You are here
Home > Investor > กรุงศรี เตรียมออกตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.30% ต่อปี เสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ 3-16 พ.ย.นี้

กรุงศรี เตรียมออกตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.30% ต่อปี เสนอขายผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ 3-16 พ.ย.นี้

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน)) เตรียมออกและเสนอขายตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 หรือ “ตราสารเงินกองทุน” อายุ 10 ปี อัตราดอกเบี้ย 4.30% ต่อปี ให้แก่ผู้ลงทุนรายใหญ่ และ/หรือผู้ลงทุนสถาบัน ในระหว่างวันที่ 3-16 พฤศจิกายนนี้ เผยเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่มองหาโอกาสลงทุนในตราสารที่ออกโดยสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง

โดยตราสารเงินกองทุนนี้ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA(tha) แนวโน้ม “มีเสถียรภาพ” จาก ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ของไทยด้านสินทรัพย์ สินเชื่อ และเงินฝาก และเป็นสถาบันการเงินในเครือ MUFG ซึ่งเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า กรุงศรี กำลังอยู่ระหว่างยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) เพื่อขอออกและเสนอขายตราสารด้อยสิทธิเพื่อนับเป็นเงินกองทุนประเภทที่ 2 ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) โดยตราสารดังกล่าวเป็นตราสารเงินกองทุนชนิดระบุชื่อผู้ถือ ประเภทด้อยสิทธิ และไม่มีประกัน ไม่มีผู้แทนผู้ถือตราสารเงินกองทุน อายุ 10 ปี ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2575 อัตราผลตอบแทน 4.30% ต่อปี ซึ่งจะเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือ ผู้ลงทุนรายใหญ่ ระหว่างวันที่ 3-16 พฤศจิกายน 2565

สำหรับตราสารเงินกองทุนชุดนี้ ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ AA(tha) จากบริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2565 แนวโน้มอันดับเครดิต “มีเสถียรภาพ” สะท้อนความแข็งแกร่งของธนาคาร ในฐานะกลุ่มธุรกิจการเงินที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 5 ในระบบเศรษฐกิจไทยจากมูลค่าสินทรัพย์ สินเชื่อและเงินรับฝาก และเป็นหนึ่งในสถาบันการเงินที่มีความสำคัญเชิงระบบ (D-SIB) โดย ณ สิ้นวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ธนาคารมีสินเชื่อรวม 1.95 ล้านล้านบาท เงินรับฝาก 1.82 ล้านล้านบาท และสินทรัพย์รวม 2.6 ล้านล้านบาท ขณะที่เงินกองทุนของธนาคารอยู่ที่ 292.34 พันล้านบาท หรือเทียบเท่า 17.59% ของสินทรัพย์เสี่ยง โดยเป็นเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นของเจ้าของคิดเป็น 12.82%

ปัจจุบัน กรุงศรี เป็นสถาบันการเงินในเครือมิตซูบิชิ ยูเอฟ เจ ไฟแนนเชียล กรุ๊ป (MUFG) ซึ่งเป็นกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และเป็นหนึ่งในกลุ่มสถาบันการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยเครือข่ายสำนักงานกว่า 2,400 แห่ง ในกว่า 50 ประเทศทั่วโลก ซึ่งนอกจากจะมีความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเงินแล้ว กรุงศรี และ MUFG ยังร่วมกันเดินหน้าเพิ่มศักยภาพในการให้บริการกับลูกค้า ด้วยการพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน และบริการเสริมศักยภาพทางธุรกิจครบวงจร เพื่อสร้างฐานเวทีใหม่ในระดับภูมิภาคหรือระดับโลกให้กับธุรกิจของลูกค้า ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของกรุงศรี เข้ากับความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายระหว่างประเทศของ MUFG เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกมิติ

ทั้งนี้ กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ) รายงานผลประกอบการครึ่งแรกของปี 2565 ว่า มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานตามปกติจำนวน 15,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.6% หรือจำนวน 2,390 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2564 ขณะที่เงินให้สินเชื่อรวม เพิ่มขึ้น 3.1% หรือจำนวน 58,344 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 และเงินรับฝาก เพิ่มขึ้น 2.2% หรือจำนวน 39,873 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 ขณะที่ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับตัวดีขึ้นอยู่ที่ 3.36% จาก 3.08% ในช่วงครึ่งแรกของปี 2564 สะท้อนความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างมีศักยภาพของธนาคาร

สำหรับผู้ลงทุนรายใหญ่ และ/หรือ ผู้ลงทุนสถาบัน ที่สนใจจองซื้อตราสารเงินกองทุน ซึ่งจะเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท จำนวนจองซื้อขั้นต่ำ 100,000 บาท สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มได้ที่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทุกสาขา ทั่วประเทศ

คำเตือน: โปรดทำความเข้าใจในลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน การลงทุนมีความเสี่ยงผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุน ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถศึกษารายละเอียดได้จากแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนที่ www.sec.or.th

หมายเหตุ: บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นแบบแสดงรายการข้อมูลและร่างหนังสือชี้ชวนต่อสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งยังไม่มีผลใช้บังคับ

Top