You are here
Home > Top Story (Page 2)

NTT ทุ่มงบเพิ่ม 500 ล้าน เดินหน้าเปิดเฟสใหม่ High Density Data Center รองรับอีอีซี

เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (เอ็นทีที คอม) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ คอร์ปอเรชั่น ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านไอซีทีโซลูชั่นและการสื่อสารระหว่างประเทศในเครือของเอ็นทีทีกรุ๊ป (TYO: 9432) ประกาศเดินหน้าขึ้นเฟส 3 ในศูนย์ข้อมูล “Thailand Bangkok 2 Data Center” ภายใต้แบรนด์ NexcenterTM ซึ่งเป็น High Density Data Center  โดยเฟสใหม่นี้มีพื้นที่ขนาด 1,200 ตารางเมตร  กำลังไฟฟ้า 2,000 กิโลวัตต์ พร้อมสิ่งความสะดวกและบริการครบวงจร ขานรับนโยบายการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี (Eastern Economic Corridor: EEC) พร้อมพาสื่อมวลชนเยี่ยมชมดาต้าเซ็นเตอร์มาตรฐานโลกแห่งนี้ นายเกรียงศักดิ์ จรูญศรีสวัสดิ์ รองประธานอาวุโส แผนกธุรกิจดาต้าเซ็นเตอร์ บริษัท เอ็นทีที คอมมิวนิเคชั่นส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า หลังจากที่เราได้เปิดให้บริการศูนย์ข้อมูล Thailand…

กรุงศรี ฟินโนเวต ตั้งเป้าเป็น ‘The Best Banking Corporate Venture Capital’ (CVC) ในอาเซียนเตรียมลงทุนสตาร์ทอัพด้าน AI และ Data Analytic

กรุงศรี ฟินโนเวต บริษัทร่วมลงทุนในเครือกรุงศรี เผยแผนการดำเนินธุรกิจในปี 2562 ด้วยเป้าหมายสู่การเป็น ‘The Best Banking Corporate Venture Capital’ (CVC) ในภูมิภาคอาเซียน ต่อยอดการเป็นผู้นำในการบ่มเพาะสตาร์ทอัพ จับมือสตาร์ทอัพร่วมพัฒนาโครงการ และเตรียมลงทุนโดยเน้นสตาร์ทอัพด้าน AI และData Analytics ซึ่ง “Silot” สตาร์ทอัพจากสิงคโปร์จะเป็นสตาร์ทอัพรายล่าสุดที่บริษัทจะร่วมลงทุน   นายแซม ตันสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท กรุงศรี ฟินโนเวต จำกัด กล่าวว่า “ในปี 2561 บริษัทประสบความสำเร็จในฐานะผู้นำ Corporate Fintech Accelerator ซึ่งเติบโตอย่างต่อเนื่องมาถึง 3 ปี โดยในปีที่ผ่านมาสามารถขยายขอบเขตการเปิดรับ ดึงดูดสตาร์ทอัพจากสิงคโปร์และเวียดนามเข้าร่วมโครงการ ในระหว่างดำเนินโครงการยังสามารถผสานความร่วมมืออย่างเต็มรูปแบบกับหน่วยธุรกิจต่างๆ ในเครือกรุงศรี (Synergy Driven Accelerator) พัฒนาโครงการนำร่อง ซึ่งความร่วมมือและการลงมือปฏิบัติในสภาพแวดล้อมจริงส่งผลให้สตาร์ทอัพสามารถเติบโตในอัตราเร่งที่รวดเร็วกว่าเดิม เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับสตาร์ทอัพที่ร่วมโครงการเป็นอย่างมาก เช่นเดียวกับ การพัฒนาสตาร์ทอัพในระดับนักศึกษา ซึ่งบริษัทเล็งเห็นศักยภาพและประโยชน์ของการร่วมมือเพื่อสร้างสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ ช่วยเติมเต็ม Thai startup ecosystem ให้แข็งแกร่งขึ้น โดยในปีที่ผ่านมา Krungsri Uni Startup KMITL Hackathon ได้ถูกจัดขึ้นเพื่อตอบโจทย์ธุรกิจในการใช้ Deep tech เช่น  AI, Blockchain และ Data Analytics” ทั้งนี้ กรุงศรียังคงให้ความสำคัญกับการผลักดันให้เกิดความร่วมมือระหว่างองค์กรและสตาร์ทอัพบนพื้นฐานความเชื่อที่ว่าทั้งสองต่างมีศักยภาพและความแข็งแกร่งที่สามารถเติมเต็มกันและกัน ดังนั้นในปีที่ผ่านมา จึงเกิดความมือระหว่างกรุงศรีและสตาร์ทอัพถึง 26 บริษัท ร่วมเดินหน้า 37 โครงการ ร่วมกับ 20 หน่วยงานธุรกิจภายในกรุงศรี อาทิ การจับมือร่วมกับLalamove ในการให้บริการสินเชื่อแบบใช้ข้อมูลประกอบการพิจารณา (Information-based…

‘ตำมั่ว’ ส้มตำพันล้าน

ความสำเร็จของ “ตำมั่ว” (Tummour) ร้านอาหารอีสานบนห้างสรรพสินค้าที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าอย่างกว้างขวางจนสามารถขยายสาขาแฟรนไชส์ไปแล้วกว่า 150 แห่ง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างยอดขายนับพันล้านบาทมาจากการทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และมันสมองของ “คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์” อดีตครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ผู้ผันตัวเองลุกขึ้นมาเปลี่ยนกิจการร้านอาหารอีสานของแม่ให้กลายเป็นเจ้าของร้านอาหารอีสานพันล้านในปัจจุบัน คุณศิรุวัฒน์ ชัชวาลย์ เจ้าของธุรกิจ “ตำ  มั่ว” วัย 40 ปี เข้ามาทำธุรกิจนี้เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว โดยพลิกโฉมร้านส้มตำบ้านๆ ในตึกแถวย่านปทุมธานีของคุณแม่ที่เปิดมากว่า 20 ปี สู่ร้านอาหารอีสานขึ้นห้างสไตล์สมัยใหม่ สวย สะอาด น่านั่ง แต่คงรสชาติจัดจ้านแบบอีสานแท้ๆ จนกลายเป็นเจ้าดัง ลูกค้าแน่นต้องเข้าคิวรอ คุณศิรุวัฒน์เคยเล่าย้อนถึงที่มาของตำมั่วว่า คุณแม่เปิดร้านอาหารอีสาน ชื่อ “นครพนมอาหารอีสาน” เป็นร้านห้องแถว 3 ห้อง อยู่ย่านปทุมธานี เปิดมานานกว่า 20 ปี ขณะที่ตนเองหลังรู้สึกอิ่มตัวกับงานประจำด้านโฆษณาที่ทำมากว่า 10 ปี จนอยากจะมีธุรกิจเป็นของตัวเอง จึงกลับมามองที่ร้านส้มตำของแม่ ที่แม้จะเป็นเจ้าดังในละแวกนั้นแต่คนจะจำชื่อร้านแทบไม่ได้เลย ส่วนใหญ่รู้จักหรือเรียกกันประมาณว่า “ร้านส้มตำป้าคนนั้น” ดังนั้น…

หากทำธุรกิจกับจีน….คุณพร้อมรับมือกฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีนหรือยัง?

ไม่ใช่แค่บ้านเราเท่านั้นที่กำลังจะมีกฏหมายไซเบอร์ฉบับใหม่ออกมา แต่ยักษ์ใหญ่จากแดนมังกรอย่างจีนก็กำลังจะมีกฏหมายลักษณะเดียวกันนี้ฉบับใหม่ออกมาเช่นกัน โดยจากการศึกษาพบว่า กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีนถือเป็นความท้าทายที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับสถาบันการเงินที่ดำเนินธุรกิจในประเทศจีน เนื่องจากพวกเขาจำเป็นต้องประเมินความเสี่ยงและเริ่มการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน สำหรับสถาบันการเงินดำเนินกิจการในประเทศจีน กฎระเบียบความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยสำหรับโลกไซเบอร์ที่ออกมาเป็นครั้งแรกของจีนจะต้องการให้ทุกระบบตอบสนองเหมือนกับที่เคยเห็นกันในช่วงปลายปี 1990 เมื่อบริษัท ต่างๆทำงานอย่างหนักเพื่ออัพเกรดคอมพิวเตอร์และโปรแกรมแอพพลิเคชันเพื่อรับมือกับปัญหา  Y2K   ความพยายามในการรับมือกับปัญหา Y2K ที่เกิดขึ้นทั่วโลกซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึง  300 พันล้านเหรียญสหรัฐได้รับการพิจารณาว่าเป็นเหตุการณ์ที่จะไม่เกิดซ้ำอีก แต่สำหรับผู้ที่ผ่านวิกฤติการณ์ Y2K กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีนกำลังทำให้เหตุการณ์นั้นย้อนกลับมาอีกครั้ง   สำหรับสถาบันต่างประเทศที่ดำเนินงานอยู่ในจีนและสถาบันในประเทศที่ดำเนินธุรกิจในต่างประเทศ กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์กำลังสร้างความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปริมาณงานและค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการประเมินระบบคอมพิวเตอร์ทั้งหมดเพื่อให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับกฏหมายดังกล่าว   ผลกระทบที่มีต่อสถาบันการเงิน สิ่งต่างจาก China Great Firewall ซึ่งควบคุมข้อมูลภายนอกที่ไหลเข้ามาในประเทศจีน กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์ถูกออกแบบมาเพื่อปกป้องการไหลของข้อมูลที่ไหลออกสู่โลกภายนอก กฎหมายซึ่งยังคงพัฒนาอยู่นั้นมีผลบังคับใช้กับผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่สำคัญทำให้สถาบันการเงินมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น   เมื่อรวมกับกฎหมาย แนวทาง และมาตรฐานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องซึ่งออกมาแล้วหรือร่างไว้แล้ว กฎหมายที่อิงตามหลักการกำหนดความรับผิดชอบใหม่ ๆ นอกเหนือจากการปกป้องความเป็นส่วนตัวในรูปแบบของ GDPR แล้ว ยังมีรายการมาตรการและข้อกำหนดในการปฏิบัติเพิ่มมากขึ้น ซึ่งนั้นหมายความว่าสถาบันการเงินต่าง ๆ ในจีนต้องรับมือด้วย   เหตุผลที่การปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์เป็นเรื่องท้าทาย กฎหมายความปลอดภัยทางไซเบอร์สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มระดับโลกที่กว้างขึ้นในการควบคุมกิจกรรมบนโลกไซเบอร์และต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลเสียต่อความปลอดภัยสาธารณะ ส่วนหนึ่งของวัตถุประสงค์คือเพื่อให้จีนปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับแนวปฏิบัติที่ดีที่สุดระดับโลกสำหรับความปลอดภัยทางไซเบอร์   แต่มีสิ่งที่ต้องทำมากกว่านั้น นอกจากนี้ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อใช้ในการควบคุมข้อมูลที่สร้างขึ้นใศจีนเพื่อยืนยันว่า«ภายในอาณาเขตของประเทศจีนอินเทอร์เน็ตอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของจีน»  …

โรงงานผลิตพืช…ก้าวที่ท้าทายของเกษตรกรยุค Smart Farming

จากปัญหาการทำการเกษตรในปัจจุบันที่ต้องเผชิญข้อจำกัดต่างๆ ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน พื้นที่ทางการเกษตรที่มีจำกัด ตลอดจนปัญหาแรงงานในภาคการเกษตรที่มีแนวโน้มลดลง ล้วนส่งผลต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตรที่ยากต่อการควบคุม ดังนั้น เทคโนโลยีการผลิตพืชสมัยใหม่ที่ทั่วโลกต่างให้ความสนใจอย่างมากคือ โรงงานผลิตพืช (Plant Factory) จึงเป็นเทคโนโลยีที่เข้ามาตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาดังกล่าว เพราะเป็นการผลิตพืชในรูปแบบใหม่ที่เป็นระบบปิด ซึ่งสามารถควบคุมการปลูกพืชได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งสภาพแสง ความชื้น อุณหภูมิ แร่ธาตุ ปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่พืชใช้ในการเจริญเติบโต รวมถึงสามารถกระตุ้นให้พืชหลั่งสารสำคัญ/สารออกฤทธิ์บางอย่างที่ต้องการ เพื่อเพิ่มอัตราการผลิตให้เป็นไปตามที่ต้องการได้และมีความสม่ำเสมอ มีมาตรฐานสูง ด้วยการใช้แสงไฟ LED เป็นแหล่งกำเนิดของแสง เนื่องจากให้ความร้อนน้อยกว่าและประหยัดไฟได้มากกว่าหลอดฟลูออเรสเซนส์ และยังสามารถเลือกสีของแสงได้ตามความต้องการของพืช ทำให้พืชมีสารที่ตอบสนองต่อความต้องการใช้งานได้ดี นับเป็นเทรนด์การปลูกพืชรูปแบบใหม่ของโลกที่น่าสนใจในการที่ไทยจะนำมาปรับใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับภาคเกษตรของไทยในอนาคต โรงงานผลิตพืช เป็นเทรนด์ของโลกด้านการเกษตรสมัยใหม่ที่หลายประเทศให้ความสนใจมากขึ้น จากการควบคุมการผลิตได้ด้วยเทคโนโลยี อีกทั้งเป็นการปลูกพืชในระบบปิด ทำให้ปราศจากโรคและแมลง ปลอดสารเคมี ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยสนับสนุนให้โรงงานผลิตพืชเป็นที่ต้องการของตลาดมากขึ้น ตามแนวโน้มความต้องการของผู้บริโภคที่หันมารักสุขภาพด้วยการบริโภคผักที่ปลอดภัยจากสารเคมี ผู้ป่วยที่ต้องการควบคุมสารอาหารต่างๆ เช่น ผักกาดขาวโพแทสเซียมต่ำ สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง เป็นต้น ตลอดจนสังคมผู้สูงอายุที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทำให้คาดว่าโรงงานผลิตพืชจะมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จากในปี 2561 มูลค่ายอดขายของตลาดโรงงานผลิตพืชของโลกอยู่ที่ราว 3.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 5.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในปี 2565…

ก.ล.ต. เตือนประชาชนการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง

ตามที่ปรากฏข่าวว่า มีประชาชนถูกหลอกให้ลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านเว็บไซต์และโซเชียลมีเดีย โดยอ้างว่าเป็นบริษัทรับขุดเหรียญดิจิทัล ซึ่งเป็นสาขาจากต่างประเทศ และมีที่ตั้งอยู่ในไทย ก.ล.ต. ขอเตือนให้ประชาชนใช้ความระมัดระวังอย่าหลงเชื่อโดยไม่ตรวจสอบความน่าเชื่อถือก่อน โดยการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง และอาจตกเป็นเหยื่อการหลอกลวงหรือแชร์ลูกโซ่ โดยผู้ชักชวนมักอ้างผลตอบแทนสูง เพื่อเร่งรัดการตัดสินใจ ซึ่งประชาชนควรระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการลงทุนดังกล่าว ทั้งนี้ ก.ล.ต. ได้เผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อให้ความรู้และเตือนภัยที่เกี่ยวข้องที่ไมโครไซต์ https://เสี่ยงสูง.com/ และผู้ที่มีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้ง Help Center ของ ก.ล.ต. ที่โทร.1207 โดยกรณีที่ตรวจพบว่า มีการกระทำผิดกฎหมาย ก.ล.ต. จะดำเนินการหรือประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป

SCBLIFE เอาจริงขับเคลื่อนองค์กรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม พร้อมแต่งตั้งประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานทรานส์ฟอร์เมชั่นคนใหม่

บริษัท ไทยพาณิชย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ประกาศแต่งตั้ง นายเทียน ชอน ฉั่ว ดำรงตำแหน่ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานทรานส์ฟอร์เมชั่น ควบรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานกลยุทธ์ นายเทียน ชอน ฉั่ว สั่งสมประสบการณ์และความชำนาญในอุตสาหกรรมประกันภัยมามากกว่า 18 ปี  เริ่มการทำงานกับบริษัท ไพร้ซวอเตอร์เฮาส์คูเปอร์ส ลอนดอน ในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านคณิตศาสตร์ประกันภัย และบริษัทประกันภัยเอชเอสบีซี ฮ่องกง ในฐานะผู้บริหารฝ่ายกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจซึ่งได้ช่วยขับเคลื่อนการขยายธุรกิจขององค์กรไปทั่วภูมิภาคเอเชีย  หลังจากนั้นได้ย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงฝ่ายกลยุทธ์ และการขาย ณ ประเทศอังกฤษ ดูแลรับผิดชอบด้านการบริหารงานฝ่ายปฏิบัติการในภาคพื้นยุโรป  ล่าสุดได้ย้ายไปร่วมงานกับบริษัทแอกซ่าประกันภัยในตำแหน่งผู้บริหารฝ่ายพัฒนาธุรกิจและพันธมิตรก่อนจะย้ายมาประจำ ณ ประเทศไทยในฐานะประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายทรานส์ฟอร์เมชั่นและกลยุทธ์ธุรกิจ กับ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) สำหรับตำแหน่งปัจจุบันที่ SCBLIFE นายเทียน ชอน ฉั่ว รับผิดชอบดูแลด้านกลยุทธ์การทรานส์ฟอร์เมชั่นองค์กร เน้นการผลักดันองค์กรให้เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและสมดุลในเรื่องสำคัญ อาทิ เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ (Technology/New Innovation) การบริหารงานโครงการสำคัญ (Project Management) การวิเคราะห์วิจัยธุรกิจ (Business…

ฟูจิตสีประเทศไทยสุดเจ๋ง พัฒนาโซลูชั่น DWOT ตอบโจทย์ Industrial 4.0 พร้อมส่งขายในต่างประเทศ

คุณไกวัลย์ บุญเสรฐ หัวหน้ากลุ่มงาน Digital Solution และ คุณคอง เษี่ยว เอี๊ยน ผู้อำนวยการฝ่าย Digital Innovations บริษัท ฟูจิตสึ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกันให้ข้อมูล เปิดตัวโซลูชันDWOT หรือ Digital Worker Operation Tracking ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยในการติดตามการทำงานของพนักงานหรือสินทรัพย์ในโรงงาน เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ช่วยรักษาชีวิตของพนักงานและกฏระเบียบของโรงงาน ช่วยติดตามประสิทธิภาพการทำงานหรือตรวจสอบทรัพย์สินป้องกันการสูญหายได้ เหมาะกับโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ขึ้นไป ทำให้ง่ายต่อการรับรู้ข้อมูล DWOT จะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ทั้งหมด คุณคองเปิดเผยว่า ต้นกำเนิดของโซลูชั่น DWOT นี้เกิดจากการสร้างโซลูชั่นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในยึค IoT และ Industrail 4.0 โดยมีลูกค้ารายแรกที่ประสบความสำเร็จกับโซลูชั่นนี้ได้แก่ บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ ปูนอินทรี หนึ่งในผู้ผลิตปูนซีเมนต์ชั้นนำของประเทศไทย ซึ่งได้ประกาศความสำเร็จ เปิดตัว “โรงงานดิจิทัลอัจฉริยะ” (Digital Connected Plant) แห่งแรกในประเทศไทยไปเมื่อต้นปี…

กรุงศรี จับมือ เคาน์เตอร์เซอร์วิส รับฝากเงินเข้าบัญชีกรุงศรีได้ที่ 7-Eleven ทุกสาขา ตลอด 24 ชั่วโมง

นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และ นายวีรเดช อัครผลพานิช รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด ร่วมเปิดตัว “บริการกรุงศรีอยู่นี่นะ” รับฝากเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงศรีที่เคาน์เตอร์เซอร์วิส ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ ตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษรับฟรีคูปองแทนเงินสด มูลค่า 5 บาท สำหรับซื้อสินค้าในร้าน 7- Eleven ณ สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 23 เมษายน 2562

กลุ่มธนาคารยูโอบี เปิดตัว TMRW ธนาคารดิจิทัลแห่งแรกของอาเซียน ไทยเป็นประเทศแรกที่จะได้ใช้

ครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียนกับการเปิดตัว TMRW (ทูมอโร) บริการธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบ ขับเคลื่อนโดยธนาคารยูโอบี ซึ่งไทยจะเป็นประเทศแรกที่ได้ใช้ TMRW ธนาคารบนโทรศัพท์มือถือสำหรับชาวมิลเลนเนียลในภูมิภาคอาเซียนที่มีความชอบและถนัดที่จะทำธุรกรรมบนโทรศัพท์มือถือได้ทุกที่ทุกเวลาไม่ว่าจะอยู่ที่ใด กลุ่มผู้บริโภคยุคดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียนซึ่งใหญ่เป็นอันดับสามรองจากจีนและอินเดีย คาดหวังที่ได้จะรับประสบการณ์ดิจิทัล ที่ง่ายและสะดวกในการจัดการด้านการเงินอย่างชาญฉลาด ดังนั้น TMRW จึงได้รับการออกแบบและพัฒนาบนความคิด “Different Generation, Different Solutions” เพื่อตอบรับความต้องการและไลฟสไตล์ของคนยุคดิจิทัล เพราะยุคสมัยที่ต่างกันต้องการโซลูชั่นที่แตกต่าง   TMRW จะทำให้บริการธนาคารง่ายขึ้น โปร่งใสกว่าเดิม พร้อมฟังก์ชั่นการบริการที่ผู้ใช้จะถูกใจและใช้บ่อยมากขึ้น โดยจะนำข้อมูลการใช้บริการที่ได้แปลเป็นข้อมูลเชิงลึกซึ่งจะเพิ่มประสบการณ์การธนาคารให้น่าสนใจและสนุกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยให้ลูกค้ารู้สึกสนใจและสนุกสนานกับการเก็บออมและใช้จ่ายเงินได้อย่างชาญฉลาด เมื่อลูกค้าทำธุรกรรมผ่าน TMRW มากขึ้นก็จะเรียนรู้ เข้าใจและคุ้นเคยมากขึ้น ทำให้สามารถนำเสนอสิ่งที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้นด้วยเช่นกัน ดร เดนนิส คู ผู้อำนวยการฝ่ายธนาคารดิจิทัลระดับภูมิภาค กลุ่มธนาคารยูโอบี กล่าวว่า ยูโอบี ออกแบบและพัฒนา TMRW ขึ้นโดยมีจุดประสงค์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการทางการเงินของคนยุคดิจิทัลในภูมิภาคอาเซียน “แม้ว่าภูมิภาคอาเซียนจะมีความหลากหลาย แต่คนยุคดิจิทัลในภูมิภาคมีความคาดหวังพื้นฐานจากบริการด้านดิจิทัลที่เหมือนกัน คือต้องการความเรียบง่ายและประสบการณ์การใช้งานที่น่าสนใจดึงดูดให้กลับมาใช้งานอีก ดังนั้นเราจึงทุ่มเทความพยายามและเวลาศึกษาเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้ากลุ่มมิลเลนเนียล ตลอดจนวิธีการที่พวกเขาใช้งานแอพพลิเคชั่นต่างๆ บนโทรศัพท์มือถือรวมถึงบริการดิจิทัลด้านอื่นๆ เมื่อได้ข้อมูลเชิงลึกดังกล่าวจึงเป็นที่มาของการพัฒนาและออกแบบ TMRW สำหรับคนมิลเลนเนียล โดยTMRWจะเป็นบริการธนาคารดิจิทัลเต็มรูปแบบที่จะทำให้ประสบการณ์การธนาคารเป็นเรื่องง่ายที่สุด ซึ่งดึงดูดให้ผู้ใช้สัมผัสกับประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่เหนือกว่าฟังก์ชั่นของดิจิทัลแบงกิ้งทั่วๆไป” และเพื่อให้สอดคล้องกับวัฒนธรรมที่หลากหลายในภูมิภาค TMRW…

Top