You are here
Home > Technology > Security

อาชญากรไซเบอร์ใช้เกมคอมพิวเตอร์ปลอมเป็นเครื่องมือแพร่มัลแวร์ มีเหยื่อหลงกลมากกว่า 900,000 ราย

การวิจัยของ Kaspersky เปิดเผยว่า อาชญากรไซเบอร์ได้ใช้ประโยชน์จากความนิยมในการเล่นวิดีโอเกมส์โดยการกระจายมัลแวร์ผ่านทางวิดีโอเกมส์ของปลอมที่กำลังได้รับความนิยม โดยมีผู้ใช้งานที่โดนโจมตีกว่า 930,000 ราย ภายในระยะเวลา 1 ปี นับจากเดือนมิถุนายน 2561 ถึง มิถุนายน 2562 ซึ่งมากกว่า 1 ใน 3 ของการโจมตีนั้นใช้การโจมตีในเพียงแค่ 3 เกมส์เท่านั้น วิดีโอเกมส์นั้นมีมานานแล้ว แต่พลังของอินเทอร์เน็ตทำให้มีการพัฒนาและเติบโตอย่างรวดเร็วเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันมีประชากรของโลก 1 ใน 10 เล่นเกมส์ออนไลน์ และเช่นเดียวกันกับความบันเทิงดิจิทัลรูปแบบอื่น ๆ วิดีโอเกมส์ก็มีความเสี่ยงที่จะโดนละเมิดลิขสิทธิ์และการจัดทำ Torrent ที่ผิดกฎหมาย และพวกเขาก็กำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้นอีก นั่นคือ การนำแบรนด์วิดีโอเกมส์นั้น ๆ ไปปลอมแปลงและแพร่กระจายมัลแวร์ ซึ่งวิดีโอเกมส์ที่ได้รับความนิยมสูงจะถูกนำไปโฮสต์บนแพลตฟอร์มการเผยแพร่รูปแบบดิจิทัล ซึ่งหลายคนจะแยกไม่ออกว่าไฟล์ไหนเป็นวิดีโอเกมส์ลิขสิทธิ์และไฟล์ไหนเป็นไฟล์ปลอมที่มีมัลแวร์   นักวิจัยของ Kaspersky ได้ตรวจสอบไฟล์เกมส์ที่ตรวจพบในช่วงปี 2561 และต้นปี 2019 อย่างละเอียด พบว่าเกมส์ที่ชื่อว่า ‘Minecraft’ กระจายมัลแวร์เป็นอันดับหนึ่ง ซึ่งมีมัลแวร์ที่แนบมากับวีดีโอเกมส์ปลอมประมาณ 30% และมีผู้ใช้งานที่ถูกโจมตีถึง…

บริษัทวิจัย Forrester ยกย่องให้เทรนด์ไมโครเป็นผู้นำ ระบบความปลอดภัยสำหรับอีเมล์ในระดับองค์กร

บริษัทเทรนด์ไมโคร (TYO: 4704; TSE: 4704) ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ได้ประกาศในวันนี้ว่า ตนเองได้รับการเสนอชื่อให้เป็นผู้นำด้านระบบความปลอดภัยด้านอีเมล์ระดับองค์กรในรายงาน The Forrester Wave™: Enterprise Email Security, Q2 2019โดยเทรนด์ไมโครได้รับคะแนนสูงที่สุดที่เคยมีมาในเกณฑ์ “ความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี” (ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มยุทธศาสตร์ผลิตภัณฑ์), “ทางเลือกในการติดตั้ง”, และ “การทำงานผสานกับคลาวด์” รวมทั้งยังได้รับคะแนนสูงสุดในกลุ่มผู้จำหน่ายที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมด 12 รายในด้านยุทธศาสตร์ด้วย Forrester บรรยายถึงเทรนด์ไมโครด้วยความเห็นต่างๆ เช่น “ลูกค้าต่างยกย่องทั้งด้านประสิทธิภาพ, ความง่ายในการติดตั้ง, และความสามารถในการปรับแต่งการตั้งค่าในฐานะจุดแข็ง” นอกจากนี้ Forrester ยังระบุด้วยว่า “องค์กรทั้งหลายที่กำลังหาโซลูชั่นสำหรับต่อกรกับอีเมล์ที่เป็นอันตรายและมีมัลแวร์ฝังติดมาด้วยนั้นควรพิจารณาเลือกใช้เทรนด์ไมโคร”   “ช่องทางที่อันตรายเข้ามามากที่สุดอันดับหนึ่งนั้นยังคงเป็นอีเมล์ ทำให้เราต้องตื่นตัวในการพัฒนานวัตกรรมด้านนี้อย่างต่อเนื่อง” Wendy Mooreรองประธานด้านการตลาดผลิตภัณฑ์ของเทรนด์ไมโครกล่าว “การประเมินของนักวิเคราะห์ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการประเมินโซลูชั่นของเรา ซึ่งจากความเห็นส่วนตัวแล้ว รายงานฉบับล่าสุดนี้ได้ให้ความสำคัญกับฟีเจอร์สมองกล (AI) ใหม่ของเราอย่างเช่น การวิเคราะห์รูปแบบการเขียน และการยกระดับการมองเห็นของคอมพิวเตอร์ ซึ่งทำงานร่วมกับโซลูชั่นที่ช่วยปกป้องแพลตฟอร์มอีเมล์บนคลาวด์อย่างเช่น Office 365 และ Gmail ที่ช่วยเราสกัดกั้นอันตรายได้รวมมากถึง 4.15 หมื่นล้านรายการในปี 2018”  …

Biometrics ยิ่งสะดวก ยิ่งต้องใส่ใจ

จากที่เราเคยตื่นเต้นไปกับสมาร์ทโฟน iPhone 5s ที่เริ่มใช้ลายนิ้วมือ Fingerprint ปลดล็อกเครื่องเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2013 และทำให้ “Biometrics” หรือการใช้ข้อมูลทางชีวภาพเพื่อยืนยันตัวตน ขยับจากเรื่องของการเข้า-ออกออฟฟิศมาสู่เรื่องใกล้ตัวในชีวิตประจำวัน วันนี้ Biometrics ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันและเป็น “กุญแจสามัญ” ในยุคแห่งดิจิตอลอย่างเต็มตัว สนามบินในสหรัฐ อังกฤษ สเปน และจีน กำลังเริ่มนำร่องใช้ระบบสแกนใบหน้าแทนที่ตั๋วเครื่องบิน ขณะที่ Hyundai เปิดตัวรถรุ่นปี 2019 ก็ใช้ลายนิ้วมือแทนที่กุญแจ ไม่ว่าคุณจะเป็น นักวิจัยห้องแล็บ พนักงานโรงงาน หรือคนทำงานฟรีแลนซ์ แทบทุกคนต่างก็ต้องคุ้นเคยกับการเก็บข้อมูลทางชีวภาพกันมาแล้วทั้งสิ้นในปัจจุบัน ทว่า จากการใช้งานที่แพร่หลายมากขึ้นในวันนี้ก็เริ่มมีการพบ “ช่องโหว่” ในเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทุกคนทำทุกอย่างผ่านอินเตอร์เน็ต โฆษณาตัวใหม่ล่าสุดของ Apple ซึ่งเลือกย้ำจุดเด่นด้านความเป็นส่วนตัวและปลอดภัย มากกว่าเน้นการขายกล้องหรือเทคโนโลยีใหม่นั้นก็สะท้อนได้เป็นอย่างดีว่า Privacy เป็นเรื่องใหญ่ที่เราควรให้ความสำคัญมากแค่ไหน   “Biometrics เป็นเรื่องสำคัญ แต่วันนี้เราแลกเปลี่ยนข้อมูลสำคัญกับความสะดวกสบายกันแบบง่ายๆ โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมามากนัก ผู้ใช้ส่วนใหญ่เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวรวมถึงข้อมูล Biometrics โดยไม่ได้คำนึงหรือตั้งคำถามเลยว่า ข้อมูลลายนิ้วมือ ม่านตา หรือใบหน้าของเราที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้เหมือนรหัสพาสเวิร์ดนั้น ถูกจัดเก็บอย่างไร และปลอดภัยจากการถูกนำไปใช้อย่างผิดกฎหมายหรือไม่” Alex…

เมื่อโลกนี้อยู่ยาก… เคล็ดลับความปลอดภัยเพื่อการตรวจจับกล้องแอบถ่ายและดักฟังในขณะเดินทาง

การใช้กล้องแอบถ่ายที่ติดตั้งไว้เพื่อบันทึกภาพแขกผู้มาใช้บริการที่พัก กลายเป็นพาดหัวข่าวใหญ่เมื่อไม่นานมานี้ ทว่า กลวิธีดังกล่าวไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับอุตสาหกรรมด้านความปลอดภัยแต่อย่างใด อุปกรณ์เพื่อการสอดแนมสามารถถูกนำมาใช้ตรวจสอบนักเดินทางธุรกิจ นักการเมือง นักเคลื่อนไหวกิจกรรม นักข่าว และบุคคลต่าง ๆ ได้ แต่เพื่อให้นักเดินทางมีความปลอดภัยเมื่อต้องออกนอกบ้าน ทีมนักวิจัยด้านความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี แล็บ จึงนำเสนอรายการรูปแบบการเจาะระบบอุปกรณ์และข้อมูลดิจิทัลด้านความปลอดภัยที่เกิดขึ้นมากที่สุด โดยใช้เทคนิคและอุปกรณ์พื้นฐานง่าย ๆ ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้ว   ในเดือนเมษายน ครอบครัวหนึ่งค้นพบว่ากิจกรรมต่าง ๆ ของพวกเขาถูกถ่ายทอดสดผ่านกล้องแอบถ่ายที่ถูกซุกซ่อนไว้ในกล่องเซ็นเซอร์ตรวจจับควันของห้องนั่งเล่นภายในกระท่อมปล่อยเช่าในไอร์แลนด์ นี่เป็นเพียงหนึ่งในกรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทำให้การสอดแนมเริ่มกลายเป็นความเสี่ยงมากขึ้นสำหรับบรรดานักเดินทาง ส่วนกรณีอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นได้แก่การพุ่งเป้าไปที่การเจาะเข้าอุปกรณ์ดิจิทัล เช่น แล็ปท็อปและโทรศัพท์มือถือ และการขโมยข้อมูลที่อยู่ในอุปกรณ์เหล่านั้น กลุ่มนักวิจัยด้านความปลอดภัยของแคสเปอร์สกี แล็บ ได้สั่งสมประสบการณ์เพื่อนำมาแบ่งปันรายการความเสี่ยงด้านความปลอดภัยของนักเดินทาง และแสดงให้เห็นถึงวิธีการที่ผู้ใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลสามารถนำไปใช้รับมือซึ่งทั้งปฏิบัติได้จริงและง่ายดาย   ยกตัวอย่างเช่น หากต้องการมั่นใจว่าไม่มีกล้องแอบถ่ายหรือไมโครโฟนลับติดตั้งอยู่ในห้องโรงแรมหรืออพาร์ทเมนท์ให้เช่าของคุณเพื่อคอยดักฟังคุณอยู่ นักวิจัยแนะนำว่า ให้คุณพกพาอุปกรณ์ขนาดเล็กชิ้นหนึ่งไปด้วยเมื่อต้องเดินทาง (วางจำหน่ายออนไลน์แล้ว) ซึ่งอุปกรณ์นี้จะมีทั้งเครื่องสแกนความถี่สัญญาณวิทยุ รวมถึงไดโอดเปล่งแสง (แอลอีดี) และกระจกแดง   เครื่องมือนี้จะช่วยให้คุณสามารถตรวจหาแหล่งปล่อยสัญญาณใด ๆ ก็ตามที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา (เครื่องดักฟังและกล้องแอบถ่ายส่วนใหญ่มีการทำงานแบบนี้) ทำให้คุณค้นพบกล้องแอบถ่ายได้ เนื่องจากเลนส์กล้องจะสะท้อนแสงได้ดีกว่าพื้นผิวชนิดอื่น ๆ…

แอปปลอมบน Google Play Store หลอกขโมยบัญชีเงินดิจิทัล โดนไปแล้ว 1,000 ราย

เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม 2562 Lukas Stefanko นักวิจัยจากบริษัท ESET รายงานแอปพลิเคชันปลอมจำนวน 2 รายการบน Google Play Store โดยแอปพลิเคชันปลอมดังกล่าวใช้ชื่อว่า Trezor Mobile Wallet และ Coin Wallet มีผู้ตกเป็นเหยื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชันปลอมทั้ง 2 รายการรวมแล้วกว่า 1,000 ครั้ง แอปพลิเคชัน Trezor Mobile Wallet ตั้งชื่อเลียนแบบแอปพลิเคชัน TREZOR Manager ที่ใช้สำหรับควบคุมอุปกรณ์เก็บเงินดิจิทัลของบริษัท TREZOR จุดประสงค์เพื่อสร้างความสับสนและหลอกให้ผู้ใช้ติดตั้งแอปพลิเคชันปลอมลงบนเครื่องเพื่อขโมยบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน ส่วนแอปพลิเคชัน Coin Wallet นั้นหลอกว่าเป็นแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับสร้างกระเป๋าเงินดิจิทัล แต่แท้จริงแล้วกระเป๋าเงินที่ถูกสร้างขึ้นนั้นเป็นกระเป๋าของผู้ไม่หวังดี จุดประสงค์เพื่อหลอกให้เหยื่อโอนเงินดิจิทัลเข้าไปยังกระเป๋าเงินดังกล่าว   หลังจากที่นักวิจัยได้เผยแพร่รายงานออกไป แอปพลิเคชันปลอมทั้ง 2 รายการได้ถูกถอดออกจาก Google Play Store เรียบร้อยแล้ว ผู้ใช้ที่เคยติดตั้งแอปพลิเคชันดังกล่าวควรถอนการติดตั้งแอปพลิเคชันและเปลี่ยนรหัสผ่านของบริการ Trezor หากเผลอกรอกชื่อบัญชีและรหัสผ่านลงไป ทั้งนี้…

เทรนด์ไมโครเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ยกระดับความปลอดภัยกับทั้งแพลตฟอร์ม Google Cloud, Kubernetes, และ G Suite Gmail

บริษัท เทรนด์ไมโคร  ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ประกาศความก้าวหน้าครั้งใหม่ของผลิตภัณฑ์ Deep Security™ และ Cloud App Security ซึ่งได้รับการออกแบบให้ขยายความครอบคลุมการปกป้องไปถึงเวอร์ช่วลแมชชีนบน Google Cloud Platform, ระบบป้องกันบนแพลตฟอร์ม Kubernetes, ระบบสแกนอิมเมจคอนเทนเนอร์ที่ทำงานร่วมกับ Google Kubernetes Engine (GKE) ไปจนถึง Gmail บน G Suite Steve Quane รองประธานด้านระบบป้องกันบนเครือข่าย และความปลอดภัยบนไฮบริดจ์คลาวด์ของเทรนด์ไมโคร กล่าวว่า “ปัจจุบันมีบริษัทที่เลือกลงทุนกับ Google Cloud และ Kubernetes เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความคล่องตัวทางธุรกิจมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งองค์กรทั้งหลายจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องตระหนักว่า สิ่งที่นำไปอยู่บนคลาวด์นั้นถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันทั้งตัวองค์กรเอง และผู้ให้บริการ ดังนั้น จึงมีลูกค้าหลายรายเรียกร้องให้เราช่วยวางระบบ และทำกระบวนการด้านการรักษาความปลอดภัยให้เป็นอัตโนมัติตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของกระบวนการพัฒนา และคุ้มครองความปลอดภัยระหว่างการโยกย้ายข้อมูลระหว่างดาต้าเซ็นเตอร์, ไฮบริดจ์คลาวด์ หรือแม้กระทั่งในสภาพแวดล้อมแบบมัลติคลาวด์”   เพื่อตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าว เทรนด์ไมโครจึงได้พัฒนา Google Cloud Platform (GCP) Connector…

เมื่อ Game of Thrones season 8 ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการคุกคามทางไซเบอร์

รายงานด้านความปลอดภัยระบุว่า ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) ซีซั่นที่ 8 ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้าย มีความเกี่ยวพันอย่างมากกับอัตราการก่ออาชญกรรมไซเบอร์ โดยในการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ของแต่ละตอนจะสัมพันธ์กับการโจมตีระลอกใหญ่ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่พยายามดาวน์โหลดภาพยนตร์ตอนใหม่ แต่กลับได้มัลแวร์ที่แฝงมาในชื่อตอนของภาพยนตร์เรื่องนี้แทน นักวิจัยของ แคสเปอร์สกี แล็บ ยังพบว่าภาพยนตร์บางตอนมีการคุกคามมากกว่าตอนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตอนที่ 3 พบว่ามีจำนวนความพยายามในการโจมตีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงสุด โดยในช่วงที่หนาแน่นที่สุดมีมากถึง 3,000 ครั้งต่อวัน บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ตอนสุดท้ายจะดึงดูดการโจมตีมากกว่านี้จากเหล่านักต้มตุ๋นทางอินเตอร์เน็ต โดยผู้ปล่อยมัลแวร์จะนำเสนอการชมภาพยนตร์ทุกตอนทั้งซีซั่นอย่างสมบูรณ์ให้แก่ผู้ชม   เมื่อพิจารณาในภาพรวม หลังการติดตามกิจกรรมการแพร่มัลแวร์ที่เกี่ยวข้องในทุกตอนของซีซั่น 8 นักวิจัยของ แคสเปอร์สกี แล็บ พบว่าจำนวนการโจมตีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยในแต่ละวันจากมัลแวร์ซึ่งแฝงมาในชื่อตอนของภาพยนตร์มหาศึกชิงบัลลังก์อยู่ที่ราว 300-400 ครั้งต่อวัน ซึ่งจำนวนนี้จะพุ่งขึ้นไปที่ราว 1,200 ครั้งหลังการฉายรอบปฐมทัศน์ตอนใหม่ 3-4 วัน ซึ่งแปลว่ามีกิจกรรมการแพร่มัลแวร์เพิ่มขึ้น 3-4 เท่าเลยทีเดียว อีกหนึ่งตัวนำการโจมตีจากภาพยนตร์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ ก็คือเว็บไซต์สตรีมมิ่งที่เชิญชวนให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตรับชมตอนใหม่ของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่เว็บไซต์เหล่านี้กลับถูกออกแบบมาให้สามารถเจาะเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งานได้ โดยทั่วไปนั้น สัญลักษณ์เครื่องเล่นภาพยนตร์บนออนไลน์จะแสดงฉากจากภาพยนตร์และนำเหยื่อไปที่หน้าลงทะเบียน หลังจากนั้นจะถามรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรธนาคารพร้อมรหัสบัตรเครดิตและเรียกร้องให้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล โดยนักวิจัยได้กล่าวถึงความคล้ายคลึงระหว่างวิธีการที่ใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ กับวิธีการที่นักต้มตุ๋นเคยใช้ในภาพยนตร์เรื่อง อเวนเจอร์ส ภาคล่าสุด ดังนี้   “เราได้เห็นถึงกลวิธี (Tactics)…

ผลวิจัยชี้พนักงาน 50% ซ่อนกิจกรรมโซเชียลมีเดียต่อหัวหน้างาน

90% ของคนทำงาน ใช้โซเชียลมีเดียในเวลางานหลาย ๆ ครั้งต่อวัน ซึ่งถือเป็นเรื่องยากที่จะแบ่งเรื่องส่วนตัวกับการทำงานได้อย่างชัดเจนในวันทำงานหรือแม้แต่วันอื่น ๆ รายงาน Global Privacy Report ของ Kaspersky Lab ได้เปิดเผยเมื่อเร็ว ๆ นี้ว่าหลายคนเลือกที่จะแอบหรือซ่อนโซเชียลมีเดียของเขาจากนายจ้างหรือหัวหน้างาน นอกจากนี้ยังซ่อนไปถึงเพื่อนร่วมงานอีกด้วย รายงานระบุว่า กว่า 52% ของคนทำงานเลือกที่จะไม่เปิดเผยกิจกรรมออนไลน์หรือโซเชียลมีเดียของเขาต่อเพื่อนร่วมงาน โดยเฉลี่ยแล้วคนเราใช้เวลาในการทำงานตลอดชีวิตการทำงานในที่ทำงาน ถึง 13 ปี 2 เดือน โดยไม่ได้เพียงแค่มุ่งหน้าทำงานหรือหวังในการเลื่อนตำแหน่งเพียงเท่านั้น จำนวน 2 ใน 3 หรือ 64% ของคนทำงานได้ใช้เวลาในการเข้าเว็บไซต์ที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานในทุก ๆ วันในเวลางาน   พนักงานกว่า 29% ไม่ต้องการให้นายจ้างหรือหัวหน้างานรู้เว็บไซต์ที่ตัวเองเข้าไป และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ 52% ของพนักงานที่แอบเจ้านายนั้นก็ไม่ต้องการให้เพื่อนร่วมงานรู้เช่นกัน นั่นหมายถึงเพื่อนร่วมงานเป็นภัยคุกคามต่อมุมมองเรื่องเหลวไหลในออฟฟิศในอนาคต หรืออาจจะทำให้ความสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมงานกลายเป็นแบบเป็นกันเอง ในทางตรงกันข้าม โซเชียลมีเดียก็ไม่ได้เป็นส่วนตัวอีกต่อไป และสามารถแชร์ให้เพื่อนร่วมงานได้แต่ไม่ได้แชร์ให้เจ้านายเห็น อาจจะเพราะว่าพนักงานกลัวที่จะทำลายภาพลักษณ์ขององค์กรหรือทำให้ลดประสิทธิภาพในการทำงาน ซึ่งทำให้องค์กรต่าง ๆ เข้ามาตรวจสอบโซเชียลมีเดียของพนักงงาน ทำให้มีผลในการเปลี่ยนแปลงอาชีพโดยจะพิจารณาจากโซเชียลมีเดียได้…

Blockchain แม้จะแข็งแกร่ง แต่ก็ใช่ว่าไม่มีปัจจัยเสี่ยงด้านความปลอดภัย

บล็อกเชน (Blockchain) เป็นเทคโนโลยีที่ในปัจจุบัน มิได้เป็นเพียงแค่สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrencies) อีกต่อไป บล็อกเชนได้รับการยอมรับสูงมากขึ้นอย่างรวดเร็ว ขยายขอบเขตการประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภทและภาคเศรษฐกิจมากมาย ทั้งนี้ ในรายงานของไอดีซีล่าสุดได้คาดการณ์ถึงการใช้โซลูชั่นบล็อกเชนระหว่างปีคศ. 2017 ถึงคศ. 2022 ว่าจะมีอัตราการเติบโตทั่วโลกต่อปี (CAGR) สูงถึง 73.2%  หมายถึงยอดการลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชนทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นจาก 1.5 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีคศ. 2018 เป็น 11.7 พันล้านเหรียญสหรัฐในปีคศ. 2022  ซึ่งภายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) บล็อกเชนจะมีอัตราการการเติบโต CAGR ใกล้เคียงกับส่วนอื่นๆ ของโลกที่ 72.6%  อย่างไรก็ตาม คาดว่าญี่ปุ่นจะเป็นผู้นำการใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมากที่สุดในโลกโดยคาดการณ์การเติบโต CAGR อยู่ที่ 108.7% ภาคสถาบันการเงินได้รับการจัดอันดับให้เป็นธุรกิจหลักที่จะใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนมากที่สุด และตามมาติดๆ คือภาคอุตสาหกรรมการขนส่ง/โลจิสติกส์ สิ่งสำคัญที่ควรสังเกตุคือ องค์กรที่ให้บริการทางการเงินกำลังปรับใช้บล็อกเชนเพื่อรองรับกระบวนการสกุลเงินหลัก มิใช่เพื่อการทำธุรกรรมของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งเป็นทีถกเถียงกันในตอนแรกส่งผลให้บล็อกเชนกลายเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจ นอกจากนี้ การใช้บล็อกเชนทั่วโลกในธุรกิจการบริการเฉพาะกิจที่ต้องการความเชี่ยวชาญ และในกระบวนการผลิตของภาคอุตสาหกรรมก็เพิ่มสูงขึ้นเช่นกัน   ทั้งนี้ ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้กลายเป็นแหล่งรวมนวัตกรรมแอพพลิเคชั่นสำหรับบล็อกเชน มีโครงการนำร่องที่ใช้บล็อกเชนหรือกำลังดำเนินการอยู่ในทั้งภาครัฐ ธุรกิจสาธารณูปโภค ไฟฟ้า ห่วงโซ่อุปทานของธุรกิจรักษาความปลอดภัย รวมถึงกรณีการใช้งานเพื่อสิ่งแวดล้อมมากมาย…

ถึงวันที่ยานยนต์อัจฉริยะก็ต้องได้รับการจากการโจมตีทางไซเบอร์

เร็วๆนี้ บริษัท เทรนด์ไมโคร ผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้ประกาศความร่วมมือทางยุทธศาสตร์ร่วมกับบริษัท Luxoft Holding (NYSE: LXFT) ซึ่งเป็นผู้นำระดับโลกด้านวิศวกรรมและยุทธศาสตร์ทางดิจิตอล ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้จะจับมือการให้บริการในรูปของโซลูชั่นความปลอดภัยทางไซเบอร์แบบครบวงจรทั้งระบบตรวจจับการบุกรุก (IDS) และระบบป้องกันการบุกรุก (IPS) ซึ่งออกแบบมาสำหรับตรวจจับ จำกัดบริเวณ และรับมือกับการโจมตีทางไซเบอร์บนรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อ อุตสาหกรรมยานยนต์นั้นมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยทาง Gartner ได้ประมาณการณ์ไว้ว่าจะมียานยนต์สำหรับผู้ใช้ทั้งระดับคอนซูเมอร์และที่ใช้ทางการค้าแบบเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตไว้มากถึง 1.1 พันล้านคัน วิ่งบนท้องถนนภายในปี 20251 ซึ่งรถยนต์แบบเชื่อมต่อได้ และบริการโมบิลิตี้นี้จะเปิดโอกาสใหม่ทางธุรกิจในตลาด แต่ความสามารถในการเชื่อมต่อตลอดเวลา และบริการแบบ On-Demand นี้ย่อมเปิดช่องให้อันตรายทางไซเบอร์เข้าโจมตีผู้ผลิตรถยนต์ได้มากขึ้นด้วย ซึ่งเทรนด์ไมโครมองเห็นถึงเทรนด์ที่เพิ่มขึ้นของอาชญากรทางไซเบอร์ที่หันมาสนใจโจมตีอุปกรณ์เชื่อมต่อรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะรถยนต์ด้วยเช่นกัน   “เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ Luxoft เพื่อรับมือกับความท้าทายด้านระบบความปลอดภัยบนรถยนต์แบบเชื่อมต่อได้” อะกิฮิโกะ โอมิกาว่า รองประธานบริหารด้านระบบความปลอดภัยของ IoT ประจำเทรนด์ไมโครกล่าว “อุปกรณ์เชื่อมต่อได้ทุกประเภทนั้นควรได้รับการป้องกันตั้งแต่แรก ซึ่งโซลูชั่นของเราจะช่วยให้ผู้ผลิตรถยนต์สามารถพัฒนาระบบเพื่อสกัดกั้นการโจมตีทางไซเบอร์ได้ ด้วยการผสานความสามารถด้านยานยนต์ของ Luxoft เข้ากับความเชี่ยวชาญของเทรนด์ไมโครที่เป็นผู้นำด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์นั้น ทำให้พวกเราสามารถก้าวข้ามอุปสรรคใหม่ที่มาพร้อมกับการปฏิวัติทางดิจิตอลสำหรับระบบบริการภายในห้องโดยสารได้”   โซลูชั่น IDPS ที่กำลังพัฒนาออกมาสำหรับรถยนต์โดยเฉพาะนี้ เมื่อทำงานร่วมกับเทคนิคแมชชีนเลิร์นนิ่งแล้วจะสามารถตรวจจับความผิดปกติในการสื่อสาร, พฤติกรรม,…

Top