You are here
Home > News > แกร็บ ประกาศตั้งกองทุน “GrabForGood” มุ่งสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับ-ร้านค้า และสังคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แกร็บ ประกาศตั้งกองทุน “GrabForGood” มุ่งสนับสนุนพาร์ทเนอร์คนขับ-ร้านค้า และสังคมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

 แกร็บ โฮลดิ้งส์ ประกาศแผนการก่อตั้งกองทุนที่ชื่อว่า GrabForGood” หรือ “แกร็บเพื่อชีวิตที่ดีกว่า” เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการต่างๆโดยมุ่งสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับพาร์ทเนอร์คนขับ พาร์ทเนอร์ร้านค้า รวมถึงผู้คนในสังคมโดยรวมทั่วทั้งภูมิภาคเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวซึ่งมีมูลค่าตั้งต้นจากการประเมินมูลค่าในปัจจุบันอยู่ที่ 275 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นั้น ประกอบด้วย เงินสดจำนวน 50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และหุ้นของบริษัทซึ่งมีมูลค่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐฯ นอกจากนี้ แอนโทนี ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง ฮุยหลิงตัน ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท และหมิงหม่า ประธานบริษัท ยังได้ร่วมสมทบกองทุนดังกล่าวด้วยหุ้นบริษัทมูลค่ารวม 25 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากสินทรัพย์ส่วนตัวด้วย

“นับตั้งแต่วันแรกที่บริษัทได้ก่อตั้งขึ้น แกร็บยึดมั่นพันธกิจในการส่งเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจให้กับผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มาโดยตลอด การจัดตั้งกองทุน GrabForGood ในครั้งนี้ถือเป็นหนึ่งในความมุ่งมั่นที่แกร็บต้องการสานต่อเจตนารมณ์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับพาร์ทเนอร์ของเรา รวมถึงสังคมในวงกว้าง ทั้งยังสะท้อนถึงความตั้งใจในการสนับสนุนการสร้างการเติบโตให้กับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างยั่งยืน” แอนโทนี ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งแกร็บ กล่าว

แอนโทนี ตัน กล่าวเสริมว่า “ในช่วงเริ่มต้น กองทุน GrabForGood นี้จะถูกนำมาใช้กับโครงการเร่งด่วนอย่างการจัดหาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ในพื้นที่ที่ยังขาดแคลน และด้วยเจตนารมณ์ที่ต้องการมีส่วนในการพัฒนาและสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับประเทศที่แกร็บดำเนินธุรกิจอยู่ เราจึงวางแผนที่จะดำเนินโครงการหรือกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยสร้างรากฐานทางด้านเศรษฐกิจและสังคมเพื่อให้ผู้คนในสังคมเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขาผ่านกองทุนนี้ด้วย”

กองทุน GrabForGood จะมุ่งให้ความสำคัญกับการสนับสนุนการดำเนินโครงการต่างๆ เพื่อพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว อาทิ การส่งเสริมด้านการศึกษา การให้ความช่วยเหลือแก่กลุ่มคนหรือชุมชนที่มีข้อจำกัดในการเข้าถึงบริการทางการเงิน รวมถึงการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมด้วย โดยบริษัทจะจัดตั้งคณะกรรมการที่ปรึกษากองทุน (Fund Advisory Board) ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทนของพาร์ทเนอร์และชุมชนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการแสดงความคิดเห็นและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำทรัพย์สินจากกองทุนดังกล่าวเพื่อไปใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

Leave a Reply

Top