You are here
Home > Tech Startup

LTI ทำรายได้ต่อปีทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

Larsen & Toubro Infotech (BSE: 540005) (NSE: LTI) บริษัทที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีและโซลูชันดิจิทัลระดับโลก ประกาศผลประกอบการไตรมาสสอง ประจำปีงบประมาณ 2565 ของบริษัทในวันนี้

Funding Societies เปิดให้บริการแพลตฟอร์มระดมทุนหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงอย่างเต็มรูปแบบ และ ล่าสุดได้รับการเพิ่มทุนจาก 500 TukTuks

Funding Societies แพลตฟอร์มระดมทุนหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงรายใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พร้อมเปิดแพลตฟอร์มให้นักลงทุนรายบุคคลและนักลงทุนสถาบันได้ร่วมลงทุนในหุ้นกู้คราวด์ฟันดิงได้อย่างเต็มรูปแบบ และ ล่าสุดได้รับการเพิ่มทุนจาก 500 TukTuks Funding Societies ก่อตั้งในปี 2558 ด้วยจุดประสงค์ที่ต้องการลดช่องว่างทางการเงินกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั่วภูมิภาค ด้วยความเชื่อที่ว่าธุรกิจ SMEs ที่มีศักยภาพ ควรได้รับโอกาสทางการเงินที่เท่าเทียม

เมื่อค่ายผู้ผลิตรถยนต์ทุกค่าย ต้องรื้อระบบบริการหลังการขายเข้าสู่ระบบดิจิทัลยุคใหม่ แทนระบบเดิมที่ล้าสมัยอย่างหนักและสร้างปัญหาให้บริการลูกค้า

วงการรถยนต์กำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลง หรือ tranform จากระบบดิจิทัลแบบเก่าเข้าสู่ระบบใหม่ภายใน 2 ปีนี้ ที่ผ่านมาค่ายผู้ผลิตรถยนต์มุ่งเน้นแต่การพัฒนากระบวนการผลิต มุ่งสู่การเป็นอุตสาหกรรม 4.0 นำหุ่นยนต์ทันสมัยมาช่วยผลิต เพื่อลดต้นทุน และสร้างรถยนต์สมัยใหม่รองรับความต้องการที่มากขึ้นของลูกค้า แต่ขณะเดียวกันกับละเลยการบริการหลังการขายที่ขณะนี้ยังเป็นเทคโนโลยีเก่า มีความซับซ้อน และการเข้าถึงข้อมูลของลูกค้ายังยาก ทำให้การสร้างประสบการณ์แบบใหม่ที่ลูกค้าหรือผู้ใช้รถยนต์เข้ามามีส่วนร่วมมีน้อยเกินไป นายสมเกียรติ อึงอารี กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีเนียร์คอม เปิดเผยว่า “ระบบดูแลหลังการขายของค่ายรถยนต์บางส่วนยังเป็นระบบที่เก่ามากอย่าง Client Server ศูนย์รถยนต์แต่ละแห่งต้องลงทุนจำนวนมาก แต่กลับได้ระบบที่ล้าสมัย อย่างไรก็ตามศูนย์ฯไม่สามารถปฏิเสธระบบนี้ได้ เพราะผู้ผลิตรถยนต์ยังบังคับให้ใช้ระบบเดียวกันมาตลอด หรือบางค่ายรถยนต์สร้างโมดูลซอฟต์แวร์การบริการจากหลากหลายผู้ผลิตซอฟต์แวร์ทำให้การทำงานเชื่อมต่อเกิดปัญหาในการใช้งานจริงมากมาย ทำให้ศูนย์ฯต่างๆ กลืนไม่เข้าคายไม่ออกในช่วงที่ผ่านมา” นายสมเกียรติกล่าว อย่างไรก็ตามขณะที่การดูแลหลังการขายที่ขาดการนำระบบทันสมัยมาใช้งาน แต่วงการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะในประเทศไทยกลับมาความก้าวหน้าอย่างสูง บริษัทลีสซิ่งจำนวนมากได้ใช้ความสามารถใหม่ของระบบ e-banking จนทำให้เห็นชัดเจนว่าถ้าบริษัทใดไม่มีการปรับตัวไม่นำระบบดิจิทัลใหม่ๆ มาใช้ จะทำให้ธุรกิจนี้อาจล้มเลิกกิจการไปได้   แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของระบบการดูแลลูกค้าผู้ซื้อรถยนต์หลังการขายจะมีการเปลี่ยนแปลงภายใน 2 ปีนี้แน่นอน และจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในระดับโลกไม่ใช่แค่ประเทศไทยเท่านั้น เพราะการแข่งขันจะสูงมากขึ้น ขณะที่ผู้ซื้อจะเรียกร้องและต่อต้านการเป็นเสือนอนกินของค่ายรถยนต์อย่างเช่นที่ผ่านมา ผู้ซื้อจะคำนึงถึงคุณภาพการผลิตและการบริการหลังการขายที่เป็นระบบดิจิทัลสมัยใหม่ในสัดส่วน 50-50% ดังนั้นกระบวนการเปลี่ยนแปลงจะส่งผลต่ออุตสาหกรรมปลายทางของธุรกิจรถยนต์ทั้งระบบในไม่ช้า   ในส่วนของซีเนียร์คอมที่พัฒนาซอฟต์แวร์ในกลุ่มรถยนต์มากว่า…

Almond สตาร์อัพสัญชาติไทยเปิดตัว AssistMe แชทบอทอัจฉริยะเพื่อออฟฟิศยุคใหม่รายแรกของประเทศไทย

Almond Digital Group สตาร์ทอัพสัญชาติไทย ในฐานะผู้ให้บริการด้านการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มมูลค่าธุรกิจด้วยการสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับตลาดและผู้บริโภค เปิดตัว AssistMe แชทบอทอัจฉริยะเพื่อองค์กรรายแรกในประเทศไทย บน Microsoft Teams แพลตฟอร์มการทำงานระดับโลก รับ New normal องค์กรยุคใหม่ ด้วย 5 ฟีเจอร์เด็ด ผู้ช่วยประสานพนักงาน-องค์กรทำงานร่วมกันแบบดิจิทัลที่ไร้รอยต่อ พนักงานลงเวลางานเข้า-ออก ลากิจ ลาป่วย ลาพักร้อน ขอข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท แจ้งปัญหา ฯลฯ ง่าย ๆ ได้แบบเรียลไทม์ ด้านองค์กรสามารถตรวจเช็กการทำงานและประเมินผลพนักงานได้แม่นยำ

ลอนดรี้บาร์ แบรนด์ร้านสะดวกซักอันดับ 1 ในอาเซียน พร้อมบุกไทย

ลอนดรี้บาร์ (LaundryBar) แบรนด์ร้านสะดวกซักครบวงจร แบบบริการตนเอง 24 ชั่วโมง สัญชาติมาเลเซีย อันดับ 1 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดให้บริการมาแล้วกว่า 520 สาขา ทั่วโลก ประกาศปักธงพร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ทุ่มงบลงทุนกว่า 50 ล้านบาท เล็งผุด 300 สาขาทั่วประเทศ ภายใน 3 ปี มั่นใจตอบโจทย์ลูกค้าและกลุ่มนักลงทุน โดยเตรียมจัดงานสัมมนา Franchise Style LaundryBar Seminar ให้ข้อมูลแก่นักลงทุนผู้สนใจทุกท่านแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ในวันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน 2562 ที่ร้านลอนดรี้บาร์ เมก้าสโตร์ ตรงข้ามซีคอนสแควร์ นางสาวพิมลวรรณ ชีวเกรียงไกร ผู้บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ลอนดรี้บาร์ ไทย จำกัด ในฐานะผู้ร่วมทุนแบรนด์ร้านสะดวกซัก ลอนดรี้บาร์ กล่าวว่า รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมลงทุนกับผู้ก่อตั้ง แบรนด์ ลอนดรี้บาร์ ประเทศมาเลเซียเพื่อดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และประเทศในกลุ่ม CLMV และร่วมกันเดินหน้าสร้างแบรนด์…

UOB และ The Finlab โชว์ผลงานสุดประทับใจจาก 15 เอสเอ็มอีไทย พร้อมทะยานสู่ความเป็นดิจิทัลด้วยโครงการ Smart Business Transformation

ธนาคารยูโอบี (ไทย) โชว์อีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดง ด้วย Showcase การขับเคลื่อนธุรกิจสู่ดิจิทัลของเอสเอ็มอีไทย 15 บริษัท จาก โครงการ Smart Business Transformation ครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อเดือนพฤษภาคม2562 ที่ผ่านมา โดยธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย) และเดอะฟินแล็บภายใต้การสนับสนุนจากองค์กรพันธมิตร ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(สสว.)   ภายใต้การชี้แนะจากผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ และเทคโนโลยีทั้งในประเทศและต่างประเทศเอสเอ็มอีผู้เข้าร่วมโครงการ ได้ทบทวนรูปแบบธุรกิจของตนเอง วิเคราะห์หาโอกาสเพื่อพัฒนาและกำหนดแผนยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นดิจิทัลในระยะยาวรวมถึงประเมินและประยุกต์ใช้โซลูชั่นนำร่องที่เดอะ ฟินแล็บคัดสรรมาจากกว่า350 แอพพลิเคชั่น เอสเอ็มอี ได้เลือกใช้โซลูชันเพื่อจัดการความท้าทายต่างๆ ที่ประสบปัญหาอยู่ เช่นวิธีการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกเพื่อรู้ใจลูกค้ามากขึ้น การทำตลาดโดยใช้ดิจิทัลช่วยในการเข้าถึงลูกค้า เพิ่มยอดขาย และสร้างวิธีการปรับปรุงประสิทธิภาพผ่านการปรับกระบวนการธุรกิจ ซึ่งสอดคล้องกับผลการสำรวจที่ทางเดอะฟินแล็บได้จัดทำไปก่อนหน้านี้และพบว่าเอสเอ็มอีในประเทศไทยระบุว่ากลยุทธ์เพื่อสร้างการเติบโต2 อันดับแรกคือการรุกตลาดใหม่ (ร้อยละ54) และการใช้การตลาดระบบดิจิทัลเพื่อเพิ่มยอดขาย (ร้อยละ51)   คุณตัน ชุน ฮิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี (ประเทศไทย)กล่าวว่า “โครงการ Smart Business Transformation…

เอสซีจี เผยกลยุทธ์ลงทุน-ติดปีกสตาร์ทอัพฟอร์มเด่น ปี 62-63

เอสซีจี เผยความคืบหน้าหลังลงทุนและพัฒนาดิจิทัลสตาร์ทอัพมากว่า 2 ปี                    พร้อมแถลงกลยุทธ์ ปี 2562-2563 มุ่งเดินหน้าเพิ่มขีดความสามารถองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Transformation) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างการเติบโตให้ธุรกิจได้ดีและเร็วขึ้น ผ่านการเปิดรับนวัตกรรมภายนอก โดยบริษัทร่วมลงทุนในสตาร์ทอัพ “AddVentures by SCG” การพัฒนาสตาร์ทอัพในองค์กร โดยสตาร์ทอัพสตูดิโอ “ZERO TO ONE by SCG” และการเสริมขีดความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัลในองค์กรให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น   ดร.จาชชัว แพส SCG Corporate Innovation Director และ Managing Director of AddVentures by SCG กล่าวว่า                       “ช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่าเทคโนโลยีรวมถึงโมเดลธุรกิจใหม่ๆ มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว รวมทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เอสซีจีจึงต้องปรับวิธีการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมใหม่ นอกเหนือจากการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีเชิงลึก (Deep Technology) ซึ่งดำเนินการมาโดยตลอด ด้วยการทำ Digital Transformation ซึ่งเป็นกระบวนการปรับเปลี่ยนองค์กรด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล…

Tech Startup ไทยเปิดตัว “พลายเอจีวี” รถฟอร์คลิฟท์อัตโนมัติสายพันธ์ุไทยสำหรับอุตสาหกรรม 4.0

เจ็นเซิฟ บริษัทสตาร์อัพสายเทคโนโลยีสัญชาติไทยที่ได้รวมตัววิศวกรหุ่นยนต์ที่เชี่ยวชาญของไทย ร่วมสร้าง Mobile Robots ด้วยผลงานวิจัยและสร้างสรรค์คิดค้นโดยทีมวิศวกรไทย โดยมีรถฟอล์คลิฟท์อัตโนมัติระบบอัจฉิยะและเรือสำรวจไร้คนขับ เรือดำน้ำอัตโนมัติเพื่อการสำรวจใต้น้ำ (ROV) ทั้งนี้ เจ็นเซิฟ ยังได้สร้างสรรค์รถฟอล์คลิฟท์อัตโนมัติ “พลาย เอจีวี” (Ply AGV) เป็นผลิตภัณฑ์นำร่อง ที่สร้างสรรค์และพัฒนาโดยทีมงานคนไทย เหมาะแก่การเคลื่อนย้ายสินค้าแบบอัตโนมัติในคลังสินค้าและโรงงาน ที่ไม่เพียงแต่ขนย้ายสินค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เชื่อมต่อข้อมูลการส่งกับระบบคลังและการผลิต รับ-ส่ง เก็บข้อมูลการทำงานและสถานะสินค้าไปในเวลาเดียวกันแบบเรียล ไทม์ (Real time) นั่นหมายความว่า สินค้าได้ถูกนำออกไปจำนวนเท่าไร วันเวลาใด ทำให้ทราบสถานะของสินค้าคงคลังนั้นๆ ได้ในเวลาที่รวดเร็ว” ในปีพ.ศ. 2560-2561 เจ็นเซิฟได้มีการลงทุนวิจัยและพัฒนาร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เพื่อพัฒนารถฟอร์คลิฟท์อัตโนมัติเพื่อการขนส่งสินค้าในคลัง (Autonomous Forklift) หรือรถ เอจีวีฟอร์คลิฟท์ (AGV Forklift) ที่นำทางด้วยระบบเลเซอร์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ต้องการอย่างมากในยุคอุตสาหกรรม 4.0 ที่มีปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงงาน และมีความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการขนย้ายสินค้าในคลัง และในไลน์การผลิต ลดปัญหาความผิดพลาด รวมทั้งมีความต้องการการเชื่อมต่อข้อมูลการทำงาน การขนส่งและสถานะแบบทันที (real time) ซึ่งรถฟอร์คลิฟท์อัตโนมัติ สามารถตอบโจทย์เหล่านี้ได้…

สตาร์ตอัปหมื่นล้านของอาเซียน

เมื่อพูดถึงธุรกิจสตาร์ตอัประดับ “ยูนิคอร์น” จะหมายถึงธุรกิจที่มีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่า 30,000 ล้านบาท ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยสตาร์ตอัปเหล่านี้ส่วนใหญ่จะใช้ระยะเวลาเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจแค่ 3-5 ปีเท่านั้น จากข้อมูลล่าสุดซึ่งมีการรวบรวมเมื่อเดือนสิงหาคม 2018 ระบุว่า ทั่วโลกจะมีสตาร์ตอัประดับยูนิคอร์นอยู่ราว 266 บริษัท อันดับหนึ่งของโลกได้แก่ Ant Financial ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Alibaba Group ขณะที่ในอาเซียนจะมีอยู่ 8 บริษัท กระจายอยู่ใน  5 ประเทศได้แก่ สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม และฟิลิปปินส์ สำหรับประเทศไทย แม้จะมีสตาร์ตอัปที่มาแรงและมีชื่อเสียงอยู่หลายบริษัท แต่ก็ยังอยู่ในระดับร้อยล้าน ถือว่ายังต้องใช้เวลาอีกพอสมควรเพื่อก้าวสู่ระดับหมื่นล้าน นอกจากนี้ด้วยข้อจำกัดด้านกฎระเบียบการลงทุนและดำเนินธุรกิจของประเทศไทย ทำให้การที่สตาร์ทอัปสัญชาติไทยจะก้าวขึ้นไปสู่ระดับยูนิคอร์นอาจเป็นไปได้ลำบาก   ว่าแต่สตาร์ตอัประดับยูนิคอร์น ในอาเซียนมีใครบ้างมาดูกัน   GRAB (มาเลเซีย/สิงคโปร์) มูลค่า 6,000 ล้านเหรียญ สตาร์ตอัปซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของคนไทยเป็นอย่างดี เกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการเรียกแท็กซี่ยากในมาเลเซีย SEA (สิงคโปร์) มูลค่า…

Beacon VC จะได้อะไรบ้างกับการลงทุน 200 ล้านในสตาร์ทอัพ WealthTech ชั้นนำของไทยอย่าง Jitta

อีกหนึ่งสีสันของวงการสตาร์ทอัพไทย เมื่อ Beacon VC บริษัทเงินร่วมลงทุนของธนาคารกสิกรไทย ประกาศนำการลงทุนครั้งใหญ่มูลค่ารวมกว่า 200 ล้านบาทกับ Jitta สตาร์ทอัพแถวหน้าของไทยผู้พัฒนาเทคโนโลยีด้านการลงทุนให้ผู้ใช้งานจากทั่วโลก โดยเป็นการลงทุนระดับ Pre-Series A ของสตาร์ทอัพสัญชาติไทยที่มีมูลค่าสูงที่สุดในเวลานี้ ตั้งเป้าพัฒนานวัตกรรมอัจฉริยะด้านการลงทุน ผลักดัน WealthTech ในประเทศไทยให้เติบโต และขยาย Jitta สู่ตลาดต่างประเทศ นายธนพงษ์ ณ ระนอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท บีคอน เวนเจอร์ แคปิทัล จำกัด เปิดเผยว่า “Beacon VC เห็นแนวโน้มและศักยภาพในการเติบโตของตลาดในกลุ่มเทคโนโลยีการลงทุน (WealthTech) ซึ่งกำลังมีบทบาทและความสำคัญมากขึ้นในตลาดทั่วโลก ในยุคดอกเบี้ยต่ำเช่นในปัจจุบัน โดย Jitta ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้อย่างโดดเด่นที่สุด ด้วยอัลกอริทึมวิเคราะห์หุ้นที่พิสูจน์แล้วว่าสามารถสร้างผลตอบแทนที่น่าประทับใจได้ในระยะยาวและยังมีฐานผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือผู้ก่อตั้งและทีมงานของ Jitta ที่มุ่งมั่นสร้างเทคโนโลยีเพื่อผู้ใช้งานอย่างแท้จริง” “โซลูชั่นของ Jitta ที่พัฒนาขึ้น นับเป็นสตาร์ทอัพจำนวนน้อยรายในประเทศไทย ที่มีศักยภาพในการสเกลหรือขยายการบริการไปในตลาดต่างประเทศทั่วโลกได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เรามั่นใจว่า Jitta สามารถเป็นบริษัทเทคโนโลยีสัญชาติไทยที่จะก้าวขึ้นมาสร้างปรากฏการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและผลักดันให้วงการสตาร์ทอัพไทยเป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับสากล” Beacon VC…

Top