You are here
Home > News > ผลงาน 100 วัน ของโจ ไบเดนกับการผลักดันมาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐฯ

ผลงาน 100 วัน ของโจ ไบเดนกับการผลักดันมาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐฯ

หลังจากที่ โจ ไบเดน เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้มีการผลักดันมาตรการเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ได้รับผลกระทบอย่างมากจากการแพร่ระบาดของโควิด19 โดยมีการออกมาตรการเข้มข้นเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดพร้อมทั้งเร่งฉีดวัคซีนให้แก่ชาวอเมริกัน ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ สามารถกลับมาดำเนินการได้เป็นปกติมากขึ้น

นอกจากนี้ ได้มีการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทางการคลังขนาด 1.9 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้เศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่งในไตรมาส 1/2564 โดยเติบโตถึง 6.4% (QoQ annualized) ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่สูงสุดนับตั้งแต่ไตรมาส 3/2546 หากไม่นับรวมไตรมาส 3/2563 ที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์หลังจากมีการผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ และคาดว่าในปี 2564 เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะโตได้ 6.4% ทำให้ขนาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ กลับเข้าสู่ระดับช่วงก่อนเกิดโควิด ซึ่งมีอานิสงส์ช่วยขับเคลื่อนรายได้จากการส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ ปี 2564 ให้เติบโตที่ราว 7.8%

จากแถลงการณ์การแถลงผลงาน 100 วันแรก ของประธานาธิบดีโจ ไบเดน มีนัยต่อเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไปให้ยังมีความไม่แน่นอนสูง อย่างไรก็ตาม ในระยะสั้น ผลกระทบต่อไทย มีประเด็นดังนี้

  • ผลกระทบต่อตลาดเงินตลาดทุน จากแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนานใหญ่รอบใหม่ ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเฟดอาจจำเป็นต้องทยอยถอนนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายในระยะข้างหน้า ดังนั้น อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ จึงยังคงมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อย่างที่เคยเกิดขึ้นในไตรมาส 1/2564 ที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล 10 ปี แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนม.ค. 2563 ที่ 1.74% นอกจากนี้ หากประธานาธิบดี โจ ไบเดน ไม่สามารถผลักดันมาตรการขึ้นภาษีได้ จะส่งผลให้การขาดดุลทางการคลังของสหรัฐฯ ยิ่งพุ่งสูงขึ้น และก่อให้เกิดความกังวลในประเด็นความยั่งยืนทางการคลัง ซึ่งจะเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ นั้นปรับสูงขึ้น ซึ่งการที่อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ปรับตัวสูงขึ้นจะส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2562 ที่ 2.05% ในไตรมาส 1/2564 และคาดว่าสิ้นปีจะอยู่ที่ระดับ 1.90% ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการกู้ยืมนั้นเพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าเศรษฐกิจไทยจะยังไม่ฟื้นตัวดี
  • ผลกระทบต่อการส่งออก มาตรการต่างๆ ภายใต้การนำของประธานาธิบดี โจ ไบเดนในระยะ 100 วันแรก และสัญญาณบวกจากมาตรการหลังจากนี้ล้วนเป็นผลดีต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้น่าจะฟื้นตัวได้อย่างแข็งแกร่ง ซึ่งส่งผลต่อเนื่องมายังไทยโดยเฉพาะด้านการส่งออกที่สหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกหลักอันดับ 1 ของไทย โดยในปี 2564 การส่งออกของไทยมีโอกาสกลับมาเติบโตได้ดีกว่าที่คาดไว้ 7.8% ในปี 2564 มีมูลค่าส่งออก 35,909 ล้านดอลลาร์ฯ

Leave a Reply

Top