You are here
Home > Top Story

Trend Micro Apex One พลิกโฉมโซลูชั่นความปลอดภัยสำหรับเครื่องเอนด์พอยท์

เทรนด์ไมโคร เปิดตัววิวัฒนาการโฉมใหม่ของสายผลิตภัณฑ์ด้านความปลอดภัยขั้นสูงสำหรับเอนด์พอยท์ โดยเรียกในชื่อใหม่ว่า Trend Micro Apex One ในฐานะผลิตภัณฑ์ที่ปรับรูปแบบความปลอดภัยสำหรับเอนด์พอยท์ด้วยความสามารถที่หลากหลายรวมอยู่ในเอเจนต์ตัวเดียวกัน ที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครอบคลุมทั้งบนคลาวด์แบบ SaaS และระบบในองค์กร ช่วยอำนวยความสะดวกด้วยการตรวจจับและตอบสนองให้แบบอัตโนมัติ รวมทั้งให้ความสามารถในการมองเห็นเชิงลึกที่นำข้อมูลไปดำเนินการต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยกระดับความปลอดภัยของลูกค้าถึงขีดสุด และเพิ่มโอกาสในการเติบโตของช่องทางจำหน่ายต่าง ๆ ด้วย ปัจจุบันทีมงานที่ดูแลด้านความปลอดภัยขององค์กรนั้นต้องเผชิญกับภาวะที่จำเป็นต้องใช้ผลิตภัณฑ์จำนวนมากเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถปกป้องเอนด์พอยท์ได้อย่างเพียงพอ ซึ่งตามมาด้วยการแจ้งเตือนและข้อมูล Log ที่ต้องจัดเก็บปริมาณมหาศาล ทำให้ไม่สามารถตอบสนองต่ออันตรายขั้นสูงจำนวนมากในปัจจุบันได้รวดเร็วเพียงพอ   “นวัตกรรมล่าสุดของเรานี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อแก้ปัญหาด้านการจัดการความปลอดภัยของเอนด์พอยท์ที่พบในตลาดปัจจุบันเป็นสำคัญ” เควิน ซิมเซอร์ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของเทรนด์ไมโครกล่าว “ท่ามกลางผู้จำหน่ายจำนวนมากที่ต่างอ้างว่าตนเองเป็นแบบ Next-Gen แต่ที่จริงแล้วระบบป้องกันที่มีประสิทธิภาพจำเป็นต้องใช้ระบบความปลอดภัยหลายระดับชั้นเข้าด้วยกัน ซึ่งจุดนี้เป็นรากฐานของยุทธศาสตร์ของเรา ทำให้ Apex One เป็นทางเลือกใหม่แบบสำเร็จรูปที่แก้ปัญหาได้ตรงจุด สำหรับธุรกิจที่ต้องการเปลี่ยนจากการใช้ระบบแอนติไวรัสแบบเดิม หรือกำลังวุ่นวายกับผลิตภัณฑ์ Next-Gen อื่น ๆ จำนวนมาก” Trend Micro Apex One  มีจุดเด่นอยู่ 3 ประการ ได้แก่: การตรวจจับและตอบสนองโดยอัตโนมัติผลิตภัณฑ์ Apex One ได้รับการพัฒนาขึ้นมาจากเทคนิคความปลอดภัยแบบ XGen  ที่เป็นการผสานรวมเอาระบบป้องกันอันตรายจากหลายยุคหลายสมัยมาผ่านระบบการตัดสินใจแบบอัจฉริยะเพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมจัดการกับแต่ละกรณีรวมทั้งมีระบบเวอร์ช่วลแพชชิ่งที่ติดตั้งได้ทันเวลาอย่างรวดเร็วมากที่สุดจากทีม Zero Day Initiative ของเทรนด์ไมโคร ผนวกรวมกับเทคโนโลยีสมัยใหม่มากมายที่สามารถตรวจจับและสกัดกั้นการโจมตีขั้นสูงตอนนี้ได้ โดยเฉพาะอันตรายจากมัลแวร์แบบไร้ไฟล์ ให้ข้อมูลเชิงลึกที่นำไปจัดการต่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยใน Apex One  นี้มีฟีเจอร์การตรวจจับและตอบสนองบนเอนด์พอยท์หรือ EDR ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างมาก รวมทั้งเชื่อมต่อกับบริการตรวจจับและตอบสนองอัจฉริยะผ่านคลาวด์ (MDR) ของเทรนด์ไมโคร ที่ช่วยเพิ่มความสามารถแก่เจ้าหน้าที่ไอทีภายในองค์กรในการตามล่ากำจัดอันตราย รวมทั้งตรวจสอบการแจ้งเตือนต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เป็นโซลูชั่นแบบครบวงจร: Apex One มีฟีเจอร์ชั้นนำในตลาดจำนวนมาก…

กสิกรไทย และ SCB ร่วมทดสอบชำระเงินระหว่างประเทศแบบทันทีผ่าน SWIFT gpi

SWIFT ประกาศความสำเร็จในการทดสอบระบบสาธิตการชำระเงินระหว่างประเทศแบบทันที โดยร่วมมือกับธนาคารทั้งในจีน สิงคโปร์ ไทย และออสเตรเลีย  การทดสอบครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าการเปิดใช้ gpi กับระบบภายในประเทศแบบเรียลไทม์ ทำให้การชำระเงินมีผลได้ในแทบจะทันทีแม้จะเกี่ยวข้องกับการหักชำระบัญชีในประเทศและธนาคารที่ไม่ได้รองรับ gpi ก็ตาม นับตั้งแต่เปิดให้บริการในปี 2560 ปัจจุบัน SWIFT gpi ได้ปรับปรุงพัฒนาและจัดการอุปสรรคจำนวนมากในการชำระเงินระหว่างประเทศ โดยกว่า 50% ของการชำระเงินผ่าน gpi สามารถส่งถึงบัญชีผู้รับผลประโยชน์ปลายทางในเวลาเพียง 30 นาที และมีหลายรายการที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น เส้นทางการชำระเงินที่ทำเวลาได้ดีที่สุดเป็นเส้นทางจากธนาคารที่รองรับ gpi ในสิงคโปร์ ที่ส่งเงินไปยังบัญชีธนาคารที่รองรับ gpi ในออสเตรเลียโดยใช้เวลาเพียงเก้าวินาที ซึ่งถือได้ว่าเป็นการชำระเงินระหว่างประเทศแบบเรียลไทม์แล้วนั่นเอง   อย่างไรก็ดีหากธุรกรรมการชำระเงินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับหลายธนาคาร และยังต้องผ่านกระบวนการในประเทศผู้รับ ทำให้บางครั้งการชำระเงินภายในประเทศก็ล่าช้าด้วยเวลาทำการที่จำกัดของระบบหักชำระบัญชีในประเทศ   แต่ด้วยระบบชำระเงินแบบเรียลไทม์ซึ่งปกติแล้วทำงานตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้สามารถขจัดอุปสรรคเหล่านี้ได้และทำให้การชำระเงินจำนวนมากส่งถึงบัญชีปลายทางภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาทีจากเดิมที่ต้องรอหลายชั่วโมง   การเปิดตัวแพลตฟอร์มการชำระเงินรูปแบบใหม่หรือ New Payments Platform (NPP) ของออสเตรเลียซึ่งเป็นระบบชำระเงินแบบทันทีภายในประเทศ ทำให้ SWIFT และกลุ่มธนาคารในออสเตรเลีย จีน สิงคโปร์ และไทย*…

Digital Transformation อาเซียน

การพลิกโฉมองค์กรทั้งในภาครัฐและเอกชนในเส้นทาง Digital Transformation ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลรูปแบบต่างๆ มาปรับใช้ เพื่อสนองตอบต่อยุทธศาสตร์และทุกส่วนขององค์กร นับตั้งแต่กระบวนการทำงาน การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ การตลาด วัฒนธรรมองค์กร และการกำหนดเป้าหมายการเติบโตในอนาคต เพื่อให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลง รวมถึงรับมือกับความท้าทายต่างๆ ที่องค์กรต้องเผชิญทั้งในปัจจุบันและอนาคต ช่วยตอบโจทย์ธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญ แต่ใช่ว่าจะมีเฉพาะองค์กรในประเทศไทยเท่านั้นที่เห็นความสำคัญของการทำ Digital Transformation เพราะด้วยสภาวะการแข่งขันในปัจจุบัน ทำให้องค์กรในอาเซียนแทบทุกประเทศพยายามปรับตัวด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ มีหลายองค์กรที่ประสบความสำเร็จกับ Digital Transformation มากมาย ไม่ว่าจะเป็น สนามบินชางฮีที่ปรับตัวภายใต้แนวคิด Smart Airport เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้งานที่ดีให้กับนักเดินทาง หรือจะเป็นผู้ประกอบการโรงแรมและที่พัก อย่าง M Social ที่นำเอาเทคโนโลยีหุ่นยนต์มาประยุกต์ใช้ เพื่อสร้างกระบวนการให้บริการอัตโนมัติรูปแบบต่างๆ เป็นต้น บ้านใกล้เรือนเคียงของเราอย่าง มาเลเซีย ที่มีการปรับตัวด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเช่นกัน ตัวอย่างองค์กรที่ประสบความสำเร็จ เช่น Astro Malaysia Holdings Berhad ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตสื่อ ทั้งรายการทีวีและรายการวิทยุยักษ์ใหญ่ของมาเลเซีย ที่มีการปรับตัวเพื่อก้าวสู่ยุคการเสพสื่อจากช่องทางต่างๆ ของคนยุคใหม่ได้อย่างลงตัว อินโดนีเซีย ถือเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีความตื่นตัวกับการทำ…

สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด และ หัวเว่ย ร่วมมือพัฒนาโซลูชั่น IoT รองรับการทำธุรกรรมทางการเงินระหว่างภาคธุรกิจและธนาคาร

สแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด และ หัวเว่ย ประกาศว่า ทั้งสองบริษัทกำลังร่วมมือกันพัฒนาโซลูชั่น Internet of Things (IoT) ที่จะเข้ามาช่วยปฏิวัติแนวทางการสื่อสารระหว่างภาคธุรกิจกับภาคธนาคารเพื่อการกู้ยืมหรือชำระเงิน โดยแทนที่องค์กรธุรกิจจะต้องทำธุรกรรมเหล่านี้บนกระดาษหรือทางอีเมล แต่ต่อไปในอนาคต ระบบขององค์กรและธนาคารจะสามารถ “พูด” กับอีกฝ่ายได้แบบเรียลไทม์ ผ่านทาง Application Programming Interfaces (APIs) โซลูชั่นนี้ได้รับการเผยโฉมที่งาน Huawei Connect 2018 ในเซี่ยงไฮ้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยเป็นการรวมเอาความสามารถด้าน IoT และคลาวด์เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้ธนาคารสามารถตรวจสอบการเคลื่อนไหวของสินค้าได้แบบเรียลไทม์ ลดความเสี่ยงในการดำเนินงาน และให้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือสำหรับประกอบการตัดสินใจทางการเงิน การมีข้อมูลแบบเรียลไทม์ทำให้ธนาคารสามารถปรับเปลี่ยนกระบวนการภายในธุรกิจจากเดิมที่ใช้เอกสารกระดาษให้เป็นกระบวนทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ส่งข้อมูลระหว่างฝ่ายงานได้รวดเร็วและทำงานได้โดยอัตโนมัติ (Straight-Through Processing) ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาดำเนินการลงได้อย่างมีนัยสำคัญ พร้อมเปิดรับความเป็นไปได้ต่าง ๆ สำหรับโซลูชั่นทางการเงินที่กว้างขึ้นสำหรับผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย   โซลูชั่น IoT ดังกล่าวใช้ OceanConnect ของหัวเว่ย ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่สร้างขึ้นบนเทคโนโลยี IoT คลาวด์คอมพิวติ้ง และบิ๊กดาต้า ด้วยความสามารถหลักในการจัดการอุปกรณ์ IoT ที่เป็นหนึ่งเดียวผ่านคลาวด์ ระบบนี้จึงรองรับการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ และเก็บรวบรวมข้อมูลแบบเรียลไทม์ผ่านชุดเอเยนต์…

กลุ่มบริษัทจินดาสุขก้าวสู่ยุค Digital Transformation ด้วยการลงทุนอย่างชาญฉลาด

ย้อนไปในอดีตกว่า 67 ปีที่ผ่านมา ในปี พ.ศ. 2493 กลุ่มบริษัทจินดาสุขเริ่มต้นธุรกิจค้าขายท่อน้ำและอุปกรณ์ประปา และได้เป็นตัวแทนจำหน่ายมิเตอร์น้ำในชื่อแบรนด์ ASAHI จากประเทศญี่ปุ่นให้การประปานครหลวง จากนั้นโรงงานผลิตในประเทศญี่ปุ่นได้ให้สิทธิการผลิตแก่คุณอุดม จินดาสุข ในการผลิตมิเตอร์น้ำ ASAHI ในประเทศไทยจึงเป็นจุดเริ่มต้นของบริษัทในกลุ่มบริษัทจินดาสุข นับจากวันนั้นธุรกิจของกลุ่มบริษัทจินดาสุขก็เติบโตอย่างต่อเนื่อง และได้ก่อตั้งบริษัท อาซาฮี-ไทย อัลลอย จำกัด ในปี พ.ศ. 2524 ซึ่งต่อมาก็ได้ถือกำเนิดแบรนด์ Sanwa เป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงที่ผลิตจากทองเหลืองแท้ พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การขยายตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความต้องการสินค้าประเภท ก๊อกน้ำ วาล์วน้ำ มิเตอร์น้ำ ครอบคลุมระบบประปาทั้งระบบทุกโครงสร้าง ทำให้กลุ่มบริษัทจินดาสุขเป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น นอกจากแบรนด์คุณภาพสูงอย่าง Sanwa แล้ว กลุ่มบริษัทจินดาสุขยังนำความเชี่ยวชาญด้านการจัดการน้ำและระบบประปาไปสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ได้แก่ ATACO ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ประปาคุณภาพสูงสำหรับองค์กรขนาดใหญ่และหน่วยงานราชการ Rambo ผลิตภัณฑ์ราคาประหยัดและทนทาน Drago เป็นเทคโนโลยีระบบการจัดการน้ำอัจฉริยะ ด้วยมาตรวัดน้ำไฮเทคผ่านระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงก่อตั้งบริษัท อาซาฮี บราส-ร็อด จำกัด เพื่อดำเนินกิจการโรงงานแปรรูปทองเหลืองที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน สามารถผลิตทองเหลืองเส้นและทองเหลืองขึ้นรูปป้อนเข้าสายการผลิตทั้ง 5 แบรนด์สินค้า และจำหน่ายทองเหลืองให้ผู้ผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ รวมถึงขยายออกสู่ตลาดอาเซียน เช่นเดียวกับทุกองค์กร…

ตรวจวัดระดับน้ำ-สถานการณ์น้ำเรียลไทม์ด้วยแอพ SWOC WL จากกรมชลประทาน

กรมชลประทานก้าวสู่ยุค 4.0 มุ่งสู่องค์กรอัจฉริยะ เปิดตัว ไม้บรรทัดวัดระดับน้ำ “แอปพลิเคชั่น SWOC WL” บนโทรศัพท์มือถือ สร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนตรวจวัดระดับน้ำได้ด้วยตนเองแบบเรียลไทม์ ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า แอปพลิเคชั่น SWOC WL เป็นแอปพลิเคชั่นตรวจวัดระดับน้ำ ที่กรมชลประทานได้พัฒนาขึ้นมาให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ที่จะมุ่งขับเคลื่อนประเทศสู่ Thailand 4.0 และเป็นไปตามแนวทางการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์กรมชลประทานภายใต้กรอบแนวคิด RID No.1 ซึ่งได้ตั้งเป้าที่จะนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการบริหารจัดการน้ำและพัฒนาระบบการทำงาน เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรอัจฉริยะให้ได้ภายในปี 2579 ตลอดจนยังเป็นการส่งเสริมการสร้างเครือข่ายการมีส่วนร่วมของประชาชนตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทานอีกด้วย สำหรับแอปพลิเคชั่น SWOC WL ดังกล่าว สามารถดาวน์โหลดเปิดใช้งานได้บนโทรศัพท์มือถือ ทั้งระบบปฏิบัติการ Android และระบบปฏิบัติการ iOS ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถตรวจวัดระดับน้ำได้ด้วยตนเอง ด้วยการแสกน AR MARKER แล้ววัดระดับน้ำในบริเวณที่สนใจ ระบบจะประมวลผลและส่งผลการประเมินพร้อมข้อมูลต่างๆ ที่สำคัญ เช่น สถานการณ์น้ำในปัจจุบัน แนวโน้มของระดับน้ำในลำน้ำ กลับไปให้ผู้ใช้งานแบบอัตโนมัติ ซึ่งจะเป็นข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ และเชื่อถือได้…

จับตามแนวโน้มอีคอมเมิร์ชและธุรกิจยุคดิจิทัลของเอเซียที่งาน DATE 2018

ไต้หวัน ถือเป็นประเทศในเอเซียที่มีความโดดเด่นมากประเทศหนึ่ง ซึ่งหลายคนอาจรู้จักดีว่าไต้หวันเป็นศูนย์กลางด้านอิเล็กทรอนิกส์และไอที ของภูมิภาคและของโลกมายาวนาน แต่อีกสิ่งก็คือ ด้วยความที่เป็นประเทศที่รวมความหลากหลายของวัฒนธรรม และผู้บริโภค ไต้หวันยังเป็นสะพานเชื่อมการค้าสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำเสนอสินค้าและบริการสู่ตลาดเอเซีย แต่ยังไม่อยากทุ่มความพยายมทั้งหมดในครั้งเดียว ก็สามารถใช้ไต้หวันเป็นเหมือนสมรภูมิทดสอบว่าสิ่งที่ตนเองมีอยู่จะเหมาะกับตลาดเอเซียอย่างไรบ้าง นั่นจึงทำให้ธุรกิจการค้าต่างๆ ทั้งในช่องทางปรกติและช่องทางออนไลน์ในไต้หวันมีความคึกคักมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกแห่งไต้หวัน (Taiwan External Trade Development Council : TAITRA) จึงจับมือกับ Taiwan Internet and E-Commerce Association, Chinese Non-Store Retailer Association, and the Taiwan Association of Logistics Management) จัดงาน Discover Advanced Trends in E-Commerce Expo (DATE 2018) โดยจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งครั้งล่าสุดนี้จะขึ้นเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ที่ Taipei World Trade Center…

กรุงศรีเตรียมพร้อมให้บริการเปิดบัญชีเงินฝากผ่านช่องทางออนไลน์ ตอบโจทย์ดิจิทัลไลฟ์สไตล์

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) จ่อเป็นผู้นำด้านดิจิทัลเทคโนโลยี ล่าสุดเตรียมพร้อมเปิดตัวบริการ เปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ผ่านช่องทางออนไลน์ สะดวก ง่าย เพียงใช้บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง (passport) และ กรุงศรีโมบายแอปพลิเคชัน (Krungsri Mobile Application:KMA) พร้อมเผย ซุ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อตอบรับเทคโนโลยี e-KYC เตรียมดันออกสู่ตลาดในช่วงปลายปี 2561 นี้ มั่นใจจะสามารถครองใจผู้ใช้งานดิจิทัลได้อย่างแน่นอน นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “กรุงศรีให้ความสำคัญกับการใช้ดิจิทัลเทคโนโลยี ตามแผนธุรกิจระยะกลาง 3 ปี (2561-2563) ภายใต้แนวคิด “Think Digital First” เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในเรื่องการบริการและการนำเสนอผลิตภัณฑ์ ซึ่งหนึ่งในแผนที่ธนาคารเดินหน้าเต็มที่ในการพัฒนาบริการและผลิตภัณฑ์ คือ บริการเปิดบัญชีเงินฝากออมทรัพย์ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งกระบวนการดังกล่าวจะเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของกรุงศรีที่จะพลิกโฉมธุรกรรมทางการเงินของธนาคารให้เป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยการยืนยันตัวตนของลูกค้าผ่าน e-KYC ลูกค้าจึงไม่จำเป็นต้องเดินทางมาที่สาขา เพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ประหยัดทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย เพียงเปิด KMA กรุงศรีโมบายแอปพลิเคชัน และใช้บัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทาง เพื่อดำเนินการยืนยันตัวตนในการขอเปิดบัญชีธนาคาร เพียงเท่านี้ลูกค้าก็สามารถเปิดบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงศรีได้ง่ายๆ…

เมื่อยักษ์ใหญ่ด้านระบบชำระเงินระดับโลกเตรียมขยายธุรกิจในอาเซียน

Stripe ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ API รายใหญ่จากซิลิกอนวัลเล่ย์ที่เริ่มต้นจากกันเขียนโปรแกรมไม่กี่บรรทัดจนกลายเป็นบริษัทที่ช่วยให้บริษัทใน Fortune 500 สามารถทำธุรกรรมออนไลน์ได้ จากข้อมูลของ Fortune บริษัทแห่งนี้เริ่มต้นจาการเป็นธุรกิจขนาดเล็กๆ ที่ต้องการมีส่วนร่วมในอีคอมเมิร์ซ แต่ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาก็ได้มีลูกค้าระดับอย่าง Google, Microsoft, Uber, Spotify และ Salesforce มาใช้บริการ ในขณะที่เป็นที่รู้จักกันดีในสหรัฐอเมริกา แต่แพลตฟอร์มนี้สามารถรับเงินได้หลายสกุลเงิน แม้ว่าความพยายามครั้งล่าสุดในการชำระเงินด้วยบิทคอยน์หยุดลงเพราะความผันผวนของสกุลเงินก็ตาม   นอกจากนี้ Stripe ยังอธิบายคำว่า “payments stack” โดยการนำเสนอแอพพลิเคชันที่ให้ข้อมูลรายได้ผ่าน API ได้ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พวกเขาสามารถระดมทุนได้ถึง  245 ล้านเหรียญสหรัฐ และตอนนี้  Stripe ตั้งเป้าจะขยายตัวทั่วโลก รวมทั้งกำลังจับตามองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดียตาเป็นมัน   แม้ว่า Stripe ยังคงต้องใช้เวลากับการเรียนรู้วิธีปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบในท้องถิ่นอยู่ แต่ก็กำลังมองหาทางเปิดศูนย์กลางในสิงคโปร์และเร่งรับสมัครพนักงาน แม้กระทั่งได้ลงทะเบียนขอจดโดเมนที่เป็นของสิงคโปร์เอาไว้แล้ว ซึ่งปรากฏให้เห็นตามเว็บไซต์ต่างๆ อย่าง Grab และDeliveroo   ความจริงแล้ว Stripe ได้เปิดให้บริการแล้วในสิงคโปร์ไปเรียบร้อยแล้ว   นอกจากนี้บริษัทจะต้องสู้กับผู้ให้บริการการชำระเงินทางอินเทอร์เน็ตของแต่ละประเทศซึ่งมีบริษัทฟินเทคอยู่เป็นจำนวนมาก รวมถึงบริษัทคู่แข่งรายอื่นๆ…

CAT ผู้สร้างสีสันด้วยเทคโนโลยีในสนามแข่ง MotoGP 2018 – ThaiGP PTT Thailand Grandprix 2018

เรียกว่ามันกันจนโค้งสุดท้ายกับสีสันของการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบรายการใหญ่ของโลกที่จัดขึ้นในประเทศไทยกับรายการ MotoGP 2018 – ThaiGP PTT Thailand Grandprix 2018 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งมาร์ค มาร์เกวซ นักบิดซูเปอร์สตาร์ของ เรปโซล ฮอนด้า บิดคันเร่งเข้าป้ายศึก โมโตจีพี แบบสุดมันเฉือน อันเดรีย โดวิซิโอโซ จากดูคาติ ในโค้งสุดท้ายในการแข่งขัน   ซึ่งการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการ MotoGP นั้น ถูกจัดมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 80 ปี โดยการแข่งขันปี 2018 นี้ สนามช้างฯ ได้ถูกบรรจุเป็นหนึ่งในสนามการแข่งขันของรายการนี้ด้วยสำหรับปฏิทินการแข่งขันประจำปี และด้วยมาตรฐานของสนามที่ได้รับการตรวจสอบจาก Federation of International Motorcycling (FIM) ที่ได้รับเลือกให้เป็นสนามการแข่งขัน World Superbike (WSBK) ถึงสามฤดูกาลติดต่อกัน และในปีนี้พิเศษสุดด้วยการใช้สนามช้างฯ เป็นหนึ่งในสนามการทดสอบ Winter Test ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ต่อจาก สนามเซปัง…

Top