You are here
Home > Top Story

หัวเว่ยเชื่อมั่นสามารถรับมือ ARM ประกาศระงับความร่วมมือกับบริษัท

บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ แถลงว่า ทางบริษัทมีความเชื่อมั่นว่าจะสามารถรับมือต่อการที่ ARM ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชิป ได้ประกาศระงับความร่วมมือกับทางบริษัท เพื่อปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐในการสกัดหัวเว่ยมิให้เข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐ “เราให้คุณค่าต่อความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับคู่ค้าของเรา แต่เราก็ยอมรับว่าบริษัทเหล่านี้ได้ทำการตัดสินใจซึ่งมีแรงจูงใจทางการเมือง” โฆษกของหัวเว่ยกล่าว “เรามีความเชื่อมั่นว่าสถานการณ์ที่น่าเสียใจนี้จะได้รับการแก้ไข และความสำคัญสูงสุดของเรายังคงเป็นการนำเสนอเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ระดับโลกให้แก่ลูกค้าของเราทั่วโลก” โฆษกกล่าว ทั้งนี้ ARM ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบชิปที่ตั้งอยู่ในสหราชอาณาจักร และมีบริษัทซอฟท์แบงก์ของญี่ปุ่นเป็นเจ้าของ แถลงในวันนี้ว่า ทางบริษัทจะปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาลสหรัฐในการสกัดบริษัทหัวเว่ยมิให้เข้าถึงเทคโนโลยีของสหรัฐ “ARM ปฏิบัติตามกฎข้อบังคับล่าสุดทั้งหมดของรัฐบาลสหรัฐ” โฆษกของ ARM กล่าวในแถลงการณ์ ที่ผ่านมา หัวเว่ยใช้ชิปของ ARM ในการออกแบบโพรเซสเซอร์ในสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ ARM ยังได้กำชับพนักงานให้ระงับการทำสัญญาทั้งหมดกับหัวเว่ย หลังจากที่สหรัฐได้ขึ้นบัญชีดำหัวเว่ยในรายชื่อบริษัทซึ่งภาคธุรกิจของสหรัฐจะไม่ทำธุรกรรมด้วย โดยพนักงานจะไม่สามารถให้การสนับสนุน, ถ่ายโอนเทคโนโลยี หรือทำการหารือด้านเทคนิคกับหัวเว่ย ขณะเดียวกัน EE ซึ่งเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือรายใหญ่ที่สุดของอังกฤษระบุว่า ทางบริษัทได้ตัดหัวเว่ยออกจากรายชื่อโทรศัพท์ที่จะเปิดตัวเครือข่าย 5G ในสัปดาห์หน้า ที่มา : Infoquest

ผลสำรวจระบุ 81.9% คน กทม ใช้บริการทางการเงินแบบออนไลน์ กสิกรไทยครองแชมป์

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการใช้บริการธนาคารพาณิชย์ โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,207 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 22 – 25 เมษายน 2562 ซึ่งกลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่าประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อการใช้บริการธนาคารพาณิชย์ในมุมมองต่างๆของผู้ใช้บริการธนาคารพาณิชย์ การใช้บริการทางการเงินแบบออนไลน์ (Mobile Banking App) ที่ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นในยุคปัจจุบัน ความพึงพอใจในการให้บริการของธนาคารพาณิชย์และการให้บริการทางการเงินแบบออนไลน์ (Mobile Banking App) รวมไปถึงการปรับปรุงการให้บริการในการให้บริการของธนาคารพาณิชย์ ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อธนาคารพาณิชย์ มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้ กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ใช้บริการธนาคารพาณิชย์ มากที่สุด อันดับที่ 1 คือ ธนาคารกสิกรไทย ร้อยละ 23.3 อันดับที่สองคือ…

บลูมเบิร์กชี้ กว่าร้อยละ 60 ของตัวแทนภาคการเงินไทยมุ่งใช้แมชชีนเลิร์นนิ่งเพื่อสร้างความได้เปรียบจากข้อมูล

การสำรวจความคิดเห็นของบลูมเบิร์กซึ่งจัดทำขึ้นที่งานสัมมนาของบริษัทในหัวข้อ “อนาคตของเทคโนโลยีและการใช้ข้อมูลทางการเงิน – Future of Technology and Data in Finance” ที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อเร็วๆ นี้เผยถึงความคิดเห็นของผู้ปฏิบัติงานด้านเทคโนโลยีระดับอาวุโสในภาคการเงินของไทย โดยผลสำรวจระบุว่าผลประโยชน์สูงสุดที่พวกเขาคาดว่าจะได้จากเทคโนโลยีคือการบรรลุถึงความได้เปรียบในการแข่งขันและประสิทธิภาพของการทำธุรกิจ ทั้งนี้ประธานเจ้าหน้าบริหารด้านสารสนเทศ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีและข้อมูล รวมทั้งผู้ปฏิบัติงานด้านการตลาดในประเทศไทยทั้งหมดมากกว่า 50 คนได้พบปะกับผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีของบลูมเบิร์กเพื่อพูดคุยเกี่ยวกับวิธีที่บริษัทด้านการเงินสามารถต่อยอดในการใช้ประโยชน์จากข้อมูลและการเรียนรู้ของเครื่อง (machine learning) รวมทั้งการดำเนินงานตามกลยุทธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลในยุคออโตเมชั่น   “ธุรกิจการเงินกำลังเผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์ด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และชุดทักษะด้านข้อมูลและกระบวนการวิเคราะห์เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน” นายทาราน คีรา หัวหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกกล่าว “ความต้องการที่จะสร้างความได้เปรียบยังช่วยผลักดันให้ธุรกิจการเงินให้ความสนใจเรื่องเทคโนโลยีเพื่อการจัดการข้อมูลที่ดีขึ้น และที่สำคัญกว่านั้นคือการสร้างข้อมูลของตนเองและข้อมูลเชิงลึก”   การเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของจำนวนข้อมูล ความรวดเร็วและความหลากหลายของข้อมูลยังนำไปสู่ประเด็นที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในด้านการจัดการข้อมูล ทั้งนี้สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Depa) ระบุว่าธุรกิจข้อมูลขนาดใหญ่ในประเทศไทยน่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 1.77 หมื่นล้านบาทในปี 2562 นับเป็นการเพิ่มขึ้นร้อยละ 16.4 หรือ 1.545 หมื่นล้านบาท จากปี 2561 และเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.7 จากปี 2560 โดยธุรกิจการเงินและการธนาคารเป็นผู้ที่ใช้ข้อมูลขนาดใหญ่มากที่สุด   นายคีรากล่าวสริมว่า “ความท้าทายที่สำคัญที่สุดสำหรับสถาบันการเงินในทุกวันนี้คือการแยกแยะว่าจะสามารถนำข้อมูลใดมาใช้ประโยชน์ได้…

โลกแรงงานยุคดิจิทัลต้องทำงานเป็นทีม ร่วมกับบอทและระบบอัตโนมัติ

มีรายงานที่น่าสนใจถึงแนวโน้มที่ภาคธุรกิจกำลังเร่งปฏิวัติองค์กรเข้าสู่แรงงานในรูปแบบดิจิทัล (Digital workforce) ผ่านการนำระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้กับธุรกิจมากขึ้น หวังเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการทำงานที่ไม่ซับซ้อนและลดต้นทุนไปพร้อมๆ กัน พร้อมแนะพนักงานเสริมทักษะใหม่ๆ เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานในยุคดิจิทัล โดยบริษัท PwC ประเทศไทย เคยระบุไว้ว่าแนวโน้มของการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้ในองค์กรไทยกำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่า ภาคธุรกิจต้องการปฏิรูปองค์กรเข้าสู่กำลังแรงงานในรูปแบบดิจิทัล ซึ่งหมายถึง การนำระบบซอฟต์แวร์อัตโนมัติเข้ามาใช้ทดแทนงานบางประเภทที่ต้องทำซ้ำๆ (Routine) ของมนุษย์ เช่น ระบบจัดการกระบวนการแบบอัตโนมัติ (Robotic Process Automation: RPA) กระบวนการประมวลผลอัจฉริยะ (Intelligent Process Automation: IPA) และ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานขององค์กรในยุคปัจจุบัน   ระบบออโตเมชั่นและกำลังแรงงานในรูปแบบดิจิทัลกำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมรูปแบบการทำงานของมนุษย์ โดยการนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาประยุกต์ใช้ในองค์กรไม่ได้เป็นแค่ตัวเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นภารกิจสำคัญที่ธุรกิจต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกๆ หากต้องการเพิ่มผลผลิตและประสิทธิภาพในการทำงานไปควบคู่ไปกับการลดค่าใช้จ่าย และร่นระยะเวลาในการตอบสนองต่อลูกค้า”   ทั้งนี้ การนำระบบอัตโนมัติ หรือ ซอฟต์แวร์มาใช้จะช่วยให้พนักงานที่เป็นมนุษย์มีเวลาไปทำงานในเชิงคิดวิเคราะห์ หรืองานที่เพิ่มคุณค่าให้กับองค์กรได้มากขึ้น โดยที่ผ่านมา กระแสของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับองค์กรเป็นไปในลักษณะที่เกื้อหนุนมากกว่าเข้ามาแย่งงานคน แต่แทนที่เราจะมัวกังวลกับเรื่องนี้ อยากให้ทั้งองค์กรและพวกเราเองหันมาเตรียมความพร้อม เรียนรู้ และหาทางอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ได้จะดีกว่า”…

เมื่อ Game of Thrones season 8 ถูกใช้เป็นเครื่องมือหลักในการคุกคามทางไซเบอร์

รายงานด้านความปลอดภัยระบุว่า ภาพยนตร์ชุดทางโทรทัศน์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ (Game of Thrones) ซีซั่นที่ 8 ซึ่งเป็นซีซั่นสุดท้าย มีความเกี่ยวพันอย่างมากกับอัตราการก่ออาชญกรรมไซเบอร์ โดยในการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ของแต่ละตอนจะสัมพันธ์กับการโจมตีระลอกใหญ่ซึ่งมีเป้าหมายอยู่ที่ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตที่พยายามดาวน์โหลดภาพยนตร์ตอนใหม่ แต่กลับได้มัลแวร์ที่แฝงมาในชื่อตอนของภาพยนตร์เรื่องนี้แทน นักวิจัยของ แคสเปอร์สกี แล็บ ยังพบว่าภาพยนตร์บางตอนมีการคุกคามมากกว่าตอนอื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะตอนที่ 3 พบว่ามีจำนวนความพยายามในการโจมตีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตสูงสุด โดยในช่วงที่หนาแน่นที่สุดมีมากถึง 3,000 ครั้งต่อวัน บรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าการเปิดฉายรอบปฐมทัศน์ตอนสุดท้ายจะดึงดูดการโจมตีมากกว่านี้จากเหล่านักต้มตุ๋นทางอินเตอร์เน็ต โดยผู้ปล่อยมัลแวร์จะนำเสนอการชมภาพยนตร์ทุกตอนทั้งซีซั่นอย่างสมบูรณ์ให้แก่ผู้ชม   เมื่อพิจารณาในภาพรวม หลังการติดตามกิจกรรมการแพร่มัลแวร์ที่เกี่ยวข้องในทุกตอนของซีซั่น 8 นักวิจัยของ แคสเปอร์สกี แล็บ พบว่าจำนวนการโจมตีผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตเฉลี่ยในแต่ละวันจากมัลแวร์ซึ่งแฝงมาในชื่อตอนของภาพยนตร์มหาศึกชิงบัลลังก์อยู่ที่ราว 300-400 ครั้งต่อวัน ซึ่งจำนวนนี้จะพุ่งขึ้นไปที่ราว 1,200 ครั้งหลังการฉายรอบปฐมทัศน์ตอนใหม่ 3-4 วัน ซึ่งแปลว่ามีกิจกรรมการแพร่มัลแวร์เพิ่มขึ้น 3-4 เท่าเลยทีเดียว อีกหนึ่งตัวนำการโจมตีจากภาพยนตร์เรื่องมหาศึกชิงบัลลังก์ ก็คือเว็บไซต์สตรีมมิ่งที่เชิญชวนให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตรับชมตอนใหม่ของภาพยนตร์เรื่องนี้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่เว็บไซต์เหล่านี้กลับถูกออกแบบมาให้สามารถเจาะเข้าถึงข้อมูลสำคัญของผู้ใช้งานได้ โดยทั่วไปนั้น สัญลักษณ์เครื่องเล่นภาพยนตร์บนออนไลน์จะแสดงฉากจากภาพยนตร์และนำเหยื่อไปที่หน้าลงทะเบียน หลังจากนั้นจะถามรายละเอียดเกี่ยวกับบัตรธนาคารพร้อมรหัสบัตรเครดิตและเรียกร้องให้ยืนยันความถูกต้องของข้อมูล โดยนักวิจัยได้กล่าวถึงความคล้ายคลึงระหว่างวิธีการที่ใช้ในภาพยนตร์เรื่องนี้ กับวิธีการที่นักต้มตุ๋นเคยใช้ในภาพยนตร์เรื่อง อเวนเจอร์ส ภาคล่าสุด ดังนี้   “เราได้เห็นถึงกลวิธี (Tactics)…

มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกงจับมือธนาคารดิจิทัลจีน ตั้งห้องแล็บเทคโนโลยีด้านการธนาคาร

มหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีฮ่องกง (HKUST) และ WeBank ได้ประกาศร่วมกันจัดตั้งห้องปฏิบัติการร่วม HKUST-WeBank เพื่อศึกษาเทคโนโลยีที่ทันสมัยและบ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถ รวมถึงเพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือระดับสูงสำหรับองค์กร มหาวิทยาลัย และสถาบันวิจัยต่างๆ ในการส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ภายใต้กรอบการพัฒนาเขตอ่าวกวางตุ้ง-ฮ่องกง-มาเก๊า (Greater Bay Area)   WeBank เป็นธนาคารเอกชนแห่งแรกของจีนที่เป็นธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ ห้องปฏิบัติการร่วมแห่งนี้ไม่ใช่แค่การร่วมมือด้านการวิจัยกับมหาวิทยาลัยในฮ่องกงเป็นครั้งแรกเท่านั้น แต่ยังเป็นห้องปฏิบัติการร่วมด้านการธนาคารแห่งแรกระหว่างกวางตุ้งกับฮ่องกงด้วย ข้อตกลงนี้ระบุว่าจะมีการตั้งคณะกรรมการวิทยาศาสตร์เพื่อกำหนดโครงการที่เหมาะสมที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย ซึ่งครอบคลุมหัวข้อต่างๆ เช่น การเรียนรู้ของเครื่องจักร บล็อกเชน การทำงานของปัญญาประดิษฐ์ และการทำเหมืองข้อมูล เพื่อทำการวิจัยร่วมกันในเชิงลึกต่อไป   แขกผู้เข้าร่วมในพิธีลงนามประกอบด้วย ศาสตราจารย์ Wei SHYY อธิการบดีมหาวิทยาลัย HKUST, ศาสตราจารย์ Lionel NI รองอธิการบดีมหาวิทยาลัย HKUST, คุณ David KU ประธานและซีอีโอ WeBank, คุณ LI Nanqing ประธานกรรมการ WeBank, ศาสตราจารย์ Tim CHENG คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัย HKUST…

”เอสเอ็มอี-สตาร์ทอัพ” มีเฮ ก.ล.ต. ออกเกณฑ์รองรับการเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง เปิดช่องระดมทุน

หลังจากมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นหลักเกณฑ์และร่างประกาศเพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นกู้ผ่านผู้ให้บริการระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์แบบคราวด์ฟันดิง (crowdfunding) ด้วยแนวทางกำกับดูแลลักษณะเดียวกับการเสนอขายหุ้นคราวด์ฟันดิง เพิ่มช่องทางการระดมทุนสำหรับกิจการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ล่าสุด ก.ล.ต. ออกเกณฑ์รองรับการเสนอขายหุ้นกู้ผ่านผู้ให้บริการระบบคราวด์ฟันดิง ช่วยเพิ่มช่องทางการระดมทุนสำหรับกิจการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพ   นางพราวพร เสนาณรงค์ ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวว่า “ก.ล.ต. สนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการเพิ่มช่องทางให้วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อนำไปพัฒนาธุรกิจให้เจริญเติบโตยิ่งขึ้น จึงได้ออกเกณฑ์รองรับการเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง* (crowdfunding) เพื่อเป็นอีกทางเลือกให้กิจการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิงได้เพิ่มเติม จากปัจจุบันที่มีหลักเกณฑ์รองรับเฉพาะการเสนอขายหุ้นโดยกำหนดเกณฑ์ในทำนองเดียวกัน”   กิจการที่สนใจเสนอขายหุ้นกู้คราวด์ฟันดิง ต้องเป็นบริษัทไทยที่มีโครงการธุรกิจชัดเจน แต่ละบริษัทจะสามารถระดมทุนจากผู้ลงทุนรายบุคคลผ่านระบบคราวด์ฟันดิง (นับรวมทั้งหุ้นและหุ้นกู้) ได้ทั้งหมดไม่เกิน 40 ล้านบาท โดยต้องไม่เกิน 20 ล้านบาทในรอบ 12 เดือนแรก และบริษัทมีหน้าที่ต้องรายงานผลการขายต่อ ก.ล.ต. ด้วย เนื่องจากกิจการเอสเอ็มอีและสตาร์ทอัพที่ระดมทุนผ่านคราวด์ฟันดิงมักจะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นหรือยังมีขนาดเล็ก และมีความเสี่ยงในการประกอบธุรกิจสูง ดังนั้น ผู้ที่สนใจลงทุนจึงควรเข้าใจถึงโอกาส ความเสี่ยง ตลอดจนเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างดีก่อนตัดสินใจลงทุน เช่น ความเสี่ยงของกิจการในการประกอบธุรกิจ เงื่อนไขของหุ้นกู้ที่เสนอขาย ช่องทางและข้อจำกัดในการเปลี่ยนมือ เป็นต้น นอกจากนี้ เพื่อจำกัดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ลงทุน จึงกำหนดให้ผู้ลงทุนรายบุคคลลงทุนได้ไม่เกิน 1…

สหรัฐจ่อแบล็คลิสต์บริษัท Hikvision ของจีน ขณะราคาหุ้นเปิดตลาดร่วงทันที 10%

หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์สรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวว่า คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจาณาเรื่องการจำกัดความสามารถของบริษัท Hikvision Digital Technology ผู้ผลิตเทคโนโลยีด้านการรักษาความปลอดภัยรายใหญ่ของจีน ในการเข้าซื้อเทคโนโลยีของสหรัฐ รายงานระบุว่า กระทรวงพาณิชย์สหรัฐอาจกำหนดว่า บริษัทต่างๆของสหรัฐจะต้องได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลก่อนที่จะจัดหาอุปกรณ์ให้กับบริษัท Hikvision ซึ่งถือเป็นการจำกัด Hikvision ในการเข้าถึงเทคโนโลยีที่จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้กับอุปกรณ์ของบริษัท ทั้งนี้ รายงานข่าวดังกล่าว ส่งผลให้ราคาหุ้น Hikvision เปิดตลาดร่วงลงรุนแรงถึง 10% ในวันนี้ ที่มา : Infoquest

Lifestyle Banking นิยามใหม่ของธุรกิจธนาคารยุคดิจิทัล

คงไม่มีใครปฏิเสธว่าในปัจจุบัน รวมถึงแนวโน้มในอนาคตการแข่งขันในกลุ่มธุรกิจธนาคารมีแนวโน้มแข่งขันดุเดือดมากขึ้น เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่เสมอและยังมีผู้เล่นนอกวงการฯโดดเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งการตลาดแนะสิ่งสำคัญในการทำธุรกิจไม่ใช่แค่การแย่งเงินจากลูกค้า แต่ต้องชิง”เวลา” ให้ลูกค้าอยู่กับธุรกิจได้นานที่สุดต้องเร่งปรับตัวเป็น Lifestyle Banking ประตูแห่งการเข้าถึงผู้บริโภคเผยจากประสบการณ์เข้าไปเป็นตัวเชื่อมระหว่างธนาคารกับพันธมิตร เพื่อร่วมสร้างผลิตภัณฑ์และบริการที่มีประสิทธิภาพผ่านการออกแบบ Customer Experience และ Engagement Modelสู่ยุคใหม่ของธุรกิจธนาคาร เพื่อเปลี่ยนผ่านจาก Traditional Banking ไปเป็น Lifestyle Banking อย่างเต็มรูปแบบ โดยล่าสุดนายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่าการแข่งขันของวงการธนาคารจะดุเดือดขึ้นภาย ในระยะเวลา 5 ปีนี้ หรือภายในปี 2567 จากปัจจัยที่ผู้ประกอบการเริ่มมีการนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาปรับใช้กับผู้บริโภค เนื่องจากเป็นอุตสาหกรรมที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงธุรกิจให้ทันต่อพฤติกรรมผู้บริโภคอยู่เสมอ รวมถึงมีผู้เล่นนอกอุตสาหกรรมเข้ามาแชร์ส่วนแบ่งการตลาด อาทิ Apple ที่ทำในรูปแบบ virtual credit card, line pay wallet (emoney) True money, Line pay และ Airpay ในไทย…

Quinto.ai เทคสตาร์ทอัพด้านแชทบอทเนื้อหอม Netcore เข้าซื้อกิจการพร้อมนำไปพัฒนาต่อยอด

Netcore Solutions บริษัทเทคโนโลยีการตลาดระดับโลก ได้ประกาศซื้อกิจการ Quinto.ai สตาร์ทอัพแชทบอทพลัง AI การคว้าทรัพย์สินทางปัญญาและทีมบุคลากรครั้งนี้ ทำให้ Netcore สามารถเข้าถึงกลไกแชทบอทพลัง AI เชิงสนทนาและพนักงานของ Quinto โดยคุณ Hrishikesh Rajpathak ผู้ร่วมก่อตั้ง Quinto ได้เข้าร่วมงานกับ Netcore ในฐานะหัวหน้าฝ่ายนักวิทยาศาสตร์ข้อมูล พร้อมรับหน้าที่เป็นผู้นำโครงการริเริ่มด้านการเรียนรู้ของเครื่องและการวิเคราะห์ข้อมูลการสนทนา คุณ Hrishikesh สั่งสมประสบการณ์มากว่า 12 ปีในแวดวงเทคโนโลยีการเรียนรู้ของเครื่อง การเรียนรู้เชิงลึก และการประมวลภาษาธรรมชาติ (NLP) ทั้งยังเคยทำงานร่วมกับลูกค้าจากหลายประเทศในแวดวงชีววิทยาศาสตร์และ BFSI ในฐานะผู้ให้คำปรึกษาด้าน AI โดยเขาได้ร่วมก่อตั้งบริษัท Quinto ขึ้นเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเริ่มต้นในฐานะแพลตฟอร์มแนะนำอาหารจนพัฒนาขึ้นเป็นแพลตฟอร์ม AI เชิงสนทนา Quinto ช่วยให้ธุรกิจทั้งหลายสนทนาโต้ตอบกับลูกค้าได้อย่างอัตโนมัติ และยังช่วยยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าด้วย โดยธุรกิจในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สามารถใช้แชทบอทที่ทำงานทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงของ Quinto.ai เพื่อให้ผู้ใช้งานค้นหาสินค้าและคำแนะนำได้อย่างอัตโนมัติ รวมถึงฟังก์ชัน Inside…

Top