You are here
Home > Blockchain > ธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรภูฏานร่วมเป็นพันธมิตรกับริปเปิลเพื่อนำร่องสร้างสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) โดยใช้บล็อกเชนส่วนตัว

ธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรภูฏานร่วมเป็นพันธมิตรกับริปเปิลเพื่อนำร่องสร้างสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) โดยใช้บล็อกเชนส่วนตัว

ริปเปิล (Ripple) ผู้ให้บริการชั้นนำระดับเอ็นเตอร์ไพร์ซด้านโซลูชั่นบล็อกเชนและคริปโตสำหรับการชำระเงินข้ามพรมแดน ได้ประกาศความร่วมมือกับธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรภูฏาน (Royal Monetary Authority: RMA) เพื่อนำร่องสร้างสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) โดยใช้ระบบ CBDC Private Ledger ของ Ripple

การพัฒนาครั้งนี้จะเป็นส่วนต่อขยายจากระบบโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินในปัจจุบัน โดยธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรภูฏานจะนำร่องพัฒนาระบบการชำระเงินสำหรับธุรกรรมรายย่อยภาคธุรกิจและประชาชน การชำระเงินข้ามพรมแดน และธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงินจากตัวอย่างการใช้งานจริงสำหรับสกุลเงินงุลตรัมดิจิทัล โดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนที่ยั่งยืน (sustainable blockchain technology) ของ Ripple โครงการนี้จะช่วยเร่งภารกิจในการเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินในภูฏานถึง 85% ภายในปี 2566

“ความร่วมมือของเรากับริบเปิลเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงศักยภาพของสกุลเงินดิจิทัลธนาคารกลาง ในการจัดหาเครื่องมือทางเลือกสำหรับระบบการชำระเงินดิจิทัลที่ยั่งยืนในภูฏาน”  นายยางเชน ทชอกเยล (รองผู้ว่าการของธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรภูฏาน) กล่าว “เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของ Ripple จะช่วยให้สามารถผนวกรวมสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่มีอยู่เดิมของเราได้อย่างราบรื่น ในขณะเดียวกันก็สร้างความมั่นใจในระบบการโอนเงินข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่าใช้จ่ายอีกด้วย”

พันธกิจของธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรภูฏานในการพัฒนาระบบการชำระเงินที่ปลอดภัยและแข็งแกร่งนั้นเป็นไปตามเป้าหมายการเป็นผู้นำในด้านนวัตกรรมทางการเงิน โดยในปี 2562 ธนาคารกลางฯ ได้เปิดตัวระบบ Global Interchange for Financial Transactions (GIFT) ซึ่งจะเอื้อประโยชน์ต่อระบบการจัดการค่าใช้จ่ายสาธารณะทางอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำธุรกรรมระหว่างรัฐบาลและระบบการธนาคาร ความร่วมมือกับ Ripple ช่วยเปิดทางให้ภูฏานสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการให้บริการทางการเงินที่ทันสมัยได้

นอกจากนี้ ราชอาณาจักรภูฏานยังมีแนวคิดไปในทิศทางเดียวกันกับ Ripple ในด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในฐานะประเทศแห่งเดียวในโลกที่ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนเลย CBDC Private Ledger ซึ่งอิงระบบ XRP Ledger แบบโอเพนซอร์สและเป็นสาธารณะที่ไม่มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนเพิ่ม จึงมีประสิทธิภาพมากกว่า Proof-of-Work บล็อกเชนอื่นๆ ที่ใช้งานกันถึง 120,000 เท่า ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ CBDC Private Ledger ยังช่วยให้ธนาคารกลางอย่างธนาคารกลางแห่งราชอาณาจักรภูฏานมีความปลอดภัย ให้การควบคุม และเพิ่มความยืดหยุ่นที่จำเป็นในการปรับใช้กลยุทธ์สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง โดยไม่กระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินและวัตถุประสงค์ของนโยบายการเงิน

“เราไม่มีอะไรตื่นเต้นไปกว่านี้อีกแล้วที่ได้เป็นพันธมิตรกับราชอาณาจักรภูฏานในความร่วมมือทางด้านสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง และสนับสนุนค่านิยมร่วมกันของเราในการสร้างผลลัพธ์เชิงประจักษ์ที่ยั่งยืนและครอบคลุมการเข้าถึงบริการทางการเงินที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน” เจมส์ วอลลิส, รองประธานฝ่ายความร่วมมือธนาคารกลางของ Ripple กล่าว “นอกจากจะมอบสิ่งที่จำเป็นสำหรับการสร้างสกุลเงินดิจิทัลธนาคารกลางอย่างครบวงจรแล้ว โซลูชันของ Ripple ยังมอบฟังก์ชันการทำงานร่วมกันกับระบบอื่นๆ ที่เหนือชั้นและจำเป็นสำหรับการประยุกต์ใช้ระบบการชำระเงินข้ามพรมแดนของธนาคารกลางต่างๆ อีกด้วย”

ด้วย CBDC Private Ledger ของ Ripple ทำให้ธนาคารกลางสามารถเข้าถึงเครือข่ายระบบบันทึกรายการธุรกรรมของสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางอื่นๆ จึงช่วยให้สามารถทำงานร่วมกันในการชำระเงินได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในขณะเดียวกันก็รับประกันได้ถึงความเป็นอิสระทางการเงินและการพึ่งพาเทคโนโลยี

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ CBDC Private Ledger โปรดเข้าชมได้ที่ Ripple Insights

Leave a Reply

Top