You are here
Home > News > 92.1% ของธุรกิจให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน ในกลยุทธ์สำนักงานอัจฉริยะแห่งอนาคต

92.1% ของธุรกิจให้ความสำคัญกับการเพิ่มประสิทธิภาพของพนักงาน ในกลยุทธ์สำนักงานอัจฉริยะแห่งอนาคต

Intelligent Workplace Report

NTT Ltd., ผู้ให้บริการเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก เปิดเผยรายงานด้านสำนักงานอัจฉริยะ ปี 2020 (Intelligent Workplace Report 2020) เกี่ยวกับการสร้างประสบการณ์แก่พนักงานเพื่อการทรานส์ฟอร์มของโลก   ‘Shaping Employee Experiences for a World Transformed’ ได้แสดงให้เห็นว่าการระบาดของเชื้อไวรัสครั้งใหญ่ทำให้เรื่องของความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพนักงานถูกยกขึ้นมาเป็นวาระแรกของการดำเนินธุรกิจ โดยระบุว่าเกือบสี่ในห้า (85.4%) ขององค์กรธุรกิจยอมรับว่าการทำงานที่บ้านในช่วงของการระบาด เป็นเรื่องท้าทายสำหรับพนักงานที่ต้องเผชิญกับปัญหาในการเชื่อมต่อและความไม่พร้อมของสถานที่ในการทำงาน เช่น การเชื่อมต่อแบนด์วิดธ์, ความรู้สึกโดดเดี่ยวในการทำงาน รวมถึงการขาดพื้นที่ทำงานที่เป็นส่วนตัว ซึ่งมีส่วนทำให้พวกเขารู้สึกเป็นกังวลในระหว่างการทำงาน องค์กรจึงต้องพิจารณาถึงกลยุทธ์ในทุกแง่มุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน โดยคำนึงถึงประสบการณ์ในด้านวัฒนธรรม, เทคโนโลยี และสถานที่ในการทำงาน

ผลการสำรวจจากผู้เข้าร่วมให้ความคิดเห็น 1,350 คน จาก 19 กลุ่มในตลาดภาคธุรกิจ พบว่า 92.1% ของผู้ตอบแบบสอบถามเชื่อว่าความต้องการของพนักงานจะเป็นหัวใจสำคัญของการออกแบบสถานที่ทำงานในอนาคต ซึ่งผลการวิจัยของเราแสดงให้เห็นว่า 80.8% ขององค์กรมองว่าพนักงานต้องการมีทางเลือกและความยืดหยุ่นในการทำงานในสำนักงานเพื่อให้สามารถทำได้อย่างปลอดภัย และ 92.1% ให้ความเห็นว่าการประชุมแบบพบหน้ากันเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความรู้สึก ที่ดีในการทำงานและเป็นทีมเวิร์ค รวมถึงการติดต่อกับลูกค้าด้วยเช่นกัน

ในขณะที่โลกยังคงปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายของโควิด-19 องค์กรต่างๆ จึงต้องพัฒนากลยุทธ์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเพื่อให้บริการและเพิ่มความสะดวกกับพนักงานที่ทำงานอยู่ตามสถานที่ต่างๆ ได้อย่างถาวร โดย 93% ขององค์กรตระหนักถึงคุณค่าของประสบการณ์ของพนักงานในฐานะผู้สร้างความแตกต่างเชิงกลยุทธ์เป็นสำคัญ มีเพียง 39.2% เท่านั้นที่พอใจกับขีดความสามารถที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

สำหรับในปัจจุบันมีธุรกิจเพียงหนึ่งในสาม (35.2%) ได้เปลี่ยนแปลงนโยบายด้านไอทีเพื่อช่วยให้พนักงานสามารถดำเนินงานในรูปแบบใหม่ๆ และอีกครึ่งหนึ่ง (51%) ได้ปรับใช้การเครื่องมือและรูปแบบการสื่อสารเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซึ่งในหลายๆ กรณีพนักงานถูกปล่อยให้ใช้อุปกรณ์และแอพพลิเคชั่นส่วนตัวทำให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งในความเป็นจริงมีเพียง 58.6% เท่านั้นที่เพิ่มขีดความสามารถด้านความปลอดภัยด้านไอทีเพื่อให้องค์กรและพนักงานมีความปลอดภัย

จอห์น ลอมบาร์ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ของ NTT Ltd. กล่าวว่า “การเชื่อมต่อกับพนักงาน –สุขภาพ และประสบการณ์ของพนักงาน – ต้องเป็นหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ในสำนักงานแห่งอนาคต การช่วยให้ผู้คนติดต่อกันและรักษาข้อมูลให้ปลอดภัยเป็นกุญแจสำคัญในการดูแลพนักงานและรักษาประสิทธิภาพและประสิทธิผล แต่สิ่งเหล่านี้ต้องได้รับการสนับสนุนจากการวางกลยุทธ์ในระยะยาวสำหรับการเปลี่ยนแปลงสู่ดิจิทัลด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงด้านนโยบาย และการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ มาใช้เพื่อให้พนักงานรู้สึกสบายใจกับการใช้แพลตฟอร์มแบบใหม่”

การกำหนดกลยุทธ์สำนักงานใหม่ในวันนี้เพื่อที่ทำงานในวันพรุ่งนี้

จากผลการวิจัยพบว่าเกือบครึ่งหนึ่ง (46.2%) ของธุรกิจกำลังทบทวนการออกแบบสำนักงานทั่วไปอยู่แล้ว และวิธีที่ดีที่สุดคือการปรับให้สอดคล้องกับความต้องการใหม่ของพนักงาน

ผู้ตอบแบบสอบถามค่อนข้างแบ่งขั้วว่าจะทำอย่างไรกับพื้นที่สำนักงาน โดยทั่วไปกว่าหนึ่งในสาม (34.4%) ของความเห็นผู้บริหารกลุ่ม C-suit ของทั่วโลก กล่าวว่าพวกเขาต้องการลดพื้นที่สำนักงาน แต่เกือบหนึ่งในสี่ (24.0%) มีแผนจะเพิ่มพื้นที่ ซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับว่าพื้นที่ทางกายภาพจะมีการใช้งานตามที่กำหนดและยืดหยุ่นมากขึ้นเพื่อจัดเตรียมสภาพแวดล้อมการทำงานร่วมกันที่ช่วยให้:

  • การเชื่อมต่อกับพนักงานที่อยู่กันคนละที่ : 54.9% จะติดตั้งการประชุมทางวิดีโอ / เชื่อมต่อการทำงานในระยะไกลร่วมกับพนักงานในออฟฟิศผ่านทางวิดีโอ
  • อำนวยความสะดวกในการสร้างสรรค์และการทำงานร่วมกัน: 42.3% จะใช้ความคิดสร้างสรรค์ / พื้นที่ในการคิด
  • ขับเคลื่อนการริเริ่มการทำงานตามกิจกรรม: กว่าหนึ่งในสี่ (26.5%) จะลดพื้นที่โต๊ะทำงานของแต่ละบุคคลโดยมีพื้นที่ประชุมเพิ่มขึ้น 29.9%

โซลูชั่นอัจฉริยะจะเพิ่มศักยภาพให้พนักงาน

ปัจจุบันนี้เราสามารถเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลและแอพพลิเคชั่นมากมาย แต่การนำเทคโนโลยีใหม่เหล่านี้มาใช้อย่างรวดเร็วอาจไม่ได้รับการสนับสนุนด้วยการฝึกอบรมที่เพียงพอเสมอไป ซึ่งการกระตุ้นให้พนักงานใช้เทคโนโลยีใหม่ได้นั้นสิ่งสำคัญคือต้องอธิบายให้ชัดเจนถึงผลประโยชน์ที่พวกเขาจะได้รับในแต่ละบุคคลโดยเฉพาะอย่างยิ่งหากพวกเขาต้องทำงานจากสถานที่ไกลๆ นอกสำนักงาน

มีธุรกิจเพียง 41.6% จากทั่วโลกที่สามารถเข้าถึงการวิเคราะห์สถานที่ทำงานเพื่อช่วยให้เข้าใจและประเมินจุดบกพร่องใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมต่อในการทำงานนอกสำนักงาน ด้วยการตรวจสอบว่าแอพพลิเคชั่นและคุณสมบัติต่างๆ ของผู้ใช้ผ่านการวิเคราะห์สถานที่ทำงาน ซึ่งธุรกิจสามารถเรียนรู้วิธีจัดลำดับความสำคัญ, การประยุกต์ใช้ และวัดผลกระทบ จากการฝึกอบรมเพื่อส่งผลเชิงบวกต่อการนำไปใช้, การดำเนินงาน และประสิทธิผล – ทั้งหมดนี้ก่อให้เกิดประสบการณ์แก่พนักงาน

องค์กรธุรกิจต้องวางรากฐานสำหรับประสบการณ์ของพนักงานในอนาคตตั้งแต่ตอนนี้

จากการปรับตัวให้เข้ากับการระบาดในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมามากกว่าครึ่ง (55.3%) จากกลุ่ม C-suite ทั่วโลก เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าขณะนี้ถึงเวลาแล้วที่จะสร้างสำนักงานแห่งอนาคต

ปราณา อนันด์ ผู้อำนวยการอาวุโสด้านสำนักงานอัจฉริยะ, เอเชียแปซิฟิกของ  NTT Ltd. เห็นด้วยกับความจำเป็นที่ธุรกิจต้องดำเนินการในตอนนี้ โดยระบุว่า “วิธีที่องค์กรธุรกิจต่างต่อสู้กับความท้าทายที่เกิดจาก COVID-19 และปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการทำงาน ซึ่งจะเป็นการวางรากฐานสำหรับอนาคตของการทำงานทั้งรุ่น โดยธุรกิจต้องตอบสนองด้วยความคล่องตัวและเป้าหมาย ซึ่งเรากำลังเห็นบริษัทต่างๆ ที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบเรียลไทม์เมื่อเทียบกับเดือนที่ผ่าน สำหรับผู้ที่นำหน้าเกมอยู่แล้วด้วยประสบการณ์ของพนักงาน – ความกล้าหาญ, การขับเคลื่อนด้วยข้อมูล การตัดสินใจที่เกิดขึ้นโดยมนุษย์ที่อยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งขึ้นมากในการสร้างวัฒนธรรมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน ทั้งนี้ การเพิ่มขีดความสามารถให้กับผู้คนและช่วยให้พวกเขาพบกับความสำเร็จมากขึ้นในการทำงานคือการส่งมอบคุณค่าให้กับองค์กรเหล่านี้”

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมสามารถเยี่ยมชมได้ที่ www.hello.global.ntt

Leave a Reply

Top