You are here
Home > Tech Startup

ทีเซล ปั้น Startup เสิร์ฟภาคอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ดันไทยเป็นเมดดิเคิลฮับของเอเชีย ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0

ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเซล  (TCELS)  เปิดเวที  “THAILAND LIFE SCIENCES STARTUP 2018” ปั้น Startup ดาวรุ่งตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ในการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อแสดงศักยภาพความสามารถของนักพัฒนาไทยสู่เวทีสากลในอนาคต  ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ดันไทยเป็นเมดดิเคิลฮับในภูมิภาคเอเชีย  เฟ้นหาสตาร์ทอัพเพื่อชิงเงินรางวัล และรับคำปรึกษาจากนักปั้น Startup ระดับโลกอีกด้วย ดร.พัชราภรณ์  วงษา  รักษาการผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์อุตสาหกรรมและการลงทุนหรือ TCELS  เปิดเผยว่า  ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS)  กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มีบทบาทในการพัฒนา สนับสนุน และส่งเสริมผู้ประกอบการและการสร้างธุรกิจ Startup ด้านชีววิทยาศาสตร์  ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ของรัฐบาลที่ผลักดันและส่งเสริมศักยภาพ Startup ไทยสู่เวทีโลก   TCELS ได้เริ่มดำเนินโครงการในการสนับสนุนและส่งเสริม Startup  ตั้งแต่ปี 2560  โดยเริ่มต้นจากโครงการ “Mini Life Sciences Mentorship Program”  โดยมี Startup สมัครเข้าร่วมโครงการและได้รับการตอบรับอย่างมาก  และได้ขยายแพลตฟอร์มอย่างต่อเนื่องมาเป็น “TCELS Life Sciences and MedTech Acceleration Program” โดยมีความร่วมมือจากพันธมิตรภาคธุรกิจและการเงิน ในการบ่มเพาะ พัฒนาระบบ และการร่วมลงทุน (Investment) ในบริษัท Startup โครงการเพื่อให้สามารถก้าวผ่าน Early และ Middle Stage สู่การขยายตลาด จากความสำเร็จตลอดระยะการเริ่มโครงการแรกมาสู่ปีที่  3 ล่าสุดTCELS ผนึกความร่วมมือกับ MassChallenge สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาผู้ประกอบการ Startup และให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ทางธุรกิจแก่บริษัทต่างๆ ที่มีนวัตกรรมให้สามารถก้าวสู่เวทีระดับโลก จัดโครงการ Mentor and Startup Bootcamp เพื่อสร้างเครือข่าย Mentor ด้านชีววิทยาศาสตร์ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย พร้อมปั้น Startup ดาวรุ่งในการพัฒนานวัตกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพ ตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรมและธุรกิจ ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการขับเคลื่อนประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการแพทย์และสุขภาพ (Medical Hub) โดยได้เริ่มดำเนินโครงการเปิดรับสมัครช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา และทำการคัดเลือกทีม Startup จากทั้งหมด 42 ทีม และคัดเลือก Startup ที่มีศักยภาพเพียง 20 ทีมเพื่อเข้ารับการฝึกอบรมและพัฒนาขีดความสามารถในการทำธุรกิจ พร้อมเข้า Pitching คัดเลือกทีมที่ได้คะแนนสูงสุดจำนวน 10 ทีม  เพื่อรับการสนับสนุน Seed Funding ทีมละ 200,000 บาท  และอีก 7 ทีม ที่มีคะแนนสูงสุดจะได้รับสิทธิ์การอบรมเชิงลึกเพื่อขยายตลาดไปยังต่างประเทศจาก  MassChallenge “Thailand Life Sciences Startup โดย TCELS จะเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่ใช้ปั้น Startup   และยังเป็นหนึ่งในภารกิจของ TCELSด้านการส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการและบุคคลที่มีแนวคิด  แผนการพัฒนาและผลงานได้ต่อยอดการพัฒนา  พร้อมขยายผลสู่ภาคธุรกิจที่สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการดันไทยสู่การเป็นฮับด้านเมดดิเคิล  ทั้งยังยกระดับศักยภาพฝีมือคนไทยให้ก้าวสู่เวทีโลกในอนาคต  ทั้งนี้เชื่อมั่นศักยภาพคนไทยสามารถพัฒนาผลงานที่ใช้งานได้จริงได้ในอนาคต ดร.พัชราภรณ์  วงษา   กล่าว Miss. Brittany McDonough Director…

BUILK เทคสตาร์ทอัปด้านก่อสร้างติดปีก รับการลงทุนจาก AddVentures พร้อมใช้ AI-Blockchain ขยายสู่อาเซียน

BUILK ประกาศรับการลงทุนจาก AddVentures โดยเอสซีจี ร่วมเป็นพันธมิตรผลักดันซัพพลายเชนอุตฯก่อสร้างไทย–อาเซียน ด้วยแพลทฟอร์ม B2B เต็มรูปแบบ เล็งต่อยอดแนวคิด UNITED WE BUILK นำ AI-Blockchain พัฒนาบริการ พร้อมขยายจาก 5 ประเทศสู่ 10 ประเทศอาเซียน ด้าน AddVentures มั่นใจการลงทุนเอื้อประโยชน์ทั้ง BUILK-เอสซีจี–ผู้รับเหมารายเล็ก–รายกลางอีกกว่า 8 หมื่นราย นายไผท ผดุงถิ่น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท บิลค์ วัน กรุ๊ป จำกัด หรือ BUILK ผู้พัฒนาแพลทฟอร์มการบริหารธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง กล่าวว่า ในขณะที่มูลค่าตลาดของอุตสาหกรรรมก่อสร้างได้เพิ่มสูงขึ้นทุกปี แต่รูปแบบการทำงานในวงการก่อสร้างไทยนั้นกลับพัฒนาไปได้ไม่มากนัก BUILK มองเห็นปัญหาที่วงการก่อสร้างไทยนั้นประสบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้วิธีทำงานแบบเดิมๆ ยังปรับตัวไม่ทันกับเทคโนโลยีดิจิทัลที่มาเร็วมาก ทำให้ทุกคนที่อยู่ในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมก่อสร้าง (Construction Supply Chain) ซึ่งประกอบด้วย ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์/เจ้าของโครงการ (Developer/Owner) ผู้รับเหมาหลัก (Contractor) ผู้รับเหมาช่วงหรือผู้รับเหมา SMEs…

Proptech กลุ่มสตาร์ทอัพด้านอสังหาริมทรัพย์กำลังเนื้อหอม

เจแอลแอล สปาร์ค หน่วยธุรกิจที่ดูแลงานด้านเทคโนโลยีของบริษัทที่ปรึกษาและบริการด้านอสังหาริมทรัพย์เจแอลแอล ประกาศจัดตั้งกองทุนในชื่อ JLL Spark Global Venture Fund ด้วยเงินทุน 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3,200 ล้านบาท สำหรับเข้าลงทุนในกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ (proptech) เทคโนโลยีที่จะสามารถช่วยปรับปรุงทุกสิ่งอย่างที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ให้ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโครงการ การบริหารจัดการ การซื้อขายและให้เช่า ตลอดไปจนถึงการลงทุน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้ผู้คอบครอง ใช้ประโยชน์ หรือลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ กองทุนดังกล่าวจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ด้วยการเปิดโอกาสให้ได้เข้ามาร่วมงานกับหน่วยธุรกิจบริการด้านต่างๆ รวมจนถึงลูกค้าของเจแอลแอล ซึ่งนอกจากจะมีโอกาสในการกระจายผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีของตนแล้ว ยังจะได้รับรู้ความคิดเห็นเชิงลึกจากเจแอลแอลและลูกค้า เกี่ยวกับเทคโนโลยีของตน เพื่อนำไปใช้ปรับปรุงต่อยอดต่อไป ทั้งนี้ รายงานการวิจัยที่เจแอลแอลร่วมจัดทำกับ Tech in Asia เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า การลงทุนของกลุ่มบริษัทสตาร์ทอัพที่พัฒนาเทคโนโลยีด้านอสังหาริมทรัพย์ (proptech) ในเอเชียแปซิฟิก มีการขยายตัวสูงกว่ากลุ่มบริษัทประเภทเดียวกันในยุโรปและสหรัฐอเมริกา โดยในระหว่างปี 2556 ถึงกลางปี 2560 บริษัทสตาร์ทอัพในกลุ่ม proptech จำนวน 179 บริษัทของเอเชียแปซิฟิกมีการลงทุนรวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ…

LINE ทุ่มเงิน 300 ล้านบาท ผุดโครงการ LINE SCALEUP สนับสนุนสตาร์ทอัพไทย

LINE ประกาศเปิดโครงการใหม่ LINE SCALEUP มุ่งเน้นสนับสนุนสตาร์ทอัพไทยให้สามารถขยายบริการ (SCALE) ให้เข้าถึงผู้ใช้ LINE หลายล้านคนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการให้ 1) เทคโนโลยี LINE Messaging API (เชื่อมกับบัญชี LINE@) ฟรี พร้อมโอกาสในการอัพเกรดบัญชีเป็นออฟฟิเชี่ยลแอคเคาท์ ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านบาท 2) คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญอย่างทีมนักพัฒนา LINE และ 3) โอกาสด้านการลงทุนจาก LINE สูงถึง 10 ล้านเหรียญสหรัฐฯ สำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ โครงการ LINE SCALEUP เปิดรับสตาร์ทอัพไทยที่มีไอเดียและศักยภาพในการพัฒนาบริการใหม่บนแพลตฟอร์ม LINE ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปตลอดทั้งปี ด้วยการให้บัญชี LINE@ แพ็คเกจ Pro+ พร้อมด้วยเทคโนโลยี LINE Messaging API เป็นเครื่องมือหลักในการพัฒนาไอเดียเพื่อสร้างบริการใหม่ดังกล่าว อีกทั้ง LINE ยังพร้อมให้การสนับสนุนด้วยการให้คำปรึกษาโดยตรงจากทีมนักพัฒนาของ LINE ที่เชี่ยวชาญโดยเฉพาะสำหรับทีมสตาร์ทอัพที่ได้รับการคัดเลือก รวมถึงสิทธิประโยชน์อื่นๆ อีกมากมายที่…

500 ตุ๊กตุ๊กส์ กองทุนหัวหอกปลุกธุรกิจสตาร์ทอัพในไทย

แนะเส้นทางลัดสตาร์ทอัพไทยก็อปปี้โมเดลธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในต่างประเทศมาปั้นมีโอกาสรุ่งกว่า   คุณณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์ และคุณกระทิง พูนผล ในฐานะสองผู้จัดการ กองทุนที่มีชื่อว่า “500 ตุ๊กตุ๊กส์” (500 Tuktuks) ที่มีมูลค่าในกองทุนกว่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐ (หรือประมาณ 300 ล้านบาท) เพื่อให้การสนับสนุนเงินทุนกับสตาร์ทอัพที่นำ เทคโนโลยีมาต่อยอดธุรกิจ เผยถึงภาพรวมการลงทุนของกองทุน 500 ตุ๊กตุ๊กส์ในประเทศไทยในช่วงหนึ่งปีครึ่งหลังการเปิดตัวกองทุนไปเมื่อกลางปี 2558 ได้ให้เงินลงทุนสนับสนุนสตาร์ทอัพไปแล้วมากกว่า 30 บริษัท   คุณกระทิงกล่าวถึงการเลือกลงทุนในสตาร์ทอัพทต่างๆ ที่ผ่านมาของ 500 ตุ๊กตุ๊กส์ ก็เลือกบริษัทที่มีโมเดลทางธุรกิจที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นก็แค่เลือกทีมที่ดีที่สุดซึ่งนำโมเดลธุรกิจดังกล่าวมาใช้ อย่างแกรบแท็กซี่ก็เอาโมเดลธุรกิจของอูเบอร์มาใช้ แต่อาจมีการปรับให้เหมาะกับตลาดเอเชีย ซึ่งก็ประสบความสำเร็จ อย่างในมาเลเซียก็มีสตาร์ทอัพที่ทำแอพเรียกมอเตอร์ไซค์ ซึ่งตอนนี้ได้เงินทุนสนับสนุนไปแล้วเป็นหมื่นล้านบาท  ของคนไทยก็มี Scootar ที่เป็นแอพสำหรับเรียกใช้มอเตอร์ไซค์สำหรับรับส่งเอกสาร   ในประเทศจีนจะเห็นตัวอย่างในเรื่องของการทำซ้ำโมเดลที่ประสบความสำเร็จได้ดี เวลามีคนติดอะไรขึ้นมาอย่างหนึ่งแล้วสำเร็จก็จะมีคนทำตามอย่างเป็นจำนวนมาก อย่างพอมีคนทำแอพสำหรับการให้กู้ยืมเงินแบบบุคคลต่อบุคคล หรือ P2P Lending ขึ้นมา ก็จะมีอีก 8,000 สตาร์ทอัพทำแอพแบบเดียวกันทันที ซึ่งมันเป็นการพิสูจน์ว่าโมเดลทางธุรกิจแบบนี้มันเวิร์กแล้ว เนื่องจากในบ้านเรายังตามหลังหลายๆ…

Refinn ดาวรุ่งสตาร์ตอัพฟินเทคไทย โชว์ยอดรีไฟแนนซ์ 16 เดือนรวม 3.2 พันล้าน ตั้งเป้าปี 61 แตะหมื่นล้าน

Refinn ตอกย้ำผู้นำธุรกิจฟินเทคประเทศไทย เผยผลประกอบการปี 2560 เติบโตทะลุกว่า 800% จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์กว่า 7 แสนคน โชว์ยอดขอรีไฟแนนซ์ 16 เดือน อนุมัติกว่า 3.2 พันล้านบาท เผยก้าวสู่ปี 2561 ตั้งเป้าหมื่นล้าน หรือเติบโต 3 เท่าจากปีก่อน พร้อมลุยตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยอย่างต่อเนื่อง กับการคัดสรรผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ล่าสุดชูผลิตภัณฑ์ใหม่ สินเชื่อลดภาระหนี้ และสินเชื่ออเนกประสงค์บ้านแลกเงิน สำหรับผู้ที่มีบ้าน/คอนโด ที่ปลอดภาระ (ผ่อนหมดแล้ว) มาจำนองกับธนาคารเพื่อขอเงินกู้ไป โดยสามารถผ่อนรายเดือนได้สูงสุดถึง 30 ปี นายกรณ์ จาติกวณิช ประธาน บริษัท รีฟินน์ อินเตอร์เนชั่นแนล ดอทคอม จำกัด เปิดเผยผลการดำเนินงาน 16 เดือนที่ผ่านมา มียอดขอรีไฟแนนซ์สินเชื่อบ้านผ่านทางเว็บไซต์ www.refinn.com และได้รับการอนุมัติแล้วคิดเป็นวงเงินรวมกว่า 3,200 ล้านบาท เราสามารถช่วยประหยัดค่าผ่อนให้ลูกค้าได้ 300 กว่าล้านบาท ต้องขอบคุณทางธนาคารพันธมิตรคู่ค้าที่ได้ร่วมกันพัฒนาระบบการทำงานจนมีประสิทธิภาพมากในการดูแลผู้กู้ จากการเปลี่ยนแปลงตามกระแสโลกยุคดิจิทัลในการนำเทคโนโลยีทางการเงิน (ฟินเทค)…

เริ่มต้นบล็อกเชนได้ง่ายในคลิกเดียวกับ ‘ปลาทูเรียม’ ผู้ให้บริการบล็อกเชนสัญชาติไทย

ทุกวันนี้เรามักจะได้ยินเรื่องราวของเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่มักจะพ่วงท้ายด้วยคำว่า  ‘พลิกโลก’  หรือ  ‘พลิกโฉม’  อยู่เสมอ โดยเฉพาะในแวดวงเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับเงินๆ ทองๆ หรือที่เรียกกันจนคุ้นหูว่า  ‘ฟินเทค’  (Fintech) ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา คงไม่มีอะไรสร้างความตื่นเต้นและตื่นตัวได้เท่ากับ “บล็อกเชน” (Blockchain) เทคโนโลยีเบื้องหลัง  ‘บิตคอยน์ ‘  (Bitcoin) สกุลเงินดิจิทัลชื่อดังที่หลายคนเชื่อว่าจะมาทำลายระบบการเงินแบบดั้งเดิมที่มีมานับร้อยปีลงได้ แม้ว่าหลายประเทศยังกล้าๆ กลัวๆ ในการรับเอาสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้เข้ามาใช้งานอย่างเต็มตัวก็ตาม แต่แนวโน้มหลายประการบ่งชี้ว่าในอนาคตเราจะไม่สามารถหลีกหนีการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว   แม้ว่าจะถือกำเนิดจากธุรกิจการเงิน แต่ความจริงแล้วเทคโนโลยีบล็อกเชนนั้นสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจต่างๆ ได้อย่างหลากหลาย และจะมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในวงกว้าง จนอาจเรียกว่าเป็น  ‘เทคโนโลยีครอบจักรวาล’  เลยก็ว่าได้ แต่เนื่องจากบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีใหม่ แถมยังใช้อัลกอริธึมในการเข้ารหัสอันซับซ้อน การที่องค์กรใดองค์กรหนึ่งคิดจะนำบล็อกเชนมาใช้ประโยชน์อย่างจริงจังจึงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก อย่างไรก็ตาม นับเป็นข่าวดีสำหรับองค์กรต่างๆ ในบ้านเรา เพราะมีบริษัทซอฟต์แวร์สัญชาติไทยเปิดให้บริการบล็อกเชนที่อยู่ในรูปแบบของบริการ หรือ SaaS (Software as a Service) ภายใต้ชื่อ “ปลาทูเรียม” ซึ่งใช้สโลแกนของบริการว่า  ‘ตั้งบล็อกเชนเองได้ง่ายภายใน 1 คลิก’   ผู้ที่จะถ่ายถอดวิสัยทัศน์เกี่ยวกับบล็อกเชน…

Tech Startup ลาวไม่ธรรมดา คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการ DATATHON II Drone as a Service

ทีม Data Mining จากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ผู้ชนะโครงการ DATATHON II Drone as a Service โดยความร่วมมือระหว่างสำนักงานดรีม ออฟฟิต ซีอาเซียน ผู้ก่อตั้งโครงการฯ และบริษัท  ทีซีซี เทคโนโลยี จำกัด (ทีซีซีเทค) ในฐานะพันธมิตรให้การสนับสนุนด้านความรู้ ผู้เชี่ยวชาญและเทคโนโลยีคลาวด์ ( ลีพ จีโอ พับลิก ) สำหรับให้ผู้เข้าแข่งขันใช้ทดลองและพัฒนาไอเดียได้จริงบนคลาวด์แพลตฟอร์มในระหว่างการแข่งขัน รวมถึงได้รับความร่วมมืออันดีจาก กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่ง DATATHON II Drone as a Service ภายใต้โจทย์ Drone as a Service ตั้งเป้าพัฒนาอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ร่วมกับเทคโนโลยีเด่นอย่าง Cloud และ Big Data Analytics สร้างคุณค่าให้โดรนเป็นมากกว่าของเล่นหรือแค่ FLY-ING Camcorder…

Baania, ZipEvent และ Refinn คว้ารางวัลจากเวที Krungsri RISE 2X

และแล้ว Krungsri RISE 2X โครงการความร่วมมือของบริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด และไรส์ อะคาเดมี่ ก็ได้ตัวผู้ชนะแล้ว โดยมีการจัดงาน Demo Day เพื่อนำเสนอผลงานของเหล่าสตาร์ทอัพ ที่ผ่านการเข้าร่วมกิจกรรมเร่งรัดพัฒนาสตาร์ทอัพแบบเข้มข้น ทั้งนี้ Krungsri RISE  เป็นหนึ่งในโครงการด้านการส่งเสริมและพัฒนาการสร้างนวัตกรรมของบริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด ในเครือกรุงศรี กรุ๊ป ได้ต่อยอดความสำเร็จในการให้ความสนับสนุนฟินเทคสตาร์ทอัพในปีที่แล้ว ผ่านโครงการ กรุงศรี ไรส์ รุ่น 2 ภายใต้แนวคิด “เร่งโตสองเท่า” (Accelerate 2X Potential) ช่วยเร่งสปีดการเติบโตของธุรกิจฟินเทคแบบก้าวกระโดดเป็นสองเท่าตัว พัฒนาองค์ความรู้และการลงทุนให้กับธุรกิจฟินเทคสตาร์ทอัพ ยกระดับขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมการเงินรูปแบบใหม่เข้าสู่ภาคธุรกิจดิจิทัล ติวเข้มทุกหลักสูตร อัดแน่นทุกเนื้อหาและกิจกรรม ก้าวล้ำด้วยวิธีทำธุรกิจนำเทรนด์   โดยทีมสตาร์ทอัพในโครงการ ทั้ง 10 ทีม ได้แก่ AIYA, Baania, Bigstone, Carpool, Horganice, Jabjai for School, Refinn, SetRobot, QueQ และ ZipEvent   ผู้ชนะ…

เคลมดิ เทคสตาร์ทอัปไทยก้าวไปอีกขั้น บุกเปิดตลาดสิงคโปร์

ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของเทคสตาร์ทอัปไทย เคลมดิรุกตลาดประกันภัยรถยนต์แนวใหม่ในสิงคโปร์ จับมือ อินคัม อินซัวรันซ์ เอ็นทียูซี ยักษ์ใหญ่ประกันภัยของรัฐบาล เปลี่ยนระบบประกันรถยนต์ทั้งเกาะ ลดปัญหาขั้นตอนเคลมยุ่งยาก พร้อมตั้งบริษัทลูกรองรับนักลงทุนรอบใหม่ นายกิตตินันท์ อนุพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคลม ดิ พีทีอี สิงคโปร์ (Claim Di PTE Singapore) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำสัญญาร่วมกับ อินคัม อินซัวรันซ์ เอ็นทียูซี ( Income Insurance NTUC) ซึ่งเป็นธุรกิจประกันภัยรถยนต์ของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมแบบ Social Enterprise โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศสูงถึง 25% ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินธุรกิจประกันภัยดิจิทัล หรือ Insuretech ประเทศที่สอง หลังจากที่ได้พิสูจน์ตัวเองในตลาดประกันภัยในประเทศไทย จนได้ครองส่วนแบ่งถึง 92% ในไตรมาสที่สองที่ผ่านมา “ที่มาของดีลนี้เกิดจากการที่เคลมดิ ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Income Future Starter ซึ่งเป็นโครงการ Accelerate ของรัฐบาลสิงคโปร์ ดำเนินโครงการโดย Income…

Top