อมูลเป็นศูนย์กลาง  ใช้ซอฟต์แวร์และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยควบคุมข้อมูลหรือทรัพย์สินสารสนเทศเหล่านั้นโดยรอบ (Software-Defined Network) และให้ความสำคัญแก่การพิสูจน์ตัวตนของผู้ใช้และอุปกรณ์มากขึ้น

ยกระดับความปลอดภัยข้อมูลตัวตนบนโลกดิจิทัลด้วยระบบคลาวด์

  ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในประเทศที่มีแรงขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลที่ดี อีกทั้งยังเปิดรับเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยของข้อมูลก็ยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ประเทศเริ่มฟื้นฟูจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่มีการใช้เครื่องมือทางดิจิทัลในการติดตามเก็บข้อมูลต่างๆ มากขึ้น และมีโอกาสที่เราจะมองข้ามความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ต่อความปลอดภัยและตัวตนทางดิจิทัลของเรา   การยืนยันตัวตนทางดิจิทัลอาจมีช่องโหว่ในเครือข่าย Hary Kartono ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคอาเซียน ธุรกิจ Secure Issuance บริษัท HID Global กล่าวว่า ปัจจุบัน การใช้บัตรประจำตัวแบบสมาร์ตการ์ดยืนยันตัวตนแบบอัจฉริยะไร้สัมผัส ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน ที่เป็นมากกว่าการยืนยันตัวตนพื้นฐาน เช่น การเข้าเครือข่ายไอทีที่มีข้อมูลละเอียดอ่อน ไม่ว่าจะที่ มหาวิทยาลัย หรือ บริษัท แม้ว่าบัตรดิจิทัลเหล่านี้จะมีศักยภาพสูงขึ้น ขั้นตอนการจัดพิมพ์ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นวิธีดั้งเดิม   เมื่อข้อมูลการยืนยันตัวตนของบริษัทต่างถูกฝังลงบัตรสมาร์ตการ์ดในรูปแบบดิจิทัล ขั้นตอนการจัดพิมพ์แบบดั้งเดิม อาจทำให้การโจมตีทางไซเบอร์ทำได้ง่ายขึ้นโดยการลักลอบเข้าไปในเครือข่ายเพื่อสร้างตัวตนปลอม ซึ่ง Interpol หรือองค์กรตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ ได้เคยออกมาเตือนถึงการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของอีเมล์หลอกลวง มัลแวร์เรียกค่าไถ่ที่แอบอ้างเรื่องโรคระบาด และการปลอมแปลงบัตร[1] ดังนั้นเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนการยืนยันตัวตนทางดิจิทัลจำเป็นจะต้องมีระบบความปลอดภัยที่แน่นหนารองรับ   ให้ระบบคลาวด์เป็นคำตอบ                                                                                                                 เทรนด์การมุ่งพัฒนาระบบคลาวด์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์การปรับเปลี่ยนทางดิจิทัลขององค์กรต่างๆ ยังสะท้อนให้เห็นเทรนด์ของการจัดพิมพ์บัตรยืนยันตัวตนที่ทันสมัยและปลอดภัยมากขึ้น ปัจจุบันองค์กรสามารถเลือกใช้เครือข่ายคลาวด์อัจฉริยะในการพิมพ์บัตรสมาร์ตการ์ดได้แล้ว ซึ่งจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้อีกมาก นอกจากนี้การดำเนินงานบนแพลตฟอร์มคลาวด์ที่ปลอดภัยยังช่วยให้องค์กรสามารถผสานการใช้งานฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการบริการต่างๆ ไว้เป็นระบบแบบศูนย์กลางที่บริหารจัดพิมพ์บัตรได้แบบทางไกล ไม่ว่าจะจากที่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ การเปลี่ยนมาใช้ระบบคลาวด์ยังช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถจัดลำดับ เข้ารหัส และพิมพ์บัตรใหม่ๆ ได้อย่างสะดวกราบรื่นจากอุปกรณ์ใดและที่ใดก็ได้อย่างรวดเร็ว โดยไม่จำเป็นต้องมาที่สำนักงาน…

Remote Work ให้ปลอดภัย สไตล์ New Normal

การระบาดของไวรัส COVID-19 และเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว สร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมากต่อทั้งรูปแบบการใช้ชีวิตและดำเนินธุรกิจ ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ส่งผลให้ธุรกิจยุคดิจิทัลวิถีใหม่ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น ความต้องการ พฤติกรรม และรูปแบบการดำเนินชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้า รูปแบบการแข่งขันที่ปรับเปลี่ยนอย่างต่อเนื่อง มีคู่แข่งใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา เทคโนโลยีที่ปรับเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ภัยคุกคามรูปแบบใหม่ๆ ที่พร้อมจู่โจมองค์กรจากรอบด้าน รูปแบบการทำงานที่เปลี่ยนแปลงสู่ Remote Work เมื่อพนักงานจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน และเข้าถึงทรัพยากรขององค์กรได้จากทุกที่ทุกเวลา     แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ระบบไอทีเพื่อรองรับการทำงานจากนอกสถานที่มีความปลอดภัยเพียงพอ ทั้งช่องทางการเชื่อมต่อ อุปกรณ์ และการระบุตัวตนผู้ใช้   สิ่งเหล่านี้ถือเป็นโจทย์ความท้าทายที่ใหญ่หลวงของฝ่ายไอที ที่ต้องปรับโครงสร้างพื้นฐาน สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบไอทีที่เกี่ยวข้องต่างๆ เพื่อนำพาองค์กรเคลื่อนผ่านมรสุมความเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง และพร้อมรับโอกาสใหม่ๆ ที่รออยู่ในอนาคต   G-Able  คู่คิดธุรกิจวิถีใหม่ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการช่วยขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยี ทำให้ G-Able เข้าใจความต้องการของลูกค้า พร้อมให้คำปรึกษาคำแนะนำในการเตรียมความพร้อมของระบบไอที เพื่อตอบรับความต้องการในการทำงานในรูปแบบดิจิทัลและ Remote work ในปัจจุบัน   ซึ่งพนักงานไม่ได้ทำงานเพียงแต่ในออฟฟิศเหมือนแต่ก่อน หลายคนใช้โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต อุปกรณ์โมบายต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ส่วนตัว ในการเข้าถึงทรัพยากรด้านไอทีขององค์กร ได้จากทุกเวลาและสถานที่…

เทรนด์ไมโครก้าวสู่อันดับหนึ่งของโลกอีกครั้ง ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยสำหรับไฮบริดจ์คลาวด์

  บริษัทเทรนด์ไมโคร (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ออกมาประกาศในวันนี้ว่า บริษัทได้ครองส่วนแบ่งตลาดขึ้นเป็นอันดับ 1 ประจำปี 2019 สำหรับผลิตภัณฑ์ปกป้องข้อมูลบนไฮบริดจ์คลาวด์ อ้างอิงจากรายงาน Worldwide Hybrid Cloud Workload Security Market Shares, 2019 (รหัสเอกสาร #US46398420 ฉบับเดือนมิถุนายน 2020) ของทาง IDC จากสัดส่วนในตลาดถึง 29.5% ในปีที่ผ่านมา ถือว่ามากกว่าผู้จำหน่ายอันดับสองถึงสามเท่า จนทำให้ เทรนด์ไมโคร ถูกระบุไว้ในรายงานว่าเหมือนเป็น “ลิงกอริลลาร่างยักษ์กว่า 800 ปอนด์” ในตลาดนี้ รวมทั้งเป็น “ผู้นำที่แข็งแกร่งมายาวนานในด้านระบบป้องกันสำหรับโหลดงาน SDC” “ตามที่ IDC กล่าวไว้ในรายงานนั้น ตำแหน่งผู้นำตลาดของเราไม่ได้มาด้วยความบังเอิญ แต่มาจากการสังเกตพบถึงความสำคัญของระบบความปลอดภัยสำหรับโหลดงานที่เปลี่ยนไปตั้งแต่สิบกว่าปีมาแล้ว ซึ่งเราเองก็ได้เฝ้าพัฒนาความสามารถเพื่อรองรับกับความต้องการดังกล่าวมาโดยตลอด” Wendy Moore รองประธานด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโครกล่าว “ขณะที่ผู้จำหน่ายรายอื่นต่างโฆษณาอย่างโจ่งแจ้งว่าตนเองเป็นผู้นำตลาดนั้น ทาง IDC กลับอธิบายต่างออกไป…

ทำความรู้จัก Cisco Zero Trust การรักษาความปลอดภัยไอทีของธุรกิจยุค New Normal

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี และความท้าทายในการดำเนินธุรกิจยุค New Normal ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การที่พนักงานต้องทำงาน และเข้าถึงระบบไอทีและแอปพลิเคชัน จากทุกที่ทุกเวลา มีการใช้งานอุปกรณ์ส่วนตัวหรือ BYOD มากขึ้น การใช้งานแอปพลิเคชันจากทั้งในองค์กรและมัลติคลาวด์ อุปกรณ์ IoT ที่เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบเครือข่าย มีจำนวนเพิ่มขึ้น   ทำให้พรมแดนการรักษาความปลอดภัยไอที ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในองค์กรอีกต่อไป  แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ผู้ใช้และอุปกรณ์ที่เข้าถึงระบบไอที มีความปลอดภัยเพียงพอ การทำงานจากภายนอกหรือ Work from Home จะได้รับการปกป้อง ระบบไอทีจะปลอดภัยจากภัยคุกคามใหม่ๆ   ด้วยประสบการณ์มากกว่า 3 ทศวรรษ เมโทรซิสเต็มส์ คอร์ปอเรชั่น ขอเสนอ Zero Trust แนวคิดด้านปลอดภัยจากซิสโก้ ที่จะตรวจสอบทุกการเข้าถึงจากบุคคลหรืออุปกรณ์ใด ไม่ว่าจะมาจากภายในหรือนอกเครือข่าย   โดยครอบคลุม 3 องค์ประกอบหลักของการทำงานยุคดิจิทัล ได้แก่ Secure the Workforce เพื่อระบุตัวตนผู้ใช้และอุปกรณ์ จากทุกเวลาและสถานที่ด้วย Cisco Duo Secure the…

ความเสี่ยงของธุรกิจทางไซเบอร์ จากการทำงานแบบ REMOTE WORKING และการทำงานผ่านอุปกรณ์ที่ล้าสมัย

รายงานข้อมูลเชิงลึกด้านเครือข่ายระดับโลก ปี 2020 (NTT Ltd.’s 2020 Global Network Insights Report) จาก บริษัท เอ็นทีที จำกัด พบว่าในขณะที่องค์กรธุรกิจต่างย้ายแอพพลิเคชั่นไปยังระบบมัลติคลาวด์ ทำให้การลงทุนบนคลาวด์นั้นสูงกว่าค่าใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานในองค์กร ซึ่งทำให้การรีเฟรชระบบและการอัพเกรดรูปแบบการทำงานลดลง เนื่องจากธุรกิจจำนวนมากเลือกที่จะลดจำนวนอุปกรณ์เครือข่ายและชะลอการลงทุนในการปรับโครงสร้างเครือข่ายและโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย ส่งผลให้อุปกรณ์เครือข่ายที่ใช้อยู่นั้นล้าสมัยและมีช่องโหว่ในการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ ซึ่งก่อให้เกิดความเสียงต่อการถูกคุกคามด้านความปลอดภัยข้อมูล   ในรายงานได้รับข้อมูลอ้างอิงจากการประเมินผลการดำเนินงานด้านเทคโนโลยีของลูกค้ากว่า 1,000 ราย และครอบคลุมอุปกรณ์เครือข่ายกว่า 800,000 รายการ พบว่าสินทรัพย์เกี่ยวกับอุปกรณ์เครือข่ายขององค์กรถึง 46.3% ค่อนข้างล้าสมัยในปี 2560 ซึ่งเป็นค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนัก (weighted average) นับเป็นจำนวนมหาศาลในปี 2560 โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 4.3%     การระบาดของ COVID-19 และการใช้แบนด์วิธที่เพิ่มขึ้นนั้นส่งผลกระทบต่อระบบเครือข่าย และยังต้องเผชิญต่อสถานการณ์ที่เลวร้ายลงไปอีกเมื่อมีการเข้าถึงเครือข่ายจากระยะไกล (remote access) และการทำงานจากนอกสถานที่ (remote working) รวมถึงการใช้บริการเสียงและวิดีโอ ทำให้ระบบเครือข่ายขององค์กรและโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยขององค์กรอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างไม่น่าเชื่อ   ความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่เกินอายุการใช้งานและล้าสมัยในสำนักงานแห่งอนาคต โดยเฉลี่ยแล้วอุปกรณ์ที่ล้าสมัยจะมีช่องโหว่ที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า (42.2%)…

ส่วนตัวแต่ไม่ลับ! ผู้ใช้ออนไลน์ 40% ทั่ว APAC เผชิญปัญหาข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล

ผลการสำรวจเมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่าผู้บริโภคจากเอเชียแปซิฟิก (APAC) 40% เผชิญกับเหตุการณ์ที่มีการเข้าถึงข้อมูลส่วนตัวโดยที่ไม่ได้รับความยินยอม ขณะที่ผู้ใช้ออนไลน์มากกว่าห้าในสิบคนในภูมิภาคแสดงความกังวลเรื่องการปกป้องชีวิตทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รายงาน Kaspersky Global Privacy Report 2020 เป็นการศึกษาเกี่ยวกับทัศนคติของผู้บริโภคที่มีต่อความเป็นส่วนตัวในโลกออนไลน์ การสำรวจจัดทำโดยบริษัทวิจัยอิสระโทลูน่าระหว่างเดือนมกราคม – กุมภาพันธ์ 2020 มีผู้เข้าสำรวจ 15,002 คนจาก 23 ประเทศทั่วโลก ในจำนวนนี้มี 3,012 คนมาจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก   การละเมิดบางอย่างเกี่ยวข้องกับแอ็คเคาท์ที่ถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต (40%) การครอบครองอุปกรณ์อย่างผิดกฎหมาย (39%) ข้อมูลลับถูกขโมยและใช้งาน (31%) ข้อมูลส่วนตัวถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับความยินยอม (20%)   อย่างไรก็ดี รายงานฉบับนี้ยังพบว่าผู้ใช้มากกว่าหนึ่งในห้ายังคงเต็มใจเปิดเผยข้อมูลความเป็นส่วนตัวเพื่อรับผลิตภัณฑ์หรือบริการฟรี ผู้ตอบแบบสอบถามอีก 24% ยังช่วยลดระดับความปลอดภัยลงด้วยการแชร์รายละเอียดแอ็คเคาท์โซเชียลมีเดียเพื่อเล่นแบบทดสอบตลก เช่น ชนิดของดอกไม้ที่ตัวเองเป็น หรือตัวเองมีหน้าตาเหมือนเซเลปคนไหน นอกจากนี้ ผู้บริโภคจำนวนสองในสิบยอมรับว่าต้องการความช่วยเหลือเพื่อเรียนรู้วิธีการที่จะปกป้องความเป็นส่วนตัวออนไลน์ของตนเอง   นายสเตฟาน นิวไมเออร์ กรรมการผู้จัดการ แคสเปอร์สกี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ข้อมูลของเราแสดงถึงพฤติกรรมออนไลน์ที่ซับซ้อนภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นเรื่องน่ายินดีที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวออนไลน์…

สุดยอดเทคโนโลยีด้าน Backup and Recovery และการจัดการข้อมูล ระดับโลกจาก Cohesity

บริษัท อินแกรม ไมโคร (ประเทศไทย) จำกัด  ผู้จัดจำหน่ายสินค้าเทคโนโลยี ขอนำเสนอผลิตภัณฑ์  Cohesity ซึ่งเป็นผู้นำด้าน Hyperconverged Storage เป็นระบบใหม่ที่มีความสามารถทั้งด้านการสำรองข้อมูล กู้คืนระบบ และจัดการข้อมูลระดับองค์กร ที่รองรับการใช้งานได้หลากหลายระบบไม่ว่าจะเป็น Physical Server, Virtual Machine, Big Data บน Hadoop, ฐานข้อมูลแบบ NoSQL, แอพพลิเคชั่นภายใต้ Containers ของ Kubernetes, รวมทั้งระบบแบบ Software as a Service (SaaS) เช่น Microsoft 365 เป็นต้น

Top