You are here
Home > Top Story

AI กับการควบคุมค่าใช้จ่ายด้านซ่อมบำรุง

นักเศรษฐศาสตร์และนักวิเคราะห์อุตสาหกรรมจาก บิส อ๊อกฟอร์ด อีโคโนมิกส์ (BIS Oxford Economics) ระบุว่ากิจการเหมืองแร่ของประเทศออสเตรเลียกำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ซึ่งส่งผลดีต่อภาคการส่งออกและเศรษฐกิจในวงกว้าง แต่ด้วยต้นทุนด้านการซ่อมบำรุงที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ในช่วงห้าปีถัดไป ทำให้หลายบริษัทต้องหันมาพิจารณาเรื่องการลงทุนในระบบที่จะช่วยควบคุมค่าใช้จ่ายดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ จากรายงานของ บิส อ๊อกฟอร์ด อีโคโนมิกส์  เรื่องการทำเหมืองแร่ในประเทศออสเตรเลียตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ถึง 2575 พบว่าการสำรวจ การผลิต การซ่อมบำรุงของการทำเหมืองแร่มีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างมากจนถึงปี 2561 และหลังจากนั้น การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งในด้านราคาทำให้ผู้ประกอบกิจการเหมืองแร่มีผลกำไรเพิ่มมากขึ้น แต่ดูเหมือนว่าการซ่อมบำรุงกลับกลายเป็นต้นทุนสูงสุดในการดำเนินงาน นายรับเฮน จีย่า นักเศรษฐศาสตร์จาก บิส อ๊อกฟอร์ด อีโคโนมิกส์   และผู้เขียนรายงานระบุว่า “การซ่อมบำรุงมีผลต่อต้นทุนการดำเนินงานอย่างมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และจากการใช้งานสินทรัพย์ที่มีอยู่เพิ่มมากขึ้นอันเนื่องมาจากสภาพตลาดที่เกิดการฟื้นตัว ทำให้คาดได้ว่างานซ่อมบำรุงจะเพิ่มขึ้นเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ในช่วงห้าปีข้างหน้านี้ ซึ่งถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับบรรดาผู้รับเหมาด้านการบริการ” สำหรับเจ้าของสินทรัพย์แล้ว การควบคุมต้นทุนด้านการซ่อมบำรุงจะครอบคลุมถึงการบริหารจัดการอย่างรอบคอบและการทำงานสอดประสานร่วมกับผู้รับเหมาที่ให้บริการด้านการซ่อมบำรุง ขณะที่ฝั่งของผู้รับเหมาเองนั้น พวกเขาจะพยายามมองหาแนวทางที่จะช่วยให้การดำเนินงานตามสัญญาบรรลุผลได้อย่างดีที่สุด ตลอดจนเพิ่มมูลค่าสูงสุดให้กับเจ้าของสินทรัพย์และสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีใหม่ๆ ได้แก่ การประมวลผลแบบคลาวด์ อุปกรณ์เคลื่อนที่ อินเทอร์เน็ต ออฟ ธิงส์ (Internet of…

Wongnai ประกาศลงทุนใน FoodStory กว่า 30 ล้านบาท รุกตลาด POS พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ Travel ขยายบริการ Lifestyle เต็มรูปแบบ

Wongnai ผู้นำด้านเว็บไซต์ แอปพลิเคชั่นค้นหาร้านอาหารยอดนิยมอันดับหนึ่งของไทย กางแผนธุรกิจประจำปี เตรียมรุกตลาด POS ด้วยการประกาศลงทุนใน FoodStory กว่า 30 ล้านบาท ร่วมกันสร้างระบบบริหารจัดการร้านอาหาร “Wongnai POS by FoodStory” ให้ร้านอาหารใช้งานได้ฟรี พร้อมเปิดตัวฟีเจอร์ Travel ในแอพ Wongnai เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถค้นหาและรีวิวที่พักและสถานที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศไทย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เพิ่มเติมนอกจากเรื่องการค้นหาร้านอาหาร คุณยอด ชินสุภัคกุล กรรมการผู้จัดการและผู้ก่อตั้งบริษัท วงใน มีเดีย จำกัด หรือ Wongnai เปิดเผยถึงแผนธุรกิจ ปี 2561 ว่า “เราตั้งใจจะเชื่อมต่อผู้คนเข้ากับร้านอาหารให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อสร้างประโยชน์และ use case ใหม่ๆให้กับทั้งร้านอาหารและผู้ใช้งาน จึงร่วมลงทุนกับ FoodStory เปิดตัวช่วยสำคัญอย่าง ระบบการจัดการร้านอาหาร หรือ POS (Point of Sale) ภายใต้ชื่อ “Wongnai POS by FoodStory” โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเชื่อมต่อร้านอาหารเข้ากับผู้ใช้…

การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence) สำหรับงานบริการลูกค้า

นอกเหนือจากสรรค์สร้างสินค้าและบริการชั้นยอดเพื่อมัดใจลูกค้าแล้ว การนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้งานยังเป็นสิ่งที่ไม่อาจเลี่ยงได้ในปัจจุบัน ล่าสุด Cisco ได้ผยถึงแนวโน้มการนำ AI มาใช้สำหรับงานบริการลูกค้าไว้อย่างน่าสนใจดังนี้ o   ประสบการณ์ดิจิตอลสำหรับลูกค้า แชทบ็อท (Chatbot) คือวิธีการที่พบเห็นได้มากที่สุดในการปรับใช้เทคโนโลยี AI ในงานบริการลูกค้าของบริษัทต่างๆ ในปัจจุบัน ผลการศึกษาของ BT ชี้ว่า เกือบ 80% ของลูกค้าที่ตอบแบบสอบถามยอมรับการใช้แชทบ็อทสำหรับการตอบข้อซักถามง่ายๆ ภายในเวลาอันรวดเร็ว  สิ่งสำคัญก็คือ จะต้องออกแบบและนำเสนอแชทบ็อทที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว  ทุกวันนี้หลายๆ บริษัทกำลังอยู่ในช่วงทดลองใช้งาน โดยมีการทดสอบไอเดียต่างๆ รับฟังความเห็นจากลูกค้า และปรับปรุงแก้ไขระบบให้ดียิ่งขึ้น  หลังจากที่ทดลองใช้งานนานหลายเดือน องค์กรธุรกิจก็จะสามารถตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นเกี่ยวกับวิธีการใช้แชทบ็อทอย่างเหมาะสมเพื่อให้บริการแก่ลูกค้า o   การกำหนดเส้นทางอย่างชาญฉลาด (Intelligent Routing) AI จะช่วยรองรับการกำหนดเส้นทางอย่างชาญฉลาดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนโดยอาศัยการเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของลูกค้าในขั้นตอนต่างๆ ตัวอย่างเช่น ระบบจะสามารถเก็บรวบรวมข้อมูลจาก Internet of Things (IoT) และติดต่อกับลูกค้าในลักษณะเชิงรุก ทั้งนี้กว่า 75% ของผู้ตอบแบบสอบถามรู้สึกพอใจที่องค์กรธุรกิจสังเกตเห็นว่าเขากำลังประสบปัญหา และติดต่อเขาโดยตรงเพื่อให้ความช่วยเหลือ ส่วนด้านอื่นๆ ที่อาจได้รับประโยชน์ได้แก่ การคาดการณ์ การจัดสรรบุคลากร การตรวจจับ และป้องกันการฉ้อโกง…

เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ในสถานีอวกาศนานาชาติ

ไอบีเอ็ม เปิดเผยถึงความสำเร็จของแอร์บัส (Airbus) ในการพัฒนา “ไซมอน” (Crew Interactive Mobile Companion หรือ CIMON) ในนามของศูนย์อวกาศยานเยอรมัน (German Aerospace Center: DLR) โดยไซมอนเป็นหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ที่ใช้เทคโนโลยีไอบีเอ็ม วัตสัน ที่ได้ติดตามนักบินอวกาศอเล็กซานเดอร์ เกิร์สต ไปสู่สถานีอวกาศนานาชาติ (ISS)เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติภารกิจสำคัญ 3 ประการคือ การร่วมกันทำการทดลองกับคริสตัลการแก้ไขปัญหาลูกบาศก์ของรูบิกโดยอาศัยวิดีโอต่างๆ และการทดลองทางการแพทย์ที่ซับซ้อนโดยใช้ไซมอนทำหน้าที่กล้องบินได้แบบ “อัจฉริยะ” ไซมอนเป็นระบบอัจฉริยะแบบอินเตอร์แอคทิฟที่พกพาได้ ที่จะเป็นผู้ช่วยนักบินอวกาศเกิร์สตในภารกิจครั้งที่2 สู่สถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อทำหน้าที่เป็นผู้บังคับการสถานีอวกาศในช่วงที่สองของการปฏิบัติการระยะเวลา 6 เดือน โดยไซมอนได้รับการพัฒนาโดยแอร์บัสในนามของศูนย์อวกาศยานเยอรมัน และจะได้รับการทดสอบบนสถานีอวกาศนานาชาติ ภายใต้ภารกิจ “ฮอไรซันส์” ขององค์การอวกาศยุโรป (European Space Agency) หุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ไซมอนมีลักษณะเป็นอุปกรณ์กลมๆ ขนาดเล็ก มีน้ำหนักประมาณ 5 กิโลกรัม ใบหน้าและเสียงดิจิทัล รวมถึงการใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์ของไซมอน ทำให้ไซมอนเป็นเหมือน “เพื่อนร่วมงาน” ของบรรดาลูกเรือบนอวกาศ โดยกลุ่มนักพัฒนาที่รับผิดชอบการพัฒนาไซมอนคาดการณ์ว่าไซมอนจะช่วยลดความเครียดของบรรดานักบินอวกาศ ขณะเดียวกันก็ช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงาน และทำหน้าที่เป็นระบบเตือนล่วงหน้าในกรณีที่เกิดปัญหาทางเทคนิค…

จีนขึ้นแท่นผู้นำด้านการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ

หลายคนที่เดินทางไปเที่ยวหรือทำธุระที่ประเทศจีนคงทราบดีอยู่แล้วว่า เพียงมีโทรศัพท์มือถืออยู่ในมือ คุณก็สามารถขึ้นรถไฟใต้ดินหรือรถเมล์ จับจ่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตหรือร้านสะดวกซื้อ ซื้อของที่จำเป็นขณะอยู่ในมหาวิทยาลัย ไปจนถึงชำระค่าปรับจราจรได้อย่างง่ายดายผ่านบริการ Mobile Quick Pass ซึ่งได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของชาวจีนจำนวนมาก   ปัจจุบัน การชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือเจาะเข้ามาถึงกิจกรรมประจำวันของผู้คนและมีอิทธิพลต่อชีวิตเป็นอย่างมาก ในขณะที่ทุกสายตาต่างจับจ้องมาที่จีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกและกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถืออย่างรวดเร็ว จีนเข้าสู่ยุคของความสะดวกสบายในการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ ผลการสำรวจผู้บริโภค 18,000 คน ใน 23 ประเทศและดินแดนโดย Ipsos บริษัทวิจัยตลาดระหว่างประเทศชั้่นนำ แสดงให้เห็นว่า คนจีนมากถึง 77% ใช้บริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือ นับว่ามากที่สุดในโลก ขณะที่ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นมีสัดส่วนเพียง 48% และ 27% ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาจากจำนวนประชากรของจีนแล้วจะพบว่าตัวเลขดังกล่าวมีความแตกต่างอย่างมาก   บริการชำระเงินผ่านโทรศัพท์มือถือได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตประจำวันของคนจีนอย่างเห็นได้ชัด เช่นในเรื่องของการเดินทาง โดยคนจีนและนักท่องเที่ยวชาวจีนต่างจ่ายค่ารถเมล์ ค่ารถไฟใต้ดิน หรือค่าทางด่วนผ่านทางแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ปัจจุบัน แอป UnionPay ได้ถูกนำมาใช้ในการชำระค่าเดินทางจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่งในกว่า 400 เมืองและมณฑลทั่วประเทศ โดยมีอัตราการใช้งานสูงสุดในเมืองใหญ่ๆอย่างเซี่ยงไฮ้ กว่างโจว เทียนจิน หางโจว ฝูโจว และจี่หนาน   นอกจากนี้…

ยุทธศาสตร์ Superapp จะเอาอะไร Grab จัดให้

แกร็บ ประกาศเปิดตัว “แกร็บแพลตฟอร์ม” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์โอเพ่นแพตลฟอร์มเพื่อมุ่งสู่การเป็น “ซูเปอร์แอพ” สำหรับทุกวัน รายแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแกร็บจะเพิ่มบริการที่ตอบรับการใช้งานในทุกวันในแอพพลิเคชั่น พร้อมทำงานร่วมกับพันธมิตรชั้นนำซึ่งสามารถเชื่อมต่อบริการของพวกเขากับแกร็บแพลตฟอร์มได้ โดยพันธมิตรสามารถขยายการให้บริการของพวกเขาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยอาศัยฐานข้อมูลผู้ใช้ของแกร็บและเครือข่ายช่องทางการขนส่งที่แข็งแกร่งของ “แกร็บแพลตฟอร์ม” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีอันหลากหลายในรูปแบบ APIs (Application Programming Interface) ที่ช่วยให้พันธมิตรสามารถเชื่อมต่อกับเทคโนโลยีของแกร็บ อาทิ ในส่วนของการจัดส่งสินค้า และการชำระเงินออนไลน์ เป็นต้น “แกร็บแพลตฟอร์มขยายโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ผู้ใช้ทุกคนในระดับที่มากกว่าที่เราจะสามารถขยายได้ด้วยตัวเอง” นายแอนโทนี่ ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้งแกร็บ กล่าว   นอกจากนี้ แกร็บ ยังเปิดตัวบริการสำหรับทุกวันบริการล่าสุด “แกร็บเฟรช” ซึ่งเป็นบริการส่งสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตแบบออนดีมานด์บนแอพพลิเคชั่นแกร็บ และถือเป็นบริการที่แกร็บแพลตฟอร์มได้ร่วมมือกับแฮปปี้เฟรช ผู้ให้บริการส่งสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ตอันดับ 1 ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป แกร็บจะขยายบริการสู่ธุรกิจค้าปลีกออนไลน์ของสินค้าที่มีการจับจ่ายมากที่สุดของครัวเรือน ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของแกร็บในการก้าวเป็นซูเปอร์แอพสำหรับทุกวันของผู้บริโภคในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   วิสัยทัศน์ของแกร็บในการเป็นซูเปอร์แอพสำหรับทุกวันเปิดตัวพร้อมกับรูปโฉมใหม่ของแอพพลิเคชั่นแกร็บ โดยลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ที่มากกว่าการบริการต่างๆ  แต่ยังรวมถึงการได้รับเนื้อหาข้อมูลในทุกเวลาที่ลูกค้าต้องการ โดยพวกเขาจะสามารถเข้าถึงการจ่ายเงินในหน้าหลักของแอพพลิเคชั่นแกร็บผ่านการแตะเพียงครั้งเดียว และเข้าถึงการบริการสำหรับทุกวันบริการอื่นๆ อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ยังจะได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับเมืองที่อยู่ การรีวิวสถานที่ และเทศกาลต่างๆ อาทิ มัสยิดที่ใกล้ที่สุดระหว่างช่วงรอมฎอนหรือผลคะแนนล่าสุดของการแข่งขันฟุตบอลโลก เป็นต้น   นับว่าการเปิดตัวแกร็บแพลตฟอร์มเป็นหนึ่งในหลายความสำเร็จของแกร็บในปีนี้…

แอสเซนด์ มันนี่ เผยมูลค่าธุรกรรมการเงินดิจิทัลปี 2560 แตะ 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ

แอสเซนด์ มันนี่ ผู้นำด้านฟินเทคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เผยปี พ.ศ. 2560 มูลค่าธุรกรรมทางการเงินทุกประเภทผ่านแพลตฟอร์มทรูมันนี่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีมูลค่ารวมสูงถึง 5 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยเติบโตขึ้นจากปี พ.ศ. 2559 ถึง 400% และในปี 2560 มีจำนวนผู้ใช้บริการทรูมันนี่ใน 6 ประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากกว่า 21.1 ล้านคน มูลค่าของการทำธุรกรรมทางการเงินผ่านบริการต่างๆ ของแอสเซนด์มันนี่ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตเป็นสัดส่วนสูงที่สุด คิดเป็นอัตราเกือบ 50% ของมูลค่าธุรกรรมทั้งหมดผ่านบริการต่างๆ ของแอสเซนด์ มันนี่ ขณะที่ในตลาดอื่นๆ มีมูลค่าการใช้จ่ายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญสูงถึง 460% โดยประเทศกัมพูชามียอดการทำธุรกรรมผ่านบริการของแอสเซนด์ มันนี่ คิดเป็น 10% ของจีดีพีประเทศ   นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด กล่าวว่า “ในประเทศไทย เราให้บริการด้วยแพลตฟอร์มกระเป๋าเงินดิจิทัลภายใต้ชื่อแบรนด์ “TrueMoney Wallet” นำเสนอบริการเติมเงินโทรศัพท์มือถือ ซื้อดิจิทัลคอนเทนท์ การโอนเงินระหว่างบุคคล (หรือ P2P)…

HID เปิดตัวนวัตกรรมล้ำสมัย เพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ contactless ลงใน Apple Wallet

อัสซ่า อะบลอย บริษํทแม่ของ HID แบรนด์ระดับโลกของกลุ่มบริษัทอัสซ่า อะบลอย และเป็นผู้นำระดับโลกด้านโซลูชั่นเพื่อการระบุและยืนยันตัวตน ซึ่งพัฒนาขึ้นมาโดยเฉพาะเพื่อสนับสนุนการยืนยันตัวตนของผู้คน สถานที่ และสิ่งต่างๆ ในโลก เปิดเผยว่า บริษัทกำลังพัฒนาระบบเพื่อรองรับขีดความสามารถในการเพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาลงใน  Apple Wallet ที่ใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อเพิ่มบัตรประจำตัวนักศึกษาลงใน Wallet บน iPhone ที่ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 12 หรือ Apple Watch ที่มาพร้อม OS 5 นักศึกษา คณาจารย์ และบุคลากร จะสามารถเปิดประตู ทำการชำระเงินตามจุดต่างๆ ทั้งภายในและรอบๆ วิทยาเขตได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น ทั้งยังช่วยให้สามารถใช้งานระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบัตรนักศึกษาภายในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยได้อีกด้วย “เรารู้สึกภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Apple เพื่อผลักดันนวัตกรรมนี้” นิโก้ เดลโวซ์ ประธานและซีอีโอของอัสซ่า อะบลอย กล่าว “อัสซ่า อะบลอย จะใช้ความเชี่ยวชาญที่มีในด้านการใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อการเข้าออกเพื่อสนับสนุนความพยายามของ Apple ในการทำให้การผ่านเข้าห้องในหอพักเป็นเรื่องง่ายขึ้นด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบไม่ต้องสอดหรือแตะบัตรที่เครื่องอ่าน ซึ่งเรารู้สึกว่าจะเป็นเสมือนการเปิดประตูสู่อนาคตของพวกเขาได้”   ในฤดูใบไม้ร่วงที่จะถึงนี้ ด้วยบัตรประจำตัวนักศึกษาแบบ…

CAT MAGAZINE นิตยสารไอที สไตล์ทันสมัย ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล ฉบับที่ 51 ประจำ เดือนเมษายน-มิถุนายน 2561

CAT MAGAZINE นิตยสารไอที สไตล์ทันสมัย ตอบโจทย์การดำเนินธุรกิจและใช้ชีวิตในยุคดิจิทัล ฉบับที่ 51 ประจำ เดือนเมษายน-มิถุนายน 2561   COVER STORY : หุ่นยนต์จะแย่งงานมนุษย์จริงหรือ…??? CAT SPOTLIGHT : Phuket Smart City “ต้นแบบเมืองอัจฉริยะ”  DIGITAL DELIGHT : ประโยชน์สำหรับธุรกิจที่จะได้รับจากบล็อกเชน    INSPIRATION : สุดยอดหนังสร้างแรงบันดาลใจ TRAVEL : เที่ยวตามรอยพระพุทธเจ้า ค้นหาคำตอบแห่งชีวิต    

WPI Group จัดแสดงเทคโนโลยี IoT สุดล้ำร่วมด้วยผู้ผลิตชิปรายใหญ่ระดับโลก พร้อมวางเป้าหมายพาองค์กรสู่อนาคตอย่างยั่งยืน

WPI Group/WPG Holding และ Intel ได้ร่วมมือกันจัดงาน Tomorrow IoT Trends Unveiled โดยทั้งสอง จะเข้ามาแนะนำเทรนด์ด้าน IoT สำหรับอนาคต พร้อมแบ่งปันโซลูชั่นด้าน IoT หลากหลายแบบแก่ผู้เข้าชม โดยเปิดให้ผู้ใช้งานได้นำความรู้ไปใช้ดึงศักยภาพของโซลูชั่นที่ใช้อยู่ได้มากขึ้น และได้รับประโยชน์จากการพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวกับ IoT ได้อย่างง่ายดาย โดยในงานครั้งนี้มีพันธมิตรด้านไอทีมาร่วมกันจัดแสดงผลงานและเทคโนโลยีกันอย่างคึกคัก เริ่มกันตั้งแต่ iEi ในกลุ่ม MRS โดยพวกเขานำเอาระบบ CNC Machine Data Collection & Analysis, มาพร้อมกับเทคโนโลยีในการจัดการด้านระบบสตอเรจและแบ็กอัพ ที่สามารถทำการอินทริเกรตกันทั้งแบบพับลิคและไพรเวทคลาวด์ และยังมีตัวโซลูชั่นในการจัดการด้าน Safety Surveillance มาแสดงด้วย ถัดมาเป็นบริษัท Avalue ในกลุ่ม RRK เป็นโซลูชั่นที่ออกแบบด้านระบบการจดจำใบหน้าในการระบุตัวตนลูกค้าเพื่อที่จะแสดงสินค้าหรือโปรโมชั่นที่สอดคล้องกับลูกค้ารายนั้น ๆ เพื่อสร้างการซื้อขายให้เกิดขึ้น โดยข้อมูลต่าง ๆ ของลูกค้าจะถูกเก็บในระบบศูนย์กลางเพื่อการวิเคราะห์ในอนาคต ทั้งนี้ช่วยให้ผู้ขายสามารถที่จะระบุและประเมินผลด้านการตลาดและการเจาะกลุ่มลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม จากนั้นก็ยังมีบริษัท Gamma มาพร้อมกันโซลูชั่นที่น่าสนใจผ่านทางระบบสถาปัตยกรรม Intel Based…

Top