You are here
Home > Author: Article Admin (Page 3)

แนวทางบริหารจัดการเครือข่ายไร้สาย ติดตั้งระบบในองค์กรหรือใช้คลาวด์ดี?

ในปัจจุบัน อุปกรณ์ที่เราใช้ในชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นแล็ปท้อป สมาร์ทโฟน แท้ปเล็ตจะมีชิปเซ็ทรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายเข้ากับอินเทอร์เน็ตอยู่ในตัวเรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้ การ์ทเนอร์ (Gartner) คาดว่า ตลาดองค์กรและยานยนต์จะมีอุปกรณ์เชื่อมโยงผ่านอินเทอร์เน็ตในตัว (Internet of Things: IoT) จะเติบโตเป็น 5.8 พันล้านชิ้นในปีคศ.  2020 เพิ่มขึ้น 21% จากปีคศ. 2019 ซึ่งคาดว่าจะมีผู้ใช้งาน 4.8 พันล้านคน เพิ่มขึ้น 21.5% จากปีคศ. 2018 และในปัจจุบัน อินเทอร์เน็ตเองนับวันจะกลายเป็นบริการพื้นฐานเหมือนบริการสาธารณูปโภคทั่วไป   ดังนั้น หมายความว่า จะมีจำนวนอุปกรณ์โมบายที่จะเชื่อมต่อเข้ามาในเครือข่ายขององค์กรมากขึ้นอีกมาก  องค์กรจะต้องพิจารณาเลือกใช้เครือข่ายที่เหมาะสมเพื่อรองรับความต้องการมากมายเหล่านั้น ให้มีการเชื่อมต่อที่สม่ำเสมอราบรื่น ให้แบนด์วิดท์สูง ความเร็วสูง   วิวัฒนาการของสถาปัตยกรรมโครงข่าย WLAN องค์กรมักมีคำถาม  ว่าควรจัดเครือข่ายไร้สาย  (WLAN: Wireless LAN) ตั้งที่สำนักงาน (On-premises WLAN) และใช้อุปกรณควบคุมอุปกรณ์ไร้สาย (Wireless LAN Controller) ดี? หรือบริหารผ่านคลาวด์…

นวัตกรรมมทร.ธัญบุรี ดังไกลเอกชนญี่ปุ่นซื้อลิขสิทธิ์ เครื่องผลิตฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำ

    นวัตกรรมอาจารย์ มทร.ธัญบุรี โด่งดังไกล เอกชนญี่ปุ่นขอซื้อลิขสิทธิ์ “เครื่องผลิตฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำ” ทำสเปรย์น้ำแร่ฮอกไกโด ผศ.ดร.สรพงษ์ ภวสุปรีย์ อาจารย์สาขาวิศวกรรมวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี เปิดเผยว่า ตนได้ร่วมกับศิษย์เก่าของคณะ และภาคเอกชนช่วยกันออกแบบสร้างเครื่อง “ผลิตฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำ” หรือนาโนไมโครบับเบิ้ลเพื่อใช้เพิ่มประสิทธิภาพการเร่งปฏิกิริยาโดยใช้แสง สู่การผลิตสเปรย์น้ำแร่จากฮอกไกโด และผลิตภัณฑ์สเปรย์ดับกลิ่นรองเท้าจากน้ำแร่ไทย ซึ่งเครื่อง“ผลิตฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำ” นี้ ได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ “Fine Bubbles Technology” เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต โดยการทำให้เกิดน้ำฟองอากาศนาโน คือ น้ำที่มีฟองอากาศขนาดเล็กระดับนาโน/ไมโครเมตร ซึ่งตนได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและวิจัยร่วมกับ มหาวิทยาลัยเกียวโต (Kyoto University) ประเทศญี่ปุ่น มาประยุกต์ใช้ในงานวิจัย โดยได้ออกแบบสร้างเครื่อง และทดลองผลิตภัณฑ์ ด้วยวิธีการเตรียมฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำ เพื่อเพิ่มปริมาณออกซิเจนในน้ำ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่ายิ่งในน้ำมีออกซิเจนมากเมื่อนำน้ำมาใช้กับร่างกายส่วนใดก็จะเกิดผลดี โดยเฉพาะกับผิวพรรณ ผศ.ดร.สรพงษ์ กล่าวอีกว่า สำหรับเครื่องผลิตฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำ จะมีกระบวนการช่วยควบคุมค่าปริมาณออกซิเจนให้เพิ่มขึ้นได้ 1 – 7 เท่าของวัตถุดิบน้ำตั้งต้น มีขนาดของฟองอากาศระดับนาโน ซึ่งขณะนี้ตนได้จดสิทธิบัตรเครื่องผลิตฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้วในนามของ มทร.ธัญบุรี และได้ต่อยอดในเชิงพาณิชย์ด้วยการนำเครื่องผลิตฟองอากาศขนาดเล็กในน้ำนี้มาในผลิตผลิตภัณฑ์ โซร่า เฟรช ฮอกไกโด…

ฟูจิตสึเปิดตัวแพลตฟอร์มประมวลผลข้อมูลสตรีม เร่งการใช้บิ๊กดาต้าสำหรับธุรกิจยานยนต์

บริษัท ฟูจิตสึ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการเปิดตัวแพลตฟอร์มการประมวลผลข้อมูลสตรีม (Stream Data Processing Platform) สำหรับผู้ให้บริการ เพื่อขยายขีดความสามารถในการใช้ข้อมูลบิ๊กดาต้า (Big Data) ที่เก็บรวบรวมจากรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อเครือข่าย แพลตฟอร์มใหม่เพิ่มความสะดวกในการวิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เทคโนโลยีการประมวลผลข้อมูลของฟูจิตสึ นั่นคือ Dracena (1) ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมการประมวลผลสตรีมที่สามารถเพิ่มหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหา ขณะที่ประมวลผลข้อมูล IoT จำนวนมาก โดยไม่มีการหยุดชะงัก  แพลตฟอร์มใหม่นี้ช่วยให้สามารถจัดการและประมวลผลข้อมูลสำหรับบุคคลและวัตถุต่างๆ เช่น คนเดินเท้า รถยนต์ ถนน และอาคาร ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องในโลกของความเป็นจริง จึงช่วยให้สามารถจำลองสถานการณ์รอบข้างในรูปแบบดิจิทัล โดยครอบคลุมถึงรถคันอื่นๆ  นอกจากนี้ การประมวลผลข้อมูลอย่างต่อเนื่องยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มและเปลี่ยนแปลงบริการต่างๆ ได้อย่างยืดหยุ่น โดยไม่มีปัญหาเรื่องการหยุดชะงัก เช่น การคาดการณ์เกี่ยวกับอันตรายในแบบเรียลไทม์สำหรับรถยนต์ที่เชื่อมต่อกับระบบ และในอนาคต ฟูจิตสึมีแผนที่จะเปิดตัวบริการดังกล่าวในต่างประเทศ รวมถึงทวีปอเมริกาเหนือและยุโรป ความเป็นมา ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการเดินทางกำลังอยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในรอบศตวรรษ และตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นไป จำนวนรถยนต์ที่เชื่อมต่อเครือข่ายจะเพิ่มขึ้นอย่างเท่าทวีคูณ และข้อมูลบิ๊กดาต้าจากรถยนต์ที่มีการเชื่อมต่อ เช่น รูปภาพจากเซ็นเซอร์ในรถยนต์ และข้อมูล CAN (2) จะมีบทบาทสำคัญในการรองรับบริการด้านการเดินทาง เช่น การตรวจสอบสภาพจราจร แผนที่ การประกันภัย รวมไปถึงการออกแบบรถยนต์  ขณะเดียวกัน ระบบต่างๆ ที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูลบิ๊กดาต้าจากรถยนต์สำหรับแต่ละบริการทำงานในลักษณะแยกออกจากกัน และมีการทับซ้อนกันในส่วนของฟังก์ชั่นการพัฒนาและทรัพยากรระบบ ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะต้องใช้ระบบที่สามารถปรับใช้หลากหลายบริการในเวลาเดียวกันได้อย่างยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ ด้วยเหตุนี้ ฟูจิตสึจึงสนับสนุนและส่งเสริมเทคโนโลยีการสร้างแบบจำลองดิจิทัล (Digital…

รายงานประสบการณ์การใช้เครือข่ายมือถือ Thailand พฤศจิกายน 2562

รายงานประสบการณ์การใช้เครือข่ายมือถือ Thailand พฤศจิกายน 2562 โดย ปีเตอร์ บอยแลนด์ นักวิเคราะห์อาวุโส และ เดวิด เนเดสคู นักวิเคราะห์ทางเทคนิค   ประสบการณ์ด้านเครือข่ายมือถือในประเทศไทยกำลังพัฒนาดีขึ้น ในรายงานนี้ซึ่งอ้างอิงข้อมูลช่วงเวลา 90 วันนับจากต้นเดือนกรกฎาคม เราได้เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่องของความพร้อมใช้งานของเครือข่าย 4G ในประเทศไทย โดยมีผู้ให้บริการเครือข่ายรายหนึ่งผ่านหลักชัยที่ระดับร้อยละ 90 ขณะที่ผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่น ๆ ตามหลังมาติด ๆ และผู้ใช้เครือข่ายผู้ให้บริการทั้งสามรายก็กำลังเห็นการปรับปรุงประสบการณ์ที่ดีขึ้นทั้งในแง่ของวิดีโอ ความหน่วงของสัญญาณ ความเร็วการดาวน์โหลดและอัปโหลด TrueMove H ยังคงเป็นผู้นำในลีดเดอร์บอร์ดของเราต่อไป แต่ AIS ก็สมควรได้รับการยกย่องจากคะแนนที่เพิ่มขึ้นมากที่สุดบางส่วน (คลิกที่นี่สำหรับรายงานฉบับภาษาไทย) รายงานนี้เราวิเคราะห์ประสบการณ์เครือข่ายมือถือของผู้ให้บริการระดับประเทศทั้งสามรายในประเทศไทยคือ AIS, DTAC และ TrueMove H ในมาตรวัดรางวัลทุกด้านของเรา รวมถึงด้านประสบการณ์แอปด้านเสียงที่เราเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกและเป็นเพียงผู้เดียวที่วัดค่าดังกล่าวนี้ นอกจากการวิเคราะห์ระดับประเทศแล้ว เรายังวัดประสบการณ์ของผู้ใช้ในภูมิภาคอื่นของประเทศอีก 12 ภูมิภาค เพื่อเปรียบเทียบผลว่าออกมาเป็นอย่างไร   ตารางรางวัล Opensignal   การวิเคราะห์ระดับประเทศ   การเข้าถึง 4G คะแนนความพร้อมใช้งานของเครือข่าย 4G ที่น่าประทับใจของประเทศไทยยังคงปรับปรุงขึ้นอย่างต่อเนื่อง AIS ยังคงได้รับรางวัลของเราต่อไป และได้เป็นผู้ให้บริการรายแรกที่ได้คะแนนเครือข่าย 4G มากกว่าร้อยละ 90 ในระดับประเทศ แต่ผู้ใช้งานบริการเครือข่ายทั้งสามรายในประเทศไทยพบว่าคะแนนของทุกเครือข่ายเพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 3 ซึ่งหมายความว่าทั้ง DTAC และ TrueMove H กำลังเข้าใกล้ร้อยละ 90.   การเติบโตอย่างต่อเนื่องของคะแนนความพร้อมใช้งานของเครือข่าย 4G ของผู้ใช้ทำให้เราคาดว่าผู้ให้บริการเครือข่ายทั้งสามรายของประเทศไทยจะได้คะแนนร้อยละ 90 ในรายงานฉบับต่อไป ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าประทับใจอย่างมาก เนื่องจากมีเพียง 15 ประเทศที่เราเห็นคะแนนความพร้อมใช้งานของเครือข่าย 4G โดยเฉลี่ยอยู่เหนือระดับนี้ สถานะของประสบการณ์เครือข่ายมือถือ (State of Mobile Network Experience) ทั่วโลกของเราและประเทศเหล่านี้เกือบทั้งหมดเป็นตลาดเครือข่าย 4G ที่มีการพัฒนาสูงกว่า เช่น เกาหลีใต้ ญี่ปุ่นและสิงคโปร์ แต่ถึงแม้ประเทศไทยจะมีความพร้อมใช้งานเครือข่าย 4G ที่น่าประทับใจ แต่ก็ยังคงมีหลายสิ่งที่ต้องปรับปรุงเพื่อจะสูสีกับประเทศระดับเดียวกันในตัวชี้วัดอื่น ๆ…

NIA สร้างทักษะนวัตกรรมให้ครูไทยในงาน “EDUCA 2019” จัดเวิร์คชอป “STEAM4INNOVATOR”

NIA สร้างทักษะนวัตกรรมให้ครูไทยในงาน “EDUCA 2019” จัดเวิร์คชอป “STEAM4INNOVATOR” 4 ขั้นตอนสร้างนวัตกร ต่อยอดพัฒนาคุณภาพการศึกษาไทย   นอกจากระบบการเรียนการสอนที่ประกอบด้วยหลักวิชาและองค์ความรู้พื้นฐานที่สำคัญแล้ว การสร้างแนวคิด “สร้างสรรค์” และการเรียนรู้ฝึกฝนกระบวนการสร้าง “นวัตกรรม” เป็นสิ่งที่ครูและบุคลากรทาง การศึกษายุคนี้ต้องเรียนรู้เพิ่มเติมและนำไปส่งต่อให้กับนักเรียนนักศึกษาของเราได้ อีกทั้งหากเรามีความสามารถในการนำ “นวัตกรรม” มาปรับใช้ในการจัดการเรียนการสอนและความสามารถในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สนับสนุนการสร้างสรรค์นวัตกรรมก็จะช่วยยกระดับการศึกษาและเพิ่มศักยภาพด้านนวัตกรรมให้กับเยาวชนไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพยั่งยืน   สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA ตระหนักถึงความสำคัญเรื่องนี้เป็นอย่างมาก จึงเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนงาน “EDUCA 2019”  หรือ มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครู ครั้งที่ 12  ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) ภายใต้แนวคิด “พลังของชุมชนแห่งการเรียนรู้” (The Power of Learning Community) พร้อมจัดกิจกรรมสัมมนาและเวิร์คชอปฝึกปฏิบัติการสร้างสรรค์นวัตกรรรมตามกระบวนการ “STEAM4INNOVATOR” ให้กับกลุ่มครูอาจารย์ที่มาร่วมงานตลอด 3 วัน ที่ผ่านมา   นางสาวปัทมาวดี พัวพรหมยอดผู้จัดการส่งเสริมนวัตกรรม ฝ่ายพัฒนาผู้ประกอบการนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA (Miss Pattamawadee Phuaphromyod, Innovation Counselling Manager, Innopreneurship Development Department of National Innovation Agency) เผยว่า “EDUCA เป็นงานที่รวมครูอาจารย์ที่มีคุณภาพไว้มากมาย และมีการนำเสนอสาระคอนเทนต์และกระบวนการสอน ที่อัพเดททันสมัยให้กับกลุ่มครูอาจารย์ที่สนใจในการพัฒนาตนเองและพัฒนากระบวนการสอนในสถานศึกษาของตนอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นสิ่งที่ NIA นำมาเสริมให้ในบทบาทของหน่วยงานสนับสนุนการสร้างธุรกิจนวัตกรรมในประเทศ แน่นอนก็ต้องคือ…

ไลน์ เปิดแพลตฟอร์มรองรับบริการสาธารณะ เดินหน้าลงนามร่วมมือภาครัฐ ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่สมาร์ทซิตี้

  ไลน์ ประเทศไทย ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) ในการสนับสนุน ส่งเสริมความรู้และเครื่องมือให้กับภาครัฐ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน โดยเน้นความร่วมมือ 3 ด้าน ได้แก่ การสนับสนุนสตาร์ทอัพ (Digital Startup) การสนับสนุนคอนเทนต์ดิจิทัล (Digital Content) และการสร้างให้เกิดระบบนิเวศน์ด้านดิจิทัลในประเทศไทย (Smart City Ecosystem) หวังเป็นส่วนสำคัญในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนไทยดีขึ้น        ดร.พิเชษฐ ฤกษ์ปรีชา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไลน์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ไลน์เป็นแพลตฟอร์มที่มีคนใช้งานจำนวนมากถึงกว่า 44 ล้านคน เราจึงถือเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนดิจิทัลของประเทศไทยด้วยเช่นกัน โดยภายในงานครั้งนี้ เราได้นำเสนอโซลูชั่นที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจต่อภาครัฐโดยเฉพาะ โดยนำความรู้ ประสบการณ์ตลอดจนความเชี่ยวชาญในการพัฒนาแพลตฟอร์มของเรากับพาร์ทเนอร์ที่เป็นองค์กรนักพัฒนาชั้นนำ มาช่วยต่อยอดบริการสาธารณะ ส่งเสริมการทำงานของภาครัฐด้วย ไลน์จึงมีความพร้อมที่จะสนับสนุน ส่งเสริมความรู้และเครื่องมือที่เรามีให้กับภาครัฐ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับประชาชน ทั้งนี้  ไลน์ ประเทศไทย ได้ลงนามความร่วมมือกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) โดยมุ่งเน้นไปที่การขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ Digital Economy ผ่าน 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ (1) การสนับสนุนผลักดันสตาร์ทอัพไทยที่มีศักยภาพก้าวสู่เวทีดิจิทัลระดับโลกอย่างแข็งแกร่ง โดยสนับสนุนและให้ความช่วยเหลือทั้งในเรื่องแพลตฟอร์ม และเทคนิคต่างๆ เพื่อเติมเต็มศักยภาพสตาร์ทอัพไทย (2) การสนับสนุนด้านคอนเทนต์ดิจิทัล ผ่านการให้ความรู้กับผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มไลน์ให้มีการใช้งานอย่างถูกต้อง เช่น การรณรงค์ภายใต้โครงการ  “Stop Fake News” เพื่อหยุดยั้งการเผยแพร่ข่าวปลอมในสังคม พร้อมเปิดโอกาสให้คนไทยผู้มีฝีมือในการสร้างคอนเทนต์ สามารถใช้แพลตฟอร์มของไลน์เพื่อการสรรค์สร้างและพัฒนาคอนเทนต์ต่อยอดขึ้นไป ผ่านช่องทางต่างๆ บนแพลตฟอร์มไลน์ เช่น LINE TV และ LINE TODAY เป็นต้น (3) การสร้างให้เกิดระบบนิเวศน์ด้านดิจิทัลในประเทศไทย (Smart City Ecosystem) ผ่านจุดแข็งของไลน์ในการเข้าถึงผู้ใช้งานจำนวนมาก จึงสามารถใช้ไลน์เป็นเกตเวย์ในการให้ประชาชนเข้าถึงบริการสาธารณะตามแนวคิดสมาร์ทซิตี้ของภาครัฐได้…

Jeff ปรับโฉมใหม่สู่ Super App เติบโตมากกว่า 100 แฟรนไชส์ทั่วเอเชีย

Jeff ปรับโฉมใหม่สู่ Super App เติบโตมากกว่า 100 แฟรนไชส์ทั่วเอเชีย   จากการเริ่มเปิดขายแฟรนไชส์ร้านซักรีดภายใต้ชื่อ มิสเตอร์เจฟฟ์ – Mr Jeff เมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์เป็น Jeff เพื่อการก้าวเข้าสู่การให้บริการ Super Services App ที่สนับสนุนนโยบาย “The Good, Good Life“   ความต้องการในการเป็นหุ้นส่วนแฟรนไชส์ร้านซักรีดของมิสเตอร์เจฟฟ์ ในเอเชียเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลา 2 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยเป็นตลาดที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคของมิสเตอร์เจฟฟ์   พร้อมกับเป้าหมายในการขยายธุรกิจระหว่างประเทศในเอเชีย   สตาร์ทอัพสัญชาติสเปน ซึ่งเริ่มต้นจากการให้บริการซักรีด และรับส่งถึงบ้าน ได้เริ่มก้าวแรกของการเป็น Super Services App เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้ ด้วยการประกาศเปลี่ยนชื่อแบรนด์ เป็นเจฟฟ์ – Jeff   เหตุผลในการเปลี่ยนชื่อครั้งนี้มาจากแผนธุรกิจ ซึ่งจะรวมเอาบริการทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกันบนแพลตฟอร์มเดียว จนกลายมาเป็น “Super App”  ที่เสนอทุกบริการที่ผู้ใช้ต้องการในชีวิตประจำวัน ด้วยการกดเพียงคลิกเดียว โดยบนแพลตฟอร์มมีบริการต่างๆภายใต้คำยืนยัน “The Good, Good Life“, “แพลตฟอร์มบริการที่รวมเอาชีวิตประจำวันทั้งหมดมาไว้ในมือคุณ“   อีลอย โกเมซ กรรมการผู้จัดการ และ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทจฟฟ์  กล่าวว่า “สิ่งที่อยู่ในใจของเรามาตลอดตั้งแต่วันแรกคือ การเพิ่มคุณค่าให้กับลูกค้า และเราเชื่อว่า ไม่เพียงการซักและรีดผ้าที่เราจะทำให้พวกเขาได้ แต่เราสามารถนำเสนอทุกบริการที่พวกเขาต้องการในชีวิตประจำวัน”   ธุรกิจอื่นที่ได้รับการพัฒนาคือ บริการเสริมสวย ซึ่งประกาศเปิดตัวไปเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาภายใต้ชื่อ “Beauty Jeff’’ ซึ่งสาขาแรกได้เปิดที่ประเทศอาร์เจนตินา นอกจากนั้นเจฟฟ์ยังคงประกาศเปิดตัวบริการฟิตเนส Fit…

งานวิจัยใหม่พบปัญหาความกังวลต่าง ๆ ในกลุ่มผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่น

งานวิจัยใหม่พบปัญหาความกังวลต่าง ๆ ในกลุ่มผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่น   การสำรวจของ SAP® Concur® เผย ผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นรายงานว่าตนรู้สึกไม่ปลอดภัย ขณะที่กลุ่มตัวอย่างเพศหญิง และ LGBTQ+ มีประสบการณ์ถูกคุกคามเป็นประจำ   SAP SE (NYSE: SAP) ประกาศผลการสำรวจ SAP® Concur® ครั้งใหม่ พบว่า กว่า 3 ใน 4 ของผู้หญิงที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นถูกคุกคามขณะเดินทาง และมีมากกว่าครึ่งที่เปลี่ยนแผนเพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย SAP Concur คือแบรนด์ชั้นนำของโลกด้านโซลูชั่นบริหารจัดการการเดินทาง ค่าใช้จ่าย และใบแจ้งราคา ผลการสำรวจของ SAP Concur ระบุถึงปัญหาความกังวลเรื่องความปลอดภัยส่วนบุคคลขณะอยู่บนท้องถนน และเกิดความคับข้องใจที่บางบริษัทที่ดูเหมือนห่วงผลประโยชน์ตัวเองมากกว่าความจำเป็นของลูกจ้าง โดยผลลัพธ์สำคัญจากการสำรวจกลุ่มตัวอย่าง 7,850 คนจาก 19 ประเทศ/ดินแดนทั่วโลก ประกอบด้วย:   นักเดินทางมักรู้สึกไม่ปลอดภัย: 58% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า พวกเขาเปลี่ยนแผนเดินทางเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัย ขณะที่ 52% ของผู้ที่เดินทางไปทำงานต่างถิ่นให้เหตุผลว่าความปลอดภัยในการเดินทางเป็นสิ่งที่บริษัทควรจัดการให้มากที่สุด ชาวมิลเลนเนียลมีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์ปัจจุบันมากกว่า: ในช่วง 12 เดือนหลัง…

ผลสำรวจจาก Salesforce เผย มุมมองและความคาดหวังของผู้บริโภคในประเทศไทยที่มีต่อธุรกิจผู้ขายสินค้ากำลังเปลี่ยนไป

ผลสำรวจจาก Salesforce เผย มุมมองและความคาดหวังของผู้บริโภคในประเทศไทยที่มีต่อธุรกิจผู้ขายสินค้ากำลังเปลี่ยนไป 91% ของผู้บริโภคชาวไทยคาดหวังให้ธุรกิจนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาประยุกต์ใช้เพื่อยกระดับการให้บริการและสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้กับลูกค้า  Salesforce (NYSE: CRM) (เซลล์ฟอร์ซ) แพลตฟอร์มการจัดการลูกค้าสัมพันธ์ระดับโลก เผยผลสำรวจความพึงพอใจของลูกค้า “State of the Connected Customer” ซึ่งจัดทำขึ้นเป็นปีที่สาม โดยผลสำรวจเผยให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของความคาดหวังของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน, เทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเข้าถึงและสร้างปฎิสัมพันธ์กับลูกค้า, ความไว้วางใจของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ซึ่งมีผลมากขึ้นต่อการตัดสินใจซื้อสินค้า และความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจซึ่งมีผลต่อการเลือกซื้อสินค้าและบริการของผู้บริโภค รายงาน “State of the Connected Customer” ทำการสำรวจผู้บริโภคหรือลูกค้า และฝ่ายจัดซื้อหรือผู้ทำหน้าที่ซื้อสินค้าให้กับบริษัทกว่า 8,000 รายใน 16 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย เพื่อศึกษามุมมองความคิด ซึ่งจากการสำรวจดังกล่าวพบว่า ประสบการณ์ที่น่าประทับใจทำให้ลูกค้ารู้สึกผูกพันกับแบรนด์มากขึ้น วิธีการสร้างความผูกพันในผลิตภัณฑ์หรือบริการให้แก่ลูกค้ายุคปัจจุบันแตกต่างไปจากเดิมเป็นอย่างมาก ในประเทศไทย ผู้บริโภคกว่า 75% ให้ความเห็นว่า ธุรกิจต้องปรับเปลี่ยนวิธีในการเข้าถึงและสร้างปฎิ-สัมพันธ์กับผู้บริโภค 87% ของผู้บริโภคกล่าวว่า พวกเขาคาดหวังที่จะได้รับการบริการที่เชื่อมต่อเป็นอันหนึ่งอันเดียว ไม่ว่าจะใช้บริการผ่านช่องทางใดหรือกับแผนกใดก็ตาม กล่าวคือทุกแผนกและทุกช่องทางของธุรกิจที่มีการติดต่อกับผู้บริโภคต้องทำงานอย่างเชื่อมต่อเพื่อสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้า อย่างไรก็ตาม ความคาดหวังดังกล่าวของผู้บริโภคอาจยังไม่เป็นจริงนักสำหรับหลายๆธุรกิจ โดยจากผลสำรวจพบว่า  48% ของผู้บริโภคยังคงลงความเห็นว่า ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการแต่ละครั้ง พวกเขารู้สึกเหมือนซื้อสินค้าหรือรับบริการจากคนละธุรกิจ ไม่มีความเชื่อมต่อในการให้บริการลูกค้า ในส่วนของช่องทางการสื่อสารเพื่อซื้อสินค้าหรือรับบริการ ผู้บริโภคคนไทยกว่า 70% เลือกใช้แอปพลิเคชันบนมือถือเป็นช่องทางติดต่อสื่อสารกับผู้ขาย ช่องทางการแชทออนไลน์หรือ live support   มาเป็นอันดับสองที่ 63% และการสื่อสารผ่านคอมมิวนิตี้แบบออนไลน์ เช่น ฟอรั่ม เป็นช่องทางที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับที่สาม (52%) AI, อุปกรณ์ดิจิทัล และเทคโนโลยีใหม่ ๆ จะเป็นตัวเปลี่ยนเกมดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชั่น เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ ๆ ในยุคปัจจุบันหรือยุคแห่งการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เกิดและพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดด…

ลาซาด้า 11.11 สร้างนิยามแก่ประสบการณ์การช้อปปิ้งทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ผนึกนวัตกรรมดันยอดโตยุคเศรษฐกิจดิจิทัล   ลาซาด้า 11.11 เทศกาลช้อปปิ้งร้อนแรงที่สุดในรอบปี พร้อมมอบนิยามใหมให้กับประสบการณ์การช้อปปิ้งทั่วทั้งภูมิภาค ด้วยฟีเจอร์ใหม่ภายใต้กลยุทธ์ “Shoppertainment” เติมความสนุกในการช้อปปิ้ง ด้วยการสะสมคูปองผ่านการสื่อสารกับแบรนด์ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นภายใต้เทคโนโลยีระบบจัดการสุดทันสมัยระดับโลกของลาซาด้าและการเป็นผู้นำด้านระบบโลจิสติกส์   ลาซาด้า แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นผู้นำในการเปิดตัวเทศกาลช้อปปิ้ง 11.11 ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2555 และยังคงขับเคลื่อนนวัตกรรมแห่งการช้อปปิ้งและกระตุ้นตลาดค้าปลีกในหกประเทศอย่างต่อเนื่อง   “เทศกาลช้อปปิ้งระดับโลก ลาซาด้า 11.11 เป็นงานเฉลิมฉลองประจำปีที่สำคัญ ที่จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่พร้อมกระตุ้นการขยายตัวของอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคนี้ให้ก้าวไปข้างหน้า ซึ่งเห็นได้จากปัจจุบันอุตสาหกรรมอีคอมเมิร์ซกลายเป็นเซ็กเตอร์ใหญ่ที่สุดในระบบเศรษฐกิจดิจิทัล โดยคาดว่าจะเติบโตถึง 300 แสนล้านดอลล่าร์สหรัฐในปี 2568 เรามีความภาคภูมิใจที่ได้ทำให้ ลาซาด้า 11.11 เป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญเพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ และช่วยเปลี่ยนแปลงวิธีช้อปปิ้งของผู้บริโภค ตลอดจนวิธีการทำธุรกิจของผู้ขาย” มร. ปิแอร์ ปัวยอง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ลาซาด้า กรุ๊ป กล่าว   “วันนี้ ลาซาด้าเป็นแพลตฟอร์มหลักของกลุ่มอาลีบาบาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นผู้ประกอบธุรกิจอีคอมเมิร์ซที่เติบโตเร็วที่สุด โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 50 ล้านคนต่อปี และเพิ่มขึ้นมากกว่า 100 เปอร์เซ็นต์ต่อปีในช่วงสามไตรมาสที่ผ่านมา[1] แต่นับเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เพราะเป็นสัดส่วนเพียงแค่ 3% ของธุรกิจค้าปลีกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เท่านั้น”   เทศกาลช้อปปิ้ง ลาซาด้า 11.11 จะเริ่มขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 พร้อมกิจกรรมและโปรโมชั่นจูงใจตลอดทั้งวันที่ให้ผู้บริโภคได้ค้นหาแบรนด์และสินค้าที่ต้องการ เปิดให้มีการสั่งซื้อล่วงหน้า (Pre-order) เพิ่มรายการที่ต้องการลงในรถเข็น หรือแม้แต่จะเข้ามารับความบันเทิงจากลาซาด้าไปพร้อมๆ กันในช่วงเทศกาลช้อปปิ้งครั้งใหญ่นี้ก็สามารถทำได้   Shoppertainment สร้างการบูรณาการใหม่สำหรับแบรนด์ในการเชื่อมโยงกับผู้บริโภค   ลาซาด้า 11.11 ช่วยให้แบรนด์และผู้ขายสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้นผ่านรูปแบบและช่องทางใหม่ๆ โดยตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายนทั้งหกประเทศจะมีไลฟ์สตรีมเกมโชว์ GUESS IT! King พร้อมฟีเจอร์ใหม่ “Must-Buy List” ขณะเดียวกันยังมีเกมใหม่ LazCity Wonderland ที่ให้ผู้บริโภคสามารถสร้างและสำรวจเมืองเสมือนจริงของแบรนด์ต่างๆ ใน LazMall พร้อมสนุกสนานไปกับคูปองส่วนลดพิเศษจากแบรนด์ด้วย   นอกจากนี้ ลาซาด้ายังทำงานอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรต่างๆ…

Top