You are here
Home > News > อาร์ทีบีฯ โชว์ผลประกอบการ 9 เดือน โตสวนกระแสเศรษฐกิจ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมและช่องทางออนไลน์ที่เติบโต

อาร์ทีบีฯ โชว์ผลประกอบการ 9 เดือน โตสวนกระแสเศรษฐกิจ ด้วยพอร์ตโฟลิโอที่ครอบคลุมและช่องทางออนไลน์ที่เติบโต

บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด โชว์ผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2564 รายได้รวม 9 เดือน กว่า 600 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59% สวนกระแสเศรษฐกิจ ด้วยการมีสินค้าที่ครอบคลุมความต้องการแห่งอนาคตและกระแสการทำงานและการเรียนหนังสือจากที่บ้าน ดันความต้องการสินค้าในกลุ่มดิจิตอลไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ (Modern Digital Lifestyle) และกลุ่มอุปกรณ์สื่อสารระบบดิจิตอลสำหรับองค์กรสมัยใหม่ (Modern Work Place) เพิ่มขึ้น พร้อมรุกหนักช่องทางออนไลน์ครอบคลุมทุกช่องทาง โดยส่งนวัตกรรมหูฟัง True Wireless ภายใต้แบรนด์ “Jabra” (จาบร้า) 2 รุ่นใหม่ “Jabra Elite 7 Pro” และ “Jabra Elite 7 Active” ลุยตลาดไตรมาส 4 ที่โดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวน พร้อมการออกแบบใหม่ในขนาดกะทัดรัดเพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการใช้งานยิ่งขึ้น เชื่อดันรายได้ปี 64 ทะลุ 800 ล้านบาท

ดร.บรรพต วัฒนสมบัติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา ถือเป็นปีที่ท้าทายสำหรับการดำเนินธุรกิจอย่างมาก เพราะต้องเผชิญกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงหลายด้านๆ ส่งผลต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อย่างไรก็ตามในปี 2564 นี้ อาร์ทีบีฯ ได้ปรับตัวและมุ่งการทำการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ ทำให้การเติบโตเป็นไปอย่างน่าพอใจ โดยผลประกอบการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีรายได้รวม 600 ล้านบาท หรือ เติบโตเพิ่มขึ้น 59% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2563 ซึ่งเป็นผลมาจากการมีพอร์ตโฟลิโอของประเภทสินค้าและแบรนด์ที่เป็นสินค้าแห่งอนาคต ซึ่งในแต่ละประเภทสินค้าที่บริษัทฯถืออยู่ส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงที่กำลังเติบโตทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นหูฟังทรูไวร์เลส, ลำโพงไร้สาย, อุปกรณ์เกมมิ่ง หรืออุปกรณ์ดิจิตอลสำหรับสำนักงาน และสินค้าประเภท Work From Home นอกจากนี้ยังมีการปรับตัวให้สอดรับกับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา ประกอบกับการเพิ่มช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์มากขึ้น รวมทั้งได้มีการเพิ่มแบรนด์สินค้าใหม่ๆที่มีคุณภาพและทันสมัยหลากหลายแบรนด์ นอกจากนี้ยังได้เป็นตัวแทนจำหน่าย Accessories ของ Apple อีกด้วย

โดยในช่วงปี 2563 กลุ่มหูฟังที่เป็นทรูไวร์เลสมีการชะลอตัวในช่วงแรกๆของการปิดประเทศ เนื่องจากผู้บริโภคไม่จำเป็นต้องใช้หูฟังเมื่ออยู่บ้าน แต่ในปี 2564 นี้ ผู้บริโภคเริ่มกลับมาซื้อหูฟังประเภทนี้มากขึ้น เพื่อใช้ทั้งความบันเทิงและการ Work From Home เพราะหูฟังทรูไวร์เลสมีประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับกระแสโลกที่ปีนี้หูฟังทรูไวร์เลสมีการเติบโตอยู่ที่ 33% ล่าสุด อาร์ทีบีฯ จึงมีแผนรุกตลาดหูฟัง True Wireless ด้วยการส่งสุดยอดนวัตกรรมหูฟัง True Wireless จากแบรนด์ “Jabra” (จาบร้า)  ลุยตลาดพร้อมกันถึง 2 รุ่น ได้แก่ Jabra Elite7 Pro และ Jabra Elite7 Active

ดร.บรรพต กล่าวเพิ่มเติมว่า “ปี 2565 ยังต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่แน่นอนหลายอย่าง ส่งผลให้แนวทางการทำธุรกิจต้องระมัดระวังและรอบคอบมากขึ้น โดยในปีหน้ามีแผนจะนำนวัตกรรมหูฟังและอุปกรณ์เสริมใหม่ๆเข้ามาเสริมพอร์ตมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เน้นดิจิตอลไลฟ์สไตล์, อุปกรณ์ Work From Home และอุปกรณ์เกมมิ่ง เพื่อตอบรับเทรนด์การทำงานแบบ Hybrid รวมถึงเพิ่มช่องทางออนไลน์ให้ครอบคลุมทุกแพลตฟอร์มเพื่อเข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น โดยมั่นใจว่าจากการปรับตัวเองอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการส่งนวัตกรรมใหม่เข้ามาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคไม่หยุดนิ่ง จะทำให้สิ้นปีนี้ยอดขายของอาร์ทีบีฯ จะเติบโตเกิน 60%

นางสาววิมลมาลย์  วัฒนสมบัติ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท อาร์ทีบี เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า “Jabra” (จาบร้า) เป็นแบรนด์ที่มีความเชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ที่เกี่ยวกับหูฟังบลูทูธมาอย่างยาวนาน และไม่เคยหยุดนิ่งในการคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้ได้หูฟังที่มีคุณภาพและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความต้องการ ทำให้ “Jabra” (จาบร้า) มี Brand Awareness ที่มีความแข็งแกร่งและเป็นที่ชื่นชอบของคนรักหูฟังในประเทศไทย โดยหูฟัง True Wireless ทั้ง 2 รุ่นได้รับการออกแบบขึ้นใหม่เพื่อให้คอเพลงที่ต้องการหูฟังคุณภาพสูงและมีความสะดวกคล่องตัวในการใช้งานมากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับ Jabra Elite7 Pro เป็นสุดยอดหูฟัง True Wireless ชูนวัตกรรมเหนือชั้นกับ Jabra MultiSensor Voice™ ที่ทำงานร่วมกันระหว่าง Bone Conduction Technology ซึ่งจับการสั่นสะเทือนของกราม ผสานกับไมโครโฟนรับเสียง 4 ตัว และตัวอัลกอริทึมอัจฉริยะของ “Jabra” (จาบร้า) ทำให้ประสิทธิภาพการคุยให้ชัดเจนเหนือชั้นมากที่สุด โดยระบบตรวจจับการเคลื่อนไหวของกรามที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ด้วย Bone Conduction จะช่วยให้เสียงระหว่างสนทนาชัดเจนที่สุด เมื่อเผชิญกับเสียงลม ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ของหูฟังขนาดเล็ก นอกจากนั้น  Jabra Elite 7 Pro ยังปรับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันทั้งรูปทรงและฟังก์ชั่นการใช้งาน เพื่อมอบประสบการณ์การฟังเพลงอย่างเต็มอรรถรสยิ่งขึ้นกว่าเดิม  โดดเด่นด้วยระบบตัดเสียงรบกวน ANC แบบ Feedforward เพื่อเพิ่มสุนทรียภาพในการฟังเพลงและประสิทธิภาพในการคุยโทรศัพท์ รวมถึงมาพร้อมเสียงที่ทรงพลังด้วยลำโพงขนาด 6 มม. ที่มีฟังก์ชั่น HearThrough ที่ทำให้คุณได้ยินเสียงจากภายนอกโดยไม่ต้องถอดหูฟังให้เสียงเวลา ช่วยให้ไม่พลาดทุกการติดต่อและปลอดภัยเมื่ออยู่บนท้องถนน ขณะเดียวกันตัวหูฟังยังออกแบบเอียร์บัดใหม่ให้มีขนาดกะทัดรัดกว่ารุ่น Elite 75t ถึง 16% โดยใช้ข้อมูลจากการสแกนใบหูถึง 62,000 ใบหู ทั้งยังมีความทนต่อละอองน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP57 ในขณะที่ยังรองรับการทำงานร่วมกับแอปฯ Jabra Sound+ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงต่างๆให้เหมาะกับหูของแต่ละคนได้ดียิ่งขึ้น (My Sound+My Fit) ผ่านมือถือได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 8 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC และอยู่ได้นาน 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ พร้อมรองรับการชาร์จเร็วด้วย USB-C โดยชาร์จแค่ 15 นาที สามารถฟังเพลงได้นานอีก 60 นาที ให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องไม่มีสะดุดอีกด้วย   โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Titanium / Gold Beige / Black พร้อมวางจำหน่ายในราคา 7,790 บาท

ขณะที่ Jabra Elite7 Active เป็นหูฟัง True Wireless ระดับพรีเมี่ยมที่มาพร้อมเทคโนโลยี Jabra ShakeGrip™ ในการผลิตตัวหูฟังที่ไร้รอยต่อ โดยยางซิลิโคนเหลว (Liquid Silicon) จะช่วยเพิ่มการยึดเกาะให้หูฟังไม่หลุดง่ายแม้ในขณะเคลื่อนไหวและยังให้ความทนทาน กันน้ำ กันเหงื่อ เหมาะสำหรับคนรักเสียงเพลงที่ชื่นชอบการออกกำลังกายในดีไซน์ที่กะทัดรัด นอกจากนี้ยังมาพร้อมเสียงที่ทรงพลังด้วยลำโพงขนาด 6 มม. ผสานเทคโนโลยีระบบตัดเสียงรบกวนแบบ ANC แบบ Feedforward จึงทำให้เสียงมีความคมชัดทุกสถานการณ์ ขณะเดียวกันยังมาพร้อมไมโครโฟน 4 ตัวและรองรับการเชื่อม Bluetooth 5.2 รวมถึงมีฟังก์ชั่น HearThrough ที่ทำให้คุณได้ยินเสียงจากภายนอกโดยไม่ต้องถอดหูฟังให้เสียเวลา ช่วยให้ไม่พลาดการติดต่อ และปลอดภัยเมื่ออยู่บนท้องถนน ยิ่งไปกว่านั้น ตัวหูฟังยังออกแบบให้ทนต่อละอองน้ำและฝุ่นตามมาตรฐาน IP57 พร้อมรองรับการทำงานร่วมกับแอปฯ Jabra Sound+ เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับแต่งเสียงต่างๆ ผ่านมือถือได้ด้วยตัวเองอย่างง่ายดาย แบตเตอรี่รองรับการใช้งานได้ยาวนานต่อเนื่อง 8 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC และอยู่ได้นาน 30 ชั่วโมงเมื่อใช้ร่วมกับเคสชาร์จ และยังรองรับการชาร์จเร็วด้วย USB-C โดยชาร์จแค่ 10 นาที สามารถฟังเพลงได้นานอีก 90 นาที โดยมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ Black / Navy และ Mint  พร้อมวางจำหน่ายในราคา 6,790  บาท

Leave a Reply

Top