You are here
Home > Top Story

บทสรุป “COMMART Joy 2019” งานดี ราคาเยี่ยม ครบเครื่องไอทีและโมบายล์

ผ่านไปแล้วกับงาน Commart Joy ต้นเดือนที่ผ่านมา (4-7 ก.ค.) และต้องบอกว่าการมาอยู่ที่ไบเทคเป็นครั้งที่สองของพวกเขาก็ถือว่าทำได้อยู่ในเกณฑ์ดีเลย ลูกค้าทั้งผู้ออกงานและคนมาซื้อของนั้นตบเท้ากันให้พรึ่บตามหาสินค้าไอทีแน่นตลอดทั้ง 4 วัน ทาง Enterprise ITPro ก็ได้มีโอกาสไปเดินงานครั้งนี้เช่นเดียวกัน การเดินทางที่แสนง่ายโดยอาศัย BTS ลงสถานีรถไฟฟ้าบางนา จากนั้นก็เดินเข้าศูนย์ฯ ไบเทค และเข้าไปในงานได้เลย สำหรับงานซึ่งต้องบอกว่ายิ่งใหญ่อลังการมาก มีบูธจากเวนเดอร์ไอทีและผู้ค้าไอทีจำนวนมากจัดกระหน่ำไอที โดยจัดวางผังบูธให้ง่ายต่อการเดินเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในงานแม้ว่าคนจะหนาแน่นแต่เราก็รู้สึกได้ว่าเดินได้ค่อนข้างดี ไฮไลท์ของ COMMART Joy ครั้งนี้ ก็ยังคงเป็นผลิตภัณฑ์ไอทีที่ราคาพิเศษก็คงหนีไม่พ้นโน้ตบุ๊กที่ต้องบอกว่ามาทุกแบรนด์ทุกยี่ห้อ เดลล์ เลอโนโว เอซุส เอมเอ็มไอ เอเซอร์ ฯลฯ มีราคาเริ่มตั้งแต่หลักพันไล่ไปจนถึงหลักหมื่น นอกจากโน้ตบุ๊กเรียกว่าเป็นสินค้าไฮไลท์แล้ว ก็ยังมีสินค้าไอทีประเภท D.I.Y. และร้านค้าไอทีสำหรับคอมพ์แบบประกอบอีกเพียบ อาทิ เจไอบี แอดไวซ์ ไอทีซิตี้ บานาน่า จัดเต็มเหมือนยกทั้งบริษัทมาเลย สายเกมส์และสายฮาร์ดคอ ชอบมากๆ กับบูธเหล่านี้ คอมพ์ประกอบ ก็ยังเป็นอะไรที่ส่วนใหญ่หลายคนแห่มาซื้อมาจับจองกันเพียบ แน่นอนว่า Commart กับไฮไลท์สินค้าไอทีราคาถูกเป็นของคู่กัน ที่สำคัญไปกว่านั้นน้องๆ…

theAsianparent แพลตฟอร์มชุมชนออนไลน์สำหรับคุณแม่และการเลี้ยงดูบุตร เนื้อหอมนักลงทุนรุมจีบ

theAsianparent แพลตฟอร์มชุมชนออนไลน์และผลิตเนื้อหาสำหรับคุณแม่และการเลี้ยงดูบุตรที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประสบความสำเร็จในการระดมทุนรอบซีรีส์ C เป็นอย่างมาก มีนักลงทุนเข้าร่วมสนับสนุนอย่างล้นหลามเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นผลมาจากกลยุทธ์ในการระดมความสนใจจากนักลงทุนในระดับโลกอย่างมีนัยยะสำคัญ นักลงทุนรายใหญ่ นำโดยกลุ่ม Fosun บริษัทระหว่างประเทศที่เน้นการลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับครอบครัว ร่วมด้วยกลุ่ม JD.com บริษัทค้าปลีกที่ใหญ่ที่สุดจากประเทศจีน กลุ่ม ATM Capital นักลงทุนในแถบกลุ่มประเทศอาเซียตะวันออกเฉียงใต้-จีน กลุ่ม Redbadge Pacific บริษัทบริหารจัดการสินทรัพย์ทางเลือกชั้นนำระดับโลก ที่มีสำนักงานอยู่ทั้งในเอเชียและสหรัฐอเมริกา และกลุ่มผู้ลงทุนในซีรีส์ B โกลบอล แกรนด์ และWHG Capital นางโรชนิ มาธ์ทานิ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอ theAsianparent กล่าวว่า “เราเติบโตจากการเป็นเว็บบล็อกสำหรับผู้ปกครองสู่การเป็นบริษัทข้ามชาติที่มี ใน 12 ประเทศ แม้ว่าการเปลี่ยนแปลงจากแพลตฟอร์มคอนเทนต์ สู่โซเชียลเน็ตเวิร์ก ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ทว่าบริษัทก็มีการเติบโตแบบก้าวกระโดดครั้งสำคัญในธุรกิจของเรา ในการผันตัวเองสู่การเป็นผู้นำด้านแหล่งข้อมูลสารสนเทศสำหรับพ่อแม่-ผู้ปกครองในเอเชีย และทั่วโลก แต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง นั่นคือ การมุ่งเน้นให้ความรู้กับผู้ปกครองจากมุมมองของคนเอเชีย”   นางโรชนิ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุน ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นนักลงทุนรายใหญ่ในภูมิภาคนี้ทั้งสิ้น ด้วยเงินทุนที่เราได้รับมา ทำให้เรามองหาโอกาสในการขยายไปยังตลาดอื่นๆ เพิ่มเติม…

ไทยพาณิชย์ประกาศลงทุนครั้งสำคัญใน GOJEK พร้อมผนึกพันธมิตรทางธุรกิจกับ GET ในประเทศไทย

ธนาคารไทยพาณิชย์ ในฐานะผู้นำด้านดิจิทัลแบงก์กิ้ง ประกาศลงทุนครั้งสำคัญใน GOJEK กลุ่มบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ให้บริการแบบออนดีมานด์ด้วยบริการที่หลากหลาย เดินเครื่องยุทธศาสตร์ Partnership Banking อย่างต่อเนื่อง มุ่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศให้ก้าวกระโดด จับมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจผ่านแบรนด์ GET แอปพลิเคชันไลฟ์สไตล์ออนดีมานด์ สร้างระบบนิเวศด้านดิจิทัลไลฟ์สไตล์ (Digital Lifestyle Ecosystem) ให้เกิดขึ้นในกลุ่มคนขับ ร้านค้า และผู้ใช้งานแอปพลิเคชัน เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงิน (Financial Inclusion) ด้วยโซลูชันทางการเงินที่ตอบโจทย์ความต้องการ อาทิ สินเชื่อดิจิทัล (Digital Lending) ในกลุ่มลูกค้าบุคคล และกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย (SSME) โซลูชันด้านการชำระเงิน (Payment Solution) การเติมเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ GET PAY (เก็ทเพย์) ผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY การนำเงินออกจาก GET PAY เพื่อเข้าบัญชีไทยพาณิชย์ของกลุ่มคนขับและกลุ่มร้านค้า ได้ง่าย และสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมถึงบริการด้านประกันชีวิต-อุบัติเหตุ-สุขภาพสำหรับกลุ่มคนขับ เป็นต้น ก่อนขยายสู่การสร้างประสบการณ์ด้านการชำระเงินแบบไร้รอยต่อ (Seamless Payment Experience) ในอนาคต…

ฟูจิตสึ ชู 4 บริการหลักครอบคลุมทุกกลุ่มอุตสาหกรรมสู่ผู้ให้บริการไอซีทีระดับโลก

ฟูจิตสึ ประกาศ “วิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและบริการสำหรับปี 2562” เสนอแนวทางการสร้างสรรค์ร่วมกัน เพื่อธุรกิจและสังคมที่เชื่อถือได้ในยุคดิจิทัล  กับ 4 บริการหลักที่ครอบคลุมทุกอุตสาหกรรม ทะยานสู่เป้าหมายผู้ให้บริการไอซีทีชั้นนำระดับโลก Global Premium Services Integrator นายโทชิโร มิอุระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด  ประกาศวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยีและบริการสำหรับปี 2562 (Fujitsu Technology and Service Vision 2019) ภายใต้แนวคิด ‘นวัตกรรมสร้างสรรค์เพื่อมนุษยชาติ: ขับเคลื่อนอนาคตที่มั่นคง’ (Human Centric Innovation: Driving a Trusted Future) มีจุดมุ่งหมายการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มุ่งมั่นเพื่อมวลมนุษย์ และเกิดจากความร่วมมือของทุกฝ่าย ประกอบด้วย ฟูจิตสึ ลูกค้าและพันธมิตรธุรกิจ (Partner) ในการสร้างสรรค์ร่วมกัน (Co-creation)  เพื่อสร้างธุรกิจและสังคมที่เชื่อถือได้ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อนโดยอาศัยการใช้เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ พร้อมทั้งนำเสนอตัวอย่างที่แท้จริงของการสร้างสรรค์ร่วมกับลูกค้า   โดยความมุ่งมั่นของการสร้างสรรค์ 3 ส่วนคือ 1) เทคโนโลยีเพื่ออนาคตที่เชื่อถือได้…

ซิสโก้ร่วมมือมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์สร้างโมเดลต้นแบบเมืองอัจฉริยะ พร้อมต่อยอดสู่การใช้งานจริง

เมืองอัจฉริยะ หรือ สมาร์ทซิตี้ (Smart City) เป็นรูปแบบการประยุกต์เทคโนโลยีดิจิทัลและการสื่อสารในการเพิ่มประสิทธิการบริหารจัดการเมืองและคุณภาพของบริการชุมชน เพื่อให้ประชาชนสามารถอยู่อาศัยในคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สมาร์ทซิตี้เป็นโครงการที่หลายๆ เมืองทั่วโลกพยายามพัฒนาให้เข้ากับยุค 4.0 โดยการเอาเทคโนโลยีมาผสานกับการใช้ชีวิตของประชาชน ไม่ว่าจะทั้งด้านการขนส่ง การใช้พลังงาน ด้านความปลอดภัย ด้านสิ่งแวดล้อม หรือโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะทำให้เมืองมีความสะดวกสบาย ปลอดภัยน่าอยู่อาศัย และทำให้ประชาชนอยู่ดีมีสุข   ซิสโก้ ผู้นำด้านเทคโนโลยีและเครือข่ายอินเทอร์เน็ตระดับโลก และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) สถาบันการศึกษาระดับแถวหน้าของประเทศไทย ร่วมพัฒนาเมืองอัจฉริยะโดยนำร่องพัฒนาพื้นที่ในเขตมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ด้วยงบประมาณ Big Rock ภายใต้แนวคิด “PSU Smart and Green Campus 2022 เพื่อสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ Happy Workplace” เพื่อเป็นโมเดลการพัฒนาสู่เมืองยุคใหม่ที่พร้อมขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี รวมถึงพัฒนาบุคลากรดิจิทัลเพื่อสร้างสรรค์เมืองอัจฉริยะให้สมบูรณ์แบบในทุกมิติ และเพิ่มโอกาสให้คนในท้องถิ่นได้พัฒนาชุมชนของตนเองอย่างยั่งยืนโดยการสร้างรายได้กลับมาให้ชุมชนจากทรัพยากรที่มีอยู่ โซลูชั่นนำร่องของการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) พัฒนาใช้จริงในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยภายใต้แนวคิด “PSU Smart and Green Campus 2022 เพื่อสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต และ Happy…

Bangkok Bank InnoHub กับภารกิจบ่มเพาะสตาร์ทอัพระดับนานาชาติ เพื่อสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่จับต้องได้

ท่ามกลางกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงในยุค Disruption ทุกธุรกิจต้องแสวงหาโอกาสเพื่อต่อยอดความสำเร็จ เช่นเดียวกับภาคการเงินการธนาคารของประเทศไทย ที่เผชิญกับการแข่งขันทางธุรกิจอันร้อนแรง ทั้งคู่แข่งที่มีอยู่ในปัจจุบัน และคู่แข่งใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงความต้องของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การสร้างนวัตกรรมทางการเงินที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างลงตัว คือปัจจัยสู่ความสำเร็จที่ธนาคารทุกแห่งคาดหวังไว้ ภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเฟ้นหาฟินเทคสตาร์ทอัพศักยภาพสูง ซึ่งมีนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ และบริการที่สามารถตอบโจทย์ทางธุรกิจของธนาคารได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ   ทำให้โครงการ  Bangkok Bank InnoHub ของธนาคารกรุงเทพ   เป็นโครงการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ (Accelerator) ที่มีความโดดเด่นมากที่สุดโครงการหนึ่งของประเทศไทย เพราะมุ่งเน้นไปที่ฟินเทคสตาร์ทอัพที่มีผลิตภัณฑ์และมีการดำเนินธุรกิจมาแล้วในระดับหนึ่ง อีกทั้งยังเปิดกว้างให้ฟินเทคสตาร์ทอัพจากประเทศต่างๆ เข้าร่วมโครงการได้ ผลงานจากโครงการนี้ ไม่เพียงสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาให้แข็งแกร่งและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเท่านั้น ยังเป็นโอกาสได้เรียนรู้แนวคิดและมุมมองในการสร้างธุรกิจของประเทศอื่นไปพร้อมๆ กัน   โครงการ Bangkok Bank InnoHub เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์และแผนงานด้านนวัตกรรมและดิจิทัลที่สำคัญของธนาคารกรุงเทพ เป็นการมุ่งนำเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาสนับสนุนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ สร้างสรรค์บริการทางการเงิน และยกระดับการให้บริการแก่ลูกค้า อีกหนึ่งเป้าประสงค์หลักของโครงการนี้ก็คือ การแสดงให้เห็นถึงการเป็นหนึ่งในผู้นำด้านนวัตกรรมการเงินในยุคดิจิทัล และพร้อมรับมือกับความท้าทายจากเทคโนโลยีทางการเงินที่ถาโถมเข้าใส่จากรอบด้าน ซึ่งไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อธนาคารเท่านั้น แต่นักลงทุน ลูกค้า ประชาชนทั่วไป ก็ยังได้รับประโยชน์จากการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการทางการเงินใหม่ๆ ได้ง่ายขึ้นไปพร้อมกัน   หนึ่งในความสำเร็จจากโครงการ   Bangkok Bank InnoHub   ก็คือผลงานของ …

NTT ปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ รวมองค์กรชั้นนำร่วมเปิดบริษัทให้บริการเทคโนโลยีระดับโลกแห่งใหม่

บริษัท Nippon Telegraph and Telephone Corporation หรือ NTT Corporation ประกาศเปิดตัว NTT Ltd. บริษัทผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลกที่รวบรวมศักยภาพขององค์กรชั้นนำ 28 แห่ง เช่น NTT Communications, Dimension Data และ NTT Security มาไว้ในบริษัทเดียวที่มีมูลค่าสูงถึง 1.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทใหม่ของ NTT มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในลอนดอน และมีพนักงานราว 40,000 คนประจำอยู่ตามสำนักงานสาขาในกว่า 70 ประเทศและดินแดนทั่วโลก ซึ่งมาพร้อมกับความสามารถอันเหนือชั้นและบริการระดับโลก ด้วยความมุ่งมั่นที่จะทำสิ่งดีๆ ให้กับผู้คน ธุรกิจ และสังคม   จุน ซาวาดะ ประธานและซีอีโอของ NTT Corporation กล่าวว่า “ผมมีความยินดีที่ได้ประกาศเปิดตัวบริษัท NTT Ltd. ในวันนี้ เราผสานความสามารถใหม่ๆ ของ NTT Ltd. กับความสามารถของ…

บทวิเคราะห์การนำ Big Data และ AI มาใช้งานในธุรกิจการเงินไทย

เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยจากข้อมูลรายงานเชิงลึก หรือ ไวท์เปเปอร์ที่ศึกษาเกี่ยวกับบิ๊กดาต้าในธุรกิจบริการทางการเงินของไทย พบ 73.2% ขององค์กรธุรกิจบริการทางการเงินกำลังศึกษาเกี่ยวกับบิ๊กดาต้าและการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงทำนาย ใช้ตอบโจทย์ความท้าทายทางธุรกิจ และเพิ่มความพร้อมในการรับมือกับความท้าทายใหม่ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ชี้เทคโนโลยีใหม่อย่าง AI และอื่น ๆ ถูกนำมาใช้ในธุรกิจเพื่อใช้ประโยชน์จากบิ๊กดาต้า ส่งผลให้ธุรกิจฟินเทคเกิดขึ้นมากมาย ทั้งในด้านการบริการทางการเงินก้าวหน้า (Advanced Financial Services) การเพิ่มประสิทธิภาพในขั้นตอนการบริการ รวมไปถึงมาตรการความปลอดภัยและวิธีการปฏิบัติตามข้อกำหนด แนะกำหนดเป้าหมายทางธุรกิจ พร้อมเผย 3 ปัจจัยความสำเร็จก่อนเริ่มการวิเคราะห์    บิ๊กดาต้า ที่สำคัญคือเลือกทำงานกับพันธมิตรที่มีศักยภาพในการทำบิ๊กดาต้าแบบครบวงจร     นายอิชิโระ ฮาระ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญด้านการปรับเปลี่ยนองค์กรธุรกิจในรูปแบบดิจิทัลทรานสฟอร์เมชั่น ในเครือบริษัท เอบีม คอนซัลติ้ง จำกัด ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่าบริษัทฯ ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับบิ๊กดาต้าในธุรกิจบริการทางการเงินของประเทศไทยออกมาเป็นไวท์เปเปอร์ เพื่อเป็นข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับองค์กรธุรกิจ ซึ่งจากการศึกษาดังกล่าวพบว่า 73.2%…

แนวทางสู่ความสำเร็จในดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน

ทุกวันนี้ สภาพตลาดและความต้องการของลูกค้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน  ด้วยเหตุนี้ “การทรานส์ฟอร์เมชัน” จึงกลายเป็นภารกิจสำคัญสำหรับผู้บริหารทุกๆ องค์กร  อย่างไรก็ดี การปฏิรูปองค์กรให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ดังจะเห็นได้จากโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล 9 ใน 10 โครงการในสหรัฐฯ และยุโรปประสบความล้มเหลว จึงเกิดคำถามขึ้นว่า อะไรคือปัจจัยที่จะรับประกัน หรืออย่างน้อยก็เพิ่มโอกาสที่โครงการปฏิรูปธุรกิจจะประสบความสำเร็จ? คำตอบของคำถามนี้อยู่ที่ข้อมูล กล่าวคือ นอกเหนือจากการใช้ประโยชน์จากข้อมูลแล้ว ยังจะต้องสร้างวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องและสอดประสานเข้ากับข้อมูล  ที่จริงแล้ว องค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานหรือรูปแบบขององค์กร เมื่อเทียบกับบริษัทที่พึ่งพาข้อมูลน้อยกว่า  ทัศนคติที่จริงจัง อยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับข้อมูลนอกจากจะเป็นก้าวแรกที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการปฏิรูปธุรกิจแล้ว ยังเป็นตัวกำหนดทิศทางของการพัฒนาในระยะยาวอีกด้วย   วิเคราะห์ก่อนลงมือ โดยมากแล้ว ความพยายามในการปฏิรูปธุรกิจมักจะล้มเหลว เพราะดำเนินการในทิศทางที่ไม่ถูกต้อง  ผลการศึกษาชี้ว่า โครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล 1 ใน 3 โครงการประสบปัญหา เนื่องจากขาดกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับการปรับเปลี่ยนการดำเนินงาน หรือมีการลงทุนที่สูงเกินไปในส่วนงานที่ไม่ค่อยมีความสำคัญ หรือวิเคราะห์สถานการณ์ผิดพลาด ส่งผลให้มีการกำหนดกลยุทธ์ที่ไม่ถูกต้องเหมาะสม   องค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลไม่ได้อ้างอิงสมมติฐานในการกำหนดกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล  ที่จริงแล้ว ในองค์กรที่ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ผู้บริหารมีแนวโน้มที่จะสร้างโครงการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลโดยอ้างอิงข้อมูลเชิงลึกที่กลั่นกรองจากข้อมูลดิบที่มีอยู่ หรือใช้ข้อมูลเพื่อทดสอบสมมติฐานก่อนที่จะตัดสินใจดำเนินโครงการ  บางครั้งข้อมูลดังกล่าวอาจมีแหล่งที่มาจากภายในองค์กร หรืออาจได้มาจากภายนอกองค์กร  องค์กรธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลจะประเมินข้อมูลที่มีอยู่อย่างเป็นกลาง ก่อนที่จะเริ่มต้นดำเนินโครงการปฏิรูปที่ต้องใช้เวลาและงบประมาณจำนวนมาก วิธีนี้ช่วยให้ผู้บริหารหลีกเลี่ยงอคติในการเลือกหรือตีความข้อมูลที่เกี่ยวข้อง  …

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับระบบเครือข่ายไร้สาย เพื่อก้าวสู่การเป็น Digital Lifestyle University

ในฐานะของมหาวิทยาลัยเก่าแก่ที่สุดของประเทศที่ได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ “จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย” ก็เป็นหนึ่งในสถาบันการศึกษาที่ไม่ยอมหยุดนิ่งในการนำดิจิทัลเทคโนโลยีมาช่วยขยายโลกการเรียนรู้ใหม่ๆ เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการเรียนการสอนของนิสิตและคณาจารย์ ตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของบุคลากรในมหาวิทยาลัย สอดรับกับแนวคิดของการปรับโฉมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสู่การเป็น “Digital Lifestyle University” ด้วยการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานทุกแพลตฟอร์มของมหาวิทยาลัยเข้าไว้ด้วยกัน และจะทำให้ไลฟ์สไตล์ของนิสิต คณาจารย์ และบุคลากร มีความสะดวกสบายขึ้น สามารถเติมเต็มศักยภาพในการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบได้ทุกวันทั้งขณะอยู่ในและนอกรั้วมหาวิทยาลัย อย่างไรก็ตาม โครงสร้างพื้นฐานด้านระบบเครือข่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบเครือข่ายไร้สายถือเป็นสิ่งสำคัญ และมีความจำเป็นอย่างมากในการขับเคลื่อนแนวคิดดังกล่าวให้กลายเป็นจริง จึงเป็นที่มาของการรวมศูนย์ระบบเครือข่ายไร้สายทั้งมหาวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารจัดการ วางแผนการขยายตัวในอนาคต และต่อยอดไปสู่โซลูชันดิจิทัลเพื่อขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยต่อไปในอนาคต   ความท้าทาย สถาบันการศึกษาในยุคดิจิทัลต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายมากมายเช่นเดียวกับธุรกิจต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จากการเรียนการสอนภายในห้องเรียนของอาจารย์และนิสิต สู่โลกออนไลน์ที่มีการทำกิจกรรม มีการโต้ตอบกัน มีการทำงานกลุ่ม เพื่อที่จะเสริมทักษะอื่นที่ไม่ใช่เป็นเรื่องของเนื้อหาเพียงอย่างเดียว เนื่องจากนิสิตสามารถค้นหาข้อมูลและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเรียนรู้ภายในห้องเรียนเหล่านั้นได้จากอินเทอร์เน็ต และสามารถเรียนรู้ทางออนไลน์ได้จากทุกที่ทุกเวลา จึงทำให้การเชื่อมต่อและสื่อสารไร้สายกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่สำคัญสำหรับการเรียนการสอนในยุคดิจิทัลของทุกมหาวิทยาลัย   อย่างไรก็ตาม จุฬาฯ ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายในการให้บริการเครือข่ายไร้สายเช่นเดียวกับสถานศึกษาขนาดใหญ่ทั่วไปก็คือ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยมีการให้บริการเครือข่ายไร้สายภายใต้ชื่อ Chula WiFi ให้บริการครอบคลุมพื้นที่มากกว่า 600 ไร่ 150 อาคาร 750 ชั้น และมีจำนวนผู้ใช้รวมกว่า 50,000 คน แต่เนื่องจากรูปแบบการลงทุนทางด้านไอทีของมหาวิทยาลัยมีลักษณะเป็นแบบ  “กระจายศูนย์”  แยกกันซื้อ…

Top