You are here
Home > News > ซิสโก้พัฒนารูปแบบการทำงานในอนาคต นำเสนอโซลูชั่นใหม่ รองรับการกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศอย่างปลอดภัย

ซิสโก้พัฒนารูปแบบการทำงานในอนาคต นำเสนอโซลูชั่นใหม่ รองรับการกลับเข้ามาทำงานในออฟฟิศอย่างปลอดภัย

1

ตั้งแต่การแพร่ระบาดเริ่มต้นขึ้นจนถึงขั้นตอนของการฟื้นฟูหลังจากที่วิกฤติผ่านพ้นไป ซิสโก้ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชน องค์กร และชุมชนต่างๆ ทั่วโลก เพื่อขับเคลื่อนการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่เอื้อประโยชน์แก่คนทุกกลุ่มอย่างทั่วถึง และภายใต้การดำเนินการดังกล่าว วันนี้ซิสโก้ได้เปิดตัวเทคโนโลยีและโซลูชั่นเฉพาะด้านที่จะช่วยให้บริษัทต่างๆ ปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานอย่างเหมาะสม และปกป้องดูแลพนักงานให้ปลอดภัย

ไม่ว่าเป้าหมายขององค์กรคือ การให้พนักงานกลับเข้าทำงานในออฟฟิศ หรือการพัฒนาระบบเพื่อรองรับการทำงานจากที่บ้าน หรือการทำงานในรูปแบบไฮบริด นวัตกรรมใหม่ของซิสโก้ รวมถึงโซลูชั่นที่หลากหลายด้านระบบเครือข่าย ระบบรักษาความปลอดภัย และการทำงานร่วมกัน ช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าในการสร้างสถานที่ทำงานที่น่าเชื่อถือ (Trusted Workplace) ซึ่งรองรับการกลับเข้าทำงานในออฟฟิศอย่างปลอดภัย รวมไปถึงการทำงานจากที่บ้านอย่างปลอดภัย โดยครอบคลุมตั้งแต่การสร้างระบบอัตโนมัติ การคุ้มครอง และการปรับขนาดการเชื่อมต่อเครือข่าย ไปจนถึงการตรวจสอบความหนาแน่นทางสังคม (Social Density) และระยะห่างเพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน และการเปิดโอกาสให้พนักงานได้ประชุมและทำงานร่วมกันอย่างปลอดภัยทุกที่ทุกเวลาที่ต้องการผ่านทาง Webex และอุปกรณ์สำหรับการทำงานร่วมกัน ซึ่งใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี AI, เซ็นเซอร์ และการแจ้งเตือน

รับชมวิดีโอนี้เพื่อสำรวจเทคโนโลยีล่าสุดของซิสโก้

ผลการศึกษาล่าสุดชี้ว่า:

  • พนักงานรู้สึกหวาดกลัวที่จะต้องกลับเข้าทำงานในออฟฟิศ โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 95% รู้สึกไม่สบายใจเกี่ยวกับการกลับเข้าทำงานในออฟฟิศ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดในปัจจุบัน1
  • พนักงานต้องการเครื่องมือที่ก้าวล้ำมากขึ้น โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 96% ต้องการเทคโนโลยีอัจฉริยะเพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมการทำงาน2
  • ควรให้ความสำคัญเพิ่มมากขึ้นต่อประสบการณ์ของพนักงาน โดยผู้ตอบแบบสอบถาม 86% ระบุว่าการเสริมสร้างขีดความสามารถให้กับพนักงานที่ทำงานนอกสถานที่เพื่อให้สามารถเข้าถึงแอพพลิเคชั่นได้อย่างไร้รอยต่อและทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพถือเป็นเรื่องสำคัญหรือสำคัญอย่างมาก โดยตัวเลขนี้อยู่ในระดับที่สูงถึง 95% สำหรับบริษัทที่มีพนักงาน 1000 คนขึ้นไป3

เพื่อตอบสนองความต้องการดังกล่าว องค์กรต่างๆ จึงพยายามมองหาหนทางที่จะปรับเปลี่ยนสถานที่ทำงานเพื่อรองรับการทำงานในรูปแบบไฮบริด และสร้างอนาคตการทำงานที่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมของทุกคน  ในการดำเนินการปรับเปลี่ยนดังกล่าว องค์กรจำเป็นที่จะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องของประสบการณ์การทำงานที่น่าเชื่อถือ น่าดึงดูดใจ และปรับเปลี่ยนได้สำหรับพนักงาน ลูกค้า ชุมชน และระบบนิเวศน์โดยรวม  ความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจถือเป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างมากต่อการปรับเปลี่ยนที่ว่านี้ โดยผลการศึกษาเปิดเผยว่า 90% ของผู้บริหารฝ่ายสารสนเทศและผู้มีอำนาจตัดสินใจด้านไอทีระบุว่า ในอนาคต ความคล่องตัวและความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจจะมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยกไม่ออก4 และจำเป็นที่จะต้องใช้เครื่องมือที่ช่วยเชื่อมต่อ ปกป้อง และสร้างระบบอัตโนมัติให้กับเทคโนโลยีและแอพพลิเคชั่นต่างๆ เพื่อรองรับการปรับเปลี่ยนอย่างกว้างขวาง และเชื่อมโยงบุคลากรและสถานที่ทำงานเข้าไว้ด้วยกัน ไม่ว่าบุคลากรจะทำงานอยู่ที่ใดก็ตาม

ซิสโก้นำเสนอโซลูชั่นที่ก้าวล้ำ พร้อมความเชี่ยวชาญที่เหนือกว่า เพื่อช่วยให้ลูกค้าปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสม โดยจัดหาเครื่องมือสำหรับการดำเนินการดังต่อไปนี้:

  • เสริมสร้างขีดความสามารถให้กับพนักงาน เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างปลอดภัยทุกที่ทุกเวลา บนทุกอุปกรณ์
  • รองรับการกลับเข้าทำงานในออฟฟิศอย่างปลอดภัย ด้วยการปรับเปลี่ยนพื้นที่สำนักงานและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เพื่อให้พนักงานทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสถานที่ทำงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งมีการคุ้มครองสุขภาพและสวัสดิภาพของพนักงาน
  • ทำลายอุปสรรคในเรื่องของภูมิภาคที่แตกต่างกัน บุคลิกภาพ (เช่น เป็นคนเก็บตัว หรือชอบเข้าสังคม) ภาษา และเครื่องมือ เพื่อให้ทุกคนสามารถติดต่อสื่อสารกันได้อย่างเต็มที่

นาย ทอดด์ ไนติงเกล รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายเครือข่ายและระบบคลาวด์องค์กรของซิสโก้ กล่าวว่า “ขณะที่องค์กรต่างๆ กำลังดำเนินการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับการกลับเข้าทำงานในออฟฟิศ ซิสโก้ได้ให้ความช่วยเหลือแก่ลูกค้าในการค้นหาโซลูชั่นที่เหมาะสมที่สุดสำหรับบุคลากร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่พนักงานทุกคน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานที่ทำงานในออฟฟิศ ทำงานจากที่บ้าน หรือบนท้องถนน  เรามุ่งมั่นที่จะนำเสนอโซลูชั่นที่เรียบง่าย คล่องตัว และยืดหยุ่น เพื่อให้องค์กรธุรกิจสามารถตอบโจทย์ความต้องการในปัจจุบัน และพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายในอนาคต”

จุดเด่นที่สำคัญมีดังนี้:

สถานที่ทำงานที่น่าเชื่อถือและการกลับเข้าทำงานในออฟฟิศอย่างปลอดภัย

  • เครื่องมือ Cisco Webex สำหรับการทำงานร่วมกัน รองรับการกลับเข้าทำงานในออฟฟิศได้อย่างปลอดภัย ด้วยความสามารถต่างๆ เช่น การค้นหาเส้นทาง ป้ายประชาสัมพันธ์ดิจิทัล การเรียกประชุมและการเข้าร่วมประชุมแบบไร้สัมผัส การแจ้งเตือนเกี่ยวกับความจุของห้อง เซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพแวดล้อม และอื่นๆ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบล็อกที่เกี่ยวข้อง
  • ชุดแอพพลิเคชั่น DNA Spaces Back to Business ให้ข้อมูลวิเคราะห์เกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งและข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อรองรับแนวทางขององค์กรในการให้พนักงานกลับเข้าทำงานในออฟฟิศอย่างปลอดภัย ด้วยฟีเจอร์ต่างๆ เช่น การรายงานเกี่ยวกับระยะห่าง และการตรวจสอบความหนาแน่นและการสัญจรในแบบเรียลไทม์ รวมถึงข้อมูลประวัติ ลูกค้าที่ใช้ Cisco Catalyst และ Meraki แบบไร้สายสามารถติดตั้ง DNA Spaces ได้อย่างง่ายดายภายในเวลาไม่ถึง 30 นาที และจะได้รับประโยชน์ทางธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรมในทันที  นับตั้งแต่ที่เริ่มวางจำหน่าย แอพพลิเคชั่น DNA Spaces Back to Business ได้รับการติดตั้งใช้งานในสถานประกอบการขององค์กรธุรกิจกว่า 50,000 แห่ง
  • แพลตฟอร์ม Cisco Meraki ซึ่งมุ่งเน้นระบบคลาวด์ ประกอบด้วยกล้องอัจฉริยะ MV สำหรับการตรวจสอบดูแลด้านความปลอดภัย ช่วยให้บุคลากร สถานที่ทำงาน โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ และคลังสินค้าได้รับการคุ้มครองอยู่เสมอ ด้วยการใช้ Meraki MV และ Cisco DNA Spaces ผู้จัดการอาคารจะสามารถตรวจสอบจำนวนคนที่เดินเข้า-ออกและคนที่อยู่ในอาคาร พร้อมด้วยข้อมูลวิเคราะห์ที่สามารถนำไปใช้ในการดำเนินการ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการใช้พื้นที่ เซ็นเซอร์ Meraki MT จะให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการตรวจสอบสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ตั้งแต่ระดับอุณหภูมิ ความชื้นและการรั่วไหล ไปจนถึงประตูและตู้ที่เปิด/ปิด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบล็อกที่เกี่ยวข้อง
  • Cisco Industrial Asset Vision ช่วยให้องค์กรธุรกิจตรวจสอบอุปกรณ์และอาคารสถานที่ได้อย่างง่ายดายโดยใช้เซ็นเซอร์ IoT เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้แก่พนักงาน โดยระบบตรวจสอบระยะไกลจะจัดหาข้อมูลแบบเรียลไทม์จากระบบไอทีและสภาพแวดล้อมในโรงงานอุตสาหกรรม และช่วยให้องค์กรธุรกิจทราบถึงตำแหน่งที่ตั้งของพนักงานและลดโอกาสการสัมผัสติดต่อกัน นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลจากพื้นที่สำนักงานและอุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งจะช่วยปรับปรุงการจัดการประสิทธิภาพและการซ่อมบำรุงอุปกรณ์
  • Workplace Zero Trust for Industrial Networks ยกระดับการรักษาความปลอดภัยสำหรับระบบไอทีและระบบเทคโนโลยีเชิงปฏิบัติงาน (OT) ช่วยให้องค์กรสามารถปกป้องการดำเนินงาน พร้อมรองรับการเข้าถึงระยะไกลและคลาวด์แอพพลิเคชั่นในสภาพแวดล้อมด้านอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จาก Cisco Cyber Vision และ Cisco ISE/DNA Center เพื่อสร้างโซนพื้นที่การผลิตที่น่าเชื่อถือ และช่วยให้แน่ใจว่านโยบายด้านความปลอดภัยไม่ทำให้กระบวนการด้านอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงักลง และท้ายที่สุดแล้ว จะสามารถรองรับการเข้าถึงเครือข่ายอย่างปลอดภัยและสอดคล้องกันสำหรับผู้ใช้และอุปกรณ์โดยใช้ข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบล็อกที่เกี่ยวข้อง

โซลูชั่นสำหรับการทำงานนอกสถานที่อย่างปลอดภัย

  • Cisco Secure Remote Worker เป็นโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยแบบครบวงจรที่ใช้งานง่ายและปรับขนาดได้อย่างยืดหยุ่น ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งและขอบเขตที่กว้างขวางให้กับแพลตฟอร์มของซิสโก้สำหรับการปกป้องบุคลากรที่ทำงานจากที่บ้านหรือนอกสถานที่ Cisco Secure Access by Duo จะตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้ทั้งหมดก่อนที่จะให้สิทธิ์การเข้าถึงแอพพลิเคชั่นขององค์กร และผู้ใช้แต่ละคนจะสามารถเข้าถึงเครือข่ายขององค์กรได้อย่างปลอดภัยทุกที่ทุกเวลา จากทุกอุปกรณ์ ด้วย Cisco AnyConnect Mobility Client (VPN)  นอกจากนี้ Cisco Umbrella จะทำหน้าที่ต่อสู้กับภัยคุกคามบนอินเทอร์เน็ต ขณะที่ Cisco Secure Email รองรับการปกป้องอีเมล และ Secure Endpoint คุ้มครองความปลอดภัยให้กับอุปกรณ์ปลายทาง  โซลูชั่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของ SecureX ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มคลาวด์เนทีฟแบบครบวงจรของซิสโก้
  • Cisco Managed Remote Access จากส่วนธุรกิจ Cisco Customer Experience (CX) ช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถใช้ประโยชน์จากความเชี่ยวชาญที่จำเป็นในการรองรับการทำงานจากที่บ้านหรือการทำงานแบบไฮบริดในระยะยาวได้อย่างปลอดภัย ด้วย Cisco Managed Remote Access องค์กรธุรกิจจะสามารถใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญด้าน CX ของซิสโก้ เพื่อสร้างและเพิ่มขนาด VPN โดยครอบคลุมระบบนิเวศน์ทั้งหมด และใช้บริการด้านการจัดการและการตรวจสอบดูแล ซึ่งทั้งหมดนี้ดำเนินการโดยซิสโก้
  • โซลูชั่น Seamless Collaboration for Secure Remote Work รองรับการทำงานในรูปแบบไฮบริด และระบบการทำงานที่ยืดหยุ่น ด้วยฟีเจอร์การโทรติดต่อ การประชุม และการรับส่งข้อความอย่างไร้รอยต่อ องค์กรจะสามารถเสริมศักยภาพให้กับทีมงาน เพื่อให้สามารถติดต่อสื่อสาร คิดค้นและนำเสนอไอเดียได้อย่างปลอดภัย โดยซิงค์กับแอพต่างๆ ที่ใช้งานเป็นประจำ ส่วนพัฒนาล่าสุดของ Webex จะมอบประสบการณ์แบบเฉพาะบุคคล ด้วยเลย์เอาต์ที่ปรับแต่งเป็นพิเศษ ฟีเจอร์ที่ก้าวล้ำสำหรับการโทรติดต่อ และโปรแกรมช่วยเหลืออัจฉริยะ Webex Assistant สำหรับการแปลภาษาแบบเรียลไทม์ การจดบันทึกแบบอัตโนมัติ รายการสิ่งที่จะต้องดำเนินการ และอื่นๆ  อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมในบล็อกที่เกี่ยวข้อง

นางสาวมาริเบล โลเปซ ผู้ก่อตั้งและหัวหน้านักวิเคราะห์ของ Lopez Research กล่าวว่า “องค์กรต่างๆ จำเป็นต้องดำเนินการปรับเปลี่ยนสถานที่ทำงานและรูปแบบการทำงานของบุคลากรท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งยังต้องรักษาประสิทธิภาพในการทำงานและหลีกเลี่ยงความยุ่งยากซับซ้อน  องค์กรที่ยังไม่ได้วางแผนที่จะปรับเปลี่ยนสู่ดิจิทัลต้องเริ่มต้นดำเนินการโดยเร็วที่สุด ส่วนองค์กรที่มีแผนอยู่แล้วก็ต้องรีบดำเนินการให้แล้วเสร็จ  เนื่องจากบุคลากรจำเป็นที่จะต้องสามารถเชื่อมต่อได้อย่างปลอดภัยจากทุกๆ ที่และบนทุกอุปกรณ์ ดังนั้นองค์กรธุรกิจจึงต้องเพิ่มความคล่องตัวในการดำเนินงาน และเร่งดำเนินการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล รวมทั้งสร้างระบบอัตโนมัติ ปรับปรุงระบบรักษาความปลอดภัย และจัดหาเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการทำงานร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อให้พนักงานและลูกค้าได้รับประสบการณ์การทำงานที่ไว้ใจได้”

 

Top