You are here
Home > Top Story

เลขา ก.ล.ต. ระบุการลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลต้องเข้าใจเทคโนโลยีและต้องมีกฎหมายมากำกับดูแล

นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวในงานสัมมนาทางวิชาการ Symposium Thailand 4.0 เรื่อง “Fintech & Cryptocurrency vs. Law Enforcement” ถึงประเด็นการควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลว่า “การลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลถือเป็นการลงทุนที่เป็นตลาดใหม่ หรือเรียกได้ว่าเป็น Startup เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งผู้ที่เข้ามาในตลาดนี้จะต้องเป็นระดับแฟนพันธุ์แท้จริงๆ ที่นอกจากจะมีความสนใจแล้ว ยังต้องมีความรู้และความเข้าใจในเทคโนโลยีทางการเงินเป็นอย่างมาก เพราะการจะประสบผลสำเร็จในการลงทุนดังกล่าวหรือไม่นั้นเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ได้ล่วงหน้า เนื่องจากมีตัวอย่างในต่างประเทศที่มีการดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลส่วนใหญ่มากกว่า 90% ไม่ประสบผลสำเร็จ ส่วนที่ประสบความสำเร็จอาจมีแค่เพียง 5% ดังนั้นผู้ที่จะเข้ามาเล่นต้องเป็นแฟนพันธุ์แท้ตัวจริง ต้องมีเงินที่พร้อมจะโยนทิ้งได้ และถ้าไม่มีความเข้าใจที่จะเข้าไปเล่นในตลาดนี้ ก็ต้องมั่นใจด้วยว่าจะสามารถกระโดดออกทัน ” “ตลาดนี้เป็นตลาดของแฟนพันธุ์แท้ ไม่ใช่ตลาดของคนทั่วไปที่ไม่ค่อยมีความรู้จะเข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะการระดมทุน หรือการซื้อขายในส่วนนี้จะต้องเข้าใจเทคโนโลยี ต้องเข้าใจว่าทำไมคนถึงมาลงทุน ICO เพราะมันได้ผลตอบแทนสูงมาก เป็นร้อยเป็นพัน % เพราะเป็นการใช้เทคโนโลยีไปทำธุรกิจของ startup ซึ่งเป็นธุรกิจที่ยังไม่เคยมีใครทำ และเป็นธุรกิจที่ไม่มีใครรู้ว่าจะประสบความสำเร็จหรือเปล่า” นายรพีกล่าว ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่ประเทศไทยจะต้องมีการออกกฎหมายเพื่อมากำกับดูแลการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล แต่อย่างไรก็ดี การมีกฎหมายดังกล่าวออกมาก็ไม่ใช่เครื่องยืนยันว่าธุรกิจนี้จะไม่มีความเสี่ยงในเรื่องของการลงทุน แต่เป็นเพียงการรับประกันว่าผู้ที่เข้ามาประกอบธุรกิจค้าขายสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นผู้ประกอบการที่ถูกกฎหมาย มีตัวตนจริง ไม่ใช่การทำธุรกิจแชร์ลูกโซ่…

ผู้ว่าแบงก์ชาติชี้ฟินเทคส่งผลภาคการเงินเปลี่ยนแปลง ต้องหาเครื่องมือดูแลทุกมิติ ไม่ให้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานสัมมนาทางวิชาการ Symposium Thailand 4.0 เรื่อง “Fintech & Cryptocurrency vs. Law Enforcement” ถึงความท้าทายของภาครัฐในการกำกับดูแลฟินเทค (Fintech) ว่า ระบบฟินเทคได้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อภูมิทัศน์ของภาคการเงินใน 4-5 ประเด็นที่สำคัญ กล่าวคือ   1.ทำให้เส้นแบ่งระหว่างผู้ให้บริการทางเงินไม่ชัดเจนเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันมีการแบ่งฟินเทคออกเป็นธุรกรรมย่อยๆ เฉพาะส่วนมากขึ้น เช่น การให้บริการเฉพาะการโอนเงินข้ามแดน, การให้บริการเฉพาะสินเชื่อ เป็นต้น ขณะที่กรอบของกฎหมายยังคงยึดอิงกับองค์กรหรือสถาบันเป็นหลัก 2.ทำให้เส้นแบ่งระหว่างบริการทางการเงินกับบริการอื่นๆ ไม่ชัดเจนเหมือนในอดีต เช่น การเติมเงินผ่านมือถือที่ปัจจุบันสามารถนำไปชำระค่าสินค้าหรือบริการอื่นๆ ได้นอกเหนือจากชำระค่ามือถือเท่านั้น 3.ทำให้เส้นแบ่งพรมแดนของประเทศมีความไม่ชัดเจนในการกำกับดูแลเทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ ส่งผลให้อำนาจการกำกับดูแลของหน่วยงานที่กำกับดูแลมีความไม่ชัดเจน 4.การเกิดแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่ไม่ใช่รูปแบบของสถาบันเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในภาคการเงิน โดยทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการประสานหรือจับคู่ระหว่างผู้ระดมทุนกับผู้ที่ต้องการจะลงทุน ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวว่า ดังนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อภาคการเงินจากความไม่ชัดเจนต่างๆ ดังกล่าวข้างต้นนี้ทำให้เป็นความจำเป็นในหลายมิติที่จะต้องมีการกำกับดูแลเทคโนโลยีทางการเงิน เพื่อให้มีการควบคุมดูแลที่ดี และไม่ทำให้เทคโนโลยีทางการเงินใหม่ๆ สร้างความเสียหายต่อภาคการเงิน ประกอบด้วย 1 เสถียรภาพของระบบการเงิน ซึ่งระบบการเงินถือว่าเป็นเส้นเลือดสำคัญในระบบเศรษฐกิจ ดังนั้นเสถียรภาพในการชำระเงินจึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากที่จะต้องมีการกำกับดูแลอย่างรู้เท่าทัน เพราะไม่เช่นนั้นจะส่งผลเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ 2.การให้ความคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงินให้ตรงตามความต้องการ…

บิตคอยน์ดิ่งหนักวันนี้ หลังมีข่าวสหรัฐกำลังสอบสวนกรณีปั่นค่าเงินคริปโต

บิตคอยน์ดิ่งลงอย่างหนักในวันนี้ แตะระดับ 7,272 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 12 เม.ย. หลังมีข่าวว่า สหรัฐกำลังทำการสอบสวนกรณีปั่นค่าเงินบิตคอยน์ อย่างไรก็ดี บิตคอยน์ฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา โดยล่าสุดเวลา 20.47 น.ตามเวลาไทย บิตคอยน์อยู่ที่ระดับ 7,495.77 ดอลลาร์ สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐกำลังทำการสอบสวนเพื่อพิจารณาว่า กลุ่มผู้ค้าเงินได้ทำการปั่นค่าเงินบิตคอยน์ และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆหรือไม่ แหล่งข่าวระบุว่า การสอบสวนดังกล่าว รวมถึงพฤติกรรมการส่งคำสั่งซื้อขายปลอมจำนวนมากเข้าสู่ตลาด เพื่อหลอกลวงนักลงทุนรายอื่นๆ รายงานระบุว่า อัยการของรัฐบาลกลางสหรัฐกำลังทำงานร่วมกับคณะกรรมาธิการซื้อขายสัญญาล่วงหน้าสินค้าโภคภัณฑ์สหรัฐ (CFTC) ในการสอบสวนกรณีดังกล่าว บิตคอยน์ร่วงลงเกือบ 40% ในปีนี้ หลังจากทะยานขึ้น 1,300% ใกล้ระดับ 20,000 ดอลลาร์ในปีที่แล้ว ทั้งนี้ สกุลเงินดิจิทัลได้ถูกกดดันตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยได้รับผลกระทบจากการที่เจ้าหน้าที่ในประเทศต่างๆพากันคุมเข้มการซื้อขาย ขณะที่บริษัทสื่อออนไลน์หลายแห่ง เช่น เฟซบุ๊ก, กูเกิล และทวิตเตอร์ ต่างประกาศระงับการโฆษณาที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิทัล ก่อนหน้านี้ มีการคาดการณ์กันว่า บิตคอยน์จะพุ่งขึ้น 69% ในสัปดาห์ที่แล้ว ขานรับการประชุม “Blockchain Week” ที่นครนิวยอร์ก…

วิษณุ เผยรัฐบาลสั่งจับตาธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลสกัดการซื้อเสียงเลือกตั้ง

นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาพิเศษในงาน Symposium Thailand 4.0 FINTECH & CRYPTOCURRENCY vs. LAW ENFORCEMENT กล่าวว่า ในความหมายของคริปโตเคอเรนซี่ หมายถึง เงินเสมือนที่สามารถซื้อขาย แลกเปลี่ยนได้ เปรียบได้กับการใช้เงินหรือบัตรเครดิตซึ่งมีการใช้ในต่างประเทศมาแล้วถึง 20 ปี ส่วนในไทยเริ่มแพร่หลายในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา และในขณะนี้ได้รับการยอมรับเปรียบเสมือนเป็นเงินตราจนสามารถทำธุรกรรมได้ ในส่วนของข้อดีของคริปโตเคอเรนซี่ คือ มีความรวดเร็ว ไม่มีผลในเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนหรืออัตราดอกเบี้ย ส่วนข้อเสียอาจถูกหลอกลวงได้ง่าย เกิดการทุจริต นำไปสู่การโจรกรรมหรือแฮ็คข้อมูลได้ ทั้งนี้ในประเทศไทยยังไม่พบผู้เสียหาย แต่อาจนำไปสู่การโจรกรรม หรือหลอกลวงได้ นายวิษณุ กล่าวว่า คริปโตเคอเรนซี่เปรียบเสมือนดาบ 2 คม ทั้งประโยชน์และโทษ ซึ่งประโยชน์ถือเป็นระบบการลงทุนที่สร้างสรรค์และเหมาะสำหรับผู้ลงทุนกลุ่มสตาร์ทอัพ ส่วนโทษต้องรู้เท่าทันความเสี่ยง โดยรัฐบาลจะมีกลไกดูแลธุรกรรมชนิดนี้ และจะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่และข้าราชการทุกส่วนได้รู้จักและศึกษาธุรกรรมชนิดนี้มากขึ้น โดยเฉพาะกรมบังคับคดี และอัยการ นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจากต่างประเทศว่า คริปโตเคอเรนซี่เป็นช่องทางการฟอกเงินได้ดีที่สุด มีการเตือนว่าอาจนำไปใช้ในการก่อการร้ายข้ามประเทศและเรื่องยาเสพติด และการใช้สำหรับการซื้อเสียงในการเลือกตั้งของประเทศไทยผ่านรูปแบบบิทคอยน์ ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ จึงได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)…

PLMP Fintech ศูนย์ให้คำปรึกษาด้าน ICO ที่ใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ จับมือกลุ่ม SME เปิดตัว ICO พร้อมกันครั้งแรก

PLMP Fintech ผู้ให้บริการคำปรึกษาด้าน ICO สกุลเงินดิจิทัลและบล็อกเชนรายใหญ่ที่สุดในสิงคโปร์ ตลอดจนเป็นแหล่งข้อมูลความรู้และการศึกษา โดยมีศูนย์บริการและสนับสนุน Over the Counter (OTC) หนึ่งแห่ง ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มรูปแบบจากสถาบันนักพัฒนาบล็อกเชน นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นผู้ดำเนินการจัดหาเงินทุนผ่านการขุดเหรียญดิจิทัลแบบ Concentrated Solar Panel มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ได้ประกาศการเสนอขายสินทรัพย์ดิจิทัลให้แก่ประชาชนครั้งแรก (ICO) ของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) จำนวน 9 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นรวมถึงการเสนอขายเหรียญโทเคนของ PLMP เอง ภายใต้ชื่อ Creatanium (CMB) ภายในงานได้มีการแนะนำเหรียญต่าง ๆ ที่เปิดขาย ICO ครั้งนี้ให้ผู้ที่สนใจร่วมลงทุนได้รู้จัก พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ติดต่อสื่อสารโดยตรงกับทีมบริหาร ICO แต่ละทีม และประเมินโครงการต่าง ๆ ด้วยตนเอง นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการลงนามบันทึกความเข้าใจและสัญญาร่วมทุนจำนวน 8 ฉบับด้วย   งานดังกล่าวจัดขึ้นในช่วงเย็น ซึ่งในระหว่างการกล่าวเปิดงาน Mr. Peter Lim ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ของ PLMP Fintech…

จับตาสถานการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ครึ่งปีหลัง

ครึ่งปีแรกที่กำลังจะผ่านไป เราต้องเจอกับภัยคุกคามทางไซเบอร์มากมาย แต่ครึ่งปีหลังก็ใช่ย่อย เพราะยังคงต้องเผชิญกับภัยรูปแบบใหม่ๆ และภัยคุกคามเดิมที่อัปเกรดอำนาจทำลายล้างมากขึ้น การโจมตีซัพพลายเชนมากขึ้น แคสเปอร์สกี้ แลปตามแกะรอยกลุ่ม APT (advanced persistent threat) และปฏิบัติการของพวกนี้ได้ถึง 100 ครั้ง บางครั้งมีความซับซ้อนเหลือเชื่อ มีหลุมพรางมากมายที่ซ่อน zero-day exploits และ fileless attack tools พร้อมด้วยเทคนิคการแฮคแบบดั้งเดิม ที่ส่งต่อให้กับทีมที่เก่งเทคนิคเพื่อโจรกรรมข้อมูล เราจะเห็นว่ามีหลายกรณีที่แอคเตอร์พยายามเจาะเข้าเป้าหมายมาเป็นเวลานาน แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ อาจเป็นเพราะเป้าหมายที่ถูกโจมตีนั้นใช้ซอฟต์แวร์เพื่อความปลอดภัยอินเทอร์เน็ตที่แข็งแกร่ง จัดอบรมให้ความรู้พนักงาน จึงไม่ตกเป็นเหยื่อผ่านวิศวกรรมสังคม หรือปฏิบัติตามแนวทาง DSD TOP35 ลดความเสี่ยงจาก APT (Australian DSD TOP35 mitigation strategies) อย่างเคร่งครัด โดยทั่วไปแล้ว แอคเตอร์ที่จัดว่าอยู่ในขั้นสูงและมีความมุมานะจะไม่ยอมเลิกลาไปง่ายๆ แต่จะคอยตามแหย่หาจุดอ่อนอยู่จนกว่าจะหาทางเจาะเข้ามาได้ จากการประเมินของเราพบว่าการเข้าโจมตีซัพพลายเชนเพิ่มจำนวนขึ้น และเช่นกันในปี 2018 เราคาดว่าจะมีการใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนเพื่อเจาะเข้าระบบ รวมทั้งการเข้าโจมตีโดยตัวของมันเอง มีการใช้ซอฟต์แวร์เพื่อสร้างโทรจัน ซึ่งพบได้ในบางภูมิภาคหรือบางกลุ่ม ก็จะกลายมาเป็นวิธีการที่พบได้ เฉกเช่นเดียวกับ เทคนิคบ่อน้ำ (waterhole)…

เปิดโปง 7 ขบวนการภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดนกันทั่วหน้าทั้งทหาร เวชภัณฑ์ และองค์กรการเมือง

เมื่อช่วงต้นปีนี้ทีมวิเคราะห์และวิจัยของแคสเปอร์สกี้ แลป (Global Research and Analysis Team – ทีม GReAT) ได้เปิดโปงขบวนการภัยคุกคามทางไซเบอร์หลายกลุ่ม แต่ละกลุ่มล้วนมีความซับซ้อน ใช้ทูลและเทคนิคขั้นสูง เช่น Slingshot, OlympicDestroyer, Sofacy, PlugX Pharma, Crouching Yeti, ZooPark และล่าสุด Roaming Mantis เป็นต้น Slingshot จัดเป็นภัยไซเบอร์ที่มีความซับซ้อนใช้ในการจารกรรมทางไซเบอร์ในแถบตะวันออกกลางและแอฟริกาอย่างน้อยน่าจะเริ่มตั้งแต่ช่วงปี 2012 จนกระทั่งกุมภาพันธ์ 2018 โดยตัวมัลแวร์จะทำการโจมตีปล่อยเชื้อใส่เหยื่อผ่านเราเตอร์ที่มีช่องโหว่ และทำงานอยู่ในเคอร์เนลโหมด (kernel mode) สามารถเข้าควบคุมอุปกรณ์ของเหยื่อได้อย่างสมบูรณ์ OlympicDestroyer เป็นมัลแวร์ที่ใช้เทคนิคสร้างความเข้าใจผิด (false flag) โดยฝังมาในเวิร์ม ล่อให้ตัวตรวจจับหลงทางพลาดเป้าหมายมัลแวร์ตัวจริง ดังที่เป็นข่าวใหญ่โตในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวที่เพิ่งผ่านมา Sofacy หรือ APT28 หรือ Fancy Bear เป็นกลุ่มก่อการจารกรรมไซเบอร์ที่ออกปฏิบัติการก่อกวนอยู่เนืองๆ ได้ปรับเปลี่ยนเป้าหมายมายังตะวันออกไกล หันเหความสนใจมายังองค์กรด้านการทหารและป้องกันประเทศ ด้านการทูต นอกเหนือไปจากเป้าหมายที่มักเกี่ยวโยงกับองค์การนาโต้ PlugX…

Virtual Reality กับการออกรถยนต์ “เทรลเบลเซอร์” ของเชฟโรเลต

เรามีการพูดถึงการนำเทคโนโลยี Virtual Reality มาประยุกต์ใช้งานในธุรกิจต่างๆ มาหลายครั้ง และนี่ก็เป็นอีกครั้งที่เราจะได้เห็นทีมนักออกแบบรถยนต์ของเชฟโรเลตนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้ในการออกแบบภายในรถยนต์ของเชฟโรเลต อาทิ เครื่องจำลองแบบเสมือนจริง (VR) แบบจำลองทางคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัย และเครื่องพิมพ์สามมิติ เพื่อเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารและพื้นที่จัดเก็บสัมภาระในรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวี จากความจำเป็นที่ต้องการจะยกระดับการออกแบบยนตรกรรมระดับโลก การใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูงนั้นจึงทวีความสำคัญมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางตลาดรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีที่มีการแข่งขันสูง เนื่องจากผู้บริโภคส่วนใหญ่โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่จะนิยมเลือกรถเอสยูวี ด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ ความอเนกประสงค์ของที่นั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามต้องการ โดยสามารถรองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง และยังมีพื้นที่ในการเก็บสัมภาระที่เพิ่มขึ้น  รวมถึงเหตุผลอื่นๆ ในการเลือกซื้อรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวี เชฟโรเลตได้นำเสนอ “เทรลเบลเซอร์”  ยานยนต์ที่ได้รับการพัฒนาในระดับโลกเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เนื่องจากแนวโน้มความต้องการใช้งานรถยนต์ของลูกค้าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้เปลี่ยนแปลงไป จากเดิมที่นิยมใช้รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไปสู่การใช้รถเอสยูวีมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์ทั่วโลก ที่พบว่ายอดขายรถยนต์อเนกประสงค์หรือเอสยูวีมีเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เปอร์เซ็นต์ ตั้งแต่ปี 2554 ขณะที่ยอดขายรถยนต์นั่งลดลง 4 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกัน “จากความต้องการของลูกค้าที่ต้องการมีพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระที่เพิ่มมากขึ้น ดังนั้น เชฟโรเลตในฐานะผู้นำเทคโนโลยีขั้นสูงจึงให้ความสำคัญกับการออกแบบเพื่อเพิ่มพื้นที่ในรถเอสยูวี ให้สามารถจัดเก็บและบรรทุกสัมภาระได้อย่างเต็มที่” มร. ทิม เกรก ผู้จัดการฝ่ายออกแบบตกแต่งภายในของบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (จีเอ็ม) กล่าวว่า “เราได้มีการออกแบบภายในห้องโดยสาร ในส่วนของช่องเก็บของในบริเวณที่นั่งทั้งหมดเพื่อให้ลูกค้าสามารถนำสัมภาระติดตัวไปได้อย่างสะดวกสบาย เช่น เครื่องดื่ม…

พาณิชย์ เผยปรากฎการณ์แจ็คหม่าดันทุเรียนไทยส่งออกไปจีน เม.ย. โต 774% มูลค่า 110 ล้านเหรียญ

น.ส.พิมพ์ชนก วอนขอพร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลของกระทรวงพาณิชย์พบว่าการส่งออกทุเรียนของไทยไปยังประเทศจีนในเดือนเม.ย.มีมูลค่า 110 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นถึง 774% หรือคิดเป็นปริมาณ 56,000 ตัน โดยสัดส่วนการส่งออกทุเรียนไปจีนคิดเป็นส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 50% ตลาดเวียดนาม 28% คิดเป็น 42,000 ตัน ที่เหลือเป็นตลาดฮ่องกง 21,000 ตัน และไต้หวัน 3,000 ตัน ในขณะที่เดือน เม.ย.นี้ มีการส่งออกทุเรียนของไทยไปตลาดโลกแล้ว 1.2 แสนตัน หรือมูลค่า 220 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 207% โดยเติบโตทั้งในแง่ของปริมาณและราคา ซึ่งกระทรวงพาณิชย์เห็นว่าการนำ e-Commerce มาช่วยสนับสนุนการส่งออกผลไม้ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ดังนั้น จึงเห็นว่ารัฐบาลควรมีนโยบายสนับสนุนในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง และนำ e-Commerce มาหนุนการส่งออกผลไม้ตัวอื่นๆ ด้วย เพื่อเป็นช่องทางในการส่งออกผลไม้ของไทยไปยังตลาดโลกได้มากขึ้น

ไดรฟ์ USB แบบเข้ารหัสอุปกรณ์สำคัญที่ปฏิบัติตามระเบียบของ GDPR ในสหภาพยุโรป

ไดรฟ์ USB แบบเข้ารหัสของคิงสตัน เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ปฏิบัติตามระเบียบของ GDPR หรือกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลในสหภาพยุโรป – กฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป (GDPR) ส่งผลต่อบริษัททั่วโลกที่มีปฏิสัมพันธ์กับผู้ที่อาศัยอยู่ในสหภาพยุโรป – การห้ามพนักงานใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ถอดออกได้ก่อให้เกิดประเด็นทางด้านความปลอดภัยอื่นๆ และส่งผลกระทบต่อศักยภาพในการทำงานของพนักงาน – ไดรฟ์ยูเอสบีที่เข้ารหัสของคิงสตันได้รับการออกแบบเพื่อตอบสนงความท้าทายของพนักงานและข้อกำหนดทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์ในปัจจุบัน Kingston  ผู้นำในด้านผลิตภัณฑ์หน่วยความจำและโซลูชั่นเทคโนโลยีของโลก ที่อยู่ในระดับแถวหน้าเมื่อพูดถึงระเบียบและข้อบังคับทางด้านความปลอดภัยทางไซเบอร์หรือกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป General Data Protection Regulation (GDPR) ฉบับใหม่ที่จะมีผลบังคับใช้ในเดือนนี้ ซึ่งจะส่งผลต่อทุกคนที่ใช้ข้อมูลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป ทั้งนี้บริษัทขนาดใหญ่และบรรดาองค์กรทั่วโลกกำลังตอบโต้ต่อภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์สำหรับจัดเก็บข้อมูลที่ถอดออกได้ โดยการห้ามใช้สิ่งเหล่านี้โดยมิได้ตระหนักถึงปัญหาที่สิ่งเหล่านี้สร้างขึ้น ดังนั้น การใช้แฟลชไดรฟ์ USB ที่เข้ารหัส เช่น แฟลชไดรฟ์รุ่น IronKey(TM) และ DataTraveler(R) ของคิงสตันตลอดจนมีมาตรฐาน นโยบายและคำแนะนำในการใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลแบบ USB ที่เข้ารหัสจึงเป็นส่วนประกอบที่สำคัญในการโปรโมทความปลอดภัยทางไซเบอร์ การดำรงไว้ซึ่งประสิทธิภาพของพนักงานและการปฏิบัติตามกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป”เราเชื่อว่าธุรกิจและหน่วยงานอื่นๆ ที่ห้ามพนักงานใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลที่ถอดออกได้ยังไม่ได้วิเคราะห์ข้อมูลอย่างเพียงพอเพื่อทำความเข้าใจว่ามีหลายวิธีที่ข้อมูลจะไหลเข้ามาและออกไปจากองค์กร” คิงสตันกล่าว “การหยุดใช้ USB จะไม่ช่วยป้องกันบุคลากรในการใช้หรือขโมยข้อมูลที่มีคุณค่า แต่เรามีโซลูชั่นที่พร้อมสำหรับการควบคุมการเข้าถึงพอร์ต USB ไดรฟ์ USB และสิ่งที่สามารถคัดลอกข้อมูลเก็บไว้” กฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรปส่งผลกระทบต่อองค์กรส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐฯ กฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของพลเมืองที่อาศัยอยู่ในเขตสหภาพยุโรป (EU GDPR)…

Top