You are here
Home > Top Story

FinTech กลายเป็นกระแสหลักของภาคธุรกิจในหลาย ๆ ประเทศ จีนและอินเดียมาแรง

ต้องบอกว่ากระแสของฟินเทคได้กลายเป็นกระแสหลักของภาคธุรกิจในหลาย ๆ ประเทศไปแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในกลุ่ม Emerging Market  โดยดัชนีชี้วัดจาก EY เกี่ยวกับการปรับใช้ฟินเทค (Fintech Adoption Index) นั้นพบว่ามีโซลูชันฟินเทคเปิดตัวเพิ่มขึ้น 33 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา เทียบกับปี 2015 ที่มีแค่ 16 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น   โดยผลการศึกษาชิ้นนี้ระบุว่า ประเทศที่มีการเติบโตของฟินเทคสูงอันดับต้น ๆ ได้แก่ จีน อินเดีย แอฟริกาใต้ บราซิล และเม็กซิโก ซึ่งค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 46 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเจาะเป็นรายประเทศแล้วพบว่าจีนและอินเดียนำโด่งกว่าใครเพื่อนที่ 69% และ 52% ตามลำดับ ดังจะเห็นได้จากความสำเร็จของบริษัทฟินเทคในสองประเทศนี้ที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ในการใช้เทคโนโลยีด้านการเงินเข้าให้บริการแก่ประชาชน   Imran Gulamhuseinwala หัวหน้าฝ่ายฟินเทคระดับโลกของ EY กล่าวว่า ดัชนีชี้วัดเรื่อง Fintech Adoption นี้พบว่ามีถึง 1 ใน 3…

เคลมดิ เทคสตาร์ทอัปไทยก้าวไปอีกขั้น บุกเปิดตลาดสิงคโปร์

ถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของเทคสตาร์ทอัปไทย เคลมดิรุกตลาดประกันภัยรถยนต์แนวใหม่ในสิงคโปร์ จับมือ อินคัม อินซัวรันซ์ เอ็นทียูซี ยักษ์ใหญ่ประกันภัยของรัฐบาล เปลี่ยนระบบประกันรถยนต์ทั้งเกาะ ลดปัญหาขั้นตอนเคลมยุ่งยาก พร้อมตั้งบริษัทลูกรองรับนักลงทุนรอบใหม่ นายกิตตินันท์ อนุพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เคลม ดิ พีทีอี สิงคโปร์ (Claim Di PTE Singapore) เปิดเผยว่า บริษัทได้ทำสัญญาร่วมกับ อินคัม อินซัวรันซ์ เอ็นทียูซี ( Income Insurance NTUC) ซึ่งเป็นธุรกิจประกันภัยรถยนต์ของรัฐบาลสิงคโปร์ ที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคมแบบ Social Enterprise โดยมีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศสูงถึง 25% ข้อตกลงครั้งนี้ถือเป็นการดำเนินธุรกิจประกันภัยดิจิทัล หรือ Insuretech ประเทศที่สอง หลังจากที่ได้พิสูจน์ตัวเองในตลาดประกันภัยในประเทศไทย จนได้ครองส่วนแบ่งถึง 92% ในไตรมาสที่สองที่ผ่านมา “ที่มาของดีลนี้เกิดจากการที่เคลมดิ ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ Income Future Starter ซึ่งเป็นโครงการ Accelerate ของรัฐบาลสิงคโปร์ ดำเนินโครงการโดย Income…

OCBC ดึง AI มาช่วยงานกำกับธุรกรรม

ธนาคาร OCBC เริ่มนำโซลูชันด้านฟินเทคมาเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดการกับปัญหาฟอกเงินและการก่อการร้ายทางการเงินแล้ว   โดยฟินเทคสองรายที่ได้รับเลือกคือ BlackSwan Technologies และ Silent Eight ซึ่งทั้งสองรายนี้เป็นสตาร์ทอัปที่อยู่ในโครงการบ่มเพาะของธนาคาร OCBC อยู่แล้วนั่นเอง โดยทั้งสองบริษัทมีการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาใช้ในการศึกษารูปแบบของธุรกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยว่าจะผิดกฎหมาย มาจับคู่เข้ากับโปรไฟล์ส่วนบุคคล ที่ผ่านมา กระบวนการในการตรวจสอบนี้เคยทำผ่านระบบแมนนวล ซึ่งต้องใช้มนุษย์ในการตรวจสอบ และทำให้เสียเวลาค่อนข้างมาก เมื่อเปลี่ยนเป็นปัญญาประดิษฐ์ ก็จะทำให้การตรวจสอบความเชื่อมโยงกันทำได้เร็วขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมให้กับระบบถึง 100% เลยทีเดียว   สำหรับการตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดกฎหมายนี้โดยปกติแล้วจะแบ่งออกเป็นสองส่วน เริ่มจากทีมกำกับการทำธุรกรรมตรวจพบธุรกรรมที่ผิดปกติ นักวิเคราะห์จะเข้าไปเริ่มตรวจสอบข้อมูลของบุคคลคนนั้น ซึ่งถ้าพบว่า สิ่งที่ทำนั้นเป็นแพทเทิร์นปกติในการใช้งานสถาบันการเงินของบุคคลนั้น นักวิเคราะห์ก็จะบันทึกรวมเอาไว้ อย่างไรก็ดี กระบวนการในการหาความเชื่อมโยงนี้ อาจกินเวลานานเกิน 1 ชั่วโมงขึ้นไป กว่าจะหาแพทเทิร์นที่ให้เหตุผลนี้ได้ อีกทั้งเมื่อมีข้อมูลมากขึ้น ซับซ้อนขึ้น ก็จะสิ้นเปลืองเวลามากขึ้นด้วย ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว นักวิเคราะห์จะใช้เวลา 2 – 3 วันกว่าจะเสร็จสิ้น   เทคโนโลยีฟินเทคของ Silent Eight จะเข้ามาช่วยในจุดนี้คือสร้างโปรเซสในการสแกนข้อมูลของผู้ใช้งานให้โดยอัตโนมัติ รวมถึงกรองข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ด้วย   ส่วนเทคโนโลยีของ BlackSwan…

อังกฤษเอาจริงเตรียมคิดค่าปรับบริษัทที่ไม่ใส่ใจระบบรักษาความปลอดภัยสูงสุดถึง 770 ล้านบาท

ในช่วง 2 – 3  ปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ามีหลายบริษัทที่ตกเป็นข่าวครึกโครมเกี่ยวกับการถูกเจาะระบบโดยแฮกเกอร์ที่อาจส่งผลให้ข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานหลายร้อยล้านแอคเคาน์ตกอยู่ในความเสี่ยง   แต่ก็ใช่ว่าองค์กรทุกแห่งจะตระหนักถึงความร้ายแรงของปัญหานี้ เพราะบางองค์กรก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะลงทุนด้านระบบรักษาความปลอดภัยเพื่อดูแลรักษาข้อมูลให้กับลูกค้าเพิ่มเติมแต่อย่างใด ส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษต้องออกมาอัปเดตกฎหมายการปกป้องข้อมูล (Data Protection Law) เพิ่มเติม โดยร่างกฎหมายใหม่นี้จะคิดค่าปรับกับองค์กรใดก็ตามที่ไม่ลงทุนระบบรักษาความปลอดภัย และปล่อยให้องค์กรของตนเองโดนอาชญากรอินเทอร์เน็ตโจมตีได้ ซึ่งค่าปรับสูงสุดนั้นมีให้เลือกสองแบบก็คือ คิดเป็นมูลค่าที่ 22 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 4% จากมูลค่าขององค์กรในระดับโลกอยู่ที่ว่ามูลค่าตัวใดจะสูงกว่ากัน อย่างไรก็ดี ใช่ว่าทุกองค์กรที่โดนแฮกเกอร์เล่นงานจะต้องจ่ายค่าปรับนี้เสมอไป เพราะหากมีการประเมินโดยผู้ที่ได้รับมอบหมายแล้วว่าทางองค์กรได้มีมาตรการป้องกันอย่างเหมาะสม และมีการประเมินความเสี่ยงอยู่เป็นระยะ แต่บังเอิญตกเป็นเหยื่อ ก็อาจไม่เรียกเก็บค่าปรับนี้ก็ได้ โดยการตัดสินว่าจะลงโทษหรือไม่นั้นจะทำโดยเจ้าหน้าที่ด้านการปกป้องข้อมูลอย่าง Information Commissioner’s Office หรือ ICO   ด้านรัฐมนตรีกระทรวงดิจิตอลของอังกฤษ แมทท์ แฮนค็อก (Matt Hancock) กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของร่างกฎหมายใหม่ฉบับนี้คือ – ต้องการเปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถเรียกร้องให้บริษัทผู้ให้บริการลบข้อมูลส่วนตัวของพวกเขาที่องค์กรเก็บไว้ออกจากระบบได้ – ในกรณีที่ผู้ใช้งานเป็นเด็ก ต้องได้รับการยินยอมจากพ่อแม่ก่อน บริษัทจึงจะสามารถนำข้อมูลของเด็กไปใช้ได้ – ต้องได้รับการยืนยันที่ “ชัดเจน” จากผู้ใช้งานก่อนจึงจะสามารถนำข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานไปใช้ประโยชน์ได้ – มีการขยายคำจำกัดความของ…

ผู้สูงอายุสิงคโปร์เริ่มปรับตัวสู่ Fintech แล้ว

มีตัวเลขจากดัชนีชี้วัดด้าน Fintech Adoption ในสิงคโปร์จาก EY พบว่า การเปิดรับฟินเทคในหมู่ชาวสิงคโปร์เริ่มเติบโตสูงขึ้นจาก 15 เปอร์เซ็นต์ในปี 2015 เป็น 23 เปอร์เซ็นต์ในปี 2017 โดยกลุ่มที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องก็คือธุรกิจประเภทโอนเงินและชำระเงินออนไลน์ ตามมาด้วยกลุ่มเงินฝากและการลงทุน   โดยทาง EY ผู้รายงานคาดการณ์ว่า การเปิดใจรับฟินเทคของชาวสิงคโปร์ที่เพิ่มขึ้นสูงนี้ 56 เปอร์เซ็นต์มาจากการใช้งานของกลุ่มมิลเลนเนียลและ “กลุ่มผู้สูงอายุ” โดยทุกวันนี้ สิงคโปร์มีชาวดิจิตอลที่มีอายุระหว่าง 45 – 64 ปีมากถึง 22 เปอร์เซ็นต์ และชาวดิจิตอลที่มีอายุเกิน 65 ปีมากถึง 15 เปอร์เซ็นต์มีการใช้บริการของฟินเทคอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ ส่วนในกลุ่มมิลเลนเนียลพบว่ามีความต้องการใช้บริการฟินเทคที่หลากหลายมากขึ้น ตั้งแต่บริการด้านการศึกษา, การจ้างงาน, การซื้อบ้าน และการมีครอบครัว   แต่เพื่อให้ความร่วมมือระหว่างสถาบันการเงินและกลุ่มฟินเทคประสบความสำเร็จนั้น ผู้จัดทำรายงานนี้อย่าง EY ชี้ว่า ฟินเทคในสิงคโปร์ต้องเพิ่มความสามารถในการเข้าถึงผู้บริโภคให้ได้มากขึ้น รวมถึงสร้าง Business Model ที่สามารถสเกลได้ เพื่อให้ธุรกิจอยู่รอดและเติบโตได้ในอนาคต   “แม้ว่าระดับการปรับใช้ฟินเทคของสิงคโปร์จะต่ำกว่าค่ามาตรฐานโลก…

ธนาคาร OCBC NISP เพิ่มระบบซีเคียวริตี้รับนโยบาย BYOD

ธนาคาร OCBC NISP ของอินโดนีเซีย จับมือบริษัท Palo Alto Networks เสริมแกร่งระบบซีเคียวริตี้สำหรับองค์กร เพื่อรองรับนโยบาย BYOD (bring-your-own-device) แล้ว   โดย Filipus H. Suwarno ผู้บริหารส่วนงานเทคโนโลยีความปลอดภัยและธรรมาภิบาลของธนาคาร OCBC NISP เผยว่า ทุกวันนี้มีพนักงานมากกว่า 3,00 คนที่เข้าถึงข้อมูลขององค์กรและใช้อีเมลทุกวัน “การปกป้องธุรกิจจากอาชญากรทางอินเทอร์เน็ตคือความท้าทายหลักของเรา ประกอบกับเรานำนโยบาย BYOD (bring-your-own-device) มาใช้ เพื่อให้พนักงานของเราสามารถทำงานได้จากทุกที่ ซึ่งทำให้เกิดสถานการณ์ที่ว่าพนักงานจำเป็นต้องได้รับการอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูล ในขณะที่บริษัทเองก็ต้องปกป้องข้อมูลนั้นให้ดีด้วยเช่นกัน”   เพื่อดูแลในจุดนี้ ทางธนาคารจึงได้จับมือกับบริษัท Palo Alto Network นำระบบซีเคียวริตี้อย่าง  Next-Generation Security Platform เข้ามาใช้งาน ซึ่งประกอบด้วย Next-Generation Firewall, Threat Intelligence Cloud และ Advanced Endpoint Protection  …

พิซซ่าฮัทญี่ปุ่นจับมือมาสเตอร์การ์ด เปิดตัว e-Wallet สั่งอาหารเสร็จได้ในสามคลิก

พิซซ่า ฮัท (Pizza Hut) จับมือมาสเตอร์การ์ด (Mastercard) เปิดตัว e-Wallet สำหรับการสั่งพิซซ่าผ่านโทรศัพท์มือถือแล้วในญี่ปุ่น   โดยการเปิดบริการดังกล่าวมาจากการศึกษาด้านพฤติกรรมการช้อปปิ้งออนไลน์ของผู้บริโภคในญี่ปุ่นประจำปี 2017 ของมาสเตอร์การ์ด ซึ่งพบว่าผู้บริโภคชาวญี่ปุ่นนั้นต้องการกระบวนการในการชำระเงินที่สะดวกรวดเร็วจากผู้ค้า รวมถึงต้องการบริการส่งสินค้าให้ฟรีด้วย พิซซ่า ฮัท เรสเตอรองต์ (Pizza Hut Restaurant) ในญี่ปุ่นจึงนำบริการ Masterpass ซึ่งสามารถสั่งอาหารจากพิซซ่าฮัทผ่านแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ในสามคลิก โดย Vipul Chawla กรรมการผู้จัดการของพิซซ่า ฮัท เผยว่า การใช้ Masterpass นั้นช่วยลดขั้นตอนในการป้อนข้อมูลการชำระเงินลงได้หมด ด้วยการใช้ไบโอเมทริกซ์หรือพาสเวิร์ดในการยืนยันตัวบุคคลแทนไปเลย   ในจุดนี้ Nandan Mer ประธานกรรมการของมาสเตอร์การ์ดในญี่ปุ่นได้ออกมาย้ำว่า Masterpass เป็นบริการที่สามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้ดี และตรงกับผลการศึกษาที่พบว่าผู้บริโภคกำลังมองหาประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่สะดวกสบายมากขึ้นในการสั่งอาหารผ่านอุปกรณ์ดิจิตอล ซึ่ง Masterpass ช่วยให้ผู้บริโภคไม่ต้องป้อนข้อมูลการชำระเงิน และสถานที่ในการจัดส่งอีกต่อไปนั่นเอง   ที่มา https://www.bankitasia.com/bankitasia/mobile/pizza-hut-serves-up-frictionless-mobile-commerce-in-japan/

สิงคโปร์จับมือเดนมาร์ก สร้างความร่วมมือ FinTech ระดับนานาชาติ

ธนาคารกลางของสิงคโปร์ หรือ The Monetary Authority of Singapore (MAS)  จับมือเป็นพันธมิตรกับธนาคากลางของเดนมาร์ก (Danish Financial Supervisory Authority หรือ Danish FSA) ในการหาทางช่วยบริษัทด้านฟินเทคในสิงคโปร์และเดนมาร์กขยายตลาดระหว่างกัน ซึ่งในการนี้รวมถึงการพัฒนาโปรเจ็คร่วมกัน และแชร์ข้อมูลเกี่ยวกับเทรนด์ต่าง ๆ และกฎระเบียบในการดำเนินธุรกิจร่วมกันด้วย   Sopnendu Mohanty ผู้บริหารระดับสูงของฝ่ายฟินเทคในธนาคารกลางสิงคโปร์เผยว่า การร่วมมือกันครั้งนี้จะช่วยให้ฟินเทคของสิงคโปร์และเดนมาร์กมีการประชาสัมพันธ์ถึงบริการทางการเงินของตนเองในทั้งสองประเทศ เพื่อช่วยให้ฟินเทคได้โอกาสในการขยายตลาด รวมถึงได้โอกาสในการเติบโตไปยังต่างแดน ด้วย ด้าน Thomas Brenøe รักษาการผู้อำนวยการของ Danish FSA กล่าวว่า เราได้สร้างฟินเทคแล็ปเพื่อสนับสนุนการพัฒนาให้กับกลุ่มฟินเทคและให้ความช่วยเหลือธุรกิจในการเริ่มต้นบริษัท แต่นวัตกรรมทางการเงินเป็นสิ่งที่สามารถกระจายการใช้งานออกไปได้ทั่วโลก โดยที่เส้นพรมแดนประเทศไม่อาจขวางกั้นได้ และการทำข้อตกลงนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า สิงคโปร์และเดนมาร์กจะหาโอกาสร่วมกันในการสนับสนุนให้ธุรกิจฟินเทคเติบโตในสองประเทศ   อย่างไรก็ดี การเซ็นสัญญาในครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่สิงคโปร์หาพันธมิตรจากชาติอื่น ๆ เพื่อส่งเสริมฟินเทคให้เติบโต โดยในเดือนเมษายน สิงคโปร์ได้ทำสัญญากับ the Autorite de controle Prudentiel er de Resolution (ACPR) และ…

สถาบันการเงินเอเซียแปซิฟิกควรปรับตัว เพิ่มทักษะ AI-BigData-Analytics

จากรายงานเรื่อง The Hunt for Growth Across Asia-Pacific ของ FIS ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ด้านการเงินระดับโลก พบว่ามีสถาบันทางการเงินในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกไม่ถึง 41% เท่านั้นที่มั่นใจว่าจะเติบโตได้ตามเป้าที่วางไว้ในอีก 12 เดือนข้างหน้า   ที่น่าสนใจมากกว่านั้นก็คือรายงานดังกล่าวได้ทำการสำรวจความคิดเห็นจากบรรดาผู้บริหารระดับสูงทั้งสิ้นจำนวน 1,042 คน ซึ่ง 63% ระบุว่า ข้อกฎหมายคือสิ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญต่อการทำยอดได้ไม่ถึงเป้า และมี 33 เปอร์เซ็นต์ระบุว่า อัตราดอกเบี้ยก็ทำให้ภาคธุรกิจเป็นกังวลได้เช่นกัน แต่มีผู้บริหารอยู่ถึง 50% เลยทีเดียวที่ยอมรับว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันของบริษัทนั้นไม่เข้มแข็งพอที่จะสนับสนุนการเติบโตขององค์กรได้เต็มศักยภาพ ส่วนอีก 55% ก็มองว่าระบบการดำเนินงานของบริษัทเป็นตัวถ่วงเช่นกัน   รายงานดังกล่าวยังเผยด้วยว่า ในบรรดาสถาบันการเงินที่ต้องการเข้ามาลงทุนซื้อหลักทรัพย์ในภูมิภาค APAC นั้น มีเพียง 35% ที่สามารถเทรดได้แบบอัตโนมัติ หรือเกือบ ๆ จะอัตโนมัติได้ อย่างไรก็ดี ตัวเลขนี้มีการตั้งเป้าไว้ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 62% ภายใน 3 – 5 ปีข้างหน้านี้ด้วย โดยตลาดที่สถาบันการเงินต้องการนำระบบอัตโนมัติเข้ามาทำงานเพิ่มขึ้นคือ ส่วนงานบริหารจัดการความเสี่ยง 67%…

ฟินเทคเวียดนามโตเร็ว มูลค่าการลงทุนปี 2016 ทะลุ 129 ล้านเหรียญสหรัฐ

ฟินเทคของเวียดนามถือได้ว่าเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงการให้การสนับสนุนด้วยดีของรัฐบาล โดยสิ่งหนึ่งที่เป็นสัญญาณที่ดีจากภาครัฐคือการเปิดตัวคณะกรรมการ SBV Steering Committee on Fintech เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการชุดดังกล่าวประกอบด้วยตัวแทนจากธนาคารเวียดนาม (State Bank of Vietnam หรือ SBV) และตัวแทนจากองค์กรการรับชำระเงินแห่งชาติ (the National Payment Corporation of Vietnam) ซึ่งจะเข้ามาทำหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่ธนาคารกลางของรัฐเกี่ยวกับโซลูชันในการสนับสนุนฟินเทค ซึ่งรวมถึงการวางกรอบด้านกฎหมายเพื่อช่วยเกื้อหนุนให้บริษัทในอุตสาหกรรมฟินเทคสามารถเติบโตได้ในเวียดนาม ไปจนถึงการให้คำแนะนำ ด้านกลยุทธ์และการวางแผนให้นวัตกรรมด้านฟินเทคเติบโต ซึ่งนั่นส่งผลต่อจำนวนของนักลงทุน และบริษัทด้านการลงทุนที่หันมาให้ความสนใจกับสตาร์ทอัปด้านฟินเทคในเวียดนามมากขึ้นเช่นกัน   โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทเงินทุนสองแห่งของเกาหลีใต้อย่าง Korea Investment Partners (KIP) และ Mirae Asset Venture Investment ได้ประกาศลงทุนใน Appota ซึ่งเป็นทีมพัฒนาแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์โมบายล์ด้วยมูลค่า 10 ล้านเหรียญสหรัฐมาแล้ว หรือเมื่อเดือนพฤศจิกายนเมื่อปีที่ผ่านมา Champion Crest บริษัทลงทุนที่มี Credit China Fintech…

Top